เล่มที่ 1 บทที่ 16 เจอเมื่อไหร่ ฆ่าเมื่อนั้น!
“เป็นคนของปู้ฝู๋จิ้วก้าน”
หลินเฉอดูเคร่งขรึม “ทำไมพวกมันไม่สนใจพวกเราล่ะ? ตามนิสัยของหั่วเยี่ยนฉู่แล้ว น่าจะรีบมาเปิดศึกกับพวกเราเลยสิ หรือว่าพวกมันยังไม่เห็นพวกเรากันแน่?”
“ห่างออกไปไม่ถึงสองร้อยหลา และไม่มีอะไรปิดบังตัวตน ตำแหน่งของพวกเราแสดงบนมินิแมพอยู่แล้ว” ผมขมวดคิ้วยุ่ง “บอกได้เลยว่าหั่วเยี่ยนฉู่เห็นพวกเราแน่นอน แต่ที่ไม่สนใจพวกเราแบบนี้ แถมพาคนกลุ่มหนึ่งรีบร้อนไปทางอื่นแทน หากให้เดา จะต้องมีเรื่องที่หั่วเยี่ยนฉู่สนใจมากกว่าทีมเทียนเสวี่ยนของเราแน่”
“บอสระดับเหล็กดำ!?”
ทุกคนพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ไป!”
ผมรีบดื่มยาเพิ่มเลือดทันที จากนั้นกล่าวว่า “รีบตามไป ลองดูว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร ในเมื่อปู้ฝู๋จิ้วก้านได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าต้องการที่จะสู้กับเรา งั้นพวกเราก็ต้องชิงลงมือก่อน!"
“ใช่ เปิดก่อนได้เปรียบ!”
ทั้งสี่รีบเดินออกจากหนองน้ำ มุ่งหน้าขึ้นบนเนินเขาอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็มองเห็นด้านหลังของหั่วเยี่ยนฉู่และผู้เล่นคนอื่นในระยะไกลออกไป จากนั้นจึงไล่ตามพวกเขาไปเรื่อย ๆ มาดูกันว่าบอสระดับเหล็กดำปรากฎตัวขึ้นจริงหรือเปล่า และแผนที่ตรงหน้าก็เกือบจะเป็นแผนที่ที่ลึกที่สุดของหมู่บ้านเริ่มต้นด้วย โดยหลักแล้วก็พอจะมีความเป็นไปได้ที่บอสระดับเหล็กดำจะปรากฎตัวขึ้นที่นี่
……
“ตึก ตึก……”
เมื่อวิ่งขึ้นมาบนเนินเขา พลางมองจากระยะไกล หุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกรายล้อมดั่งอยู่ในแดนสวรรค์ และหั่วเยี่ยนฉู่และคนอื่นๆก็กำลังวิ่งผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันนั้นเสียงกระดิ่งของระบบก็ดังขึ้นในหู——
“ดิ้ง!”
ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นได้ค้นพบแผนที่สมบัติลับ 【หุบเขาอำมหิต】และหีบสมบัติวิเศษปรากฎขึ้นอีกครั้งบนโลกพร้อมนำสมบัติล้ำค่ากลับคืนสู่โลก ขอให้ผู้เล่นที่อยู่ใกล้สามารถเข้าครอบครองสมบัติได้ทันที!
“มีหีบสมบัติปรากฏออกมาแล้ว มิน่าล่ะ!” หลินเฉอแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาให้เห็น
หัวใจของผมสั่นไหวเล็กน้อย“ไปกันเถอะ ในเมื่อหีบสมบัติออกมา ก็ต้องคว้ามันมาให้ได้ เป้าหมายสูงสุดของทีมเทียนเสวี่ยนพวกเราคือการทำเงิน ใครก็ตามที่คิดจะแย่งหีบสมบัติกับพวกเรา คนๆนั้นก็คือศัตรูของทีมเทียนเสวี่ยน!”
“ฆ่า!”
