ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่นอกรั้ว ก็เดินตามผู้สูงอายุทั้งห้าเข้ามาในรั้วบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างใกล้ชิด ชายภูมิฐานแนะนำตัวเองอย่างสุภาพว่าเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และเรียกเราว่านายท่านทุกคำพร้อมกับถามพวกเราว่า เป็นทหารมาจากในวังกำลังรักษาอาการติดเหล้าของเหยียนเต๋อใช่หรือไม่
จิ้นฝานตอบว่าใช่และถามหัวหน้าหมู่บ้านว่ายกขบวนกันมามีปัญหาอะไรหรือเปล่า หัวหน้าหมู่บ้านตอบว่าพวกเขามาขอร้องให้เราช่วยรักษาชายหนุ่มในหมู่บ้านด้วย เพราะพวกเขาติดเหล้าแบบเดียวกับเหยียนเต๋อ ทำให้ผู้เป็นพ่อแม่ ภรรยาและลูกๆทุกคนล้วนมีแต่ความทุกข์ใจเหลือเกิน ที่เห็นลูกหลานและสามีติดเหล้า จึงรวมตัวกันมาขอร้องให้พวกเราช่วย
จิ้นฝานหันมามองหน้าฉันแกมขอร้องว่าให้ช่วยชาวบ้านด้วย ฉันจึงตอบไปว่าตอนนี้สามารถรักษาได้อีกแค่คนเดียวเท่านั้น เพราะหนอนชิงชังเหลืออยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่เดี๋ยวจะส่งคนไปจับหนอนชิงชังมาเพิ่ม ดังนั้นจึงให้จิ้นฝานจดรายชื่อคนที่จะรักษาว่ามีใครบ้าง พรุ่งนี้ฉันจะมาที่หมู่บ้านอีกครั้งพร้อมกับยา
เฟยเจินจึงเรียกนกเหยี่ยวให้ไปส่งข่าวถึง หลี่เฉียง งูเห่าดำที่ป่าไผ่เขียวให้ไปจับหนอนชิงชังและนำมาส่งให้ฉันที่วังหลวง จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็ให้คนไปพาลูกชายของสามีภรรยาคู่ที่เดินมาพร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้านมารักษาอาการติดเหล้าหฤหรรษ์
ฉันจึงเอ่ยขออาหารจากหัวหน้าหมู่บ้านมาให้เหยียนเต๋อกิน ก่อนจะทดสอบว่ายังอยากดื่มเหล้าอยู่มั้ย ซึ่งเหยียนเต๋อก็ส่ายหน้าว่าไม่อยากดื่มแล้ว ซ้ำยังเอามือปิดปากปิดจมูกบอกว่าเหม็นกลิ่นเหล้าอยากจะอาเจียรอีกรอบ จิ้นฝานจึงพูดว่าคนที่รักษาอาการติดเหล้าเมื่อหายแล้ว จะต้องตามเขากลับไปให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนเพื่อสืบหาตัวคนร้ายด้วย
จากนั้นพวกเราจึงขอตัวลากลับ ส่วนฉันกับพี่ชายทั้งสี่ก็ขอแยกตัวกับจิ้นฝานไปตลาด หาซื้อข้าวของที่ฟางหรูกับเหวินอี้ฝากซื้อ ซึ่งในขณะที่ฉันกับพี่ชายเดินเลือกซื้อของกันอยู่นั้น ได้เห็นนางกำนัลคนสนิทของพระชายากำลังเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง โดยมีชายคนหนึ่งเดินตามมาข้างหลัง แม้ทั้งสองจะไม่ได้เดินออกมาพร้อมกันแต่ก็เห็นสองคนหันมามองแล้วยิ้มให้กันสายตาหวานซึ้ง ก่อนที่คนทั้งคู่จะเดินแยกกันไปคนละทาง
จึงได้เข้าใจว่านางกำนัลคงแอบออกมาจากวังเพื่อมาพบกับคนรักที่โรงเตี๊ยมนี้ แม้ว่ากฏของวังจะห้ามนางกำนัลมีคนรักหรือสามี แต่ก็นั่นแหละนะเรื่องของหัวใจใครมันจะห้ามได้ ฉันจึงทำเป็นเฉยๆไม่รู้ไม่เห็นไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องเข้าไปแส่
วันรุ่งขึ้นพวกเรารวมทั้งจิ้นฝาน และทหารติดตามอีกสามคน ก็เดินทางกลับไปที่หมู่บ้านนั้นอีกครั้งเพื่อไปรักษาชายหนุ่มที่ติดเหล้า ทั้งยังมีชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้กัน รู้ข่าวว่ามีการรักษาคนติดเหล้าหฤหรรษ์ จึงพาคนในหมู่บ้านมีทั้งชายและหญิงมารับการรักษาด้วย อีกทั้งชาวบ้านยังช่วยกันแจ้งเบาะแสการค้าขายเหล้าเห็ดพิษนี้ให้ทางการติดตามจับกุมอีกด้วย
กระทั่งเวลาผ่านไปหลายวันคนที่ติดเหล้าหฤหรรษ์ก็ถูกรักษาจนหมด ส่วนจิ้นฝาน และองครักษ์เงาได้ทำการติดตามสืบคดีด้วยความรวดเร็วว่องไว ติดตามคนลักลอบขายเหล้าจนพบแหล่งต้มเหล้าพิษที่หลบซ่อนอยู่แถวชานเมือง ท่านอ๋องจึงสั่งทหารให้เข้าจับกุมทันที และสั่งทำลายไหเหล้าพิษที่ยึดมาได้ทั้งหมด เพื่อมิให้ใครนำเหล้าพิษนั้นไปดื่มอีก
โดยคนร้ายให้การสารภาพว่า พวกเขารับซื้อเห็ดหฤหรรษ์มาจากคนเก็บของป่าคนหนึ่งไม่รู้ที่มาแน่ชัดว่าเป็นใคร อีกทั้งเวลาซื้อขายเห็ดคนเก็บของป่าจะนัดพบซื้อขายสินค้าตามสถานที่ต่างๆไม่ซ้ำสถานที่ คดีนี้จึงสรุปได้ว่าสามารถจับตัวผู้ผลิตเหล้าพิษเห็ดหฤหรรษ์ได้ แต่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายที่ขายเห็ดหฤหรรษ์วัตถุดิบสำคัญ เพราะไหวตัวทันหลบหนีไปได้
ซึ่งในวันนี้ก่อนที่ฉันจะกลับป่าไผ่เขียวฉันไปที่จวนหมอหลวง เพื่อจะไปขอยาบำรุงตัวยาดีๆไปให้ฟางหรูไว้ต้มดื่มบำรุงกำลัง เพราะฟางหรูเป็นสตรีบอบบางคอยดูแลฉันกับพี่ชายคงจะเหนื่อยเอาการอยู่ ก็พบกับหมอหวังที่มาทำงานตามปกติแล้ว แต่เขากำลังจะสะพายกระเป๋าอุปกรณ์ตรวจโรคเดินออกจากจวน ฉันจึงถามหมอหวังว่ากำลังจะออกไปไหน
หมอหวังตอบว่ากำลังจะไปที่ตำหนักของฮองเฮา เพราะฮองเฮามีอาการเวียนหัว หมอหวังจึงชักชวนฉันให้ไปด้วยกัน แม้ฉันจะไม่ค่อยอยากไปสักเท่าไหร่ จึงบอกว่าฉันแค่จะมาขอยาบำรุงไปให้แม่ครัวของฉันที่ป่าไผ่เขียว แล้วจะกลับป่าไผ่เขียววันนี้เลย แต่หมอหวังบอกว่าให้ไปตำหนักฮองเฮาด้วยกันก่อน พอดีเขามีเรื่องจะคุยด้วย เราจะได้คุยกันในระหว่างทาง
หมอหวังบอกฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่าเขาเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมเยียนหมอเทวะ และได้พูดคุยฝากฝังฉันให้เป็นศิษย์ ซึ่งหมอเทวะตอบตกลงจะรับฉันเป็นศิษย์หญิงคนแรกและศิษย์หญิงคนเดียวเท่านั้น แต่หมอเทวะอยากให้ฉันรีบไปพบเขาโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำธุระต่างเมือง และกว่าจะกลับคงอีกหลายวัน ถ้าเป็นไปได้อยากให้ฉันไปพบเขาวันนี้หรือพรุ่งนี้เลย
ฉันจึงตอบหมอหวังว่าจะไปพบหมอเทวะหลังจากที่เขากลับจากทำธุระเสร็จก่อนจะดีกว่า เพราะถ้าไปวันนี้พรุ่งนี้ก็คงจะไม่ได้เรียนอยู่ดี เพราะยังไงหมอเทวะก็ต้องรีบไปทำธุระ จึงไม่อยากไปนั่งแกร่วที่นั่นเพราะไม่มีอะไรทำ หมอหวังยิ้มแล้วบอกว่าตามใจ แต่หลังจากตรวจอาการของฮองเฮาเสร็จ เขาจะเขียนจดหมายไปบอกหมอเทวะว่าไม่ต้องรอ เพราะฉันจะไปพบหมอเทวะภายหลัง
หมอหวังยังพูดอีกว่าอาหมิงเล่าเรื่องผักกาดขาวเน่า กับเรื่องเหล้าหฤหรรษ์ให้เขาฟังแล้ว พร้อมกับกล่าวขอบใจที่ฉันมาช่วยอาหมิงตอนที่เขาไม่อยู่ในวังหลวง ถ้าไม่ได้ฉันมาช่วยป่านนี้อาหมิงกับคนในจวนหมอหลวงคงวิ่งทำงานกันหัวปั่น ฉันยิ้มเขิลๆที่หมอหวังกล่าวชม
เราเดินคุยกันมาจนถึงตำหนักของฮองเฮา ก็เห็นฮองเฮากำลังนั่งรอหมอหวังอยู่ที่โต๊ะ เมื่อฮองเฮาเห็นฉันจึงเอ่ยทักถามตามมารยาทด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า วันนี้หมอหญิงมาด้วยหรือ ฉันตอบว่าพอดีเจอหมอหวังที่จวนจึงมาเป็นผู้ช่วยให้หมอหวัง ฮองเฮาก็ไม่ถามอะไรต่อ คงถามตามมารยาทจริงๆนั่นแหละ จากนั้นก็หันไปบอกอาการกับหมอหวังว่ารู้สึกเวียนหัวตั้งแต่เช้า ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยง่าย หมอหวังจึงเดินเข้าไปจับชีพจรให้ฮองเฮา
เพียงครู่เดียวหมอหวังก็ยิ้มหน้าบาน กล่าวแสดงความยินดีกับฮองเฮาว่ากำลังตั้งครรภ์ ฮองเฮาถึงกับต้องถามซ้ำว่าจริงเหรอ หมอหวังตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าตั้งครรภ์จริงๆ ฮองเฮาก็ยิ้มหน้าบานดีใจยิ่งกว่าหมอหวัง นางกำนัลคนสนิทก็ออกอาการดีใจนอกหน้ารีบกล่าวแสดงความยินดีด้วยอีกคน
จากนั้นฮองเฮาก็หันมายิ้มแย้มแบบลืมตัวพูดกับฉันว่า จะให้ขันธีนำของรางวัลไปให้ที่ตำหนักสระบัว ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มอีกก็ให้บอกมากับขันธี ฉันจึงกล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับฮองเฮา แม้ในใจจะรู้สึกชาวาบไปแปบหนึ่งที่ได้รู้ว่าฮองเฮาตั้งครรภ์กับฮ่องเต้แล้ว
ฮองเฮาจึงถามหมอหวังว่าตรวจดูได้มั้ยว่าเป็นโอรสหรือเปล่า หมอหวังก็ตอบว่ายังตรวจดูเพศไม่ได้ เพราะครรภ์ยังอ่อนเกินไปยังเป็นก้อนเลือดอยู่ แต่ต่อไปนี้ฮองเฮาต้องเดินเหินให้ระมัดระวัง อาหารการกินต้องดูแลใส่ใจให้มาก
