ตอนที่ 118:ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝน
ร่มทั้งสี่คันนั้นหลิวจือเซียและหวังจู่หนานไม่ได้ซื่อบื้อถึงขั้นกางร่มทุกคัน
พวกเขาโยนร่มให้ตากล้องที่กำลังเช็ดน้ำฝนและยังคงยืนกรานที่จะถ่ายวีดีโอต่อ
หลังจากที่หลิวจือเซียและหวังจู่หนานต่างกางร่มของตัวเองม่านร่มขนาดใหญ่แยกหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีหวังจู่หนานและหลี่ย่าหลันออกภายใต้ร่ม
เนื่องจากพื้นที่ของร่มที่มีจำกัด ทั้งสองคนต่างนั่งต้องแนบชิดถึงจะหลบเม็ดฝนภายนอกได้
หลี่เมิ้งอีเพลิดเพลินกับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนจึงสามารถแนบชิดกันอย่างโจ่งแจ้งได้
ขณะที่ล่องเรืออยู่นั้น หวังจู่หนานรู้สึกว่าเงียบเกินไปเลยอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“นี่ จือเซีย นับตั้งแต่คุณเดบิวต์มาทุกครั้งที่ปรากฎตัวต่อหน้าผู้ชมก็จะมีบทเพลงใหม่มาด้วยสถานการณ์แบบนี้ทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจบ้างไหม ? ”
“เกิดแรงบันดาลใจ ? ” หลิวจือเซียส่ายหน้า “จู่หนานคุณประเมินผมสูงไปแล้ว ! เกิดแรงบันดาลใจไม่ใช่ปัญหาแต่จะสร้างสรรค์สักบทเพลงค่อนข้างลำบาก”
“จริงด้วยค่ะ ! ” หลี่เมิ้งอีสนับสนุน“ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเครื่องดนตรี แค่ร้องเพลงอย่างอะแคปเปลลาสำหรับนักร้องมืออาชีพยังยากเลยค่ะ! ฉันว่าเอาอย่างนี้ไหมค่ะ พวกเรามาต่อเพลงกัน ดีไหมคะ ? ”
“จู่หนาน ! ” หลี่ย่าหลันถลึงตาใส่หวังจู่หนานและกระซิบ“ตอนนี้พวกเรายังอัดรายการอยู่ คุณทำให้จือเซียลำบากใจได้ยังไง ? ”
หวังจู่หนานตอนนี้รู้ตัวแล้วจึงรีบเอ่ยขอโทษ “จือเซียขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ... พวกเราทำตามที่เมิ้งอีบอก มาต่อเพลงกันไหม ? ”
หลี่ย่าหลันใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็กวิธีคิดบางอย่างไม่อาจแก้ไขกลับมาได้
ในความคิดของเธอ คำพูดของเธอเมื่อครู่ไม่มีปัญหาอะไรเนื่องจากต่างประเทศจะพูดกันตรง ๆ
แต่ในความคิดของหลิวจือเซีย เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังบอกว่ามันล้วนเป็นข่าวลือและคำเยินยอ ตอนนี้คุณขอให้เขาแต่งเพลงเขาไม่อาจแต่งมันออกมาได้หรอก !
โดนผู้หญิงดูถูกแล้ว !
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เมิ้งอีแต่กลับโดนผู้หญิงคนอื่นดูถูก
หลิวจือเซียเกิดอารมณ์ในใจ ไม่ใช่ความโกรธแต่เป็นจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่อยากให้หลี่เมิ้งอีเห็นเขาโดนรังแก
ดังนั้น หลิวจือเซียจึงโบกมือแล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องครับเกิดแรงบันดาลใจสร้างสรรค์หนึ่งบทเพลงนั้นค่อนข้างยาก แต่สำหรับผมแล้วไม่มีปัญหา !”
“จือเซีย คุณ...” หลี่เมิ้งอีหันหน้ามามองหลี่เจอเซียตัวเธอช่วยเขาแก้ไขสถานการณ์แล้ว แต่กลับถูกเขาทำเสียเรื่องแล้ว ได้ นายเก่งนายเอาเลย !
ตากล้องที่รับผิดชอบถ่ายวีดีโอบนเรือในใจก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา นักร้องยอดนิยมกำลังจะแต่งเพลงสด ๆ ตรงหน้าโอกาสแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะได้เจอ !