จางเหว่ยและต้าไห่กวัดแกว่งอาวุธของพวกเขาอย่างขะมักเขม้นราวกับถูกฉีดเลือดไก่
ช่วงเวลาที่เร่งฝีเท้าเข้าไปในหุบเขาอำมหิตนั้น สายตาก็พลันเห็นแสงสีทองที่เปล่งประกายอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ มันเป็นหีบสมบัติขนาดมหึมาตั้งอยู่บริเวณใจกลางหุบเขาอำมหิต ด้านบนของมันถูกปิดผนึกด้วยตราประทับสีเหลือง ทั้งยังมีอักขระมนต์อีกด้วย นึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นหีบสมบัติที่ปิดผนึก หีบสมบัติมีแถบเลือดแสดงอยู่ มีเพียงทำลายมันเท่านั้นถึงจะได้รับสมบัติ จึงทำให้ในเวลานี้ พื้นที่โดยรอบได้กลายเป็นดินแดนแห่งการฆ่าฟันไปแล้ว
ทีมปู้ฝู๋จิ้วก้านของหั่วเยี่ยนฉู่มีอย่างน้อยห้าสิบคน ทว่าตายไปมากกว่าครึ่งแล้ว บนพื้นดินจึงเต็มไปด้วยหลุมฝังศพขนาดเล็กอย่างหนาแน่น และอีกฝ่ายก็เป็นคนที่ค่อนข้างคุ้นเคย ผมเห็นผู้เล่นอัศวินคนหนึ่งถือดาบวิเศษที่เปล่งแสงระยิบระยับ อยู่ในชุดเกราะที่เปล่งประกายทองแดง ใต้เท้าของเขาคือหลุมฝังศพของผู้เล่นทีมปู้ฝู๋จิ้วก้านคนหนึ่ง เหนือศีรษะของเขามีสี่คำที่โดดเด่นเป็นสง่าว่า "เว่ยหนี่เปี้ยนไกว" จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้มเยาะ “พี่ฉู่ ทีมพี่ยังมีอีกกี่คน มีให้ตายพอรึเปล่า?”
มุมปากของหั่วเยี่ยนฉู่เหยียดยิ้มเย้ยหยัน “แกไปซื้อข้อมูลมาจากไหน? รู้ได้อย่างไรว่ามีหีบสมบัติอยู่ที่นี่ ถึงได้นำคนมาเยอะขนาดนี้?”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวกระชับดาบในมือแน่นและกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ผู้ชนะเป็นราชาผู้แพ้เป็นทรราชย์ หากคิดสู้กับฉันที่เป็นอันดับหนึ่งในหมู่บ้านเริ่มต้น พวกแกปู้ฝู๋จิ้วก้านก็คงต้องถูกจัดการสถานเดียว!”
“งั้นรึ?”
หั่วเยี่ยนฉู่เหลือคนสิบกว่าคน ทว่าก็ยังไม่รีบเร่งที่จะลงมือ เขาชำเลืองมองมาที่พวกเรา ก่อนพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันว่าคงไม่ใช่แบบนั้น หากฉันจำไม่ผิด ที่หนึ่งในอันดับกำลังรบและเลเวลดูเหมือนจะเป็นของคนที่ชื่อจินซีเหอซีนะ มันเกี่ยวอะไรกับพวกแกหวังเฉาป้าเยว่?”
“จินซีเหอซี……”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวมองตามสายตาของหั่วเยี่ยนฉู่ด้วยสายตาเฉียบคม ก็พบว่าพวกเราอยู่ที่นี่ด้วย จากนั้นประกายสังหารในดวงตาของเขาจึงอดที่จะสั่นไหวไม่ได้ “นายเองก็มาด้วยรึ?”
ผมยกดาบขึ้นพร้อมทั้งก้าวไปข้างหน้าช้าๆ ก่อนเอ่ยว่า “ระบบประกาศว่าหีบสมบัติได้ปรากฎขึ้น ฉันมาไม่ได้หรืออย่างไร?"
“นายก็รู้อยู่แก่ใจ……”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวยิ้มเยาะ จากนั้นพูดว่า “พาคนของนายออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ หรือพวกนายทั้งสี่คนเองก็ต้องการสู้แย่งชิงหีบสมบัติกับพวกฉันเหมือนกัน? ก่อนหน้านี้ฉันให้โอกาสนายเข้าร่วมกับฉันแล้ว แต่ดูท่าทางแล้วคงจะไม่ชอบพูดดีๆสินะ ฉันจะบอกอะไรให้อย่าง ใครคล้อยตามฉันอยู่ ใครต่อต้านฉันมันผู้นั้นต้องตาย!"
“แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ?”
ผมยิ้มบาง บรรยากาศรอบด้านจึงตึงเครียดขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“งั้นก็ไม่มีทางเลือก”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวยักไหล่และยิ้มให้อย่างสบายๆ กางมือออก ก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อนายเลือกที่จะเป็นศัตรูกับฉัน งั้นฉันก็จำเป็นต้อง…เจอเมื่อไร ฆ่าเมื่อนั้น!”
“ได้ เจอเมื่อไหร่ ฆ่าเมื่อนั้น!”
หวังจินไห่ถือปืนคาบศิลาในมือ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “หลิวเฉียง เจอเมื่อไหร่ ฆ่าเมื่อนั้นงั้นเหรอ ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่าแกจะทำยังไงเมื่อเจอทีมเทียนเสวี่ยนของเรา"
ผมขมวดคิ้วยุ่ง “ต้าไห่ นายรู้จักเขาด้วยเหรอ?”
“รู้จัก”
หวังจินไห่กล่าวในช่องแชทของทีม “คนนี้ชื่อว่าหลิวเฉียง ครอบครัวของมันล้มละลาย จนต้องขายบ้านไปเจ็ดถึงแปดหลัง จากนั้นก็ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเปิดร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็คือร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หวังเฉาป้าเยว่ แล้วคนที่รุมกระทืบผมวันนั้นก็มีมันอยู่ด้วย หลิวเฉียงคนนี้ไม่มีความสามารถอะไร ก็ดีแต่ใช้เงินกับวางท่าอวดดีว่าตัวเองนั้นเก่งกาจจนไม่มีใครสู้ได้!”
เมื่อพูดจบหวังจินไห่กัดฟันกรอดจนฟันแทบแตกด้วยความโกรธแค้น
ผมเหลือบมองดู ด้านหลังของหลิวเฉียงมีคนของทีมหวังเฉาป้าเยว่เหลืออยู่มากกว่า 20 คน ส่วนทางฝั่งของหั่วเยี่ยนฉู่มีสิบกว่าคน ฝั่งหั่วเยี่ยนฉู่จึงดูด้อยกว่าเล็กน้อย ทว่าการปรากฏตัวของทีมเทียนเสวี่ยนในครั้งนี้ ได้ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักทันที
……
“จินซีเหอซี”
หั่วเยี่ยนฉู่มองจากระยะไกล ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แกเองก็เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง คงทนไม่ได้กับประโยคเจอเมื่อไหร่ ฆ่าเมื่อนั้นสินะ ในความคิดของฉัน ไม่สู้พวกเราสองทีมมาร่วมมือกันดีกว่า โจมตีขนาบหน้าหลังทีมหวังเฉาป้าเยว่ จากนั้นแบ่งสมบัติกันเท่าๆกัน แกคิดว่าไง?”
“แบ่งเท่าๆกัน ……”
ผมยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าคงไม่มีของถูกในโลกหรอกจริงไหม? เห็นได้ชัดว่าพวกแกมีคนเยอะกว่าพวกเรามาก แถมทุกคนล้วนเป็นผู้เล่นขั้นฝึกหัดแล้วทั้งนั้น”
“ฉลาดดีนี่”
หั่วเยี่ยนฉู่กระแอมไอ จากนั้นพูดพร้อมรอยยิ้ม “คุยกับคนฉลาดนี้ดีจริงๆไม่ต้องอ้อมค้อม อีกเดี๋ยวเมื่อเปิดหีบสมบัติ ก็ให้ทุกคนทอยแต้ม ใครแต้มสูงกว่าก็เอาไป แกคิดว่าไง?”
“ยุติธรรมและสมเหตุสมผลดี”
“ งั้น…ร่วมมือกัน? ล้มทีมหวังเฉาป้าเยว่?”
