เสียงของเจ้าหน้าที่สาวอาจจะไม่ดังมาก ทว่ามันก็ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณหน้าเคาเตอร์ลงทะเบียนต้องเบิกตากว้าง สายตาของทุกคนสั่นไหวเมื่อได้หันมองไปยังใบหน้าที่งดงามขึ้นอีกครา ประหนึ่งได้พบเจอปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องแบบนี้ยังไงดี
ขณะที่ดวงตาของบางคนก็ได้เลื่อนลงจากใบหน้าและจ้องมองมายังหน้าอกของเขา
ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าไม่มีแม้แต่ความโค้งนูนออกมา มันแบนราบไม่ต่างไปจากกระดานแผ่นนึง หมายความว่าประวัติรวมถึงคำยืนยันจากปากของเขานั้นคือเรื่องจริง
ทันย่าคนนี้เป็นผู้ชายจริงแท้แน่นอน
“ไอ้พวกบ้านี่.. ”
“ฉันเป็นผู้ชายแล้วมันผิดหรือไงวะ!”
ทันย่ากัดฟันแน่นและต้องอดทนต่อสายตาที่จ้องมองเข้ามา พร้อมกับในใจที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มเดือดพล่านขึ้นอย่างหนัก
[อะ..เอาน่า ลูกศิษย์ตัวน้อยของเรา!]
ในตอนนั้นดาวาลต้องรีบเข้ามาห้ามปรามการกระทำของเขา ใช้ฝ่ามือเล็กๆผลักดันร่างของชายหนุ่มให้ไปยังห้องโถงแห่งการทดสอบ ซึ่งเขาเองก็ส่งเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิด แววตาสีแดงดูแข็งกร้าวประหนึ่งเป็นเทพอสูรที่โหดร้าย
ทันย่าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องโถงทดสอบตามคำแนะนำ
เสียงของรองเท้าหนังกระทบพื้นดังก้องในโถงเงียบสงัด ร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทยาวสีดำดูลึกลับและน่าค้นหา ทุกย่างก้าวของทันย่าดูมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม แม้ว่าภายในจะแฝงความไม่พอใจเกี่ยวกับความเข้าใจผิดเรื่องเพศของตนเอง เขาอารมณ์ไม่ดีอย่างถึงที่สุดเลยเชียวละ
ทันทีที่เข้ามายังห้องโถงทดสอบขนาดใหญ่ เผยให้เห็นเวทีด้านบนและเครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคที่ใช้ในการวัดค่าพลังและทักษะของนักสู้พันธุกรรม รอบห้องเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่นับสิบคนที่กำลังเตรียมความพร้อมให้กับนักสู้ที่มาทดสอบ
“หึ? ไอ้พวกมนุษย์!”
ทันย่าส่งเสียงขุึ้นอย่างดูแคลน จากนั้นเขาก็ก้าวเดินไปยังเก้าอี้ตัวนึง เริ่มนั่งลงและกวาดตามองไปยังผู้คนที่นั่งอยู่ด้านหน้า
ภายในห้องแห่งนี้มีนักสู้พันธุกรรมที่เพิ่งปลุกพลังอยู่อีกมากมายนับร้อยคน พวกเขากำลังนั่งรอคอยคิวในการทดสอบของตนเอง
ใบหน้าของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป บางคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความกระตือรือร้น เหมือนกำลังรอคอยช่วงเวลาแบบนี้อยู่ตลอด บางคนสีหน้าก็เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ หัวใจเต้นระรัวประหนึ่งเกิดความกังวลขึ้นถึงขีดสุด
แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ก็ต่างรอคอยการทดสอบด้วยอารมณ์อันล้นหลาม
เพราะสิ่งนี้มันไม่ต่างไปจากการตัดสินชะตากรรมในชีวิตของตน ใครที่ทำคะแนนการทดสอบได้สูง พวกเขาก็จะถูกคาดหวังจากองค์กรชั้นนำของโลก ได้รับเลือกให้เป็นผู้มีพรสวรรค์แห่งยุค
ตอนนั้นการปรากฏตัวของทันย่าได้สร้างเสียงฮือฮาขึ้นอย่างมาก แต่พวกเขาก็สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตนได้ ทั้งหมดต่างหันสายตาไปยังบริเวณการทดสอบที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มองเห็นนักสู้พันธุกรรมคนแล้วคนเล่าขึ้นไปทดสอบ สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนไม่มากก็น้อย
“ต่อไปเป็นคุณฮัมหมัดค่ะ เชิญขึ้นมาบนเครื่องสแกนวัดค่าดัชนีพลังได้เลย!”
