(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 42 เธอเป็นใคร

    บทที่ 42 เธอเป็นใคร


    ฉินอิงอิงมองเพื่อนนักเรียนหม่าฮ่าวด้วยสายตาที่อิจฉาอย่างเทียบไม่ได้ เธอแอบคิดอยู่ว่าจะดีแค่ไหนถ้าตนเองสามารถสูงและอ้วนได้ขนาดนี้


    ลูกวาฬน้อยก้มหน้ามองแขนขาเล็ก ๆ ของตัวเองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญ


    เธออ่อนด้อยกว่าเขาเกินครึ่ง


    หม่าฮ่าวคิดว่าเพื่อนใหม่ไม่ชอบเขาเหมือนกับนักเรียนอนุบาลหนึ่งส่วนมากในห้อง จึงก้มหน้าเตรียมตัวกลับที่นั่งตัวเองอย่างหม่นหมอง


    แต่ฉินอิงอิงกลับดึงมือของเขาไว้ทันที พลางเข้าไปใกล้และถามด้วยเสียงเล็กแหลม “หม่าฮ่าว นายกินอะไรถึงได้ตัวโตขนาดนี้เหรอ ฉันอยากกินบ้าง”


    เดิมทีหม่าฮ่าวอายจนโกรธ คิดว่าถูกรังเกียจเพราะอ้วนอีกแล้ว


    แต่เมื่อมองเห็นดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างมีความสุขของฉินอิงอิง เขาก็นิ่งไปทันที


    “เธอว่ายังไงนะ?”


    ฉินอิงอิงรีบร้อนกล่าว “ฉันถามว่านายกินอะไรถึงได้ตัวโตขนาดนี้ ฉันอยากกินบ้าง ฉันอยากเป็นเหมือนนาย ตัวโต ดูทรงพลังและดูดีมากเลย”


    หม่าฮ่าว “...”


    นักเรียนที่ล้อมรอบฉินอิงอิงเองก็เงียบ “...”


    ไม่นึกเลยว่าฉินอิงอิงจะอยากตัวอ้วนเหมือนกับหม่าฮ่าว


    หรือสมองของเธอจะมีปัญหา


    พี่สาวของหวังเสียวหย่าอยู่อนุบาลสามของโรงเรียนนี้ อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในเพื่อนของเยี่ยนเสี่ยวหรู


    เนื่องจากพี่สาวของเธอพูดถึงฉินอิงอิงให้ได้ยินบ้างเป็นครั้งคราว เธอจึงรู้สึกไม่ดีกับเพื่อนคนนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เห็นครั้งแรก


    พูดไม่ได้ ได้แต่ร้องงอแง?


    พี่สาวโกหกเหรอ!


    เดิมทีเธอโกรธมากไม่คิดว่าพี่สาวจะโกหก แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินฉินอิงอิงบอกว่าอิจฉาคนที่อ้วนมากจนเกินพิกัดอย่างหม่าฮ่าว เธอก็อดไม่ได้ที่จะสับสน


    ดังนั้น… ที่จริงแล้วพี่สาวก็ไม่ได้โกหกทั้งหมดเหรอ สมองของฉินอิงอิงอาจจะมีปัญหาอยู่นิดหน่อยจริงงั้นสิ?


    เธอถามฉินอิงอิงอย่างอดไม่ได้ “หม่าฮ่าวอ้วนขนาดนั้น ดูเหมือนกับภูเขาลูกเล็ก ๆ เขาเล่นกับพวกเราไม่ได้ ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าตัวใหญ่แล้วจะดูน่าเกรงขามและดูดีล่ะ?”


    ฉินอิงอิงมองเธออย่างไม่เข้าใจ “เดิมที่เขาเป็นนักเรียนชายที่หล่อและดูดีที่สุดในอนุบาลหนึ่งอยู่แล้วนะ”


    หม่าฮ่าวหน้าแดงทันที


    หวังเสียวหย่าไม่ยอมรับ “เขาหล่อตรงไหน เขาอ้วนมาก ๆ ๆ ๆ เลยนะ พี่ชายที่มากับเธอเมื่อเช้าคนนั้นต่างหากที่ดูดี!”


    เมื่อพูดถึงพี่ชายผู้ให้อาหาร ฉินอิงอิงก็ยิ้มอย่างมีความสุข


    “พี่ลี่เฉิงดูดีที่สุดอยู่แล้ว แต่หม่าฮ่าวก็ดูดีมากเหมือนกัน โดยเฉพาะรูปร่างนี่แหละที่ดูดีกว่า!”