“ตกลง”
ผมโบกมือเรียกให้ทั้งสามย้ายไปทางซ้ายพร้อมกับผม เข้าขนาบข้างซ้ายของหวังเฉาป้าเยว่ที่มียี่สิบกว่าคน พร้อมกับคนของหั่วเยี่ยนฉู่ที่เข้าบุกโจมตีเช่นกัน
“พี่เฉิน.....”
หลินเฉอรู้สึกไม่สบายใจ “หรือว่าพี่จำไม่ได้แล้วว่าบนเว็บบอร์ดหั่วเยี่ยนฉู่ได้ทำอะไรไว้กับทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเรา? ร่วมมือกับคนอย่างมันก็เหมือนกับการพยายามแย่งอาหารจากปากเสือเท่านั้นแหละ ……”
“ฉันรู้” ผมยิ้มออกมา ก่อนจะพูดในช่องแชทของทีม “หั่วเยี่ยนฉู่คนนี้กลับคำแน่นอน พวกเราก็กลับคำด้วยสิมันจะไปยากอะไร อีกเดี๋ยวตอนร่วมกันสู้กันสักพัก เราก็ค่อยๆหยุดโจมตีไป ปล่อยให้คนของหั่วเยี่ยนฉู่ถูกฆ่าตาย สูญเสียไปจำนวนหนึ่งและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็จะเข้าเล่นงานทั้งสองทีม หีบสมบัติต้องเป็นของพวกเราทีมเทียนเสวี่ยนเท่านั้น!”
“เอาแล้วดำกินดำ*.....” เขาหัวเราะขบขัน
(*ดำกินดำ หมายถึงการทะเลาะ ต่อยตีแย่งผลประโยชน์กันเองของพวกนักเลง)
ผมเองก็หัวเราะ “หลายปีมานี้ ใช้ชีวิตมาไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าใจไม่เหี้ยมพอก็อย่าหวังที่จะได้อะไรดีๆ อีกอย่างพวกเราไม่ใช่ดำกินดำ เป็นแค่เพียงกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินเท่านั้นเอง”
ทุกคนล้วนยิ้มแย้ม “ใช่ ทำงานหนัก! สู้....!”
……
“ลุย!”
อีกทางด้านหนึ่ง หั่วเยี่ยนฉู่รับบทเป็นผู้นำ นิ้วทั้งห้าในมือซ้ายของเขาพลันปรากฎเปลวไฟหมุนวนเป็นเกลียว บอลเพลิงพุ่งตรงไปยังนักดาบที่อยู่แถวหน้าของทีมหวังเฉาป้าเยว่ ทำให้เกิดระเบิดสร้างความเสียหาย 709 แต้มในทันที ตามมาด้วยเฮฟวี่ช็อต+ทริปเปิ้ลช็อตจากนักธนู ทำให้นักดาบคนนั้นตายในทันที!
“สารเลว!”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวสบถเสียงต่ำ พร้อมทั้งชักดาบออกมาพร้อมทั้งพุ่งไปข้างหน้า จากนั้นตะโกนสั่งว่า “นักดาบทุกคน หลังจากเข้าประชิดตัวให้ใช้สกิลเผด็จศึก ฆ่าได้เท่าไหร่ก็ฆ่าเท่านั้น คนของทีมเทียนเสวี่ยนปล่อยไปก่อนไม่ต้องสนใจ!”
เขาต้องการสู้กับหั่วเยี่ยนฉู่ก่อน!