เจ้าหน้าที่หญิงในชุดกระโปรงตัดสั้นและเย้ายวนได้ส่งเสียงเรียกผู้เข้าร่วมคนต่อไป
“ถึงตาของข้าแล้วซินะ?”
ตอนนั้นชายหนุ่มคนนึงพอได้ยินชื่อของตนก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของตน เพียงแค่เขายืนขึ้นก็ทำให้บรรยากาศรอบบริเวณต้องหยุดนิ่งลง
รูปลักษณ์ภายนอกของเขาสูงใหญ่กว่า 190 เซนติเมตร ใบหน้าของเขาดุดันเหมือนกับยักษ์หิน แขนและขาใหญ่โตเป็นอย่างมาก และทั่วร่างเหมือนแตกร้าวประหนึ่งเป็นก้อนหินที่ทับซ้อนกัน ผิวหนังไม่ต่างไปจากสัตว์ประหลาดตนนึง ผิดกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั่วไปเป็นอย่างมาก
“หึ? เป็นอย่างที่ท่านพี่อินทรีได้พูดจริงๆด้วย ในบรรดานักสู้ก็มีพวกแปลกประหลาด!”
พอได้เห็นถึงยักษ์หินตนนี้ มุมปากของทันย่าก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างสดใส เขารู้แล้วว่าตนเองนั้นไม่ได้ผิดแปลกไปจากมนุษย์มากมายในโลก
ด้วยสิ่งนี้จะทำให้เขาไม่ถูกสงสัยอีกต่อไป เพียงแค่มีเขาทั้งสองข้างปรากฏออกมา มันคงเล็กน้อยเมื่อเอาไปเทียบกับพวกเขา
“เห้ย!! ทำไมร่างกายของเขาถึงเป็นแบบนั้นละ?”
ชายหนุ่มคนนึงถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว ทำให้หลายคนที่นั่งอยู่ด้านข้างต้องส่ายหัวให้กับความโง่เขลาของเขา
“นี่คุณปลุกพลังได้ยังไงกัน แค่ความรู้ระดับแรกเริ่มแกยังไม่รู้เลยซักนิด?”
หญิงสาวอีกคนนึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา จากนั้นเธอก็ได้อธิบายออกมาในทันที
“ในบางครั้งหลังจากที่คนธรรมดาได้กลายมาเป็นนักสู้พันธกรรม ยีนพันธุกรรมภายในร่างของเขาจะแปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล”
“ทว่ามีอีกกรณีนึงที่ปรากฏออกมาได้ยากมาก ในบรรดาหนึ่งหมื่นคนอาจจะมีซักคนที่แปรเปลี่ยนไปเช่นนี้ เมื่อตอนที่ปลุกพลังเป็นนักสู้พันธุกรรม เซลล์ภายในร่างของเขานั้นได้เกิดวิวัฒนาการขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน”
“เหมือนเช่นชายร่างใหญ่คนนี้ รูปลักษณ์ผิวหนังภายนอกเหมือนเป็นหินผาที่แข็งแกร่ง ฉันคิดว่าเขาจะต้องเลื่อนระดับไปไกลแล้วแน่ๆ”
“เพราะการกลายพันธุ์นั้นก็ไม่ต่างไปจากการถูกหวยร่างวัลที่หนึ่ง พวกเขาจะมีพรสวรรค์เหนือยิ่งกว่านักสู้พันธุกรรมเช่นพวกเราไปอย่างมาก”
คำพูดของหญิงสาวได้ทำให้ยักษ์หินต้องแสยะยิ้มออกมาอยู่เล็กน้อย ท่าทางดูเหมือนจะภาคภูมิใจในร่างกายของตนเป็นอย่างมาก
“ถูกต้องแล้ว! ยีนพันธุกรรมของข้าเกิดการกลายพันธ์ุขึ้นอย่างมหาศาล หมายความว่าข้าได้รับเลือกจากสวรรค์ยังไงละ”
“ผิดกับพวกแกที่เป็นเพียงแค่นักสู้พันธุกรรมธรรมดา และหลังจากนี้ความห่างชั้นของพวกเรามันก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!”