จากนั้นหมอหวังกับฉันก็เดินออกจากตำหนักเพื่อให้ฮองเฮาได้พักผ่อน ฉันจึงถามหมอหวังว่าต้องไปตรวจพระชายาด้วยมั้ย หมอหวังตอบว่ายังไม่ต้องไปตรวจ ไว้รอให้พระชายาเรียกก่อนค่อยไป แต่ตอนนี้หมอหวังจะกลับจวนเพราะจะต้องไปจัดยาบำรุงครรภ์ให้ฮองเฮา ฉันจึงบอกว่าให้เขาจัดยาบำรุงกำลังให้ฉันด้วย เพราะจะนำไปต้มให้แม่ครัวที่บ้านดื่มบำรุงกำลังเช่นกัน
หมอหวังก็หัวเราะแล้วพูดว่าฉันเองก็เป็นหมอทำไมไม่จัดยาเอง ฉันยิ้มยอมรับไปตามตรงว่าฉันถนัดจัดยารักษาพิษ จึงอยากให้หมอหวังจัดยารักษาคนให้จะดีกว่า หมอหวังหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีและพูดย้ำว่า ฉันเหมาะสมแล้วจริงๆที่ต้องไปเรียนวิชาพิษกับหมอเทวะ แล้วเขาก็จัดยาบำรุงชั้นดีสิบห่อให้ฉันตามคำขอ
ฉันอยู่ที่จวนหมอหลวงคอยช่วยหมอหวังจัดยาและปรุงยาสักพักใหญ่จนเสร็จ จึงกล่าวลาหมอหวังเพื่อกลับตำหนักสระบัว และกำลังคิดว่าจะแวะไปหาฮ่องเต้ก่อนดีมั้ย เพื่อไปบอกฮ่องเต้ว่าเขากำลังจะมีบุตร แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าอย่าไปดีกว่า ป่านนี้ฮองเฮาคงให้คนไปบอกข่าวดีกับฮ่องเต้แล้ว
เฮ่อ! ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อสลัดความรู้สึกสับสนที่มีต่อฮ่องเต้ แล้วเดินมุ่งหน้ากลับตำหนักสระบัว ฉันเดินห่างออกมาจากจวนหมอหลวงได้ไม่ไกลนัก ก็ได้ยินเสียงเรียกของผู้หญิงที่ดังมาจากทางด้านหลังจึงหันกลับไปมอง ก็เห็นเป็นนางกำนัลคนสนิทของพระชายา แต่วันนี้นางมาแปลกเพราะท่าทางดูเรียบร้อยนอบน้อมผิดปกติ
ฉันจึงถามว่ามีอะไร นางกำนัลคนดังกล่าวก็พูดว่า พระชายามีอาการปวดท้อง นางจึงมาเชิญฉันให้ไปตรวจดูอาการของพระชายาที่ตำหนัก แต่ด้วยความที่ไม่กินเส้นกับพระชายามาก่อนหน้านี้จึงบอกปัดไปว่า
อันฉี : เอ่อ… ให้หมอหวังไปตรวจดีกว่านะ พอดีว่าข้ากำลังจะกลับป่าอัคคี
นางกำนัล : แต่พระชายาบอกให้ข้ามาตามหมอหญิงเจ้าค่ะ เพราะหมอหญิงเก่ง พระชายาไว้ใจหมอหญิงอยากให้ไปตรวจ รีบไปเถอะเจ้าค่ะ ตอนนี้พระชายาปวดท้องมากเลย!
อันฉี : อ่ะ! ก็ได้ ไปก็ไป!
นางกำนัลเร่งเร้าให้ฉันไปกับนาง แต่ฉันยังคงไม่ไว้ใจว่าพระชายาคิดอะไรกับฉันกันแน่ จู่ๆก็ให้คนมาพูดดีเชิญฉันให้ไปตรวจอาการ แต่ก็พยายามคิดในแง่บวกว่าพระชายาคงอยากมีบุตรกับท่านอ๋องจริงๆ จึงพยายามมาผูกมิตรกับฉันล่ะมั้ง
จึงเดินตามนางกำนัลที่สังเกตุเห็นว่ามีท่าทางแปลกๆ มองซ้ายมองขวาไม่รู้มองหาอะไรมาตลอดทาง พอเจอนางกำนัลคนอื่นเดินผ่านก็ทำเป็นก้มหน้าก้มตา หรือหันหน้าไปทางอื่นคล้ายๆพยายามหลบหน้าทำตัวแปลกพิกล จนเราเดินมาถึงตำหนักของพระชายา