“รายการที่สิบ วันที่สิบสอง ร้านเหมยยู่ ลูกสาวคนดีของอนุเจียอีขายไข่มุกปลอมให้พ่อค้าต่างแคว้น พ่อค้าผู้นั้นท่าทางเร่งรีบจะออกเดินทาง เพราะว่าภรรยาของเขาล้มป่วยกะทันหัน ด้วยความที่เขาเชื่อใจคุณหนูสี่ เขาก็เลยไม่ทันดู ป่านนี้คงตรวจสอบของที่ซื้อไปแล้วว่าไม่ใช่ของแท้ มิใช่ยอดน้อย ๆ เสียด้วย ตั้งเจ็ดหมื่นสามพันตำลึง”
“ขะ ข้าเปล่านะ!”
แต่หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ มีไข่มุกถูกขายออกไปนับพัน ไม่ตรงกับรายจ่ายของต้นทุนค่าไข่มุก ส่วนรายรับนั้นมากโข เสมียนบัญชีเขียนราคาตามจริง คนขายของปลอมย่อมไม่รู้ว่าไข่มุกของจริงราคาเท่าไร บวกเพิ่มขึ้นไปอีกเล็กน้อย ยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล
บุตรอนุถูกผู้ใหญ่คาดคั้นเอาความจริงจนนางยอมรับผิด หลังจากที่บิดาตรวจรายการโดยละเอียด บุตรชายคนโตนิ่งคิดหาทางแก้ไข คุณหนูเสิ่นสบตาคุณชายอวิ๋น ต่างคนลอบยิ้มมองกันอย่างหวานซึ้ง
ซูจื่อโม่ละสายตาจากกระดาษรายการ ออกคำสั่งบุตรชาย
“อวิ๋นซี เ้าไปส่งคุณหนูเสิ่น จะใช้วิธีใดก็เป็เื่ของเ้า ปิดปากนางให้เงียบเสีย”
บิดามั่นใจว่าบุตรชายไม่กล้าขัดคำสั่งตน เป็คุณหนูที่ยกมือขึ้นปราม
“ช้าก่อน ๆ ข้ายังบอกข่าวดีพวกท่านมิทันรู้ความ จะรีบร้อนไปไย”
อวิ๋นซีขยับยิ้มเย็นเยียบ ปรายตามองสีหน้าหลากอารมณ์ของคนในตระกูล คาดว่าคุณหนูเสิ่นน่าจะมีเื่ให้ใอีกแน่
“ยามนี้พ่อค้าผู้โชคร้ายกำลังเดินทางไกล ยังไม่มีเวลามาเอาเื่พวกท่าน น่าเสียดายที่โชคชะตามิได้เข้าข้างคนพาลเสมอไป ตระกูลซูเกือบจะรอดพ้นจากความผิดมหันต์แล้วเชียว” นางเว้นจังหวะพูด หลุบตามองอนุสลับไปกับฮูหยินซูที่เริ่มสั่นเทา “พ่อค้าผู้นี้... แท้จริงมิใช่สามัญชนธรรมดา คุณหนูห้าผู้โง่เขลาหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังหลอกลวงองค์ชายสี่แห่งแคว้นหนาน องค์ชายผู้นี้เคยเสี่ยงชีวิตช่วยไทเฮาจากงานล่าสัตว์ แถมเป็พระสหายของฮองเฮา ฝ่าาทรงโปรดปรานเขาประหนึ่งอนุชาแท้ๆ เหยี่ยวประจำพระองค์ใช้เวลาบินไม่กี่ชั่วยาม คงจะทราบข่าวมิตรสหาย”
“เหลวไหล! พ่อค้าต่างแคว้นจะเป็องค์ชายได้อย่างไร เ้า้าอะไรกันแน่คุณหนูเสิ่น ถึงได้กล้าแต่งเื่มาหลอกจวนเสนาบดี”
“คำก็จวน[1] สองคำก็จวน... เท่าที่ข้าจำได้ เ้าของจวนต้องมีตำแหน่งเสนาบดีขั้นสามขึ้นไปหรือเป็เชื้อพระวงศ์มิใช่หรือ แต่ท่านเป็รองเสนาบดีขั้นสี่ ถึงมีสิทธิเป็เสนาบดีในอนาคต ก็ยังเป็ผู้ช่วยอยู่ดี อวดอ้างตนมากไปหรือไม่ ควรเรียกคฤหาสน์[2]ตระกูลซูถึงจะถูกต้องนะเ้าคะ”
