รักซ้อนหัวใจ

    1/1 เพื่อนรัก




                 “เธอไม่ได้มองรถนะน้ำอบเราก็เห็น” พราวนภากระซิบบอกเพื่อนสาว

                “พราวเข้าข้างมันเหรอ” นรารักษ์ชักสีหน้าไม่พอใจทันที

                “เปล่า กล้องวงจรปิดก็มีภาพหมดเลย” พราวนภายืนยันเสียงแข็งเพราะไม่ได้เข้าข้างกันต์กวีแม้แต่น้อย

                “ใช่เดินไม่มองรถฉันรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและมีค่าทำขวัญให้แต่เดี๋ยวจะมีคนเอามาให้นะ”

                “ไม่ต้องคิดว่ารวยคนเดียวเหรอรู้ไหมฉันลูกใคร”

                “ไม่รู้สิขนาดเธอไม่รู้ว่าเป็๞ลูกใครแล้วฉันจะรู้ไหมคุณหมอคงต้องเช็กสมองด่วนแล้วล่ะฉันไปบอกหมอก่อนนะ”

                “ไอ้พี่กันต์”

                “ฉันไม่มีน้อง”

                “ไอ้บ้า”

                “หายดีแล้วมั้งปากแบบนี้ เ๹ื่๪๫ค่าทำขวัญไม่เกินหนึ่งชั่วโมงมีคนเอามาให้ฉันมีธุระต้องรีบไป” เขายิ้มมุมปากและมองสำรวจท่าทางของนรารักษ์และมั่นใจว่าหญิงสาวน่าจะอาการดีขึ้นมากแต่เขาก็ยังเดินไปถามเ๯้าหน้าที่พยาบาลด้านเพื่อสอบถามอาการอีกครั้งเมื่อได้คำตอบว่าปลอดภัยดีก็รู้สึกโล่งอกในขณะที่พราวนภาวิ่งตามเขามาติดๆ

                “อะไร”

                “ขอเบอร์โทรได้ไหมเผื่อมีอะไรจะได้โทรบอก”

                “อ๋อคงหมายถึงค่าทำขวัญกลัวฉันเบี้ยวเพื่อนเธอเหรอ”

                “จะให้ไหมยึกยักอยู่นั่นล่ะแค่เบอร์โทรหวงอะไรนักหนา”

                “ปกติไม่ค่อยให้ใครนะเห็นว่าเธอรักเพื่อนและคงคิดว่าจะเบี้ยวค่าทำขวัญเอาไว้ทวงเงินใช่ไหมเอามือถือมา”เขาพูดพลางยื่นมือไปรับโทรศัพท์มือถือของพราวนภาและกดเบอร์บันทึกไว้ในเครื่องแล้วส่งคืนก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ได้หันมามองแม้แต่นิดเดียว

                ร่างอรชรประคองเพื่อนรักไปที่รถเพราะบิดาของนรารักษ์สั่งให้รถมารับที่โรงพยาบาลเพราะตนกับภรรยายังติดขัดเ๹ื่๪๫การเดินทางอยู่ที่สนามบิน

                “คุณหนูระวังด้วยครับ”

                “น้าเพียรแวะร้านข้าวต้มหน้าปากซอยด้วยนะหนูอยากกิน”

                “ได้ครับยังไม่สายมากคงยังพอเหลือให้คุณหนู”น้าเพียรคนขับรถประจำตัวของน้ำอบยิ้มและมองเ๽้านายสาวด้วยแววตาเอ็นดูเพราะเห็นมา๻ั้๹แ๻่แรกเกิด

                “ใกล้ถึงยังร้านที่ว่า”พราวนภาหันมาถามเพื่อนสาว

                “นั้นไงป้าที่ใส่เสื้อชมพู”น้ำอบยิ้มเมื่อรถจอดพราวนภาก็รีบลงไปแล้วหันมาถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

                “ใส่แต่ตับเหรอเธอ”

                “ตับกะหมูเด้ง”

                “โอเค”พราวนภาเดินไปสักพักก็กลับมาพร้อมโจ๊กร้อนๆสามถุง

                “รู้ดีนะว่าต้องเอามาสามถุงสมกับเป็๲เพื่อนเราเลย”

                “ของเธอตับกะหมูเด้ง ของเราหมูเด้งอย่างเดียวของน้าเพียรใส่ทุกอย่าง”

                “คุณหนูกับเพื่อนใจดีนะครับนึกถึงคนขับรถอย่างน้าด้วย”

                “ก็มาด้วยกันก็คงหิวเหมือนกันค่ะ”พราวนภาตอบพร้อมกับยิ้มทำให้นรารักษ์รู้สึกว่าคบเพื่อนไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว

                “วันหยุดยาวสามวัน นอนกะเรานะเผื่อคุณพ่อคุณแม่ยังไม่กลับ”

                “ได้สิแต่วันนี้ต้องกลับไปช่วยแม่ทำขนมก่อนนะแล้วจะขอแม่มานอนแต่คงไม่ว่าหรอกแม่เรารู้ว่าเธอดีกับเราแค่ไหน”

                “อือ”

                “คุณหนูครับคุณท่านทั้งสองเพิ่งโทรมาเมื่อตอนที่น้ามาถึงโรงพยาบาลบอกว่าเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนมีปัญหาเ๹ื่๪๫งานใหญ่ที่ต้องอยู่จัดการครับท่านบอกว่าอาจจะห้าวันหรือไม่ก็สิบวันต้องรอดูลูกค้าก่อนว่าจะเอายังไงน้าพูดตามที่คุณท่านบอกหมดทุกคำพูดเลยนะครับ”

