“ มันเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่เนี่ย ”
ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจของคนจากตระกูลเหยา พวกเขาไล่ตามสิ่งที่คอยสังหารมอนสเตอร์ภายในพื้นที่ล่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมาพวกเขาพบเพียงแค่ศพมอนสเตอร์นอนตายเกลื่อน
ไม่ใช่เพียงแต่ตระกูลเหยาที่ส่งคนออกมาตรวจสอบ ตระกูลซูที่ขอร่วมทางเพื่อความปลอดภัยต่างก็แสดงสีหน้าหวาดวิตกไม่แพ้กัน ร่องรอยที่ถูกทิ้งเอาไว้ในพื้นที่สังหารมีเพียงรอยฟันที่เกิดขึ้นไม่กี่ครั้ง
โดยมอนสเตอร์ที่ถูกทิ้งเอาไว้ตามทางที่พวกเขาเข้าสำรวจมีเลเวลที่สูงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมเป็นช่วงเลเวลต่ำกว่า 70 พอเข้าสู่วันที่สองเลเวลมอนสเตอร์ก็เพิ่มขึ้นมาที่ 80 ซึ่งวันนี้มอนสเตอร์เลเวลสูงสุดที่มองเห็นคือ 100 พวกเขาจึงมั่นใจว่าสิ่งที่สังหารจะต้องแข็งแกร่งไม่แพ้กันเพราะมันสังหารเลเวล 100 ได้ในการโจมตีครั้งเดียว
ตามร่างกายมอนสเตอร์เลเวล 100 บางตัวมีรอยตัดเพียงหนึ่งรอย แต่บางตัวมีรอยตัดเกิดขึ้นสองรอย
รอยตัดที่สองไม่ใช่รอยที่สร้างเพื่อสังหาร มันเป็นรอยตัดที่ใช้สำหรับเก็บเกี่ยวมอนสเตอร์
บางตัวถูกตัดเนื้อ บางตัวถูกตัดอวัยวะ มองดูแล้วราวกับว่าคนที่ฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้รู้ว่าสิ่งที่เก็บเกี่ยวใช้ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งพวกเขาบางคนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าร่างกายมอนสเตอร์ส่วนที่ถูกตัดใช้ทำอะไร
พรึ่บพรึ่บพรึ่บพรึ่บ!
เสียงกระพือปีกของนกนับพันดังมาจาก 12 นาฬิกา หน่วยสำรวจของ 2 ตระกูลรีบหันมองดูว่าเกิดอะไรขึ้นในตำแหน่งนั้น
มอนสเตอร์ที่บินขึ้นฟ้าล้วนแล้วมีเลเวล 80 ถึง 90 กันทั้งสิ้น การที่พวกมันหนีหมายความว่าจะต้องมีเลเวล 100 ต่อสู้กันอย่างแน่นอน
“ ระยะทางไม่ไกลมาก มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราไล่ล่ามาตลอด 3 วันก็ได้ ”
“ ไปกันเถอะ ”
---------------------------------------------------------------
เฉินห่าวมองมอนสเตอร์ที่ลอบเข้ามาโจมตีด้วยการเอียงคอไปด้านขวาพร้อมกับก้าวเท้าขวาไปด้านข้างเล็กน้อย มันพยายามตามติดเขามาเป็นเวลา 10 ชั่วโมงแล้วหลังจากที่เขาสังหารลูกๆของมันไปยกครัว โดยที่แม่ของพวกมันไม่อยู่ภายในรัง
“ ในที่สุดแกก็ลงมือสักที ฉันขี้เกียจระวังหลังจนแย่อยู่แล้ว เข้ามาสิ แกอยากสังหารฉันมากไม่ใช่เหรอ ”
ไม่มีการคำรามแต่อย่างใด เสือตัวสีดำทำเพียงแยกเขี้ยวยิงฟันปลดปล่อยจิตสังหารกระแทกร่างของคนที่สังหารครอบครัวเท่านั้น อาวุธที่ดีของมันไม่ใช่การข่มขู่ด้วยเสียงให้เกิดความกลัว แต่เป็นการใช้ความเงียบและจิตสังหารกดดันศัตรูจนหวาดกลัว
ศัตรูตรงหน้ากลับไม่ได้แสดงท่าทางกลัวเลยสักนิดเดียว เขาทำเพียงยืนนิ่งๆกวักมือเรียกมันที่มีเลเวลสูงถึง 115 ให้เข้าไปสังหาร