    พี่ชายผู้ให้อาหารตัวผอมเกินไป


    แต่พอใส่สูทสีดำขาว เขาก็โดนใจเธอเข้าอย่างจัง


    หม่าฮ่าวที่ถูกชมหน้าแดงฝาดเลือด


    หวังเสียวหย่าพูดไม่ออก “...”


    เธอโกรธจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว จึงร้องเฮอะและหันตัวเดินจากไป


    ฉินอิงอิงยังจับมืออ้วน ๆ ของเด็กชายอยู่ “หม่าฮ่าว เรามาเป็นเพื่อนสนิทกันเถอะ”


    เธอจำที่พี่ชายผู้ให้อาหารพูดได้ ถ้าเจอกับเด็กที่โรงเรียนอนุบาลที่ชอบมากก็เป็นเพื่อนกับเขาซะ พอเป็นเพื่อนกันแล้วก็จะพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง


    ถ้าหม่าฮ่าวกลายเป็นเพื่อนของเธอ เขาก็น่าจะบอกได้ว่าต้องกินยังไงถึงจะตัวอ้วน


    หม่าฮ่าวมองฉินอิงอิงที่สูงเท่าเอวของเขาอย่างไม่กล้าเชื่อ เหมือนกับเขากำลังฝันอยู่เลย


    “เธอบอกว่า… จะเป็นเพื่อนกับฉันเหรอ?”


    ฉินอิงอิงยิ้มตาหยีและพยักหน้า “อื้ม นายโอเคมั้ย?”


    หม่าฮ่าวร้องไห้ “ฮืออ”


    เสียงของเขาทุ้มและดัง ทั้งห้องเรียนจึงเต็มไปด้วยเสียงร้องของเขาทันที


    ครูหลี่กับครูอีกสองคนรีบร้อนมาปลอบ


    พอถามสาเหตุที่หม่าฮ่าวร้องไห้จนรู้แน่ชัด ครูทั้งสามคนก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก


    หม่าฮ่าวเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เบือนหน้าหนีอย่างเขินอายและจากไป


    เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมา เขามองฉินอิงอิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังด้วยดวงตาสีแดง


    “งั้นจากนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ!”


    ฉินอิงอิงที่ผิดหวังเล็กน้อยยิ้มแป้นอย่างเบิกบานใจทันที


    “อื้ม!”


    เดิมทีเธออยากตามไปถามเขาสักหน่อยว่าบอกได้มั้ยว่าต้องทำยังไงถึงจะตัวสูงและแข็งแกร่ง ดูน่าเกรงขามแบบเขา แต่เห็นว่าพวกคุณครูอยู่กันหมด เธอเลยปล่อยไปก่อน


    เพื่อนน่ะ บางครั้งก็ต้องสุมหัวซุบซิบกันอย่างลับ ๆ


    ฉินอิงอิงกินข้าวเยอะมาก มื้อเที่ยงจึงไม่ได้กินกับเพื่อน ๆ เยี่ยนลี่เฉิงมารับเธอและพาไปที่ห้องรับรองของโรงเรียนเพื่อกินข้าวด้วยกัน


    ป้าหวงส่งอาหารมาให้ ยังคงมีอาหารทะเลจำนวนมากที่รสชาติอร่อยล้ำเลิศ


    ปริมาณอาหารของฉิงอิงอิงเริ่มกลับมาควบคุมไม่ได้อีกแล้ว เยี่ยนลี่เฉิงกินเป็นครั้งคราวทีละสองคำ ใช้เวลาที่เหลือเฝ้ามองอิงอิงตัวน้อยกินมื้อเที่ยงอย่างใจจดใจจ่อ


    เขาอดคิดไม่ได้เลยว่าสุขภาพของอิงอิงตัวน้อยแข็งแรงดีจริงเหรอ?


    แต่อาฉินก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังคนในครอบครัวหากอิงอิงน้อยมีปัญหา


    หลังจากที่น้องสาวตัวน้อยกินเสร็จ เขาก็ถามเธอ “รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างมั้ย?”


    ฉินอิงอิงเช็ดปากและเริ่มหาว “จะเป็นอย่างนั้นได้ไงคะ? พี่ลี่เฉิง ฉันกินอิ่มแล้ว อิ่มมากเลย ตอนเย็นไม่กินแล้วก็ได้ แต่มื้อดึกต้องกินอีกนะ… ฮ้าว~”


    เยี่ยนลี่เฉิง “...”