                “ไม่เป็๲ไรค่ะ ที่บ้านมีน้าเพียรมีน้าตุ่นและมีพราวอยู่แล้วหนูไม่กลัวหรอกค่ะแค่นี้เอง”

                รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดหน้าบ้านปูนสองชั้นทรงทันสมัยสีขาวทั้งหลังด้านหน้าจัดแต่งสวนแนวฝรั่งด้านข้างก็มีต้นไม้ตกแต่งอย่างมีรสนิยมร่างเพรียวก้าวลงพร้อมเพื่อนสาวที่คอยประคองอยู่ตลอดเวลา

                “น้าตุ่นมาช่วยหนูด้วยค่ะ”พราวนภาเรียกน้าตุ่นอย่างคุ้นเคยเพราะตนก็ทำงานบ้านที่นี่เป็๲ประจำทุกวันหยุดหรือแล้วแต่ว่านรารักษ์จะให้มา

                “หนูพราวหนักแย่เลยคุณหนูตัวใหญ่กว่าหนูพราว”น้าตุ่นพูดพลางยิ้มทั้งที่ความจริงนรารักษ์รูปร่างพอๆกับพราวนภา

                “น้าตุ่นว่าหนูอ้วนเหรอไม่เห็นอ้วนเลยแค่สูงกว่าพราวนิดหน่อยเอง” นรารักษ์ยิ้มแม้ไม่มีบิดามารดาอยู่ด้วยในตอนนี้แต่ชีวิตกลับไม่ได้รู้สึกเหงาเลยตรงกันข้ามยามอยู่ใกล้น้าเพียรกับน้าตุ่นกลับรู้สึกถึงความรักที่ทั้งคู่มีให้อย่างบริสุทธิ์ใจ

                “น้าตุ่นคะหนูขอน้ำส้มสองแก้วค่ะ”

                “ได้ค่ะคุณหนูรอสักครู่นะคะ”น้าตุ่นเดินไปที่ครัวอย่างรวดเร็ว

                “น้ำอบพี่กันต์โทรมา”

                “มีเบอร์เขาเหรอ” นรารักษ์มองเพื่อนสาวด้วยความสงสัย

                “มีสิตอนแรกกลัวเขาจะหนีเลยขอเบอร์ติดต่อไว้”พราวนภาตอบแล้วรีบกดรับสายกรอกน้ำเสียงราบเรียบใส่ปลายสาย

                “นึกว่าจะไม่โทรมาถามอาการ”

                “ได้ค่าทำขวัญหรือยัง” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                “ได้แล้วแต่ยังไม่ได้เปิดดูเลยรอให้น้ำอบเปิดเอง”

                “หยิ่งจังเลยนะเพื่อนเธอ”

                “ไม่ได้หยิ่งแค่ไม่ได้หวังเ๱ื่๵๹เงิน”

                “ฉันว่างทั้งวันบ้านอยู่ไหนบอกมาจะไปเยี่ยม”

                “ไม่ต้องมาค่ะ”

                “ไม่ได้ ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วถือของมาเยี่ยมเต็มมือเลย”

                “เขาอยู่โรงพยาบาลเอาไงดีบอกจะมาที่บ้านด้วยสิ”พราวนภากระซิบให้เพื่อนรักฟังไม่ทันไรนรารักษ์ก็คว้าโทรศัพท์มือถือไปพูดเสียเอง

                “ไม่ต้องมาบ้านฉันมีสมบัติเยอะเดี๋ยวของหาย”

                “จะไปเยี่ยมคุณพ่อสั่งไม่งั้นไม่มาหรอก”เขาตอบด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่โดนบังคับ

                “ไอ้บ้า”

                “ฉันรู้แล้วนะว่าเธอเป็๲ลูกใครคุณพ่อรู้ก็ด่าฉันทันทีเลยต้องมาเยี่ยม”

                “เหรอ”

                “ฉันต้องไปเยี่ยมเธอไม่งั้นคุณพ่อเล่นงานแน่ๆคุณอานิติพนธ์เป็๲เพื่อนรักคุณพ่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย”

                “คุณลุงเกษมที่มีลูกชายดื้อมากๆนั่นเหรอเอ้ยใช่แกเหรอ?เอ้ยพี่กันต์ คนที่เคยมาแย่งของเล่นน้ำอบตอนอายุห้าขวบเหรอแล้วก็ทำให้น้ำอบร้องไห้ไปฟ้องคุณพ่อ”

                “เออจำได้แล้วใช่ไหมบอกมาบ้านอยู่ไหนฉันจำบ้านคุณอาไม่ได้หรอกไม่ได้ไปนานมาก”

                “เดี๋ยวส่งโลเคชั่นไปบอกจะมาก็มาไม่มาก็ไม่ต้องมาหรอกนะไม่ได้เป็๞อะไรมาก”

                “ไปสิแค่นี้นะแล้วเจอกัน”

                นรารักษ์กดวางสายแล้วตะเบ็งเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ

                “ไอ้พี่กันต์!”

                “บุพเพอาละวาดแล้วล่ะเรานั่งฟังเลยรู้ว่าเธอคงเจอเนื้อคู่แล้ว”

                “ไม่จริงหรอกพราว พี่กันต์สมัยเด็กดื้อมากเราล่ะไม่ชอบเลยแต่พอโตก็หายหัวไปเลย”

                “นั่นล่ะ กัดตอนเด็กรักกันตอนโตเชื่อเราสิ” พราวนภายิ้มพร้อมกับมองหน้าเพื่อนสาวด้วยความรักเพราะนรารักษ์เป็๲คนที่ดีมากในชีวิตของพราวนภาที่รองจากพ่อกับแม่