“นี่เ้า!” ทุกคนชี้หน้าคุณหนูปีศาจ ครั้นจะรุมสาปแช่งนาง ก็มิกล้าแม้จะหายใจด้วยซ้ำ ในเมื่อการอวดอ้างบารมีเกินจริงอาจถูกฎีการ้องเรียน บุตรชายคนเล็กเรียกสติพวกเขากลับมา
“ปลอมตัวระหว่างเดินทาง เป็เื่ธรรมดาของราชวงศ์ขอรับท่านพ่อ ตระกูลซูอคติกับตระกูลเสิ่น จะเชื่อคุณหนูได้อย่างไร อีกอย่าง ถึงนางพูดจาไม่น่าฟัง แต่นางประสงค์ดี ตอนนี้เราควรรีบแก้สถานการณ์ร้ายกันก่อน ถ้าหากว่าทั้งหมดเป็เื่จริง ตระกูลซูคงได้เข้าคุกหลวงกันหมด กว่าทางการจะสอบสวนว่าเป็เื่จริงเท็จอย่างไร มิใช่วันสองวัน” คนพูดหันมองไปทางใบหน้าหวานงาม นางแต่งหน้าอ่อน ริมฝีปากชาดแดง น่ารักใคร่ยิ่งนัก เขาไม่สนใจเื่ที่นางกล่าวถึงตระกูลซูหรอก เขาเพียงอยู่ฝ่ายเดียวกับนาง “เท่าที่ข้ารู้จักอาหรูมา นางเป็คนซื่อตรง ไม่โกหก”
แต่นางมาทีไรก็ต้องเกิดเื่ คนในจวนรุมสาปแช่งนาง ดาวหายนะตระกูลซู!
คุณหนูเสิ่นกวักมือเรียกสาวใช้ให้ส่งเกราะแขนทำด้วยหนัง สวมบนแขนซ้าย นางยกนกหวีดขึ้นเป่า เสียงแหลมยาวเรียกเหยี่ยวส่งสาส์น มีได้เฉพาะในวังหลวงและกองทัพเท่านั้น
“ตระกูลเสิ่นฝึกฝนเหยี่ยวส่งสาส์นมาหลายชั่วอายุคน หลายวันก่อนฝ่าาตรัสถามข้าเื่เหยี่ยวประจำพระองค์ ทรงขอเพิ่มอีกสักสามตัว ไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน พอท่านเข้าท้องพระโรงก็คงจะรู้... ไม่ไปทำงาน เดี๋ยวก็มีขันทีมาเรียกตัว”
ซูจื่อโม่หน้าซีดขาวราวกระดาษ มองเหยี่ยวสีน้ำตาลสง่าหน้าตาดุดันบินมาเกาะบนแขนซ้ายนาง กรงเล็บของมันคมเสียจนเกราะหนังเป็รอย
“อ้อ... จะโทษคนเดียวก็มิถูก สองแฝดเป็ผู้จัดหาของปลอม คุณหนูสี่เป็คนขาย เงินทุนนั้นเอามาจากบิดาหลังจากที่ขออนุญาตแล้ว ร้านค้าเป็ของตระกูลซู หากไม่มีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน จะทำชั่วได้อย่างไร โทษหลอกลวงประชาชน เอาของปลอมยัดไส้กับของจริง ปะปนกันขาย บังเอิญทำลายมิตรภาพระหว่างแคว้น องค์ชายแคว้นหนานตั้งพระทัยจะซื้อไข่มุกเอาใจพระชายา ดันเป็ของปลอมไปเสียได้ บุรุษไม่ว่าชนชั้นใดก็เหมือน ๆ กัน เสียเงินเื่เล็ก เสียหน้าสิเื่ใหญ่ ตอนนี้คงพิโรธมาก”
นี่อาจเป็ชนวนาระหว่างต้าฉีและแคว้นหนาน เป็ข้ออ้างในการรุกรานดินแดน ขอแบ่งปันทรัพยากร ตระกูลซูถึงไม่โปร่งใสนัก มิได้ฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างโจ่งแจ้งเหมือนตระกูลที่ต้องโทษปะาทั้งตระกูลเมื่อสองเดือนก่อน จะขุดหลุมฝังตัวเองไปเพื่ออะไร
