คัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3)

    ตอนที่ 48 เมื่อการเมืองกลายเป็นเรื่องของหัวใจ

    ณ ห้องประชุมยุทธการ อาณาจักรเหมันต์ พลอากาศเอกหญิง กู่หาวหยาง รัฐมนตรีกระทรวงสงคราม นั่งเป็นประธานการประชุมแทนฝ่าบาท มุมปากเรียวสงบนิ่ง แม้อายุเพียง 38 ปี เธอกลับมีอากัปกริยาที่สุขุมเยือกเย็น ชวนให้ผู้คนรู้สึกเกรงใจยิ่งนัก

    “เรียนท่านรัฐมนตรี กองทัพปีศาจได้เข้าโจมตีหมู่บ้านแมวน้ำ และชิงคัมภีร์ปฐมวิญญาณบทที่หนึ่งไป นอกจากนี้ยังกวาดต้อนผู้คนไปเกือบครึ่งหนึ่ง มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นร้อยคน เหลือรอดชีวิตเพียงหนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น” พลเรือเอกหญิงปิ่นหทัย กล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจนเป็นระบบ

    “ทำไมพวกปีศาจเหล่านี้ ถึงได้ไม่กวาดล้างชาวบ้านจนสิ้นซากเหมือนกับที่เคยทำกับหมู่บ้านอื่นเล่า?” กู่หาวหยางถามตรงประเด็นสำคัญ

    ปิ่นหทัยหายใจลึก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ชาวบ้านบางส่วนหนีลงทะเล พวกปีศาจน่าจะกลัวน้ำจึงไม่กล้าตามลงไป นอกจากนี้แล้วท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีรากวิญญาณมังกร ได้เผาหัวใจมังกรของตนเอง กลั่นเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า ทลายกองทัพปีศาจจนเกือบสิ้น มีเพียงไม่กี่ตนที่หนีรอดไปได้… ส่วนท่านผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว”

    เสียง “ปัง” พลอากาศเอกหญิงกู่หาวหยางใช้กำปั้นทุบโต๊ะ ด้วยดวงตาที่เหี้ยมเกรียมกว่าปกติ สีหน้าเธอเข้มขรึม “ปีศาจช่างก่อการเกินไปแล้ว! เล่าเรื่องมาให้หมด เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง ใครได้คัมภีร์ไป”

    ปิ่นหทัยเริ่มเล่ารายละเอียดที่ตนได้รับมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมวาดมือร่ายคาถา เปลี่ยนแต่ละคำเป็นภาพและเสียงของเหตุการณ์ เปลวเพลิง กลิ่นควัน ผู้คนวิ่งพล่าน เสียงคลื่นกระทบฝั่งเมื่อชาวบ้านกระโดดลงทะเล ขณะที่น้ำมนต์จากฟากฟ้าร่วงหล่นเหมือนหยดแก้ว สลายเงาปีศาจให้กลายเป็นฝุ่นควัน ทุกคนในห้องประชุมพากันตะลึงงันจนแทบลืมหายใจ

    พลอากาศเอกหญิงกู่หาวหยางเงยหน้า ดัดนิ้วมือตัวเองเพื่อคลายความเครียด เธอครุ่นคิดอย่างหนักจนลืมตัว กล่าวขึ้นมาลอยๆ “การช่วยฝ่าบาทสำคัญ… แต่การรักษาอาณาจักรนี้ให้ดำรงไว้ย่อมสำคัญยิ่งกว่า”

    คำกล่าวนั้นทำเอาปิ่นหทัยตาแดงขึ้นมาโดยฉับพลัน เธอที่ไม่เคยอ่อนแอ แต่คราวนี้กลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จนร่วงพลูออกมาจากตาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนในห้องถึงกับเงียบกริบ ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเธอหลั่งน้ำตาเช่นนี้

    “เมื่อฝ่าบาทยืนหยัด ราษฎรต่างร่มเย็น อาณาจักรย่อมมั่นคงด้วยพระบารมี เมื่อฝ่าบาทล้มลง ปวงประชาล้วนเป็นทุกข์ อาณาจักรย่อมสั่นคลอน” พลเรือเอกหญิงปิ่นหทัย กล่าวทั้งน้ำตาและนี่เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความอ่อนแอออกมา ในห้องประชุมที่เป็นทางการเช่นนี้

    กู่หาวหยางเผยอริมฝีปากเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเยือกเย็น “สำหรับผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว การหลั่งน้ำตาต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้ ช่างน่าละอายยิ่งนัก” น้ำเสียงเผ็ดร้อน ผู้นั่งฟังบางคนถึงกับกลืนน้ำลาย เธอจงใจพูดแทงใจดำปิ่นหทัย ซึ่งใครๆก็รู้ว่าทั้งสองไม่ชอบหน้ากัน และเป็นคู่แข่งกันมายาวนาน

    ปิ่นหทัยก้มหน้าลงช้าๆ ค่อยๆลุกขึ้นด้วยท่าทีองอาจ เธอก้าวออกมาหน้าห้อง คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับประกาศด้วยเสียงสั่น “ดิฉันขอคุกเข่าต่อหน้าท่านรัฐมนตรีและท่านทั้งหลาย หากที่ผ่านมาเคยล่วงเกินประการใด ดิฉันขออภัยด้วยความจริงใจ ขอเพียงอย่างเดียว โปรดอนุญาตให้ดิฉันไปช่วยฝ่าบาทด้วยเถิด”

    ในห้วงวินาทีนั้น เสียงลมหายใจของทุกคนเสมือนดั่งหยุดนิ่ง กู่หาวหยางเองก็ถึงกับชะงัก ใบหน้าเผยความประหลาดใจ เมื่อได้เห็นความอ่อนน้อมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้

    ความคิดของกู่หาวหยางพุ่งปราดขึ้นในหัว “ผู้หญิงคนนี้…รักฝ่าบาทอย่างบริสุทธิ์ใจ ยอมสละเกียรติที่ไม่เคยยอมให้ใคร นี่หรือคือความรักอันบริสุทธิ์ ที่เราไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน?” เธอประคองไหล่ปิ่นหทัยขึ้นมาด้วยสองมือ และอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย

    “พอเถอะ ลุกขึ้น ท่านไม่ต้องคุกเข่าแล้ว” เสียงกู่หาวหยางสุภาพขึ้น “หากท่านคิดทำเช่นนี้เพื่อชดเชยสิ่งที่ผ่านมา ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถิด ดิฉันไม่ถือ” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาขณะประคองไหล่อีกฝ่ายให้ยืนขึ้น

    ปิ่นหทัยยืนขึ้น มือยังสั่นเทา แต่เธอก็ยิ้มได้อย่างปลดปล่อย “ดิฉันขอเป็นเพื่อนกับท่านจะได้หรือไม่คะ”

    คำว่า “เพื่อน” ทำให้ความตึงเครียดสลายลงอย่างนุ่มนวล “ได้สิ แต่คำว่าเพื่อนมันดูห่างเหินไป เรามาสาบานเป็นพี่เป็นน้องกันดีกว่าไหม”  กู่หาวหยางกล่าวหยั่งเชิงว่าอีกฝ่ายจะยอมต่อตนเองไหม

    “ได้” กล่าวจบนางก็เดินไปที่โต๊ะประชุมยกกาน้ำชาด้วยสองมือที่ยังคงสั่นเล็กน้อยเทลงถ้วยชา เสียงน้ำชาไหลรินลงในถ้วยชาหยก ดังก้องชัดเจนในความเงียบที่ผู้คนรอบข้างต่างจับจ้อง

    เธอถือถ้วยด้วยสองมือ ก้าวออกไปข้างหน้าทีละก้าว แล้วหยุดตรงหน้ากู่หาวหยาง ก่อนย่อตัวลงคุกเข่า ก้มศีรษะต่ำเพื่อแสดงความเคารพ

    “ดิฉันปิ่นหทัย… ขอมอบชาถ้วยนี้แด่พี่สาว เพื่อแสดงความจริงใจ และนับตั้งแต่วันนี้ ขอเป็นน้องร่วมสาบาน จะให้ความเคารพพี่กู่หาวหยางประดุจพี่สาวแท้ๆ ไม่ดื้อกับเธออีกต่อไป” ถ้วยชาสั่นเล็กน้อยด้วยแรงมือที่พยายามข่มความตื้นตัน แต่ดวงตาของปิ่นหทัยกลับเปล่งประกายแน่วแน่

    กู่หาวหยางมองภาพนั้นอยู่นาน ราวกับเวลาหยุดหมุน ความเงียบกดทับโถงห้องประชุม จนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของผู้คน เธอค่อยๆ ยื่นมือเรียวรับถ้วยชาไว้ด้วยสองมือเช่นกัน และยกขึ้นประคองไว้ในระดับเดียวกับหน้าผาก แววตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

    “ดิฉันกู่หาวหยาง… รับถ้วยชานี้ไว้ด้วยใจ จากนี้ไปเธอผู้นี้คือน้องสาว ดิฉันก็คือพี่สาว เราจะร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน แม้ไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่ขอตายพร้อมกัน” สิ้นคำเธอก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างสง่างาม รสขมกลมกล่อมไหลผ่านลำคอ ราวกับเป็นการผูกพันธะสัญญาที่ไม่อาจลบล้าง

    เมื่อวางถ้วยลง เธอเอื้อมมือมาจับมือปิ่นหทัยที่ยังคุกเข่าอยู่ ดึงขึ้นมากอดเคียงข้างกัน ดวงตาทั้งสองคู่สบประสาน บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความกดดัน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นดั่งแสงแรกของรุ่งอรุณ

    เสียงปรบมือกังวานก้องไปทั่วห้องประชุม ก่อนจะค่อยๆ จางลง 

    กู่หาวหยางกระแอมเล็กน้อย สีหน้าที่ดูเคร่งขรึมพลันแอบเก้อเขินอยู่บ้าง “เอาละ… ทุกท่านเชิญนั่งประจำที่ ตามที่…น้องปิ่น เอ่อ…”

    ทันทีที่คำว่า น้องปิ่น หลุดปากออกมา ผู้คนทั้งห้องประชุมต่างหัวเราะเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับผ่อนคลายลง กู่หาวหยางเองถึงกับกระอักกระอ่วน รีบปรับคำพูดใหม่ให้เป็นทางการ “ตามที่ท่านพลเรือเอกหญิงปิ่นหทัย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวมา ดิฉันจึงขอสั่งการให้ ผบ.กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือ ประชุมกันเพื่อจัดวางกำลังรับมือกับสถานการณ์นี้ต่อไป”

    ยังไม่ทันสิ้นเสียง ปิ่นหทัยก็ยกมือขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น “ขออภัยท่านรัฐมนตรี แต่ดิฉันเกรงว่าแนวทางนี้จะเป็นการชักช้าและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์”

    สายตาทุกคู่หันไปยังปิ่นหทัยในทันที กู่หาวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วท่านคิดว่า อย่างไรจึงจะเหมาะสมเล่า”

    ปิ่นหทัยสูดหายใจลึก ก่อนกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “จุดอ่อนของอาณาจักรเหมันต์นั้นแตกต่างจากอาณาจักรอื่นตรงที่ เรามีกองทัพขนาดเล็กมาก ทัพเรือก็เล็ก เล็กลงไปอีกก็กองทัพบก ส่วนกองทัพอากาศที่ว่าใหญ่ที่สุดแล้วก็มีกำลังพลเพียงสามพันกว่าคนเท่านั้น ไม่อาจเทียบได้กับกองทัพปีศาจที่มีกำลังมากกว่าหลายร้อยเท่า หากเรามัววางกำลังแบบเดิมย่อมไม่ต่างจากส่งทหารไปสังเวยปีศาจ”

    คำพูดนั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง ผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เสียงดัง บ้างพยักหน้าเห็นด้วย บ้างก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ เสียงอื้ออึงดังขึ้นราวพายุลูกย่อมๆ

    ท้ายที่สุด ผบ.กองทัพเรือจึงลุกขึ้นชี้แจง “ตั้งแต่ฝ่าบาทปฏิรูปการเมือง การปกครอง และระบบกองทัพให้ทันสมัย ผู้คนจำนวนมากไม่เห็นคุณค่าของการเป็นทหาร เพราะต่างก็มีพลังในระดับสูงอยู่แล้ว ทหารบางส่วนก็ลาออกไปใช้ชีวิตอิสระ กำลังของกองทัพจึงร่อยหรอลงเช่นนี้”

    บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง ปิ่นหทัยถอนหายใจยาว แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ถึงกระนั้น… จุดแข็งของพวกเราก็ยังมี นั่นคือการมีปรมาจารย์ระดับสูงอยู่มากมาย หากเราสามารถชักชวนพวกเขามาร่วมทัพ อาณาจักรจะมีกำลังที่ยากจะประเมินค่าได้ ดิฉันจึงเสนอให้ปรึกษาสำนักเหมันต์เพื่อเกณฑ์ปรมาจารย์ผู้กล้าเข้าร่วมกองทัพ จัดวางกำลังตามป้อมค่ายต่าง ๆ บางส่วนก็ให้มาประจำการที่พระราชวัง ขณะที่ดิฉัน…จะขอรีบไปช่วยฝ่าบาทด้วยตัวเอง”

    คำประกาศหนักแน่นนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง ความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงของปิ่นหทัยทำให้ทุกคนตระหนักว่า นี่คือแผนการที่สมเหตุสมผลที่สุดในยามนี้

    กู่หาวหยางมองน้องร่วมสาบานด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเดิม ความเย็นชาแปรเปลี่ยนไปเป็นการยอมรับ เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนหันไปมองผู้คนในห้อง “เมื่อไม่มีใครแสดงความคิดเห็นไปในแนวทางอื่น เช่นนั้นดิฉันจะรับอาสาเป็นผู้เจรจากับสำนักเหมันต์เอง ส่วนแต่ละป้อมค่าย ในห้วงเวลานี้ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวณเป็นพิเศษ”

    เธอวางฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างหนักแน่น “เลิกประชุม!” เสียงขานรับพร้อมเพรียงดังขึ้นในห้องประชุม เหล่าแม่ทัพนายกองต่างลุกขึ้นทำความเคารพ ก่อนแยกย้ายออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความขัดแย้ง บัดนี้กลับกลายเป็นความมุ่งมั่นที่สอดคล้องกันเพื่ออาณาจักรเหมันต์

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739