เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    ภาค 2 บทที่ 14 : แก่นแท้ของเคล็ดวิชากระบี่เทพลึกลับ

    บทที่ 14 วิชากายาศักดิ์สิทธินั้นเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หยางหลงนั้นได้รับมาจากความทรงจำของบุรุษปริศนาผู้นั้น วิชานี้เป็นเคล็ดวิชาที่สืบทอดต่อกันมานานตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ลมปราณนั้นจะโคจรไปตามเส้นเลือดทั่วร่างกายเพื่อรวบรวมพลังป้องกันการโจมตีของที่จะมาสัมผัสกับร่างกายของตนเอง ผู้ฝึกฝนวิชาจะต้องเดินลมปราณไปทั้งจุดชีพจรและเส้นเลือดภายในร่างกาย โดยปกติแล้วผู้ฝึกจุดนั้นจะโคจรพลังลมปราณของตนไปที่จุดชีพจรต่างๆของร่างกายแทนที่จะเป็นเส้นเลือดที่มีอยู่มากมายจนอาจจะทำให้ลมปราณนั้นไม่สามารถเรียกเร้นพลังที่แท้จริงออกมาได้ เมื่อผู้ฝึกฝนสามารถโคจรลมปราณภายในร่างให้วิ่งตามจุดชีพจรและเส้นเลือดได้ทั้งหมดมันจะทำให้พูดทางร่างกายนั้นห่อหุ้มไปด้วยลมปราณ ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นตามลมปราณที่ตนเองฝึกฝน บุรุษชุดขาวที่ถอยหลังห่างออกจากร่างขององค์ชายหลี่หวนหลิงผู้เป็นน้องชายต่างมารดา มุมปากของหยางหลงนั้นมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาแสดงถึงอาการบาดเจ็บ มิมีผู้ใดคิดจะสมน้ำหน้าหยางหลงพวกเขานั้นควรจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่เห็นบุรุษผู้นี้บาดเจ็บเพียงเท่านี้ โดยปกติแล้วระดับพลังฝีมือขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี่นั้นเป็นที่รับรู้กันดีว่าลึกล้ำ ถ้าผู้ใดโดยสักฝ่ามือก็คงจะบาดเจ็บสาหัส ผิดจากหยางหลงเขานั้นยังสามารถยืนหยัดได้แม้จะโดนฝ่ามือของอีกฝ่ายนั้นซัดเข้ากลางหน้าอกอย่างเต็มๆ ท่ามกลางสายตาแห่งความประหลาดใจของเหล่าแขกผู้มาร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่กำลังมองตรงไปที่บุรุษทั้งสองคนที่กำลังปะทะกันอยู่ หยางหลงที่นำมือข้างขวาของตนเองขึ้นมาจับที่หน้าอกอยู่สักพักหลังจากโดนฝ่ามือเขานั้นได้ลดมือของตนเองลงก่อนที่จะกลับมายืนด้วยท่าเดิม อีกฝ่ายนั้นมองหยางหลงด้วยความประหลาดใจ “ เหตุใดเจ้าถึงยังไม่มีท่าทางสะทกสะท้านเช่นนั้นกันละทั้งที่เจ้านั้นน่าจะรู้ว่าเจ้านั้นไม่สามารถทำอันใดกับร่างกายของข้าได้ ” องค์ชายใหญ่เอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องสงสัยกับท่าทางของบุรุษชุดขาวผู้นี้กันทั้งนั้น ทั้งแผ่นดินนะรู้ดีว่าวิชากายาศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นเคล็ดวิชาที่ทำให้ร่างกายนั้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า แม้แต่คมกระบี่ก็ไม่สามารถทำร้ายผิวหนังของผู้ฝึกวิชาได้แม้แต่รอยขีดข่วน “ มิมีเคล็ดวิชาไหนบนโลกใบนี้ที่ไม่มีจุดอ่อน ” หยางหลงนั้นกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย “ แก่นแท้ของเคล็ดวิชานั้นถึงมองสิ่งนั้นออกก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเอาชนะได้ ” คำพูดของหยางหลงนั้นมันชั่งเป็นคำพูดที่บ้าบอสำหรับทุกคน สุดยอดเคล็ดวิชาอย่างคิดวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ นั้นหรือจะถูกทำลายได้ง่ายๆเช่นอย่างที่ปากของหยางหลงนั้นพูดออกมา ในความคิดของพวกเขาบุรุษผู้นี้ไม่บ้าก็ต้องอวดฉลาดเป็นแน่ หลายยุคหลายสมัยไม่มีผู้ใดทำลายวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ได้เลยสักคน