พวกแนวหน้าที่วิ่งเข้าใส่เผ่ายักษ์นั้น ยังไม่รู้ตัวว่าพลธนูของพวกเขาได้เสียท่าไปแล้ว
ความโกรธทำให้ขาดความรอบคอบ
มิอาจได้ยินเสียงร้องที่โหยหวนของพรรคพวก เพราะถูกศัตรูดึงความสนใจไปเสียสิ้น
พวกเขากำลังเดินหมากไปตามแผนการที่แฟตได้จัดวางเอาไว้
ราวกับ… เป็นหุ่นเชิดที่ถูกชักใยเช่นนั้น
“ตาย! ”
นักรบเผ่าหมาป่าผสมเผ่ากระต่ายเริ่มวิ่งเข้าประชิดเผ่ายักษ์อย่างไม่เกรงกลัวต่อขนาดร่างกายที่แตกต่างถึงเท่าตัว
เผ่าหมาป่านั้นมีความสูงเฉลี่ยที่สองเมตร
เผ่ากระต่ายจะอยู่ที่ราวร้อยห้าสิบเซนติเมตร
ส่วนเผ่ายักษ์จะอยู่ที่สามเมตรกว่า
ถึงจะเสียเปรียบเรื่องขนาดร่างกาย แต่ในฐานะนักรบแล้ว พวกเขานั้นเก่งกาจกว่ามาก
เพราะเผ่ายักษ์ที่ยืนอยู่ตรงนี้ เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น
หมากที่ไร้ซึ่งความสามารถเชิงต่อสู้ จะใช้ล้มนักรบผู้เก่งกาจได้อย่างไร?
สำหรับแฟตแล้ว มันมีความเป็นไปได้อยู่
ถ้าใช้หมากที่มีอยู่อย่างถูกวิธี แม้แต่หินผายักษ์ก็สามารถพังทลายมันลงมาได้
โซ่พ่วงตัวถ่วงที่หนักครึ่งตัน สิ่งนั้นกำลังถูกเหวี่ยงโจมตีเข้าใส่ศัตรู
แต่การโจมตีนั้น ไม่อาจสร้างได้แม้แต่บาดแผลเดียวให้กับพวกนักรบ
เชื่องช้า ไร้ซึ่งศิลปะเชิงยุทธ มีเพียงแต่พลังเท่านั้น
พวกเขาหลบการโจมตีที่เชื่องช้าของพวกเผ่ายักษ์ แล้วเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
บิดข้อมือแล้วแทงปลายดาบสีขาวเข้าที่ลำคอ โดยเลี่ยงร่างกายของพวกพ้องที่ถูกมัดติดอยู่รอบเอวของศัตรู
ปลายดาบสีขาวของพวกเขา กำลังจะปลิดชีวิตของศัตรูร่างยักษ์ตรงหน้า
ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่อยู่ในการคำนวณของแฟต
ต่อหน้าศัตรูที่มีร่างกายใหญ่โตและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ พวกเขาควรจะแทงใส่ตรงไหนดี?
แขนกับขาคงไม่น่าสังหารได้ในดาบเดียว
ที่หัวใจกับหน้าท้องมีร่างของเพื่อนถูกผูกมัดรอบเอาไว้
คำตอบที่พวกเขาได้ จึงมีแค่ส่วนหัวกับลำคอเท่านั้น
พวกเผ่ายักษ์ที่ได้รับคำแนะนำมาจากแฟต ต่างรีบยกแขนขึ้นมาตั้งการ์ดป้องกันส่วนคอกับหัวของตัวเองเอาไว้ล่วงหน้า ราวกับอ่านอนาคตได้
มันไม่ใช่การอ่านอนาคต ไม่ใช่ว่ามองเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรู
แต่มันเป็นแค่การป้องกันตามสิ่งที่คิดวิเคราะห์มาล่วงหน้าเอาไว้ก่อนเท่านั้น
ดาบของพวกนักรบสีขาวเริ่มจมเข้าไปในแขนของเผ่ายักษ์
ต่อหน้ากล้ามเนื้อเหล็กไหล ปลายดาบของพวกเขาจึงหยุดลงเพียงแค่ครึ่งเส้นทางก่อนถึงคอหอยของพวกเผ่ายักษ์
พวกนักรบ… ยังไม่อาจที่จะสังหารพวกยักษ์ได้
“ไอพวกนี้! ”
นักรบสีขาวตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
พวกเขาต่างพยายามดึงดาบกลับออกมาจากกล้ามเนื้อแขนของพวกเผ่ายักษ์
แต่ทว่าดาบของพวกเขามันติดแน่นลงไปในเส้นกล้ามเนื้อของศัตรูไปแล้ว
พวกเขาบางคนจึงยอมแพ้ ทิ้งดาบตรงหน้า แล้วชัดดาบเล่มสำรองเข้าฟันส่วนขาที่หนาราวกับท่อนไม้แทน
เป้าหมายคือการทำลายสมดุล เพื่อให้กำแพงกล้ามเนื้อตรงหน้าล้มคลืนลงมา
เลือดสีดำจำนวนมากไหลรินลงมาจากขาของพวกเผ่ายักษ์
"เจี๊ยกกกกก! "
พวกเขากรีดร้องอย่างเจ็บปวด
ถึงจะมีร่างกายแข็งแกร่ง แต่จิตใจนั่นไม่
ชาวบ้านธรรมดาอย่างเขา กำลังเริ่มรู้สึกหวาดกลัวความตาย
หัวใจเต้นระส่ำ กำลังใจถดถอย ดวงตาสั่นไหว
อีกไม่นานคงแตกพ่ายแล้งหันหลังวิ่งหนีกลับเข้าไปในอุโมงค์ที่เดินเข้ามา
เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น แฟตจึงรีบใช้หมากตัวถัดไปในทันที
"จังหวะนี้แหละ! โป๊ยอี๊! "
ในตอนนั้นเองที่เผ่าภูติจำนวนมาก บินออกมาจากด้านหลังของเผ่ายักษ์ในแนวหน้า
เผ่าภูตินั้นมีขนาดตัวเฉลี่ยเพียงหนึ่งเมตร จึงง่ายมากที่จะใช้ร่างกายของเผ่ายักษ์เป็นที่กำบังหลบสายตา
"แสงเชี่ยไรเนี่ย! "
การปรากฏตัวที่ไม่ทันตั้งตัวนั้น ทำให้พวกนักรบป้องกันดวงตาตัวเองไม่ทัน
แสงที่ปล่อยออกมาจากเผ่าภูติ ทำให้พวกเขาตาบอดไปชั่วขณะ
แต่ใช่ว่าพวกเขาจะสิ้นฤทธิ์
อย่าได้ดูถูกจมูกของเผ่าหมาป่า กับใบหูของเผ่ากระต่าย
แม้นว่าดวงตาจะมืดบอด พวกเขาก็ยังสามารถจับสัมผัสถึงต่ำแหน่งศัตรูด้วยกลิ่นกับเสียงได้อยู่ดี
คิดว่าพวกเขาจะเสียท่าเพียงเพราะแค่ถูกแย่งชิงแสงสว่างไปเช่นนั้นหรือ?
ถ้านี่คือแผนการของศัตรู ที่คิดแย่งชิงดวงตาเพื่อสังหารพวกเขา มันก็ช่างเป็นความคิดที่ดูถูกพวกเขายิ่งนัก!
"แค่นี้ไม่คณามือหรอก! "
พวกเขาเริ่มพึ่งจมูกกับหูของตัวเอง เพื่อจับตำแหน่งของศัตรูตรงหน้า
"... หืม? "
แต่ทว่าศัตรูของพวกเขากลับไม่ยอมบุกเข้ามา
"... ไม่ใช้จังหวะนี่โจมตีเข้ามากันหรือ? "
ถึงจะสงสัย แต่คิดไปก็เท่านั้น
เหล่านักรบเริ่มหรี่ดวงตา ปรับม่านรับแสง แล้วมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ศัตรูของพวกเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนไหว---
ไม่สิ
ดูเหมือนว่าจะมีพวกเผ่ายักษ์กลุ่มใหม่กำลังทยอยเดินออกมาจากอุโมงค์คุกใต้ดิน
กำลังเสริมเช่นนั้นหรือ?
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิด
"แสงสว่างที่ยิงมา ก็เพื่อซื้อเวลาแค่นั้น? "
ไม่มีอาวุธไกลโจมตี ไม่มีวิชาต่อสู้ ดีแต่ถ่วงเวลา แล้วเพิ่มจำนวนเข้าต่อสู้แค่นั้น?
ช่างงี่เง่าสิ้นดี!
"ตาย---"
"ทุกคน! ระวังข้างหลัง!? "
ในตอนนั้นเองที่มีสตรีนักรบเผ่าหมาป่าคนหนึ่งกรีดเสียงดังขึ้นมา
เพราะว่ามีเวลาสงบสติ เลยเริ่มรู้สึกถึงกลิ่นที่แปลกปลอมลอยมาจากฝั่งข้างหลังของตัวเอง
เธอจึงรีบหันกลับไปมอง
และสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้า คือภาพของห่าฝนธนูที่กำลังจะพุ่งเข้าปะทะพวกเธอ
แฟตไม่ได้คิดว่าเผ่าภูติกับเผ่ายักษ์จะสามารถเอาชนะพวกผู้คุมได้
เธอจึงจงใจใช้พวกเขาเป็นตัวล่อ ใช้พวกภูติสร้างแสงแยงตาหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อซื้อเวลาต่อชีวิตให้พวกเผ่ายักษ์ ในแนวหน้า
ซื้อเวลา… เพื่อให้กลุ่มเผ่ามนุษย์มด เตรียมพร้อมลอบโจมตีจากทางด้านหลังของพวกนักรบ
จุดที่ควรมีพลธนูชนเผ่ากระต่ายสามสิบชีวิตยืนอยู่ กลับถูกแทนที่ด้วยเผ่ามนุษย์มดจำนวนมากที่ลอดมุดผ่านใต้ดินขึ้นมา
คันธนูถูกแย่งชิง ลูกธนูถูกขึ้นคันรั้ง แล้วปลดปล่อยออกไปพร้อมกัน
ตะเกียงน้ำมันที่ถูกโยนขึ้นเป็นเส้นโค้งเหนือหัว
การโจมตีที่ไม่คาดฝัน กำลังทำให้พวกนักรบเริ่มเสียขวัญกำลังใจ
นักรบที่อยู่ใจกลางจุดตกของตะเกียงน้ำมัน กำลังกลายเป็นเสาเพลิงที่ลุกสีแดงฉาน
บางตะเกียงไม่ลุกไหม้ แต่บางตะเกียงก็ลุกไหม้ ขึ้นอยู่กับคบเพลิงที่ถูกโยนไล่ตามมา
ลูกธนูถูกยิงเทกระจาด สาดทั่วทุกตารางตรงหน้า
ถูกเป้า มิถูกเป้ามิต้องสนใจ
พวกเขาเพียงแต่ทำหน้าที่ ที่ได้รับมาอย่างซื่อตรงเท่านั้น
ยิง ยิง และยิงออกไปตรงหน้าโดยไม่ต้องสนใจว่าจะเอาชีวิตได้หรือไม่
ถึงจะไม่ใช่นักรบ
ถึงจะไม่ใช่นักธนูมือฉมังที่ถูกฝึกมา
ถึงจะไม่สามารถยิงเข้าเป้าเอาชีวิตศัตรูได้
แต่ด้วยสภาพที่ศัตรูมาอยู่รวมกระจุกในที่คับแคบ ต่อให้หลับตายิง ก็ยังสามารถยิงถูกเป้าได้อย่างแม่นยำ
"อ๊ากกกกก! "
พวกนักรบเริ่มกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
"แบ่งสองกลุ่ม ครึ่งหนึ่งจัดการพวกอสูรตรงคุก อีกกลุ่มตามฉันมา! พวกมันยิงธนูไม่เป็น! คบเพลิงเองก็มีไม่พอ! ตะเกียงน้ำมันพวกนั้นแค่ปาขู่พวกเราเท่านั้น! อย่าไปกลัวมัน! "
สตรีหมาป่าผู้ที่มีผมสีเขียวรีบออกคำสั่งเหล่านักรบ
"รับทราบ! "
การตอบสนองต่อสถานการณ์ การขานรับของนักรบรอบข้าง
เพียงพริบตาเดียว แฟตที่ยืนซ่อนตัวสังเกตุการจากในเงามืดของอุโมงค์คุก ก็ทราบได้ทันทีว่าเธอคนนั้นคือหัวหน้ากลุ่มที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้
" (เก็บหมาป่าหัวเขียวคนนั้นซะ) "
แฟตสั่งการเผ่ามนุษย์มดที่เป็นลูกน้องผ่านทางคลื่นสมอง
" (รับทราบครับ) "
เผ่ามนุษย์มดกลุ่มหนึ่งเริ่มเคลื่อนไหวผ่านทางใต้ดินไปที่ใต้ผ่าเท้าของหมาป่าที่มีผมสีเขียว
"กระจอก! "
แต่หมาป่าคนนั้น สามารถกระโดดหลบได้อย่างง่ายดาย
เธอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของผิวดิน แล้วใช้สิ่งนั้นในการจับจังหวะกระโดดขึ้นสูง ก่อนจะโจมตีสวนกลับไป
ใช้หอกทิ่มแทงลงไปในพื้นปฐพี ทิ่มแทงร่างของศัตรูที่กำลังง้างเขี้ยวออก แทงทะลุปากไปถึงกลางลำตัว แล้วเหวี่ยงตัวเองกลางอากาศเพื่อใช้แรงนั้นดึงร่างของศัตรูให้ขึ้นมาจากผิวดิน
เธอไม่หยุดเพียงแค่นั้น
สตรีหมาป่าเริ่มวาดลวดลายที่น่าทึ่งให้เป็นที่ประจักษ์
เธอเหวี่ยงหอกเป็นวงกลมอีกครั้ง คว้านลงไปในผิวดินอย่างรุนแรงรอบตัว หลับตาจับกลิ่นและเสียงรอบกาย
ตั้งสมาธิ รวมพลังทั้งหมดไปรวมที่ ณ ปลายหอก ก่อนจะกระโดดแล้วแทงหอกลงไปในปฐพีอีกสี่ครา
พริบตานั้น ราวกับมีกระสุนปืนใหญ่ยิงถล่มลงมา
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ควันฝุ่นลอยคลุ้งขึ้นสูง
ผิวดินที่ถูกหอกเล่มนั้นแทง ถูกแรงกระแทกอันบ้าคลั่ง ถล่มจนเป็นหลุมลึกที่น่าหวาดหวั่น
เพียงพริบตา ทหารเลวของเผ่ามนุษย์มดทั้งหมดห้าคน ก็ถูกทำลายตั้งแต่ส่วนหัวไปถึงร่างกาย จนสิ้นชีวิตอยู่ในใต้ดินไป
แต่นั่นยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่สตรีนักรบหมาป่าพึงมีติดตัว
เธอวิ่งออกนำทัพ ใช้หอกปัดป้องลูกธนูตรงหน้า กระโดดผ่านโต๊ะไม้ที่กระจายไปทั่วลาน ราวกับกำลังวิ่งในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่
แม้แต่หลุมพรางที่พึ่งถูกขุดเตรียมเอาไว้ ก็ยังถูกเธอมองออกและหลบเลี่ยงไปได้
สตรีนักรบหมาป่า กำลังจะเข้าประชิดเหล่าพลธนูของแฟตแล้ว
"แข็งแกร่ง"
ความแข็งแกร่งของสตรีหมาป่า ออกจะอยู่เหนือการคำนวณของแฟตไปอยู่บ้าง
เธอคิดเอาไว้แต่แรก ว่าน่าจะมีระดับผู้บัญชาการหรือหัวหน้าคุมคุกอยู่
ซึ่งเธอคาดการถูกต้อง
สิ่งเดียวที่เธอพลาดไป คือการประเมินฝีมือของศัตรูต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น
เธอไม่ได้คิดว่าศัตรูจะมีวิชากล้าแกร่งถึงขนาดนี้
แต่ใช่ว่าจะไม่มีแผนการรับมือเลยเสียทีเดียว
"น้ำมัน!?! ตั้งแต่เมื่อไหร! "
สตรีหมาป่ารีบหยุดเท้าตัวเอง เพราะได้กลิ่นฉุนของน้ำมันที่มากผิดปกติตรงหน้า
เพราะตะเกียงน้ำมันที่ถูกโยนเข้าใส่ในการโจมตีระลอกแรก เลยทำให้เธอสับสนต่อระดับความเข้มข้นของกลิ่นน้ำมันที่ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง
เปลวไฟและควันที่กำลังลอยออกไปตามรอยแยกของโพรงธรรมชาติ ทำให้จมูกของเธอเริ่มผิดเพี้ยน
กว่าจะรู้ตัว เธอก็มายืนอยู่พื้นที่สังหาร
พื้นสังหาร… ที่ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำมันจากตะเกียงน้ำมันที่ถูกเทราดทิ้งเอาไว้ล่วงหน้า
"ต้องหนี--- อั๊ก!? "
มีอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามากระแทกแผ่นหลังของเธอ
เธอรีบเหลือบสายตากลับไปมองดู