“เด็กสาวกำพร้าตระกูลเสิ่นอย่างข้า มีป้ายละเว้นโทษตายของท่านพ่อ ข้าจะเอาไว้ทูลขอชีวิตพี่อวิ๋น ท่านย่ารักพี่อวิ๋น ก็สองคน ส่วนพี่จื่อหาวที่ข้าชอบนักหนา... พี่จื่อหาว ฮึก... ข้าเอาขนมมาให้ท่าน... ได้โปรดรับไว้เถิด...” นางเลียนเสียงร้องไห้ ทำท่าทางน่าสงสาร กวนโทสะจื่อหาวมิใช่น้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง “คุณชายใหญ่ซูเพิ่งกลับมาจากชายแดน มีความดีความชอบ น่าจะได้รับพระราชทานรางวัลในการรบ แต่ถ้ามิเอารางวัล ก็ต้องขอละเว้นโทษ ความดีหักล้างความผิดได้หนึ่งประการ หากความผิดมีเป็ร้อย จะเอาความดีที่ไหนมาล้าง มิถูกปะา น่าจะถูกเนรเทศทั้งตระกูล เงินก้อนนี้สำคัญสำหรับพวกท่าน เอาไว้ชดใช้ค่าเสียหาย... รับเถิด มิใช่น้อย ๆ หลายหมื่นตำลึง ไข่มุกล้ำค่าเหล่านี้นำไปทดแทนให้องค์ชายแคว้นหนานได้...”
สิ้นคำแนะนำของผู้หวังดี คนในตระกูลซูโมโหจนกระอักเืไปสอง! าุโเป็ลมหมดสติ ท่านย่ามองกำแพงแววตาเลื่อนลอย บุตรอนุโดนตีด้วยมือมารดา ต่างคนเงื้อมือฟาดตีบุตรไม่รักดีเหมือนจะเอาชีวิต บรรดาบุตรสาวร้องไห้ตาแดงก่ำเหมือนคนบ้า
คุณหนูเสิ่นก้าวเข้ามาในจวนเสนาบดีไม่ถึงหนึ่งก้านธูป จวนลุกเป็ไฟแล้ว...
คุณชายอวิ๋นนิ่งอึ้งมองปีศาจน้อยนั่งยิ้มกรุ้มกริ่ม ท่านหมอหลวงเข้ามาพาคุณชายใหญ่ไปจับแมะบนเตียง เมื่ออาการของเขาแย่ลงในฉับพลัน ส่วนป๋ออวี้ในคราบบ่าวชายเบิกตากว้างใ ได้ยินเสียงหัวเราะของคุณหนู เขี้ยวตรงมุมปากโผล่พ้นออกมา
สนุกดีจริง ๆ!
ซูจื่อโม่หยุดการวิวาท ะโกร้าว “ตระกูลซูจะคืนสัญญาหมั้นหมายให้ตระกูลเสิ่น! สองตระกูลตัดขาดจากกัน คืนป้ายผ่านทางมาแล้วไสหัวไปให้พ้น อย่ามาเหยียบจวนนี้อีก พวกเ้าไปเอาสัญญาหมั้นของนางปีศาจนี่มาเร็ว!”
คุณหนูฉีกยิ้มหวาน เรียกสาวใช้ส่งกระดาษแผ่นใหญ่ บ่าวสองคนคลี่ออกมาระหว่างรอสัญญาหมั้นหมายเดิม “นี่เป็รายการของหมั้น ท่านยายข้าจดบันทึกเอาไว้เมื่อนานแล้ว ข้าเก็บรักษาเป็อย่างดี นายเสมียนคัดสำเนามาสองฉบับ ของทุกอย่างข้าจัดเตรียมเรียบร้อย จะไปนำมาให้พวกท่าน”
“ดี... อย่าให้ตกหล่นไปแม้สักชิ้นเดียว หนึ่งอีแปะก็เอามาให้ครบ!”
----------------------
[1] ในสมัยถัง การจะเรียกบ้านว่า ‘ฝู่’ (จวน) เ้าของบ้านต้องมีตำแหน่งขั้น 3 ขึ้นไปหรือเป็เชื้อพระวงศ์ จวนท่านรองเสนาบดีเป็การเรียกเพื่อเยินยอสรรเสริญ แสดงถึงบารมีทางการเมือง
[2] ที่พักของขุนนางขั้น 4 เรียกว่า ‘ไจ๋’ (宅 - คฤหาสน์)