เสือดำเห็นดังนั้นรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากจนดวงตาแดงฉานจากแสงที่ส่องออกมา พริบตานั้นเองดวงตาทั้ง 3 ของมันก็ปลดปล่อยลำแสงทำลายล้างเข้าหาศัตรูอีกครั้งหนึ่ง
การโจมตีนี้มันใช้ปลิดชีพมอนสเตอร์ที่ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของมันเป็นประจำ การโจมตีที่ควรจะสังหารศัตรูสวมใส่ชุดขาวกลับพลาดเป้าอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ร่างยืนนิ่งจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าประชิดร่างของมันด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง
เสือดำไม่คิดหนีมันพกความแค้นมาเต็มอก กรงเล็บจากเท้าหน้ากางออกเผยให้เห็นเล็บแหลมคมก่อนที่มันจะเปิดใช้งานไอพ่นบริเวณหลังเท้าเพื่อเพิ่มความเร็วในการข่วนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
ศัตรูของมันกลับใช้ดาบฟันไปที่กรงเล็บขาขวาตามด้วยการพลิกตัวเล็กน้อยหลบกรงเล็บจากขาซ้ายเข้ามาประชิดอกของมัน เสือดำเห็นดังนั้นจึงอ้าปากกว้างหวังจะกัดหัวให้หลุดหาย
แต่แล้วมันกลับพบว่ามือซ้ายของศัตรูสร้างดาบพลังงานขึ้นมาแทงใต้คางของมันจนทำให้ปากกัดไม่ได้ ก่อนที่มันจะถูกมือขวาที่ปล่อยออกมาจากดาบกระแทกเข้าใส่กลางหน้าอกจนร่างลอยละลิ่วปลิวออกไปไกล
ร่างของเสือที่ปลิวออกไปชนเข้ากับต้นไม้รูปร่างคล้ายเห็ดจนล้มระเนระนาด มันพยายามลุกขึ้นมาตั้งหลักให้เร็วเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีอีกครั้ง เพียงแต่ว่ามันกลับกระอักเลือดออกมากองใหญ่มากจนต้องก้มมองดูกองเลือดบนพื้นดิน
สายตาของเสือแสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่อ ฝ่ามือของมนุษย์ไม่มีกรงเล็บและอาวุธติดอยู่เลยแต่กลับทำให้อวัยวะภายในของมันป่นปี้จนไหลทะลักออกมาพร้อมเลือด
ถึงอย่างนั้นมันไม่ยอมแพ้ต่อให้จะต้องตายมันจะลากศัตรูตรงหน้าไปด้วยกัน
เฉินห่าวเปิดใช้งานสกิลมัสเซินเบิร์สต์ตั้งแต่ต้นเป็นเพราะว่ามอนสเตอร์ตรงหน้าแข็งแกร่งเกินไปที่เขาจะรับมือได้
3 วันที่ผ่านมาเขาไม่ได้เพียงแค่ล่าแต่ดูดซับผลึกมานาจากมอนสเตอร์ที่ล่าได้จนเลเวลอัพมาที่ 85 ถึงอย่างนั้นค่าสถานะโดยรวมของเขาไม่ต่างจากเลเวล 105 สกิลมัสเซิลเบิร์สต์จึงกลายเป็นเครื่องมือช่วยเหลือทำให้เขาปะทะกับเลเวล 115 ได้ตรงๆ
แต่ดูเหมือนว่าวรยุทธ์ที่ใช้ออกมาจะแข็งแกร่งเกินไปที่มอนสเตอร์ตรงหน้าจะรับได้ วรยุทธ์พันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อนที่เขาปลดปล่อยออกมาจำเป็นต้องใช้ม่านพลังในการป้องกัน
มันแข็งแกร่งกับมอนสเตอร์ตรงหน้าก็เพราะว่ามันไม่ได้คลุมทับร่างกายด้วยมานาเลย ส่งผลให้เขาสามารถส่งแรงกระแทกเข้าไปในร่างกายของมันได้มหาศาล
แม้จะโจมตีออกไปเพียงหนึ่งครั้งก็ตาม วรยุทธ์นี้คือพันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อน ทุกฝ่ามือที่ใช้ออกเป็นดั่งชื่อของมัน ต่อให้เขาจะกระแทกฝ่ามือไปเพียงแค่ครั้ง มานาที่โคจรไปรอบๆฝ่ามือจะกระแทกกันซ้ำๆจนราวกับว่าเขาตบมันไปนับพันฝ่ามือ