“พวกเรารอดูก่อน”
ผมยกมือขึ้น ให้ทุกคนใจเย็นลงหน่อย อันที่จริงพวกเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับสกิลอาชีพที่สูงกว่าเลเวล 10 สักเท่าไหร่ เฝ้าดูการต่อสู้ก่อนน่าจะดีกว่า
ทั้งสองฝ่ายเข้าต่อสู้ระยะประชิด นักดาบทั้งห้าของหวังเฉาป้าเยว่พุ่งตัวไปข้างหน้าและดาบของพวกเขาเปล่งประกายสีแดงทองทันที มันเป็นสกิลเผด็จศึกเลเวล 10 ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้น 50% และคงอยู่เป็นเวลา 5 วินาที สามารถพูดได้เลยว่า นักดาบในช่วงแรกหากเปิดใช้เผด็จศึกจะไร้เทียมทานทันที ใครเห็นก็ต้องวิ่งหนีไม่อย่างนั้นได้ตายแน่
ขณะที่นักดาบห้าคนกำลังจะฟันหั่วเยี่ยนฉู่อยู่รอมร่อ แต่ทว่าฝีมือในการ PK ของหั่วเยี่ยนฉู่นั้นเก่งกาจกว่ามาก เขาจงใจล่อให้นักดาบเข้ามาใกล้ จากนั้นคฑาในมือก็ถูกยกโบกสะบัดเบาๆ น้ำแข็งหมุนลอยวนล้อมรอบคฑาอย่างฉับพลัน พร้อมกับที่เท้าข้างหนึ่งได้ยกขึ้นกระทืบลงกับพื้น "ฟู่วว" กระแสอากาศที่เย็นยะเยือกไหลแผ่กระจายออกไปกลายเป็นฟิลทุ่งน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว มันคือฟรอสต์โพลาร์ สกิลเลเวล 10 ของนักจิตวิญญาณ ที่ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของศัตรูลดลง 15%!
ขณะนั้นเองความเร็วในการเคลื่อนที่ของนักดาบทั้งห้าลดลง 15% ราวกับว่าพวกเขาติดอยู่ในโคลนตมอย่างไรอย่างนั้น
“ฆ่าพวกมัน”
ในขณะที่หั่วเยี่ยนฉู่ก้าวถอยหลัง เขาก็ได้ออกคำสั่งอย่างใจเย็น นักจิตวิญญาณ,นักธนูและมือปืนหลายคนในทีมเปิดฉากโจมตีทันที เพียงพริบตานักดาบทั้งห้าก็ล้มลงโดยไม่ทันได้แตะต้องผมแม้แต่เส้นเดียวของหั่วเยี่ยนฉู่ ในขณะเดียวกันพวกเขาได้ดรอปยาฟื้นเลือดและยารวบรวมลมปราณออกมาจำนวนหนึ่ง
“ฟรอสต์โพลาร์อยู่ได้เพียงสามวินาทีเท่านั้น ตามฉันมา!”
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวชูดาบขึ้นอย่างดุดันด้วยสายตาที่เย็นชา “หวังซี ตรึงฆ่าพวกมันทีละคน!”
ในทีมหวังเฉาป้าเยว่มีนักบวชหญิงคนหนึ่งเลเวล 16 ซึ่งมีไอดีว่า "ตีโถวเวิ๋นหนี่ "(ก้มหัวจูบคุณ) เห็นได้ชัดว่าเป็นไอดีครอบครัวกับเว่ยหนี่เปี้ยนไกว(เป็นคนดีเพื่อเธอ) นอกจากนี้ยังมีนักจิตวิญญาณเลเวล 16 อีกคนที่ชื่อ "ป๋าหนี่ฉ่งไคว้ " (คุมเด็กดื้ออย่างเธอ) และนักธนูเลเวล 16 ที่มีชื่อว่า "เถาชี่ปู้ติง"(พุดดิ้งจอมซน) ชื่อของทั้งทีมนี้แปลกมากจริงๆ ทำให้คนที่เห็นรู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด
อย่างไรก็ตาม เครื่องสวมใส่บนร่างกายของคนกลุ่มนี้ล้วนเปล่งประกายสีทองแดง แต่ละคนครอบครองอุปกรณ์ทองแดงมากกว่าสองชิ้น กำลังสู้รบจึงดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว แค่สิ่งนี้ก็แข็งแกร่งกว่ามากแล้ว เมื่อนักบวชใช้เคล็ดตรึงกายก็สามารถสังหารผู้เล่นโจมตีระยะไกลหลักสองคนที่อยู่ข้างกายหั่วเยี่ยนฉู่รวดเดียว ในขณะเดียวกันเว่ยหนี่เปี้ยนไกวก็ถือดาบพุ่งไปข้างหน้า พร้อมกับเปิดใช้กลอรี่ชิลด์ ดึงดูดอำนาจการยิงจำนวนมากเอาไว้ ทว่าก็ยังคงรักษาแถบเลือดไว้ได้มากกว่า 50% อยู่เสมอ อุปกรณ์แข็งแกร่งมาก น่าเหลือเชื่อจริงๆ
ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้ตะลุมบอนสูญเสียกำลังคนไปเรื่อยๆ ไม่ถึงสองนาที คนของหั่วเยี่ยนฉู่ก้เหลือเพียงห้าคน ส่วนคนของหวังเฉาป้าเยว่นั้นเหลือแค่สิบคน สุดท้ายก็ยังคงเป็นหวังเฉาป้าเยว่ที่ข่มคนของหั่วเยี่ยนฉู่อยู่ดี
“จินซีเหอซี พวกแกคิดนั่งบนภูเขาดูเสือกัดกันงั้นเรอะ!?”
หั่วเยี่ยนฉู่ตะโกนออกมาแทบจะกลายเป็นคำรามมาแต่ไกล “พวกแกทีมเทียนเสวี่ยนยังอยากได้หีบสมบัติอยู่หรือเปล่า?”
“อยากสิ!”
ผมยกดาบขึ้น ก่อนพูดด้วยรอยยิ้ม “ลงมือ เสี่ยวเฉอตรึงพวกมันฆ่าทีละคน”
“โอเค!”
……
“พวกเราระวัง จินซีเหอซีพวกมันลงมือแล้ว!” เถาชี่ปู้ติงร้องเตือน ทว่าปากที่เปิดอยู่ก็ชะงักค้างอย่างรวดเร็ว เพราะเธอถูกหลินเฉอซัดเคล็ดตรึงกายเข้าใส่ทำให้มึนงงไปเรียบร้อย
ขณะที่ผมกระโจนออกไป ดาบยาวเปล่งแสงสกิลเฮฟวี่แสลช และเฮฟวี่แสลชเลเวล 2 อีกด้วย อานุภาพของมันจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ลำแสงพุ่งผ่านลำคอของเขาอย่างรวดเร็ว ตัวเลขความเสียหาย 748 แต้มเด้งขึ้นมาทันที พร้อมกับร่างที่ร่วงลงบนพื้น
“ห๊ะ?”
นักบวชสาวคนงามแห่งหวังเฉาป้าเยว่หมุนตัวกลับมาอย่างเร่งรีบ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้ก็ถูกผมเข้าประชิดตัวพร้อมกับจู่โจมคอมโบ โจมตีพื้นฐานหนึ่งครั้ง+โบลวสไตรค์ ในชั่วพริบตาร่างของเธอก็กลายเป็นแสงสีขาวลอยกลับไปที่เมือง ด้วยความเสียหาย 552 + 760 ถึงแม้แถบเลือดของเธอจะเต็มแต่ก็จะถูกฆ่าภายในไม่กี่วิอยู่ดี!
เว่ยหนี่เปี้ยนไกวหายใจฮึดฮัด พร้อมกับคำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยไม่พอใจ ก่อนที่จะเลิกสนใจคนของหั่วเยี่ยนฉู่ แล้วหันกลับมาพุ่งตรงหาผมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามดังว่า “จินซีเหอซี ฉันจะฆ่าแก!”
สามคอมโบสกิล โจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่แสลช+โบลวสไตรค์ ถูกใช้ออกมาทันที ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ว่าจะสลับการโจมตีพื้นฐานอย่างไรนะ จึงทำให้โจมตีน้อยกว่าหนึ่งครั้ง ทว่าความต่อเนื่องสอดรับกันนั้นก็แข็งแกร่งไม่เบา ในช่วงเวลาที่ดาบยาวของเขาเปล่งแสงเจิดจ้าและตัดผ่านอากาศพุ่งเข้ามา ร่างกายของผมย่อลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับถือโล่บังอยู่ข้างหน้า ตั้งท่าป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง~~~”
ท่ามกลางประกายไฟที่สาดกระเซ็น ตัวเลขความเสียหายสามตัวบินออกมาทีละตัว
“1!”
“47!”
“149!”