ตรงทางเข้าคุกใต้ดิน
พวกเผ่าภูติกำลังเริ่มยิงกระสุนลมกระหน่ำออกมา
" (ไม่ใช่ว่าพวกมันทำได้แค่ปล่อยแสงสว่างหรอกหรือ?) "
สตรีหมาป่าเริ่มเกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาในใจ
ในรายงานที่สตรีหมาป่าคนนี้รับรู้เกี่ยวกับเผ่าภูติ คือเผ่าภูติสามารถใช้พลังลึกลับ สร้างอำนาจประหลาดที่ควบคุมธรรมชาติ
แต่คนที่สามารถใช้มันในการต่อสู้จริง มันมีน้อยจนนับจำนวนได้
อย่างที่กำลังโดนโจมตีตอนนี้ มันก็แค่ในระดับแรงเท่าหมัดเย็บของคนที่เพิ่งเริ่มฝึกชกมวยเท่านั้น
ศัตรูของเธอ ไม่ได้เก่งกาจ ไม่ใช่นักรบ
ธนูเองก็ยิงแบบไม่หวังผลสังหาร
ทั้งที่ควรจะเป็นการปราบตัวประกันที่ง่ายดาย
แต่ทำไม…
"ทำไมพวกเราถึงเสียท่าได้ขนาดนี้! "
การที่ถูกกระสุนลมกระแทกใส่ มันทำให้ตัวเธอ กับพรรคพวกของเธอหยุดชะงักไปชั่วครู่
ถ้าไม่มีการโจมตีทีเผลอ เธอคงจะสามารถกระโดดหนีออกไปจากลานสังหารตรงนี้ได้สำเร็จไปแล้ว…
*พรึบ! *
เปลวไฟขนาดเล็กเริ่มลุกโชนขึ้นสูง
น้ำมันจากตะเกียงที่ถูกแอบราดลงพื้นนั้น มันผสมปนไปกับตะเกียงน้ำมันที่ขว้างใส่ในตอนแรก จนทำให้พื้นที่สังหารมีขนาดกว้างใหญ่เพียงพอที่จะแผดเผาพวกเขาทุกคน
ทะเลเพลิงเริ่มสำแดงฤทธิ์เดช
มันลุกลามจากพื้นที่คับแคบ แล้วขยายวงกว้าง จนสุดท้ายกลายเป็นสังหารที่ไร้ความเมตตา
เปลวไฟลุกโชนโหมรุนแรง
เหล่านักรบต่างเริ่มกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแสบร้อน
งานฉลองที่ควรสนุกสนานในยามค่ำคืน ฉับพลันกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกเขาไปแทน
นักรบทั้งร้อยชีวิต เริ่มหมดไฟสู้เพราะถูกเผาทั้งเป็น
พวกเขาทิ้งอาวุธในมือ กลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อเอาชีวิตรอด ก่อนจะแน่นิ่งหอบหายใจอย่างหมดแรง
"จับกุม"
แฟตเริ่มออกคำสั่งต่อไป
ให้แนวหน้าล่าถอยออกมา แล้วให้คนอื่นที่ยืนรออยู่ในแนวหลังทยอยกรูเข้าไปในห้อง
ให้คนที่ยังมีแรงเหลือเพื่อ บุกเข้าประชิด แล้วใช้กำลังที่มากกว่าเข้ารุมจับมัดศัตรูที่เริ่มโรยรา
มีบางคนที่รอดมาต่อต้าน แต่จิตใจของพวกเขากำลังสิ้นหวัง
หัวหน้าถูกไฟคลอกตาย พรรคพวกต่างเจ็บโอดครวญ แล้วยังมีศัตรูจำนวนมากกรูเข้าใส่
"ใครต่อต้าน สังหารซะ! ใครมันจะหนี ให้ปล่อยมันไป! "
ในตอนนั้นเองที่แฟตจงใจพูดขึ้นด้วยภาษาของชนเผ่าสัตว์
ศัตรูที่ได้ยินเช่นนั้น ต่างรีบตัดสินใจหันหลังหนีในทันที
ไปตามพรรคพวกมาช่วย ดีกว่าอยู่ต่อสู้จนตัวตายที่นี่
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิด
แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลย ว่านั่นคือสิ่งที่แฟตกำลังต้องการ
ใช่… ไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่สักนิดเดียว…