แต่นั่นมันก็เป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาบังหน้าเท่านั้น หนึ่งเคล็ดวิชาที่จะสยบผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเงียบดายมันเป็นเคล็ดวิชาที่หยางหลงนั้นฝึกฝนมาโดยตลอด ร่างของบุรุษชุดขาวที่ยืนนิ่งฝ่ามือของเขานั้นเริ่มหมุนลมปราณได้วิ่งผ่านเส้นชีพจรทั้ง 18 เส้นในร่างกายของเขาไหลผ่านมาสู่ฝ่ามือ ฝ่ามือด้านขวาที่มีลมปราณแผ่ออกมาหยางหลงได้ยกมันขึ้นมาก่อนที่จะปล่อยลมปราณออกไปหากระบี่คู่กายของตนเองที่ปักอยู่ที่บัลลังก์ แรงสั่นไหวตรงด้ามกระบี่ได้เกิดขึ้น ลมปราณของหยางหลงที่ปล่อยออกไปนั้นกำลังดึงดูดกระบี่เข้ามาหาตนเอง กระบี่หยดน้ำค้างแข็งได้ถูกดึงกลับมาเข้าหามือของหยางหลง คมกระบี่สีฟ้าโปร่งใส่ได้กลับเข้ามาภายในมือของหยางหลงอีกครั้ง อาวุธชั้นเยี่ยมที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นในใต้หล้าผู้คนต่างแสวงหามันเพื่อจะได้รับมันมาอยู่ในครอบครอง  แต่ว่าก็มิมีผู้ใดเคยพิสูจน์เลยว่าอาวุธชั้นเยี่ยมเหล่านี้จะสามารถฟาดฟันผิวหนังของผู้ที่ฝึกฝนวิชา 'กายาศักดิ์สิทธิ์' ได้หรือเปล่า  ดวงตาอันเฉียบคมขององค์ชายหลี่หวนหลิงได้มองต่ำลงที่คมกระบี่ภายในมือของหยางหลง เขานั้นมิได้รู้สึกสะทกสะท้านแม้ยอดกระบี่นั้นจะอยู่ตรงหน้าของตน “ เปล่าประโยชน์...เจ้าก็รู้ว่าอาวุธชั้นเยี่ยมนั้นสเด็จพ่อนั้นมีมากมายท่านเคยทดสอบแล้วว่าแม้แต่อาวุธเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำร้ายร่างกายของผู้ที่ฝึกฝนวิชากายาศักดิ์ได้แม้เพียงนิด ”  คำกล่าวขององค์ชายหลี่หวนหลิงนั้นมิน่าจะใช้เรื่องโกหกเพราะบิดาของทั้งสองนั้นคงจะทดลองเรื่องนั้นแล้วจริงๆ  แต่ถึงเช่นไรหยางหลงนั้นก็มิได้แสดงความรู้สึกใดๆกับสิ่งที่องค์ชายใหญ่นั้นพูดออกมา เพราะอย่างไรเสียเขานั้นก็ไม่ได้คิดว่ากระบี่เล่มนี้จะสามารถสังหารองค์ผู้นี้ได้อยู่แล้ว  เพียงสองก้าวหยางหลงนั้นก้าวเข้าหาร่างของน้องชายต่างมารดาผู้อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่พุ่งตรงเข้าไปปลายกระบี่สีฟ้าโปร่งใส่ภายในมือนั้นนำหน้าร่างของเขาไป หยางหลงกำลังจะใช้กระบี่ของตนเองแทงเข้าไปที่กลางหน้าอกของอีกฝ่าย ความมั่นใจขององค์ชายใหญ่ว่าที่องค์รัชทายาทเขานั้นมั่นใจว่าคมกระบี่ของหยางหลงนั้นจะไม่สามารถทำอันตรายผิวหนังของเขาได้แม้เพียงนิด เขานั้นอยากจะแสดงความล้ำเลิศของวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเคล็ดวิชาที่สืบทอดกันมาของราชวงศ์หลี่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าแขกทุกผู้ที่เข้ามาร่วมงานครั้งนี้ องค์ชายใหญ่นั้นไม่มีท่าทางจะหลบคมกระบี่ของหยางหลงแม้แต่น้อย  ทันใดนั้นเองคมกระบี่ของหยางหลงก็ได้แทงเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้าย และมันก็เป็นอย่างที่หลี่หวนหลิงคิดจริงๆแม้แต่คมกระบี่ของอาวุธชั้นเยี่ยมก็มิสามารถทำร้ายผิวหนังของผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชา ' กายาศักดิ์สิทธิ์ ' ขั้นสูงได้ ทุกสายตาที่กำลังมองอยู่นั้นขนาดพวกเขาเองก็ยังรู้สึกว่าเคล็ดวิชานี้ชั่งแข็งแกร่ง คงจะเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่อยู่ในระดับแนวหน้าของยุทธ แม้แต่กระบี่ที่ถูกสร้างมาจากวัตถุดินชั้นเยี่ยมนั้นยังไม่สามารถทำร้ายร่างกายของผู้ที่ฝึกฝนวิชานี้ได้ ร่างขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี่นั้นยืนนิ่งไป ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น หลี่หวนหลิงนั้นได้กระอักเลือดสีแดงสดออกมาจากปากของเขา  เลือดสีแดงสดได้กระจายออกมาเป็นละอองอยู่กลางอากาศ ร่างขององค์ชายผู้สูงศักดิ์ได้คุกเข่าลงที่พื้นทันที ใบหน้าของผู้ที่กำลังชมการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ตรงตื่นตระหนก  เสื้อสีขาวที่หยางหลงนั้นสวมใส่อยู่ได้เปื้อนไปด้วยเม็ดเลือดสีแดงสดขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี่อยู่ไม่น้อย เหตุใดกันทุกผู้นั้นต่างต้องเฝ้าถามตนเองเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี่นั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแต่เหตุใดร่างกายขององค์ชายหลี่หวนหลิงผู้นี้จึงได้รับบาดเจ็บ ความลับนี้ไม่มีผู้ใดรับรู้นอกจากผู้ฝึกฝนวิชานี้อย่างหยางหลง เคล็ดวิชา 'กระบี่เทพลึกลับ' นั้นอันที่จริงแล้วแก่นแท้ของเคล็ดวิชานี้มันมิใช่การมุ่งทำลายภายนอกแต่เป็นภายใน เคล็ดวิชา 'กระบี่เทพลึกลับ' นั้นจะทำร้ายกำลังภายในที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย เมื่อคมกระบี่ของหยางหลงนั้นแทงเข้าสู่ผิวหนังแม้ภายนอกจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่แก่นแท้ของเคล็ดวิชากระบี่ชุดนี้จริงๆคือการมุ่งทำลายลมปราณ ลมปราณเป็นสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายจนมันกลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เลือดเนื้อหรือเส้นประสาท เมื่อมันถูกทำลายร่างกายนั้นก็ต้องบาดเจ็บเป็นธรรมดา อาการบาดเจ็บที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการโดนกระบี่แทงเข้าไปในร่างกาย ร่างขององค์ชายหลั่หวนหลิงที่คุกเข่าลงกับพื้น  “ เสด็จพี่!!! ”  เสียงขององค์ชายรองได้ตะโกนขึ้นทันทีตนเองนั้นยังบาดเจ็บอยู่ องค์ชายรองกัดฟันแล้วลุกยืนขึ้นก่อนที่เขานั้นจะเอื้อมไปหยิบกระบี่ขององครักษ์ที่อยู่ข้างก่อนแล้วพุ่งเข้าไปหาหยางหลง คมกระบี่ที่ทำมาจากเหล็กกล้าได้พุ่งเข้าหาร่างของบุรุษชุดขาว แม้องค์ชายรองนั้นจะเคลื่อนที่ด้วยวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศแต่หยางหลงก็สามารถเอนกายหลบคมกระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เมื่อคมกระบี่นั้นถูกพุ่งพลาดเป้าไปหยางหลงได้หมุนกายเตะเข้าที่หน้าท้องขององค์ชายรองเสียงดัง โครม!!!  “ อ๊ากกก ” องค์ชายรองนั้นกระอักเลือดออกมาก่อนที่ร่างของเขานั้นจะกระเด็นออกไปจากจุดนั้นอีกครั้ง ในสายตาของหยางหลงบัดนี้ผู้คนทุกคนที่เขานั้นพบเจอมาผู้ที่ดูจะเป็นคนที่น่าจะมีวรยุทธล้ำเลิศมากที่สุดในยุคนี้ก็น่าจะเป็นชายชราผู้ที่นำคัมภีร์ทั้งสองเล่มนั้นมาหากับเขา แม้องค์ชายทั้งสองแห่งแคว้นหลี่นั้นจะมีวรยุทธล้ำเลิศแต่ก็ยังห่างชั้นอยู่มากนัก “ ถ้าข้าใช้กระบี่ของข้าลงไปที่ร่างของเจ้าอีกสักสองสามครั้งเจ้าคงจะบาดจาบสาหัสเลยละ ” บุรุษชุดขาวได้เอ่ยขึ้นพลางกับมองต่ำลงที่ร่างของน้องชายต่างมารดาที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา “ สามหาว!!! ”  เสียงอันเคร่งขรึมได้ดังขึ้นมาแทรกบทสนทนาของหยางหลง เขานั้นปรายตาไปมองทิศทางที่ต้นเสียงนั้นดังขึ้นมา ร่างของผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยางกำลังอยู่ในท่าทางโกรธเคืองจบบท

    คล้ายกับเรื่องเหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า ที่คุณอ่าน