หลังจากก้าวพ้นประตูเรือนพักของจางเหวิน เสี่ยวหรูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ลมเย็นจากป่าไผ่ปะทะใบหน้าร้อนผ่าวของนาง แต่มันกลับไม่ช่วยให้ความรู้สึกสับสนในใจเบาบางลงเลย นางรีบตรงไปยังบ่อน้ำเพื่อล้างมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผิวเริ่มแดงก่ำ ราวกับจะลบเลือนััที่ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้วออกไป
แต่ยิ่งล้าง ความทรงจำกลับยิ่งชัดเจนขึ้น นางจำได้ทุกรายละเอียดอย่างแม่นยำ ั้แ่วินาทีแรกที่ฝ่ามือัักับท่อนเนื้อที่ร้อนแรงและแข็งตัวของจางเหวิน ความใเมื่อเห็นขนาดที่ใหญ่โตเกินคาด ความรู้สึกเมื่อมือทั้งสองข้างจับมันไว้แต่ยังครอบคลุมไม่หมด ผิวเนื้อที่เรียบเนียนแต่เต็มไปด้วยเส้นเืที่เด่นชัด และความร้อนที่แผ่ออกมาเหมือนถือก้อนถ่านไฟ
เสียงครางของจางเหวินยังคงก้องอยู่ในหู เสียงที่แหบแต่เซ็กซี่ เต็มไปด้วยความปรารถนาและความสุขที่นางไม่เคยได้ยินจากใครมาก่อน "อ๊าห์... เสี่ยวหรู... อย่าหยุด..." มันทำให้ความรู้สึกหวิวๆ ในท้องน้อยของนางคืบคลานขึ้นมาอีกครั้ง แม้ในแสงแดดสาดส่องของยามบ่าย
นางจำได้ว่าขณะที่มือเคลื่อนไหวขึ้นลง นางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของจางเหวิน ใบหน้าที่เคยเ็ปเริ่มผ่อนคลายลง แต่กลับแสดงออกถึงความสุขทางกายในแบบที่ทำให้นางรู้สึกทั้งขัดเขินและตื่นเต้น คิ้วที่เคยขมวดด้วยความเ็ปเริ่มคลี่ออก และริมฝีปากที่เคยกัดแน่นเริ่มอ้าเล็กน้อยเพื่อหายใจ
ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดคือ่สุดท้าย เมื่อร่างกายของจางเหวินเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง ท่อนเนื้อในมือขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบจะจับไว้ไม่อยู่ และของเหลวใสๆ ที่ไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น แล้วก็ถึงจุดสุดยอด เมื่อของเหลวสีขาวข้นๆ พุ่งออกมาอย่างแรง เปื้อนมือและเสื้อผ้าของนาง กลิ่นที่แปลกๆ ลอยขึ้นมา เป็กลิ่นที่ผสมระหว่างความคาวและความหวาน ทำให้ความรู้สึกในท้องน้อยของนางรุนแรงขึ้นจนแทบจะทนไม่ไหว
ทว่าเมื่อนางเดินกลับมาถึงลานฝึก อาเฉิง ที่กำลังซ้อมเพลงดาบชุดสุดท้ายก็หันมาเห็นนางพอดี เขาเก็บดาบเข้าฝักแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มกว้างที่แสนซื่อ
"เสี่ยวหรู! เ้ากลับมาแล้วหรือ ศิษย์พี่จางเป็อย่างไรบ้าง อาการดีขึ้นไหม?" อาเฉิงเอ่ยถามพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและไว้วางใจ
ความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาในสายตาของอาเฉิงทำให้ความรู้สึกผิดของนางหนักอึ้งยิ่งขึ้น นางมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นและเริ่มเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของอาเฉิงที่ยังดูเด็กและไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับจางเหวินที่มีกล้ามเนื้อที่แน่นและแข็งแกร่ง ผิวเนื้อที่เรียบเนียนแต่เต็มไปด้วยพลัง และความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้เตาไฟ
"ดี... ดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูตอบเสียงแ่ พยายามหลบสายตาคนรัก "ศิษย์พี่สอนลมปราณให้ข้าต่อ... ข้าเลยจะมาลองสอนท่านดู"
"เยี่ยมไปเลย! ข้าพร้อมแล้ว" อาเฉิงกระตือรือร้น
เสี่ยวหรูให้คนรักนั่งลงบนม้านั่งหินใต้ต้นไม้ใหญ่ นางเริ่มขยับตัวเข้าซ้อนด้านหลังและวางฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของเขาเพื่อช่วยนวดกระตุ้นจุดตามที่จางเหวินชี้แนะ ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วััผิวเนื้อของอาเฉิง ความรู้สึกหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในใจจนนางชะงัก
'ทำไม... ััถึงต่างกันเพียงนี้'
แผ่นหลังของอาเฉิงดูผอมบางกว่า มีร่องรอยของความใจร้อนในจังหวะกระเพื่อมของกล้ามเนื้อ ผิดกับแผ่นหลังกว้างและแผงอกที่หนักแน่นราวกำแพงหินของจางเหวิน ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยพลังกดดันของศิษย์พี่จางยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนาง ในขณะที่ััของอาเฉิงในตอนนี้กลับดู "จืดจาง" ลงอย่างน่าประหลาด
นางเริ่มเข้าใจว่าความแตกต่างระหว่างเด็กหนุ่มกับผู้ชายเต็มตัวชัดเจนขึ้นในใจนางอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และสิ่งที่ทำให้นางกลัวที่สุดคือ นางเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง้าความแข็งแกร่งและความมั่นคงของผู้ชายตัวจริง ไม่ใช่ความอ่อนโยนและไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม
ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังทรยศต่อทุกคน ต่ออาเฉิงที่รักและไว้วางใจนาง ต่อตัวเองที่เคยคิดว่ารู้จักตัวเองดี และต่อความเชื่อที่ว่าความรักแท้มีเพียงหนึ่งเดียว
"เสี่ยวหรู? เ้าเป็อะไรไปหรือเปล่า มือเ้าดูสั่นๆ นะ" อาเฉิงหันมาถามด้วยความฉงน
"ปะ... เปล่าเ้าค่ะ ข้าเพียงแต่เหนื่อยนิดหน่อย" นางรีบปั้นยิ้มกลบเกลื่อน และพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อสอนเขาจนจบ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำขอบคุณของอาเฉิงที่ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดทิ่มแทงใจนางมากขึ้น
นางพยายามมุ่งความสนใจไปที่การสอน แต่ใจคิดกลับหลุดไปหาจางเหวินอยู่เรื่อย นางนึกถึงคำพูดของเขาก่อนที่นางจะออกจากห้อง "หากข้า้าความช่วยเหลืออีก เ้าจะช่วยข้าอีกไหม?" และคำตอบของนางเอง "หาก... หากท่าน้า ข้าจะช่วยเ้าค่ะ"
ตอนนั้นนางตอบไปด้วยความรู้สึกผิดและความอยากชดใช้ แต่ตอนนี้ นางรู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่นั้น นางอยากช่วยเขาอีก ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะนางอยากจะอยู่ใกล้เขา อยากััเขา อยากเห็นเขามีความสุข
เมื่อแสงตะเกียงวูบดับลง ภายในห้องนอนของศิษย์สตรี เสี่ยวหรูนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ดวงตาของนางกลับเบิกกว้างท่ามกลางความมืดมิด ความเงียบสงัดของราตรีกาลทำให้นางไม่อาจหลีกหนีจากมโนภาพในหัวได้
ภาพของจางเหวินที่หลับตาพริ้ม หอบหายใจหนักหน่วง และััจากกายชายที่ร้อนรุ่มดั่งไฟปะทุในตอนนั้น กลับมาชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อวานหลายเท่าตัว นางเผลอยกมือขึ้นมาดูในความสลัว ปลายนิ้วที่เคยช่วย "ระบายพลัง" ให้เขาในตอนกลางวันดูเหมือนจะยังมีกระแสไฟฟ้าจางๆ แล่นพล่านอยู่
นางจำได้ว่าขณะที่มือของนางเคลื่อนไหวขึ้นลง นางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของจางเหวิน ใบหน้าที่เคยเ็ปเริ่มผ่อนคลายลง แต่กลับแสดงออกถึงความสุขทางกายในแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน คิ้วที่เคยขมวดด้วยความเ็ปเริ่มคลี่ออก และริมฝีปากที่เคยกัดแน่นเริ่มอ้าเล็กน้อยเพื่อหายใจ
"เสี่ยวหรู... เ้าทำได้ดีมาก..." เสียงของเขาที่เซ็กซี่ขึ้น "ความร้อนมัน... มันเริ่มไหลออกแล้ว" ยังคงก้องอยู่ในหูของนาง ทำให้ความรู้สึกหวิวๆ ในท้องน้อยคืบคลานขึ้นมาอีกครั้ง
นางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในมือ ท่อนเนื้อที่เคยแข็งเหมือนหินเริ่มมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย และมีของเหลวใสๆ เริ่มซึมออกมาจากปลายมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของมือนางลื่นไหลขึ้น ความรู้สึกที่แปลกใหม่นี้ทำให้นางรู้สึกทั้งขัดเขินและตื่นเต้น
นางนึกถึง่ที่เขาเตือนนาง "เสี่ยวหรู... ข้าจะ..." แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ร่างกายของเขาก็สั่นะเือย่างรุนแรง ทันใดนั้น ของเหลวสีขาวข้นๆ ก็พุ่งออกมาอย่างแรง ทำให้เสี่ยวหรูสะดุ้งและอุทานเบาๆ ด้วยความใ มันพุ่งออกมาเป็ระลอกๆ หลายครั้ง เปื้อนมือและเสื้อผ้าของนาง ขณะที่จางเหวินส่งเสียงครางยาวด้วยความโล่งใจ
กลิ่นที่แปลกๆ นั้นยังคงติดจมูกของนาง เป็กลิ่นที่ผสมระหว่างความคาวและความหวาน ทำให้ความรู้สึกแปลกๆ ในท้องน้อยของนางรุนแรงขึ้น นางไม่เคยเห็นสิ่งเช่นนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร แต่กลิ่นนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้ในท้องน้อย
'ข้าทำเพื่อช่วยชีวิตเขา... ข้าทำเพื่อชดใช้แทนอาเฉิง' นางพยายามปลอบใจตัวเองซ้ำๆ
แต่ความสับสนที่ร้ายกาจที่สุดคือความรู้สึกที่ว่า นางไม่ได้รู้สึก "ขยะแขยง" อย่างที่ควรจะเป็ ความคุ้นชินจากการอาบน้ำให้เขาทุกวัน และการััเนื้อหนังมังสาที่ไร้สิ่งปิดบังในวันนี้ ได้สร้างความผูกพันทางกายที่นางไม่เคยมีกับอาเฉิงมาก่อน
ความจริงที่ทำให้นางกลัวที่สุดคือ ใน่ท้ายๆ ของการ "รักษา" นั้น นางไม่ได้คิดถึงอาเฉิงเลย ไม่ได้คิดถึงหน้าที่หรือความรับผิดชอบ นางคิดแต่เพียงว่าอยากเห็นจางเหวินรู้สึกดี อยากได้ยินเสียงครางของเขา อยากรู้สึกถึงการสั่นะเืของร่างกายเขาเมื่อถึงจุดสุดยอด
ความจริงที่ทำให้นางกลัวที่สุดคือ ใน่เวลานั้น นางรู้สึกเหมือนกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง เหมือนกำลังอยู่ในที่ที่นางควรจะอยู่ ข้างๆ จางเหวิน ดูแลเขา ััเขา และทำให้เขามีความสุข
นางเริ่มเข้าใจว่าทำไมจางเหวินถึง้าการ "ระบายพลัง" เป็ประจำ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อถูกกระตุ้นนั้นรุนแรงและเร่าร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว หากไม่มีทางระบาย มันคงจะทรมานจริงๆ
และตอนนี้ นางเองก็เริ่มรู้สึกเหมือนกัน ความร้อนที่คุกรุ่นในท้องน้อย ความ้าที่ไม่รู้จะระบายอย่างไร ความอยากที่จะััและถูกัั ความปรารถนาที่ทำให้นางรู้สึกผิดแต่ก็ไม่อาจหยุดได้
นางเริ่มจินตนาการถึงการพบกันครั้งต่อไป หากจางเหวินขอให้นางช่วยอีก นางจะทำอย่างไร นางจะปฏิเสธได้หรือไม่ หรือนางจะยอมทำอีกด้วยความเต็มใจที่มากกว่าครั้งแรก
ความคิดเหล่านี้ทำให้ความรู้สึกในท้องน้อยของนางรุนแรงขึ้น นางรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองกำลังเรียกร้องสิ่งที่นางไม่เข้าใจ ความ้าที่ทำให้นางอยากจะลุกขึ้นไปหาจางเหวินในตอนนี้เลย
แต่นางก็รู้ว่าไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ไม่เพียงแต่เพราะมันไม่เหมาสม แต่เพราะนางกลัวว่าหากไปหาเขาในสภาพใจเช่นนี้ นางอาจจะทำสิ่งที่เกินกว่าการ "ช่วยรักษา" ไปมาก
นางเริ่มเข้าใจว่าทำไมหญิงสาวหลายคนในสำนักถึงชื่นชอบจางเหวิน ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเขาหล่อและมีวิชาสูง แต่เพราะเขามีเสน่ห์ของผู้ชายเต็มตัวที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอยากพึ่งพาและถูกปกป้อง
นางรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ที่สี่แยก ทางหนึ่งนำไปสู่ความปลอดภัยและความคุ้นเคย ทางหนึ่งนำไปสู่ความไม่รู้และความอันตราย แต่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนา
นางนึกถึงความรักที่มีต่ออาเฉิงและเริ่มรู้สึกว่ามันเป็ความรักแบบพี่สาวต่อน้องชาย มากกว่าความรักระหว่างชายหญิง นางรักเขาด้วยความอ่อนโยนและความปกป้อง แต่ไม่ใช่ความปรารถนาทางกายที่เพิ่งค้นพบกับจางเหวิน
เสียงลมพัดใบไม้ไหวข้างนอกฟังดูเหมือนเสียงกระซิบของจางเหวินที่เอ่ยคำขอบคุณ เสี่ยวหรูพลิกตัวไปมาด้วยความกระวนกระวาย ใจหนึ่งนางโหยหาความอบอุ่นที่ปลอดภัยจากอาเฉิง แต่อีกใจหนึ่ง... ความทรงจำเกี่ยวกับไอร้อนที่ดุดันของจางเหวินกลับคืบคลานเข้ามาครอบงำจินตนาการของนางอย่างไม่อาจขัดขืน
ความร้อนในท้องน้อยเริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้ภายใน ความรู้สึกเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อนางััจางเหวิน แต่ครั้งนี้ไม่มีเขาอยู่ที่นี่เพื่อระบายความร้อนนั้นออกไป
นางเริ่มขยับตัวไปมาอย่างไม่สงบ ขาทั้งสองข้างเสียดสีกันเล็กน้อย ทำให้ความรู้สึกในร่องรักรุนแรงขึ้น นางอุทานเบาๆ ด้วยความใ เมื่อรู้สึกถึงความชื้นที่เริ่มซึมออกมา
'นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับจางเหวินหรือ?' นางคิดในใจ 'ความรู้สึกที่้าการระบาย?'
ความอยากรู้อยากเห็นและความ้าที่เพิ่งตื่นขึ้นทำให้นางค่อยๆ เลื่อนมือลงไปใต้ผ้าห่ม ปลายนิ้วสั่นเทาขณะที่เคลื่อนผ่านผ้าชุดนอนบางๆ ไปััผิวเนื้อที่อ่อนนุ่มของท้องน้อย
"อืม..." นางครางเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากิั มือของนางเคลื่อนลงไปเรื่อยๆ จนถึงร่องรักที่เริ่มชื้นด้วยความปรารถนา
การััครั้งแรกทำให้นางสะดุ้งและครางเสียงดัง ความรู้สึกที่เข้มข้นและแปลกใหม่ทำให้ร่างกายของนางสั่นเทา นางไม่เคยััตัวเองในลักษณะนี้มาก่อน แต่ความ้าที่ลุกโชนในตัวทำให้นางไม่อาจหยุดได้
"อ๊าห์..." นางครางเบาๆ ขณะที่นิ้วเคลื่อนไหวเบาๆ สำรวจร่องรักที่ชื้นและอ่อนไหว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้นางนึกถึงการที่จางเหวินัันางในตอนกลางวัน
นางจินตนาการถึงมือใหญ่และแข็งแกร่งของเขาที่เคลื่อนไหวบนร่างกายนาง ความร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวเนื้อของเขา และเสียงครางที่เซ็กซี่ที่ยังคงก้องอยู่ในหู
"จางเหวิน..." นางกระซิบชื่อของเขาเบาๆ ขณะที่นิ้วเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ความรู้สึกในร่องรักเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางหอบหายใจและครางด้วยความสุข
นางนึกถึงท่อนเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาในมือ ความร้อนและความใหญ่โตที่ทำให้นางใ และความรู้สึกเมื่อมันเสียดสีกับร่องรักของนางผ่านผ้าบางๆ
"อืมม์... อ๊าห์..." เสียงครางของนางดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ความรู้สึกในตัวสะสมขึ้นจนถึงจุดที่แทบจะทนไม่ไหว
นางจินตนาการว่าเขาอยู่ที่นี่กับนาง กอดนางเข้าหาอย่างแน่น จูบไล้ตามแนวคอและหน้าอก ขณะที่มือของเขาัันางในจุดที่อ่อนไหวที่สุด
"อ๊าห์... ศิษย์พี่..." นางครางชื่อของเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายโค้งขึ้นเมื่อความรู้สึกเข้มข้นขึ้น
นิ้วของนางเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและแรงขึ้น ความชื้นในร่องรักเพิ่มขึ้นจนทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหล ความรู้สึกที่ไม่เคยประสบมาก่อนทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังลอยขึ้นสู่์
"อืม... อ๊าห์... ข้า... ข้า..." นางพยายามพูด แต่ความรู้สึกที่รุนแรงทำให้พูดไม่ออก
ร่างกายของนางเริ่มสั่นะเือย่างไม่อาจควบคุม ขาทั้งสองข้างเกร็งแน่น และหายใจกระชั้นชิด ความรู้สึกในร่องรักเข้มข้นขึ้นจนถึงจุดที่นางรู้ว่าใกล้จะถึงสิ่งที่เรียกว่า "จุดสุดยอด" แล้ว
"อ๊าห์... อืมม์..." นางครางดังขึ้น ไม่สนใจว่าอาจจะมีใครได้ยิน ความ้าที่จะปล่อยออกมาแรงกว่าความกลัวจะถูกจับได้
นางจินตนาการถึงจางเหวินที่กระซิบใกล้หูนาง "ปล่อยออกมาเถิด เสี่ยวหรู... อย่ากลั้น..." เหมือนที่เขาพูดกับนางในตอนกลางวัน
ทันใดนั้น ความรู้สึกที่สะสมมานานก็ะเิออกมา นางส่งเสียงครางยาวด้วยความสุขสุดขีด ร่างกายสั่นะเือย่างรุนแรง ขณะที่คลื่นความสุขซัดผ่านไปทั่วร่างกาย
"อ๊าห์... จางเหวิน..." นางครางชื่อของเขาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข ร่างกายโค้งขึ้นและสั่นเทาไปตามจังหวะของความสุขที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
คลื่นความสุขซัดผ่านไปเป็ระลอกๆ ทำให้นางครางและหอบหายใจอย่างไม่อาจควบคุม ความรู้สึกที่เข้มข้นนี้ยาวนานกว่าที่นางคิด ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในอากาศ
เมื่อความรู้สึกเริ่มเบาบางลง นางนอนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความสุขที่เพิ่งผ่านไป เหงื่อซึมออกมาจากหน้าผากและร่างกาย ทำให้ชุดนอนเปียกชื้น
นางรู้สึกเหมือนโลกของนางเปลี่ยนไปแล้ว นางไม่เคยรู้ว่าร่างกายสามารถให้ความรู้สึกที่เข้มข้นเช่นนี้ได้ และตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมจางเหวินถึง้าการ "ระบายพลัง" เป็ประจำ
แต่ความรู้สึกผิดก็เริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ความสุข นางเพิ่งทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และที่แย่ที่สุดคือ นางทำมันขณะที่คิดถึงจางเหวิน ไม่ใช่อาเฉิงที่เป็คนรักของนาง
'ข้าเป็อะไรไป?' นางคิดในใจด้วยความสับสน 'ทำไมข้าถึงคิดถึงเขาตอนนั้น?'
นางพยายามปลอบใจตัวเองว่าเป็เพราะความทรงจำที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ แต่ลึกๆ แล้วนางรู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่นั้น นางรู้สึกถูกดึงดูดไปหาจางเหวินในทางที่นางไม่เคยรู้สึกกับอาเฉิง
ความรู้สึกผิดหนักอึ้งในใจ แต่ก็มีความรู้สึกแปลกๆ ที่ทำให้นางรู้สึกมีชีวิตชีวาและตื่นเต้นในทางที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นางรู้ว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปในเส้นทางที่อันตราย แต่ก็ไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว
นางพลิกตัวไปนอนตะแคง กอดหมอนเข้าหาอย่างแน่น ความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไปยังคงอ่อนโยนอยู่ในร่างกาย แต่ใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความผิด
นางเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้จะเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตของนาง ความสัมพันธ์กับอาเฉิง ความรู้สึกต่อจางเหวิน และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้จักตัวเองที่นางคิดว่ามั่นคงแล้ว
คืนนี้ช่างยาวนานกว่าคืนไหนๆ สำหรับเสี่ยวหรู ความลับที่นางแบกไว้นั้นหน่วงหนักเสียจนนางเกรงว่าหากหลับไป นางอาจจะเผลอละเมอเรียกชื่อ "ศิษย์พี่" ออกมาในความฝัน