หลิวจือเซียไม่รู้ว่าทุกคนบนเรือกำลังคิดอะไรอยู่ยิ่งไม่รู้ว่าหลี่เมิ้งอีโกรธอีกแล้วในสมองของเขาตอนนี้มีบทเพลงที่เกี่ยวกับฝนไหลเข้ามามากมาย บทเพลงค้นหาตัวเองฝนหนาว โหยหาความรักท่ามกลางลมพายุฝน...
ทันใดนั้นเพลงจากละครโทรทัศน์ในโลกก่อนก็ผ่านเข้ามาในสมองของหลิวจือเซีย !
เขายิ้มเบา ๆ และควักโทรศัพท์ออกมา สวมหูฟังที่คุ้นเคยและเริ่มแต่งเพลง
หวังจู่หนานและหลี่ย่าหลันมองหลิวจือเซียกำลังทำงานอยู่ในใจเริ่มเต็มไปด้วยการรอคอยถึงอย่างไรก็ไม่เคยเห็นหลิวจือเซียไลฟ์สดในแพนด้ามิวสิคพวกเธอไม่เชื่อว่าหลิวจือเซียจะมีความสามารถในการแต่งเพลงที่สุดยอดขนาดนั้น
หลี่เมิ้งอีล่ะ ? ความโกรธในตอนแรกผ่านไปแล้วยิ่งเป็นกังวลมากกว่า กลัวว่าหลิวจือเซียจะทำตามที่รับปากไม่ได้
เมื่อเห็นหลิวจือเซียเริ่มหมกมุ่นแล้วหลี่เมิ้งอีก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา
ผ่านไปประมาณ 10 นาที หลิวจือเซียก็กดเปิดแอปตัดแต่งเพลงในโทรศัพท์มือถือขณะเดียวกันก็เปิดระดับเสียงดังสุด
ตากล้องตั้งสมาธิ ไม่สนใจร่มที่โค้งงออยู่บนศีรษะเขาแพนกล้องไปที่หลิวจือเซียและนิ่งค้างอยู่แบบนั้น
ทันใดนั้นเสียงเพลงก็ดังขึ้นมีเสียงขลุ่ยอ่อนโยนและไพเราะเข้ากับเสียงหยดน้ำฝน ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงดนตรีที่สวยงามหลิวจือเซียกดดัดเสียงตัวเองให้เป็นเสียงผู้หญิงและร้องออกมา
“ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนนั้น …”
ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝน เป็นเพลงประกอบละครที่มีชื่อเดียวกัน
หลิวจือเซียยังไม่ลืม ตอนนั้นละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมมากเขาเคยยอมจ่ายเงินเดือนครึ่งเดือนเพื่อไปซื้อดีวีดีต้นฉบับของละครทั้งชุดโดยเฉพาะ
หลิวจือเซียหวนคิดถึงอดีตที่แตกต่าง เนื้อเพลงของเพลงนี้ง่ายมากทันทีที่เขาร้องก็ดึงดูดความสนใจของพวกหวังจู่หนานแล้ว
อีกอย่างเนื้อเพลงของบทเพลงนี้เหมาะกับบรรยากาศท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บ หมอกค่อย ๆลอยเหนือทะเลสาบซีหู ศาลาในระยะไกลยังล้อมรอบด้วยเมฆและหมอก มองเห็นเลือนลาง
“ฉันยังจำได้ว่ามันเคยมีเธอกับฉันในจุดเริ่มต้น
รถเหมือนกับน้ำกำลังไหล ม้าก็เหมือนกับมังกร
แม้ว่าลมจะแรงขึ้นมาจากพื้นดินเท่าใด
มันก็สวยงามเสมือนดาบหยก เสมือนสายรุ้ง...”
