ไป่จวินเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น จนคนสนิทอดสงสัยมิได้ แต่ก็มิกล้าจะเอ่ยถาม เพราะดูจากสีหน้าแล้วคงมิสบอารมณ์เป็อย่างมาก ั้แ่มิสามารถรับรู้ข่าวคนในจวนได้ ซึ่งมันน่าแปลกที่ปกติฝ่ายตนก็มิได้อยากรู้ทุกเื่อยู่แล้ว เหตุไฉนผู้เป็นายถึงกังวลเพียงนี้
“เกิดอะไรขึ้น หรือว่าหรานจวิ้นจะรู้” ไป่จวินพึมพำกับตนเอง สิ่งที่เขาคิดตอนนี้คืออนุชาอาจจะเห็นเขาเข้าจวน และซูเยว่เองอาจจะถูกจับได้หรือไม่นางก็อาจจะบอกเื่เมื่อคืน แต่อย่างหลังเขาคิดว่ามิมีทางใช่แน่ เพราะนางมีใจต่ออนุชาเขา อย่างไรเสียก็มิมีทางเอ่ยว่าตนเองหลับนอนกับบุรุษอื่นเป็แน่ อาจจะเป็อย่างแรกก็ได้
“หวังว่าข้าจะคิดผิด ใช่ว่าข้าจะห่วงเ้านะซูเยว่ แต่หากอนุชาข้ารู้ก่อนมันก็ไม่สนุกน่ะสิ” ยิ้มร้ายเผยออกมาอีกครั้ง
เขาหวังจะทำให้คนน้องอับอาย แต่ถ้าถูกจับได้เสียก่อนหรานจวิ้นคงมิมีทางปล่อยซูเยว่เอาไว้แน่ สำหรับเขามันมิมีความหมายได้แม้เพียงนิด เพียงแต่มิอยากเสียโอกาสดีดีไปก็เท่านั้นเอง ไป่จวินจึงคิดหาทางเข้าไปจวนอนุชาอีก แม้ว่าเวรยามจะหนาแน่นกว่าทุกวันก็เถอะ
“หึ! จัดเวรยามมากมายถึงเพียงนี้เชียว” เขาเอ่ยขึ้นในขณะที่หมอบซุ่มอยู่บนหลังคาฝั่งทิศใต้ ซึ่งทางนี้เงียบสุด และเป็เส้นทางที่เขามักใช้เข้ามา แต่จู่ๆ ก็มีร่างของใครบางคนกำลังปีนต้นไม้ ซึ่งห่างจากเขาแค่่แขน
ก่อนที่ขาเรียวภายใต้อาภรณ์สีดำจะก้าวขึ้นมาบนหลังคาเพียงเท่านั้นอีกฝ่ายก็ใทันที เพราะมิคิดว่าจะมีคนอยู่บนนี้ด้วย จนเกือบจะพลัดตกลงไปแล้ว ยังดีที่แขนแกร่งรั้งเอาไว้ทัน จนตกไปอยู่ในอ้อมกอดนั้นแทน
“อ่ะ!ปล่อยนะเ้าเป็ใครกัน” เสียงหวานแห้วใส่ทันที แต่ดังแค่พอให้ได้ยินแค่สองคนเท่านั้น
“หึ! ถูกขังมิพ้นวันก็คิดจะหนีออกไปแล้วหรือ ก่อนนี้ข้าได้ยินว่าเ้าถูกขังเป็เดือนยังมิเห็นจะทำเช่นนี้เลย” ไป่จวินถามขึ้นอย่างขบขัน คราแรกก็มิคิดว่าจะเป็นางหรอก แต่พอได้กลิ่นหอมคุ้นจมูกมันก็ทำให้เขารู้ทันที แม้ว่ารอบๆ จะมืดจนแทบมิรู้ว่าใคร
“ก็ข้ามิใช่ซู อ่ะ!” เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามิควรเอ่ย ซีซีจึงเงียบเสียงในทันที ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนยังอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
“นี่เ้าปล่อยข้านะ จะแอบเข้าจวนอ๋องก็ไปสิ ข้าจะออกไปจากที่นี่” นางเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายก่อนจะดันอกแกร่งออก แต่มีหรือที่ไป่จวินจะยอมง่ายๆ ยิ้มร้ายผุดขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับปีนลงจากหลังคาและรั้งร่างเล็กตามลงมาด้วย ก่อนจะอุ้มนางขึ้นม้า
“จะพาข้าไปไหน เ้าจะไปก็ไปคนเดียวสิ” นางเอ่ยถามทันทีเมื่อคนตัวโตพาควบม้าออกมา ก่อนนี้มิกล้าเอ่ยสิ่งใดเพราะเกรงว่าจะทำให้เวรยามที่กำลังเดินมาอีกครั้งได้ยิน
“เ้าอยากออกไป ข้าก็จะสงเคราะห์ให้อย่างไรล่ะ”
“ข้าไปเองได้ เ้าจะเข้ามายุ่งทำไมเนี่ยะ” เพราะความโมโหทำให้ซีซีหลุดถ้อยคำแปลกๆ ซึ่งปกติคนในยุคนี้มิเอ่ยกัน ไป่จวินถึงกับขมวดคิ้วสงสัยทันที
แต่ยามนี้เขาก็ไม่ได้มีเวลาจะเอ่ยถาม เพราะต้องควบม้าฝ่าความมืดออกไปทางด้านทิศใต้ของเมือง เพราะที่นั่นเป็คนของเขาที่เฝ้ายามเสียส่วนมาก หากมีคนเห็นว่าเขาพาใครมาคงเป็เื่แน่
“นี่เ้าจะพาข้าไปไหนกันแน่” ซูเยว่ยังคงเอ่ยถาม เพราะเห็นแล้วว่าออกมานอกเมืองไกลมากแล้ว แต่นางก็มิได้คำตอบใดใดกลับมาเลย จนกระทั่งถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็เหมือนหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นเป็ชั้นๆ แต่มองดูดีดีก็มีแต่บุรุษแต่งกายราวกับโจรเสียอย่างนั้น
“ไม่หรอกน่า อีตานี่คงไม่ใช่โจรที่ชอบแอบเข้าบ้านคนอื่นหรอกนะ นี่ฉันกลายเป็เมียโจรไปแล้วเหรอ ตายแน่” ในหัวเธอตอนนี้คิดดีไม่ได้เลย เพราะเหล่าบุรุษที่ออกมาต้อนรับคนบนม้าต่างก็ดูน่ากลัวเป็อย่างมาก
“นายท่านมาเสียมืดคำเลยขอรับ” เสียงของบุรุษร่างใหญ่ดังขึ้นทักทายคนที่ะโลงจากม้า ก่อนที่เขาจะรั้งเอาร่างเล็กตามลงมาด้วย ซึ่งตอนนี้ซูเยว่ยืนประชิดติดกับคนตัวโตอย่างช่วยมิได้ เพราะเกรงว่าเขาจะเอาเธอมาขายเสียมากกว่าช่วยพามาให้พ้นจวนอ๋องหรานจวิ้น
“โอ๊ย! แบบนี้หนีเสือมาเจอฝูงเสือแล้วมั้งซีซี คงไม่รอดแน่งานนี้ ขอตายเลยได้ไหม ทำไมถึงได้โชคร้ายอาภัพขนาดนี้เนี่ยะ ไม่น่ามาเกิดใหม่ในร่างนี้เลย” สตรีตัวน้อยภายใต้อาภรณ์ดำยามนี้ ถึงกับกอดแขนคนที่พามาแน่น เพราะกลัวว่าเขาจะเอ่ยในสิ่งที่นางกำลังกลัว
“มิต้องกลัว มีข้าอยู่มิมีใครกล้าทำอันใดเ้าทั้งนั้น เพียงแต่เ้าต้องเชื่อฟังข้าเข้าใจหรือไม่เมียรัก” ไป่จวินเอ่ยก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นผงกหัวให้เขา
ไป่จวินยกยิ้มเอ็นดูท่าทางของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วหุบมันลงในทันที เขาแกะมือเล็กออกก่อนจะจูงมือให้เดินไปยังห้องนอน ซึ่งมันเป็ที่สำหรับเขาใช้ระบายความใคร่ยามที่สมุนจัดหามาให้
“อย่าดื้อกับข้า มิเช่นนั้นข้างนอกจะเป็สามีเ้าทั้งหมด ข้ามิใช่คนดีหรอกนะ อย่าหวังให้ข้าเมตตาเพราะไม่มีทาง”
คนร้ายกาจเอ่ยจบก็ดันร่างเล็กให้นอนราบลงบนเตียง คืนนี้มันต่างกว่าคืนก่อนเป็อย่างมาก เพราะซูเยว่มีท่าทีตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จะไม่ให้เป็แบบนี้ได้อย่างไรในเมื่อคนตัวโตเอ่ยแบบนี้ หากนางมิเต็มใจเขาก็จะยกให้บุรุษด้านนอก เป็เช่นนี้แล้วนางจะทำเช่นไรได้ คงต้องปล่อยให้เขาย่ำยีไปตามความ้านั่นแหละ
แต่พอไป่จวินััโดนบางสิ่งที่เปียกชื้น มันก็ทำให้เขาต้องหยุดการกระทำลง ก่อนจะดึงผ้ามาคลุมร่างเล็กเอาไว้ แล้วเดินออกไปโดยมิเอ่ยสิ่งใดแม้แต่น้อย เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งขาดหายไป เพราะเ้าของร่างนั้นทนต่อความเหน็ดเหนื่อยมิไหว ต่างจากใครบางคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านนอก เมื่อเสียงร้องของอีกฝ่ายสงบลงนานพอดู เขาก็เดินเข้ามาช้อนอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นแนบอก ก่อนจะพาไปยังห้องพักที่อยู่ชั้นบน
“มิใช่ว่าข้าห่วงเ้าหรอกนะ แต่ถ้าปล่อยให้นอนคนเดียว เกิดมีใครทำเื่เช่นนั้นขึ้นมา บุตรในท้องเ้าก็มิมีทางเป็สายเืของข้า อย่างไรเสียข้าต้องทำให้มั่นใจที่สุดว่าจะไม่เกิดสิ่งใดผิดพลาด”
ไป่จวินคิดในใจในขณะที่นั่งมองร่างเล็กหลับอยู่บนเตียงของเขา ก่อนที่จะเอนตัวลงนอนข้างๆ และไม่ลืมที่จะดึงนางเข้ามากอดโดยที่บอกกับตนเองว่ากั้นมิให้นางหนี เขายังคงครุ่นคิดหาเหตุผลว่าทำไมตนเองถึงมิยอมลงมือกับนาง เพียงแค่ััถึงน้ำตาที่ไหลรินมิหยุด เขาก็รู้สึกว่าควรหยุด จึงได้ผละหนีออกมาเช่นนั้น แต่!ทำไมล่ะ
นั่นคงเป็สิ่งที่เขาต้องหาคำตอบให้ได้ แต่คงมิใช่ยามนี้เพราะเปลือกตามันอ่อนล้าเหลือเกินแล้ว ยิ่งมีคนตัวเล็กในอ้อมกอดอยู่ด้วย มันยิ่งทำให้เขาหลับง่ายกว่าเดิม
สายของวันไป่จวินลืมตาตื่นมา ก็ไม่เห็นคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียง อาการตื่นตระหนกเกิดขึ้นในทันที ร่างสูงเดินตรงดิ่งออกมานอกระเบียงเพื่อจะดูว่ามีนางอยู่หรือไม่
“มานั่งทำสิ่งใดตรงนี้ หรือออกมาให้บุรุษที่นี่ยลโฉม” วาจาค่อนแคะดังขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่ ใบหน้าหวานหันกลับมาก่อนจะยิ้มหยันให้ตนเอง
“ข้าแค่อยากออกไปให้พ้นจากเื่บ้าๆ นี้เท่านั้น ไยท่านถึงมิปล่อยข้าไปในเมื่อจะหาสตรีจากที่ใดก็ได้ ข้าแค่เหนื่อยไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ข้าไม่ใช่คนที่นี่เสียหน่อย”
เสียงตัดพ้อดังขึ้นราวกับว่าเก็บกักเอาไว้มานาน ทำเอาอ๋องร้ายถึงกับหน้าถอดสี เพราะมิคิดว่าตื่นมาจะต้องได้ยินคำคร่ำครวญเช่นนี้ และมันทำให้ใจเขาหดหู่ไปด้วยอย่างที่มิเคยเป็มาก่อน จนต้องเข้าไปปลอบอย่างลืมตัว
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งสะอื้น ร้องราวกับว่าชีวิตนี้มันลำบากเสียเหลือเกิน นั่นเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าสตรีตัวน้อยนั้นมาจากอีกยุคสมัย และเื่ที่ซูเยว่เอ่ยถึงก็มิใช่ปัญหาที่เกิด แต่เป็นิยายที่เธอหลุดเข้ามาอยู่นี่ต่างหากที่เธออยากไปให้พ้นๆ
“ร้องทำไมนัก มิหิวหรือ อาหารที่นี่มีเป็เวลา ถ้าเ้าขืนยังร้องอยู่เช่นนี้จะได้กินอีกทีก็วันพรุ่งนะ” เพราะมิรู้ต้องปลอบเช่นไร ไป่จวินมิเคยทำเื่เช่นนี้มาก่อน จึงได้เอาของกินมาหลอกล่อคนตัวเล็กให้คล้อยตาม
และมันก็ได้ผลจริงๆ เมื่อใบหน้าสวยเงยขึ้น พร้อมกับั์ตาแดงก่ำที่คนมองอดใจเสียมิได้ นิ้วเรียวเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ ก่อนจะจุมพิตลงที่ตาสวยซึ่งหลับลงยามเข้าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ความอบอุ่นเกิดขึ้นกับทั้งคู่อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน โดยเฉพาะไป่จวิน
“ไปเถอะข้าหิวแล้ว ยังมิได้กินสิ่งใดั้แ่เมื่อวาน” เขาเอ่ยก่อนจะรั้งเอาร่างเล็กให้เดินตามลงมาด้านล่าง ซึ่งมีอาหารมากมายเรียงรายเอาไว้ ซูเยว่เห็นแบบนี้ก็ถึงกับน้ำลายสอ ก่อนจะนั่งลงข้างคนตัวโต พร้อมกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองนาง แต่ยามนี้ซูเยว่มิได้สนใจอันใด
“กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องแหละ เื่อื่นเอาไว้ทีหลังแล้วกัน ปล่อยให้หิวเดี๋ยวก็ปวดท้องอีก ต้องเติมพลังก่อน” ซีซีบอกกับตัวเองในใจ จะหาทางหนีก็ต้องร่างกายแข็งแรงก่อน ตอนที่เข้ามาที่นี่เธอสำรวจไปด้วยในตัว แม้มันจะมืดแต่ก็ยังมีแสงสว่างจากพระจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องมา พอให้เดาเส้นทางถูก เพราะสมองเธอมันยอดอัจฉริยะเื่ความจำ แค่นี้เลยไม่ยากในความคิด
“เรามีเื่ต้องคุยกัน ข้ามีข้อเสนอให้เ้า” เมื่อทานเสร็จไป่จวินก็เอ่ยขึ้นทันที เขามองคนตัวเล็กที่นิ่งไปเพียงครู่ ก่อนนางจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“ท่านเป็ใคร และ้าสิ่งใดจากข้า” ใบหน้าสวยจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งเพื่อรอคำตอบ
“ข้า้าบุตร เ้าต้องตั้งครรภ์บุตรของข้า อ่อ! ถ้าไม่ทำเ้าก็จะมิมีทางรู้ว่าผู้ใดที่เป็พ่อของลูกเ้า เพราะบุรุษที่นี่จะได้ลิ้มรสเ้ากันทุกคน” เสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมกับั์ตาคมที่สื่อให้รู้ว่าเขาคิดทำจริง หากนางมิยอมตกลงที่จะหลับนอนกับเขา
“ท่านยังมิได้ตอบข้าอีกเื่ ท่านเป็ใคร” แววตาสวยหม่นลงเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนนี้ของอีกฝ่าย
“ข้าคือหัวหน้าโจรนามว่าไป่จวิน” เขาเอ่ยนามที่แท้จริงให้อีกฝ่ายได้รู้ ทำเอาซูเยว่ถึงกับนิ่งไป เพราะชื่อนี้มันคือหนึ่งตัวละครที่ร้ายมิแพ้กัน แต่เขาเป็ท่านอ๋องมิใช่หรือ ไยถึงกลายมาเป็โจรป่าได้