ฮัมหมัดไม่ได้ปกปิดอารมณ์ของตนเอาไว้เลยซักนิด เขาได้ขึ้นไปบนเวทีการทดสอบและตะโกนก้องออกมาอย่างเย้ยหยัน ประหนึ่งมองพวกผู้คนในห้องโถงทั้งหมดเป็นแค่มดปลวก ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก บ้างคนอยากจะกระโดดขึ้นไปซัดหน้ามันเลยก็มี
“พอก่อนค่ะคุณอาหมัด”
“เรามาเริ่มวัดค่าดัชนีพลังกันก่อนเลย”
เจ้าหน้าที่ทุกคนเหมือนจะเห็นสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ นักสู้พันธุกรรมหลายคนย่อมต้องมีศักดิ์ศรีและเกียรติเป็นของตนเอง อาหมัดคนนี้ก็เช่นเดียวกัน
เขาเห็นว่าตนเองเหนือยิ่งกว่าคนอื่นๆก็เริ่มแสดงความโอหังออกมา แต่สิ่งเหล่านี้จะโทษใครไม่ได้ ในเมื่อทุกสิ่งวัดกันที่พละกำลังทั้งสิ้น
“เข้าใจแล้วครับ!”
ชายร่างใหญ่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม
เขาได้ก้าวขึ้นสู่เครื่องสแกนที่มีรูปลักษณ์ค่อนข้างจะแปลกประหลาด
เครื่องวัดค่าดัชนีพลังเริ่มทำงานในทันที แสงสีฟ้าส่องวาบลงมาจากด้านบน ร่างหินขนาดใหญ่ของเขาถูกสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า
เจ้าหน้าที่เริ่มเตรียมจดบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นผลการตรวจสอบผ่านหน้าจอภาพโฮโลแกรมที่ลอยขึ้นกลางอากาศ
[ดัชนีพลังในค่ายีนพันธุกรรมอยู่ที่ 350% เกณฑ์ค่าเฉลี่ยคือนักสู้พันธุกรรมระดับ 3 ดาว]
“โอ้... ยีนส์พันธุกรรมของคุณสูงมากกว่าค่ามาตรฐานถึง 300%...”
“ค่าพลังงานในตัวคุณก็อยู่ในระดับเดียวกับนักสู้ระดับสูง นี่มันเกินกว่าที่คาดไว้มาก...”
เสียงกระซิบของเจ้าหน้าที่ดูจะตกตะลึงได้เริ่มเล็ดลอดออกมา หลายคนต่างหันมองไปยังชายที่มีร่างกายเป็นหินผู้นี้
ขณะเดียวกันเมื่อได้เห็นถึงคุณสมบัติที่แข็งแกร่ง หลายคนก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ยืนขึ้นจากเก้าอี้ของตนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“อะไรนะ?!! อาหมัดคนนี้เพิ่งกลายเป็นนักสู้พันธุกรรมไม่ใช่หรือไง? แต่มีค่าดัชนีพลังไปถึงระดับ 3 ดาวแล้ว?”
“หมายความว่ายังไง ทำไมเขาไม่ได้กลายมาเป็น 1 ดาว.. ไม่ใช่ซิ อาจเป็นเพราะยีนที่เกิดกลายพันธุ์ของเขา!”
“ถูกต้อง นี่คือความพิเศษของนักสู้พันธุกรรมที่ได้รับการกลายพันธุ์ ในอดีตข้าได้ยินมาว่ามีหลายคนได้ปลุกพลังไปเป็นนักสู้พันธุกรรมชั้นสูงได้โดยตรง ระดับ 4 ดาว ระดับ 5 ดาว มีแม้แต่ระดับ 6 ดาวเลยก็มี ก้าวกระโดดเหนือยิ่งกว่าคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนกันเลยซักนิด”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และมันก็เต็มไปด้วยความอิจฉาจากนักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์คนอื่นๆเป็นอย่างมาก
“เห็นไหมละ บอกแล้วว่าข้าน่ะแตกต่างไปจากพวกแกทั้งหมด!”
สิ่งนี้ยิ่งทำให้อาหมัดต้องเชิดหน้าขึ้น สีหน้าของเขาไม่อาจปิดบังอารมณ์เอาไว้ได้เลยซักนิด ประดุจเขากลายมาเป็นเทพเจ้ายังไงยังงั้น
...
บางครั้งก็ต้องมีคนแบบนี้ละนะ 55+