อีก 3 คนบนเรือ... ไม่สิ นับรวมตากล้องและคนพายเรือควรมีอีก 5คน ต่างถูกประโยค รถเหมือนกับน้ำกำลังไหล ม้าก็เหมือนกับมังกรมันก็สวยงามเสมือนดาบหยก เสมือนสายรุ้ง ของหลิวจือเซียทำให้มึนงง
แม้ว่าคนบนเรือ 5 คน ไม่เข้าใจความหมายของเนื้อเพลงสองท่อนนี้แต่ก็ไม่อาจขัดขวางพวกเขาให้นึกถึงภาพความรักที่ปรากฎในบทเพลงของหลิวจือเซียจนขนลุกด้วยความตื่นเต้น
“ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนนั้น
โลกทั้งหมดอยู่ในสายตาคุณเท่านั้น
ยังไม่สายไปที่จะเจอหน้ากัน ทำไมจะต้องรีบร้อน
ภูเขาและแม่น้ำล้วนหนักหลายหมื่นโล
บทเพลงขับขานน้ำตาพันสาย
ความรักยังคงลอยตัวอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าไม่มีที่สิ้นสุด...”
บทเพลงนี้ จากทำนองเรียบง่ายพลันทะลักออกมาน้ำเสียงว่างเปล่าของหลิวจือเซียพลันสูงขึ้น
แม้ว่าจะไม่มีการพูดถึงคำว่ารักแม้แต่น้อยในเนื้อเพลง แต่ความรักที่มองไม่เห็นนั้นแยกจากกันไม่ได้กลับทําให้คนทั้ง 5 คนบนเรือรู้สึกอัดอั้น อยากจะร้องไห้ออกมา
เบื้องหน้าพวกเขาราวกับมีสาวน้อยคนหนึ่งกำลังรอคอยอย่างโง่เขลาอยู่ข้างทาง ในสายตาของเธอเขาก็คือโลกทั้งใบของเธอ ไม่ว่าจะอยู่ไกลจากแม่น้ำและภูเขานับพันหรือภูเขาดาบทะเลไฟสาวน้อยก็จะรอต่อไป เพราะเธอเชื่อมั่นในเขา เชื่อมั่นในความรักของพวกเธอ !
“ตกหลุมรักทั้งสายฝนและสายหมอก
ทั้งยังท้องฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุด
มองไปข้างหน้ายังอาคารสูง
รอคอยฤดูใบไม้ผล ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
ฉันคิดว่าฉันรอวันนั้นไม่ไหวแล้ว
กุ้ยหงอยู่ที่ใด ! ”
หลิวจือเซียร้องอย่างใส่อารมณ์ ไม่รู้ว่าเขาให้อารมณ์กับเพลงนี้หรือว่าบทเพลงนี้ให้อารมณ์กับเขากันแน่ถึงอย่างไรเขาก็ได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในเพลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ความคิดของหลิวจือเซียบินลอยกลับไปโลกก่อน บินไปบนโลกลอยเข้าไปในความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนของฉงอาหยี !
ในตอนนั้นบทเพลงความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ตัวละครอีผิง ซูหวนหรูผิง แต่ละตัวที่อยู่ใต้ปากกาของฉงอาหยีต่างมีเลือดมีเนื้อพวกเขามีความรักที่ยิ่งใหญ่
เดิมทีหลิวจือเซียไม่เข้าใจความรักแบบนี้ตั้งแต่ที่มาถึงโลกแห่งนี้ หลังจากที่ได้พบกับหลี่เมิ้งอีในที่สุดก็เข้าใจในที่สุดที่แท้แล้วบทเพลงความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนน่าประทับใจที่สุด ไม่ใช่อย่างอื่นในโลกกว้างใหญ่ ในชีวิตที่ยาวนาน เขาดีใจที่ได้เจอเธอ !
“ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝนนั้น
มีกี่อาคารกันในสายหมอกและสายฝน
ฉันยังจำได้ว่ามันเคยมีเธอกับฉันในจุดเริ่มต้น
รถเหมือนน้ำกำลังไหล ม้าก็เหมือนมังกร..”