    เขาทั้งขำและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเธอหลับไปภายในหนึ่งนาทีหลังจากที่กินเสร็จ


    ยังดีที่ห้องรับรองของโรงเรียนจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเหล่าพี่น้องของพวกเขา แน่นอนว่านี่ได้รับความยินยอมจากโรงเรียน ใช้เวลาเพียงสิบนาทีจากอาคารเรียนฝั่งมัธยมมาถึงที่นี่ เพราะเขามากินอาหารกลางวันกับอิงอิงตัวน้อยตอนเที่ยงและได้เฝ้าดูเธอนอนกลางวันจึงอุ่นใจเป็นพิเศษ


    แต่ฉินอิงอิงกลับนอนหลับไม่ค่อยสนิท


    มีเสียงในหัวดังขึ้นเป็นระยะ ๆ


    คำพูดที่ได้ยินเยอะมากที่สุดก็คือเธอกินอาหารเยอะมากเกินไป


    ตอนนี้เธอไม่ใช่วาฬเพชฌฆาต เธอคือเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่ง


    ฉินอิงอิงโต้กลับอย่างอดไม่ได้ ตอนนี้ร่างกายของเธอแข็งแรงดีมาก กินน้อยแล้วจะตัวโตได้ยังไง?


    เสียงนั้นเงียบไป ฉินอิงอิงจึงเริ่มไม่เข้าใจ


    “เธอเป็นใคร?”


    ไม่มีการตอบกลับ


    ลูกวาฬน้อยถามต่อไปในความฝัน “เธอคือใคร?”


    อีกฝ่ายยังคงไม่พูดอะไร ฉินอิงอิงง่วงจนทนไม่ไหวแล้วแต่พอจะหลับ เสียงของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นอีกครั้งเป็นระยะ ๆ


    “อิงอิงน้อย… ฉันหวังว่าเธอจะโตไวหน่อยนะ จากนั้นก็จะได้…”


    “หืม?” ฉิงอิงอิงทนต่อความรำคาญไม่ไหว เธอพองแก้มและขมวดคิ้ว “ก็จะได้อะไร?”


    “เธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน?”


    อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแล้ว


    ฉินอิงอิงถามซ้ำหลายครั้งจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว


    เธอถูกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก อาจดูน่ารักน่าทะนุถนอม แต่ความจริงแล้วเธอเป็นวาฬเพชฌฆาตที่มีนิสัยดุร้าย


    เธอพลิกตัวปีนขึ้นมา “เธอเป็นใครกันแน่!”


    เยี่ยนลี่เฉิงที่นอนกลางวันอยู่บนเตียงหลังเล็กสะดุ้งตื่น พอเห็นอิงอิงตัวน้อยตกจากเตียงอีกหลังลงไปที่พื้นก็ตกใจ


    “อิงอิงน้อย!”


    ฉินอิงอิงหัวกระแทกพื้นจนหน้าผากเปลี่ยนเป็นสีแดง


    เยี่ยนลี่เฉิงทั้งโทษตัวเองทั้งเจ็บปวดใจ “อิงอิงน้อย พี่จะพาเธอไปห้องพยาบาลนะ”


    ฉินอิงอิงกอดคอของเขาและส่ายหน้า ทั้งโกรธและรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม


    “พี่ลี่เฉิง ฉันไม่ไป ฉันจะนอน ฉันง่วงมาก แต่มีคนมากวนฉัน!”


    “พี่ลี่เฉิง พี่ช่วยฉันไล่เธอไปให้หน่อยได้มั้ยคะ?”


    น่ารำคาญมากเลย


    พูดอะไรก็ไม่ชัดเจน รู้อะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ใครจะไปทนได้?

    “มีใครที่ไหนมากวนเธอ?” เยี่ยนลี่เฉิงหันมองซ้ายขวา ในห้องรับรองมีแค่เขากับอิงอิงน้อยเท่านั้น


    ฉินอิงอิงอ้าปาก ขณะที่อยากพูดอะไรออกมาก็พบว่าสมองของเธอว่างเปล่าไปแล้ว


    นี่เธอฝันว่าอะไรไปบ้างแล้วนะ?


    เหมือนว่าจะลืมไปหมดเลยแฮะ


    ฉินอิงอิงยีผมยุ่ง ๆ ของตัวเองอย่างหัวเสีย พองแก้มซาลาเปา จากนั้นก็เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมองพี่ชายผู้ให้อาหาร


    “พี่ลี่เฉิง พี่กอดฉันนอนได้มั้ย?”


    อิงอิงตัวน้อยฝันว่าตกจากเตียง เยี่ยนลี่เฉิงต้องไม่ปล่อยให้เธอนอนตามลำพังอยู่แล้ว ถึงเธอจะไม่พูด เขาก็จะกอดอิงอิงน้อยจนหลับไปอยู่ดี


    เด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งนอนกับพี่ชายเป็นเรื่องปกติมาก


    ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าการหลับใหลครั้งนี้จะเป็นการหลับไปตลอดชีวิต…

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน