“เช่นนั้นหากผู้ใดจะว่ากล่าว ว่าเราเป็บุรุษตัดแขนเสื้อพี่ก็จะมิว่าอันใดแล้วใช่หรือไม่”
เ้าหยางหลงมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่เพราะไม่อยากทะเลาะกับนางอีกเขาจึงต้องพยักหน้าตกลง “อืม”
“ดียิ่งนัก เช่นนั้นพี่จะต้องไถ่โทษด้วยการยกบะหมี่มาให้ข้าหนึ่งถ้วยตกลงหรือไม่?”
“อืม” ทำหน้าเบื่อๆ
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” คนหน้าบากเดินนำทุกคนไปโรงครัว นางะโโลดเต้นไปตลอดทางอย่างไม่กลัวว่าผู้ใดจะมองเช่นไร
จนมาถึงโรงครัว ลูกศิษย์ทุกคนต่างยืนเข้าแถวกันอย่างเป็ระเบียบ สี่ลูกศิษย์เข้าใหม่ยืนต่อแถวเป็ลำดับที่ห้าสิบห้าแน่นอนว่ารอบข้างต่างซุบซิบกันอีกครั้งเื่ที่พวกเขาเป็บุรุษตัดแขนเสื้อ อาเฟิ่งหันมองคู่แฝดของตนด้านหลังที่เริ่มหน้าแดงก่ำเพราะความโมโห เ้าอี้หลิงและอาหว่างยังคงเป็ปกติ นางสงสารพี่ใหญ่ยิ่งนักดังนั้น...
“ท่านพี่หยางหลงข้าอยากรับบะหมี่หลายๆชาม พี่รู้หรือไม่ข้าอ่านเจอในตำราเล่มหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า หากชายใดกินบะหมี่บ่อยๆ ครั้งละหลายๆชามพอตกกลางคืนจะคึกคักแรงดีสามารถร่วมรักกันได้หลายๆรอบ อ่า..ข้ายังเป็เพียงเด็กน้อยพี่ต้องออมแรงให้ข้าด้วยเล่า” อาเฟิ่งทำท่าเอียงอาย เ้าหยางหลงอ้าปากค้าง เ้าอี้หลิงทำหน้าเฉยครุ่นคิด อาหว่างแอบหัวเราะ แต่รอบข้างพากันหวาดผวา ไม่รู้ว่ากลัวจะคึกคักหรือกลัวจะกลายเป็ชายตัดแขนก็มิรู้ได้....สุดท้ายแถวที่ยาวเหยียดเมื่อครู่กลับกลายเป็โรงอาหารว่างเปล่าภายในหนึ่งจิบชา
“อะไรกันน่ะพวกเ้าหายไปไหนกันหมดเล่า?....มาๆพวกเ้าสี่คนที่เหลือมาหาป้า” ป้าแม่ครัวร้องเรียกกลุ่มยางหลง “ใครไม่มาต่อแถวก็ไม่ได้กินเช่นนั้นพวกเ้าก็เอาบะหมี่หม้อนี้กลับไปที่ห้องพักเลย แบกไหวหรือไม่?” หม้อขนาดยี่สิบคนถูกส่งมาเป็หม้อบะหมี่กับน้ำซุปหม้อใหญ่เ้าหยางหลงหัวเราะออกมาสียงดังลั่น
“55555” เป็บุรุษตัดแขนเสื้อกับอาเฟิ่งก็ไม่ได้แย่ เขายกหม้อน้ำซุปร่วมกับเ้าอี้หลิงปล่อยให้อาเฟิ่งกับอาหว่างยกหม้อบะหมี่มาด้วยกัน ทั้งสี่คนพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทาง วันนี้มีบะหมี่ให้กินอย่างเหลือเฟือเลย
---++++--------
เช้าวันต่อมาในยามเฉิน(07.30)
กลุ่มของผู้ที่เข้ามาใหม่เมื่อวานประกอบไปด้วยเ้าอี้หลิง เ้าหยางหลง อาเฟิ่ง และอาหว่างพากันเดินเข้าไปในโรงอาหารท่ามกลางเสียงซุบซิบมากมาย พวกเขาพูดถึงเื่ของบะหมี่ว่าผู้ใดรับเกินสองชามจะมีความคึกคัก่ล่างมากเป็พิเศษ หลายคนลอบมองท่วงท่าการเดินของอาเฟิ่งเด็กหนุ่มผู้กล่าวถึงเื่บะหมี่เป็คนแรกพร้อมกับทำท่าเอียงอายใส่เ้าหยางหลงเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคาย ถึงแม้ว่าอาเฟิ่งจะเป็เด็กหนุ่มร่างเล็กใบหน้ามีรอยบากแต่โดยรวมนั้นมิได้ดูแย่ ท่าทางตุ้งติ้งเช่นนั้นผู้ใดย่อมดูออกว่าเขาคงจะเป็ต้วนซิ่วน้อย สายตาเหยดหยามส่งมาให้เป็ระยะๆ
“ข้ามิเห็นรู้ว่าก่อนว่าสำนักศึกษาที่มีเพียงบุรุษมาร่ำเรียนจะมีนิสัยชอบซุบซิบนินทาผู้อื่นเฉกเช่นสตรี” อาเฟิ่งรีบทำท่าทางลนลานหันซ้ายหันขวา “รึว่านี่คือสำนักกระบี่ของเหล่าต้วนซิ่วเช่นนั้นรึ!! พี่หยาง” อาเฟิ่งเกาะแขนหยางหลงตอกย้ำความเป็ชายรักชาย
“เหตุใดเ้าถึงได้กล่าววาจาเช่นนี้!!!” เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบห้าขวบปีทนคำกล่าวหานั้นไม่ไหว เดินเข้ามาต่อว่าเสียงดัง “ลูกศิษย์ในสำนักกระบี่ทุกคนหาใช่ต้วนซิ่วเช่นเ้า เ้าหน้าบากไร้ยางอาย”
“ข้าไร้ยางอายแล้วอย่างไร อย่างน้อยข้าก็มิเคยด่าว่าซุบซิบนินทาผู้อื่นเช่นนี้ ถึงข้าจะเป็ต้วนซิ่วข้าก็อยู่ของข้าดีๆมิได้ไปยืนหนักบนหัวของพวกท่านเหตุใดถึงยังซุบซิบนินทาดังเช่นสตรีไม่เลิก!!!” อาเฟิ่งทำเสียงเข้มเท้าสะเอวด่าทอกลางโรงอาหารในยามเช้า ‘นางกล้า!’ “ข้ามาร่ำเรียนวิชาหาได้มาเพื่อชวนผู้ใดทะเลาะด้วยหากพวกท่านรังเกียจข้าก็มิต้องมาพูดคุยสนทนา..ข้าหาได้ใส่ใจพวกท่านหาใช่บิดามารดาข้า”
“_”/”_”/”_” ไร้เสียงโต้เถียงกลับเพราะเป็จริงดังเช่นเด็กหนุ่มหน้าบากกล่าวว่า ‘ผู้ใดมิชอบเขาก็มิต้องสนทนาเื่ง่ายๆเท่านั้น’
หลังจากเื่วุ่นวายในโรงอาหารจบลงเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายต่างพากันแยกย้ายไปตามจุดที่เขียนชื่อรายการอาหารที่ตนเอง้าในเช้าวันนี้ (เหมือนร้านอาหารแบ่งเป็ล็อค) อาเฟิ่งเดินไปต่อแถวตรงช่องของข้าวหน้าเนื้อโดยมีอาหว่างเดินตามไม่ห่าง ลูกศิษย์ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็รุ่นพี่หันหลังมามองแล้วยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปไม่ว่ากล่าวอันใดจนถึงคิว
“สองห่อขอรับ” อาเฟิ่งส่งยิ้มให้ท่านป้าที่มอบบะหมี่ให้แก่เขาเมื่อวาน
“ตัวเท่านี้กินจุยิ่งนักระวังวันหน้าเ้าจะอ้วนเป็หมูกลิ้งลงเขายามสำเร็จวิชายุทธเล่า” ท่านป้าหัวเราะแต่ก็ส่งมาให้สองห่อ
“หากข้ากลายเป็หมูก็คงจะเป็เพราะอาหารของท่านป้าอร่อยน่ะสิขอรับ ข้าถึงได้ยั้งใจให้กินเพียงนิดเดียวมิได้”
“ปากหวานยิ่งนักเสียดายที่ข้ามีลูกสาวหาใช่ลูกชายให้เ้าเกี้ยว”
“5555” อาเฟิ่งหน้าดำทะมึนเดินออกไป ในใจย่อมครุ่นคิดว่าข้าจะเอาสตรีมาทำสิ่งใดเล่าท่านป้า
“สองห่อขอรับ” อาหว่างก็เช่นกัน เพราะการเรียนวิทยายุทธ์นั้นกล้ามเนื้อถือเป็สิ่งสำคัญองครักษ์ทุกคนมิมีผู้ใดรับอาหารเพียงแค่ชามเดียวไม่เว้นบุรุษหรือสตรี ทุกคนจะต้องกินให้อิ่มเพื่อจะได้มีแรงต่อสู้ มีแรงคิด มีแรงปกป้องเ้านายส่วนน้อยนักที่องครักษ์จะรูปร่างผอมโซ