เนื้อเพลงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
เมื่อเนื้อเพลงเดียวกับเพลงท่อนฮุกดึงขึ้นอีกครั้งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยาหวังจู่หนานหรือว่าหลี่เมิ้งอีต่างฮัมเพลงของหลิวจือเซียอย่างไม่รู้ตัว
เสียงของหลิวจือเซียยังคงทำให้คนฟังหวั่นไหวไม่มีการตะโกนเสียงแหบแห้ง และไม่ได้แสร้งคำรามอย่างลึกซึ้ง เขาแค่ค่อย ๆเล่าเรื่องราวความรักที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
“...ฉันคิดว่าฉันคงจะรอวันนั้นไม่ไหวแล้ว
กุ้ยหงอยู่ที่ใด”
ในที่สุดความรักที่เฝ้าหวังก็กลายเป็นชั่วนิรันดร์เธอรอเขาไม่ไหว แต่รักนี้ก็ยังไม่ได้สิ้นสุดลงไป
บทเพลงจบลง หลี่ย่าหลันและคนอื่นยังคงเคลิบเคลิ้มยังคงพึมพำทำนองเพลง
“เพราะมาก เพราะมากจริง ๆ ! ”
ผ่านไปสักพักใหญ่ หวังจู่หนานก็ได้สติกลับมาแล้ว เขาปรบมือ สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
“จือเซีย ผมต้องขอโทษคุณด้วย !ตอนแรกผมยังสงสัยในความสามารถของคุณ ตอนนี้ผมต้องขออภัยจริง ๆ ! บอกตามตรงบทเพลงนี้คุณแต่งได้ดีมาก ถ้าผมไม่เจอด้วยตัวเองผมคงคิดว่านี่เป็นเพลงที่คุณแต่งมานานแล้ว ! ”
หลิวจือเซียยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น หลิวจือเซียแต่งเพลงนี้เสียที่ไหนสิ่งที่เขาทำทั้งหมดคือนำบทเพลงในสมองย้ายมันออกมาเท่านั้น
“จือเซียก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าคุณมีบริษัทช่วยแต่งเพลงอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังหลอนด้วยใจริษยา” หลี่ย่าหลันปรบมือเช่นกัน “บทเพลงนี้เพราะจริง ๆ ”
“เพลงนี้ ฟังแล้วเหมือนบทกวีโบราณ มันไม่ใช่บทกวีของคุณเองหรือ? ” หลี่เมิ้งอีเงยหน้ามองหลิวจือเซียด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
สีหน้าภาคภูมิใจอย่างแปลก ๆ เหมือนกับกำลังโอ้อวดบางอย่าง
“ใช่ครับ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้า “แต่ไม่ใช่ผมเขียนกวีนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของเซียเยว่ผมแค่เลือกมันออกมาเรียบเรียงเข้าด้วยกันก็เท่านั้น”
“เซียเยว่ ? ” หวังจู่หนานพยักหน้า “มิน่าล่ะ !แต่ถ้าไม่มีบทประพันธ์และเนื้อเพลงของคุณ แม้แต่บทกวีที่ดีที่สุดก็ไม่สามารถสร้างเพลงที่สวยงามได้! ”
“ขอบคุณครับ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้าอย่างถ่อมตัว“ผมก็แค่ปล่อยไปตามความรู้สึก ฝนตกแบบนี้ดึงแรงบันดาลใจของผมออกมาได้ดีจริง ๆ ”
“พระเจ้า แค่มีความรู้สึกก็สามารถแต่งบทเพลงแบบนี้ออกมาได้หากมีใจในการแต่งเพลง เพลงนั้นไม่กลายเป็นตำนานเลยหรือ ? ”
หวังจู่หนานหัวเราะอย่างซุกซน“คราวนี้ถือว่าผมได้เปิดหูเปิดตาแล้ว รอให้วันนี้อัดรายการเสร็จผมจะต้องเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผมฟังสักหน่อยแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อนของคุณต้องคิดว่าคุณกำลังโม้แน่นอน ! ”หลิวจือเซียหัวเราะ “ตามความเห็นของผม คุณอาจจะบอกว่าคราวนี้คุณได้พบกับราชาแห่งการแต่งเพลง! ”
“พรวด ! ”
หลี่ย่าหลันและหลี่เมิ้งอีต่างหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“เหอะ ๆๆ...” หวังจู่หนานหัวเราะออกมาอย่างเป็นเอกลักษณ์“จือเซีย คุณเลิกล้อผมได้แล้ว ! หากคุณกำลังแต่งเพลงเล่น ๆ โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลงพวกนั้นไม่โกรธจนตายเลยหรือ? ”
หลิวจือเซียแค่ยักไหล่ ไม่พูดอะไรออกมา
“จริงด้วย บทเพลงนี้ชื่อเพลงอะไรหรือ ? ”หลี่เมิ้งอีเอ่ยถามทันใด
หลิวจือเซียตอบว่า “ความโรแมนติกท่ามกลางสายฝน ! ”