เลือดลดเพียง 1 แต้ม มันน่าขายหน้านัก เห็นได้ชัดว่าหลิวเฉียงคาดไม่ถึงว่าผมจะเปิดใช้สกิลป้องกันรวดเร็วขนาดนี้ ในขณะที่เขากำลังตกตะลึงนั้น โจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่แสลชของผมก็ตกลงบนหัวของเขาแล้ว ตัวเลขความเสียหายเด้งออกมา "374" และ "457" ในทันใด อุปกรณ์ดีมากจริงๆ อีกทั้งการป้องกันก็สูง
แต่ด้านหลังผมมีหลินเฉอและต้าไห่อยู่ ภายใต้การใช้สกิลสองสกิลต่อเนื่อง จึงระเบิดการโจมตีสี่ครั้งในพริบตา ได้หักเลือดของเขาที่อยู่ภายใต้กลอรี่ชิลด์จนกลายเป็นเลือดตกค้างในทันที ขณะนั้นเองฝนสีทองสุกใสก็ตกลงมาบนศีรษะของหลิวเฉียงติดต่อกันสองครั้ง มีนางฟ้าพเนจรเพิ่มเลือดให้กับเขา!
“+450!”
“+145!”
ไม่น่าแปลกใจที่หลิวเฉียงจะสามารถมีชีวิตรอดจากการโจมตีของหั่วเยี่ยนฉู่ได้ นั้นเพราะนางฟ้าพเนจรที่ชื่อว่าปู้เริ่นหลิวเล่ยคนนั้นเป็นฮีลเลอร์ระดับไฮเอนด์
แต่ก็ยังต้องตายอยู่ดี!
ช่วงเวลาที่โจมตีพื้นฐานสิ้นสุดลง ไม่รอช้าผมได้แสดงสกิลโบลวสไตรค์ออกไปทันที จากแรงกระแทกโจมตีสองครั้งติดต่อกันร่างของหลิวเฉียงได้กระเด็นล้มกลิ้งเป็นลูกมะนาวออกไป และการรักษาไม่สามารถไล่ตามค่าความเสียหายของพวกเราได้ทันอีก โดยเฉพาะยันต์บินของหลินเฉอ ความเสียหายจากพลังเวทเป็นฝันร้ายสำหรับอัศวินเกราะหนักอย่างแท้จริง นั้นเพราะอัศวินในช่วงแรกไม่มีความต้านทานทางจิตวิญญาณเลย โดนโจมตีเท่าไหร่ก็บาดเจ็บเท่านั้น
“เจ้าบ้า กินนี่ซะ!”
ด้านหลัง จางเหว่ยกระโจนออกมาพร้อมกับพายุบนฝ่ามือ ฟาดไทเกอร์ปาล์มเข้าใส่หน้าผากของหลิวเฉียง ทว่าการคาดเดาของจางเหว่ยนั้นแย่เล็กน้อย จึงคำนวณพลาดไปก้าวหนึ่ง ส่งผลให้ฝ่ามือข้างนั้นฟาดโดนท้องส่วนล่าง มันฟาดเข้าใส่ระหว่างหว่างขาของหลิวเฉียง "ปั่ก" กลางจุดยุทธศาสตร์เต็มๆ ทว่าเขาก็สามารถสังหารอัศวินผู้นี้ที่ซึ่งมีชื่อเป็นที่หนึ่งในอันดับกำลังรบของหมู่บ้านเริ่มต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้สำเร็จ
“พวกแก……”
ดวงตาของหลิวเฉียงก่อนที่จะตายเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม ในขณะเดียวก็เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ พร้อมกับหันไปมองนางฟ้าพเนจรที่อยู่ข้างหลัง
……
“ตูมม ~~~”
หั่วเยี่ยนฉู่ทำลายดอกไม้งามด้วยบอลเพลิงเพียงลูกเดียว นางฟ้าพเนจรก็กลายเป็นแสงสีขาวไปในทันที ดวงตาของเขาเย็นชา ก่อนเอ่ยว่า “แกไม่ใช่ลิโป้และหล่อนก็ไม่ใช่เตียวเสี้ยน จะมัวชักช้าอยู่ทำไม?”
ผมทอดถอนหายใจ เจ้าหมอนี่ไม่รู้ถึงความรักของหนุ่มสาวเอาเสียเลย!
************************
โปรดติดตามตอนต่อไป....