ถึงแม้เลเวลของเขาจะน้อยอยู่เมื่อเทียบกับโลกเซียน ฝ่ามือที่ใช้ออกได้เพียงแค่ร้อยกลับหนักหน่วงพอจะหยุดมอนสเตอร์ตรงหน้าได้แล้ว
เฉินห่าวก้าวเท้าหลบหลีกการโจมตีของเสือดำได้เรื่อยๆ ยิ่งมันเห็นศัตรูหลบการโจมตีได้มากเท่าไหร่ยิ่งเปิดใช้งานส่วนที่เป็นไซบอร์กจนทำให้มีไอพ่นพุ่งออกมาจากร่างเร่งความเร็วของมันให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เฉินห่าวกลับทำเพียงแค่จิ้มนิ้วไปยังจุดสีแดงที่มองเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของมัน แต่ละครั้งที่จิ้มนิ้วออกไปนั้นล้วนแล้วปลดปล่อยจิตแห่งดาบแทงเข้าร่างของศัตรู
ทันใดนั้นเสือดำที่รู้ว่ามันจะต้องพ่ายแพ้ให้กับศัตรูก็ได้รวบรวมมานาทั้งหมดไปไว้ที่ดวงตาทั้งสามหวังจะเปลี่ยนรูปแบบการยิงลำแสงเป็นการระเบิดวงกว้างเพื่อทำลายล้างทุกอย่างในรัศมี 100 เมตรแทน
เพียงแต่ว่าดวงตาสีแดงทั้งสามที่กำลังเปล่งประกายกลับถูกแทงด้วยดาบเล็กๆขนาดเท่านิ้วชี้สามเล่มก่อนที่มันจะถูกฟันกลางหน้าอกจนเปิดออกเผยให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นตุบตับ พริบตาที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเหยียบบริเวณหน้าอกจากการถูกฟัน มนุษย์ตัวเล็กๆก็ได้ล้วงมือผ่านบาดแผลเข้าไปกระชากหัวใจของมันออกมาจนเสือดำทำได้เพียงยืงอึ้งมองศัตรูด้วยความแค้นเพราะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับอีกฝ่ายได้เลย
“ ของดีเลยนี่ ”
คำพูดสุดท้ายที่มันได้ยินยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่มันทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนตายตรงหน้าชายที่พรากทุกอย่างไปจากมัน
เฉินห่าวมองดูหัวใจภายในมือรู้สึกพอใจไม่น้อยเพราะสิ่งนี้สามารถต้มเป็นยาบำรุงกำลัง แต่เขาจะไม่ทำอย่างนั้นเพราะการนำไปประกอบอาหารจะทำให้เขาได้แหล่งโปรตีนในการพัฒนาร่างกายที่ดีกว่า
“ มีกระดูกธาตุด้วยแฮะ ”
เฉินห่าวตัดเนื้อติดไปด้วยเพื่อประกอบอาหารสร้างเป็นโปรตีนเสริม จากนั้นก็เก็บผลึกมานาจากมอนสเตอร์เลเวล 115 ที่กลายเป็นมอนสเตอร์เลเวลสูงสุดที่เขาฆ่าในพื้นที่แห่งนี้
แม้จะไม่มีทักษะหรือสกิลดรอปออกมาเฉินห่าวกลับไม่ใส่ใจเพราะสิ่งที่เขาจะทำต่อจากนี้ไปให้ประโยชน์ที่พอๆกันกับได้รับสกิลจากมัน
พรสวรรค์ถูกเปิดใช้งาน การที่เขาสามารถบรรจุพลังของมอนสเตอร์เข้าไปในกระดูกเฉินห่าวจึงไม่คิดปล่อยมอนสเตอร์สายความเร็วตรงหน้าไป มันจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้เขาวิ่งในที่แห่งนี้ได้เร็วขึ้นและเงียบเชียบมากยิ่งขึ้น
ทันทีที่เขาวางมือลงไปบนร่างของเสือดำ พลังงานกลุ่มหนึ่งได้ลอยออกมาจากร่างของมันก่อนจะถูกเขายัดลงไปที่กระดูกเซียนส่วนขา
เมื่อไอพลังงานแผ่กระจายปกคลุมกระดูกส่วนขาทั้งหมดเฉินห่าวจึงเปิดใช้งานพลังของเสือดำผ่านส่วนขาพบว่ามีไอพลังงานสีดำลอยออกมาจางๆก่อนที่เขาจะพบว่าร่างเบาสบายราวกับเขามีน้ำหนักไม่ต่างจากขนนก ต่อให้เขาจะลองทิ้งน้ำหนักไปที่เท้า เฉินห่าวกลับได้ยินเสียงกระทืบที่เบาไม่ต่างจากเขากำลังย่อง
“ ได้ของดีมาแล้วสิ ”
แม้จะไม่สามารถปลดปล่อยไอพ่นออกมาจากเท้า พลังของเสือดำที่ดูดซับเข้ามาทำให้เขาใช้สกิลของมันผ่านเท้าได้เช่นเดิม ไอพ่นที่เห็นบนร่างมอนสเตอร์ถูกเปลี่ยนเป็นผลของสกิลทำให้เขาพุ่งเป็นเส้นตรงได้เร็วขึ้น ทันใดนั้นเองเฉินห่าวสัมผัสได้ว่ากลุ่มคนที่พยายามไล่ตามเขาใกล้จะมาถึงแล้ว เขาจึงเก็บศพมอนสเตอร์เลเวล 115 เอาไว้แล้วรีบจากไป
“ เสียงมาจากตรงนี้ ”
“ ตรงนั้นน่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น ”
หน่วยสำรวจจากตระกูลเหยาและตระกูลซูใช้กล้องมองจากระยะไกลเพราะกลัวว่าการเข้าไปใกล้ในตอนนี้อาจจะตกเป็นเป้าพวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังไล่ตามคืออะไร
ร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้ในครั้งนี้แตกต่างออกไป พวกเขาไม่เห็นศพมอนสเตอร์ เห็นเพียงรอยการเผาไหม้ที่น่าจะเกิดจากการปลดปล่อยลำแสงออกมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมอนสเตอร์เพียงเท่านั้น
ร่องรอยไม่ได้มีมากนักราวกับว่าสิ่งที่ต่อสู้หลบหนีออกไปจากที่นี่แล้ว พวกเขาไม่คิดตามต่อเพราะกลัวว่าจะตกที่นั่งอันตรายจึงคอยสอดส่องรอบข้างแทน จนกว่าจะได้ยินเสียงปะทะกันอีกครั้งหนึ่ง
---------------------------------------------------------------
“ ในที่สุดก็ออกมาได้สักที ”
น้ำเสียงที่ส่งออกมาจากชายสวมชุดสีม่วงเรียกความสนใจของคนที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ทางออกให้หันหน้ามอง เมื่อเขาเห็นว่าคนที่ออกมาคือหนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลจึงรีบเข้าไปรวมกลุ่ม แม้จะมีเพียง 10 คนที่ออกมาจากซากโบราณสถานหมายเลข 1 อีกไม่นานจะมีคนจากตระกูลซูอีกจำนวนมากไล่ตามมา
แต่แล้วคนจากตระกูลเหยาก็โผล่ออกมาจากซากโบราณสถานหลังจากที่พวกเขาทั้งสองตระกูลไล่ตามกันมาติดๆจากแผนที่ที่ส่งคนมาสำรวจซากโบราณสถานหมายเลข 1 เอาไว้ก่อนหน้านี้
“ ทำไมเหลือเพียงแค่ 3 ”
ผู้อาวุโสตระกูลเหยาสอบถามในทันที เขาจำได้ว่าส่งคนมาเฝ้าจับตาดูพื้นที่ล่าแห่งนี้ 5 คนแต่กลับเหลือเพียงแค่ 3 เท่านั้น เมื่อมองไปยังตระกูลซูที่ทำสัญญาร่วมมือกันชั่วคราวอีกฝ่ายเหลือหน่วยสำรวจเพียงแค่ 3 เช่นกัน
กลุ่มคนที่รอผู้อาวุโสอยู่นานรีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาทันทีจนรู้ว่ามีบางสิ่งล่าอยู่ที่นี่และยังไม่เห็นตัวของมัน
รายงานนี้สร้างความกังวลให้พวกเขาไม่น้อยเพราะการไม่รู้ว่าสิ่งที่ล่าคืออะไรสร้างความกดดันให้การล่ามากยิ่งขึ้นไปอีก
“ มีใครเข้ามาก่อนหน้านี้ไหม ” ผู้อาวุโสตระกูลซูถามหน่วยสำรวจของตนเอง
“ เมื่อ 3 วันก่อนมีเจ้าหน้าที่จากทางการเข้ามาก่อนหน้านี้ 3 คนครับ ”
“ ไม่มีใครเข้ามาอีกใช่ไหม ”
หน่วยสำรวจตระกูลซูพยักหน้า ยังไม่มีใครผ่านซากโบราณสถานหมายเลข 1 เข้ามาอีก เมื่อเห็นว่าพวกเขาจำเป็นต้องรอสมาชิกที่เหลือข้างหน้า ผู้นำตระกูลซูจึงบอกให้ทุกคนพักเอาแรง ตลอด 8 วันพวกเขาวิ่งไม่คิดหยุดจนกล้ามเนื้อขาเหนื่อยล้า