ณห้องสมุดเล็กๆ ภายในเรือนพักแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบหน้าหนังสือปกหนังเก่าคร่ำครึที่กางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ก
ทลายฟ้า(คีล) กวาดสายตาไล่อ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษอย่างตั้งใจ โดยมีเ้าฮุกนั่งสัปหงกน้ำลายยืดอยู่ข้างๆหลังจากโดนบังคับให้อ่านหนังสือและคัดลายมือ
หลังจากทุ่มเทเรียนภาษามาตลอด3 เดือนเต็ม ในที่สุด... โลกใบนี้ก็เริ่มเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
"อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาร์เคนอส" นั่นคือชื่อของแผ่นดินที่เขายืนอยู่ ศูนย์กลางแห่งอารยธรรมเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีป
ทลายฟ้าเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างท้องฟ้าเบื้องบนไม่ได้มีเพียงสีครามสดใส แต่มีริ้วแสงสีทองจางๆพาดผ่านราวกับม่านหมอก นั่นคือ "ออโรร่าสีทอง"ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากความหนาแน่นของมานาในอากาศ... ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่ามันเป็ทิวทัศน์ที่สวยดีแต่พอรู้ว่ามันคืออะไรก็ยิ่งดูน่าเกรงขามและงดงามในเวลาเดียวกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ทลายฟ้าต้องขมวดคิ้วจนหน้าผากย่นไม่ใช่สภาพอากาศ หรือออร่ามานาที่เต็มผืนฟ้า แต่เป็ "โครงสร้างอำนาจ"ของประเทศนี้ แม้จะมีกษัตริย์เป็ประมุขสูงสุด แต่ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนอาณาจักรจริงๆคือระบบชนชั้นขุนนางที่แบ่งแยกตาม "ความแข็งแกร่งของสัตว์เทพ"จากสูงไปต่ำ:
ดราคอน(Dracon- ั): ชนชั้นปกครองสูงสุด แบ่งปกครองเมืองหลวงทั้ง 4 ทิศรองเพียงกษัตริย์
อาควิล(Aquil- เหยี่ยว): เ้าเวหาผู้ปราดเปรียว ตระกูลผู้ดูแลกองทัพและเขตชายแดน
เลโอนิส(Leonis- ราชสีห์): เ้าป่าผู้มั่งคั่ง เป็ราชสีห์แห่งผืนดินตระกูลเหล่าพ่อค้าที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยเงินตรา
คานิน(Canin- สุนัข): ผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์ตระกูลที่ดูแลเื่ยุทโธปกรณ์และผลผลิตทางการเกษตร
และจุดที่ทำให้หัวใจของอดีตแชมป์โลกเต้นผิดจังหวะคือบรรทัดต่อมา...
"ดราคอน4 ตระกูลแห่งจตุรบัลลังก์ั" ผู้ถือครองกฎหมายและอำนาจการปกครองสูงสุดหนึ่งในนั้นคือ... "ตระกูลเนมูเรีย" (ัวารี)
ทลายฟ้าชะงักกึกนิ้วมือที่จับขอบหนังสือเกร็งแน่น 'เดี๋ยวนะ...เนมูเรีย?' สมองของเขาประมวลผลย้อนกลับไปถึงชื่อเต็มของเ้าตระกูล...'ดราคอนไคอัส เนมูเรีย' และภาพห้องทำงานอันโอ่อ่าที่เต็มไปด้วยรูปสลัก"ัวารี" พันรอบเสา
"เชี่ยแล้วไง..."ทลายฟ้าสบถออกมาเบาๆ จนฮุกสะดุ้งตื่น "มีอะไรเหรอ?ได้เวลาพักกินข้าวแล้วเหรอ?" เ้าลูกครึ่งหมาป่าถามตาใส
ทลายฟ้าไม่ตอบเขาหันไปถามเบลที่กำลังยืนเช็ดแจกันอยู่มุมห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เบล...ตาแก่นั่น... ท่านไคอัส เป็ยศ 'ดราคอน' จริงๆ งั้นเหรอ?"
เขาถามด้วยภาษาของโลกนี้แต่สำเนียงยังแปลกอยู่นิดหน่อย
เบลหันมาทำหน้าแปลกใจ
"เ้าค่ะนายน้อยลืมไปแล้วหรือ? ท่านพ่อของนายน้อยคือท่านดราคอนไคอัส ผู้นำตระกูลเนมูเรีย หนึ่งในสี่เสาหลักของอาณาจักรปกครองเขตทิศตะวันออก... 'เมืองท่านิรันดร์' ศูนย์กลางการค้า การทูต และการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเป็ดั่งหน้าด่านสำคัญของประเทศเลยนะเ้าคะ"
“พะพะ พะ พ่อ!? ตาแก่หน้าเข้มนั้น คะ คือ พ่อฉันหรอ!?”
“เอ๊ะ?ดิฉันนึกว่านายน้อยรู้อยู่แล้วซะอีก...”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดทลายฟ้าทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง... เขาเพิ่งเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอย่างถ่องแท้ก็วันนี้เขาไม่ได้เกิดมาเป็แค่ญาติของตาแก่นั่น แต่เป็ถึงลูกชายในไส้!และเขาดันเกิดมาในตระกูลที่เป็ "ยอดพีระมิด" ของประเทศนี้...เป็รองแค่กษัตริย์เท่านั้น!
“ก็เ้านั่นทำตัวไม่สมเป็พ่อนี่หน่าา...”
ถึงจะบ่นแบบนั้นแต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีลูก เลยไม่รู้ว่าพ่อที่ดีต้องเป็ยังไง แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่แบบที่ปล่อยยามเฝ้าประตูมาซ้อมลูกตัวเองแล้วนั่งร้องเพลงแน่ๆ
และนอกจากความจริงเื่พ่อจะทำเอาทลายฟ้าขนลุกแล้วสายตาของเขายังไปสะดุดเข้ากับข้อมูลสำคัญอีกจุดหนึ่งบนแผนที่เขตปกครอง
"วิทยาลัยเวทมนตร์เนมูริส"(NemurisMagic Academy)
สถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเขตปกครองของตระกูลเขาเองมันคือแหล่งบ่มเพาะจอมเวทั้แ่ระดับเริ่มต้น (อายุ 7-15 ปี),ระดับกลาง (15-18 ปี) ไปจนถึงระดับบรรลุจอมเวทชั้นสูง (18-22 ปี)
ทว่าแม้จะตั้งอยู่ในที่ดินของเนมูเรีย แต่เบลอธิบายเสริมว่าพื้นที่ภายในรั้ววิทยาลัยถือเป็ "เขตปกครองพิเศษ"ที่อยู่ภายใต้การดูแลร่วมกันของ 4 ตระกูลดราคอนและราชสำนักเพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลใดตระกูลหนึ่งผูกขาดอำนาจทางการศึกษา
ทลายฟ้าพยักหน้าหงึกๆพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะคำนวณอายุตัวเองในใจ "อืม... อายุ 16 ปีงั้นตอนนี้ฉันก็น่าจะเป็นักเรียนชั้น 'ระดับกลาง'ปี 2 สิ?"
เขาหันไปถามเบลด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังถามเื่ดินฟ้าอากาศ
"แล้วนี่โรงเรียนเปิดเทอมหรือยัง?ฉันป่วยอยู่เลยไม่ได้ไปเรียนสินะ? ขาดเรียนนานๆเดี๋ยวก็ตามเพื่อนไม่ทันพอดี"
คำถามที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรนั้นกลับทำให้บรรยากาศในห้องสมุดเงียบกริบลงถนัดตา รอยยิ้มของเบลเจื่อนลงทันทีแววตาของเธอฉายความเศร้าโศกและลำบากใจอย่างปิดไม่มิด เธอบีบมือตัวเองแน่นเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"เอ่อ...คือว่า... นายน้อย... นายน้อย 'ถูกถอดชื่อ' ออกจากการเป็นักศึกษาไปเมื่อ 3 ปีก่อนแล้วเ้าค่ะ"
ทลายฟ้าเลิกคิ้ว
"โดนไล่ออก?ทำไมล่ะ? ไปต่อยครูใหญ่มาเหรอ?"
ทลายฟ้าพยายามเล่นมุกฝืดแต่สาวน้อยไม่ขำด้วย
"ไม่ใช่เ้าค่ะ..."เบลส่ายหน้าช้าๆ "กฎเหล็กของเนมูริสระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้เรียนจะต้องมีคุณสมบัติในการใช้เวทมนตร์การให้เด็กที่ไม่สามารถััมานาได้เลยเข้าเรียนถือว่าขัดต่อกฎสถาบันอย่างร้ายแรง... ดังนั้นเมื่อนายน้อยสูญเสียพลังไปทางสภาวิทยาลัยจึงลงมติให้พ้นสภาพนักศึกษาเ้าค่ะ"
ทลายฟ้าฟังแล้วก็นิ่งคิดตามตรรกะของคนโลกนี้
"โอเคเข้าใจได้ว่าโรงเรียนสอนเวทมนตร์ก็ต้องใช้เวทมนตร์... แต่แล้วพวกหลักสูตร 'ทฤษฎีเวทมนตร์' ล่ะ? หรือพวกวิชาประวัติศาสตร์?ยุทธวิธีการรบ? นักวางแผน? พวกนี้ไม่ต้องใช้เวทก็ได้นี่นา แค่มีความรู้ก็น่าจะเรียนได้ไม่ใช่เหรอ?"
คำถามที่เต็มไปด้วยเหตุผลนั้นกลับทำให้สีหน้าของเบลยิ่งแย่ลงไปอีก ใบหน้าของเธอซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกราวกับไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยประโยคถัดไปที่จะทำร้ายจิตใจเ้านาย
"นายน้อยเ้าคะ...ในอาณาจักรอาร์เคนอสแห่งนี้..."
เธอมองไปที่ฮุกที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆก่อนจะหันกลับมาสบตาทลายฟ้า
"ยกเว้นเผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์อย่างไลซิดาสแล้ว...มนุษย์ทุกคนล้วนมี 'มานา' อยู่ในร่างกายไม่มากก็น้อย จะชาวนา หรือทาส ก็ยังมีแสงจางๆหล่อเลี้ยงชีวิต... แต่สำหรับนายน้อยในตอนนี้..."
น้ำเสียงของเธอแ่เบาจนแทบจะเป็เสียงกระซิบ
"ร่างกายของท่านนั้นว่างเปล่า...ท่านเป็มนุษย์เพียงคนเดียวในประเทศนี้ ที่ไร้ซึ่งมานาโดยสิ้นเชิง"
ตึง!คีลเผลอตบโต๊ะเสียงดังด้วยความตกตะลึง
“จะบอกว่าฉันมันตัวประหลาดสินะ”
ไม่ใช่แค่'ใช้ออกมาไม่ได้' แต่คือ 'ไม่มีเลย'งั้นเหรอ? จะบอกว่าเวทมนตร์ก็ไม่ต่างจากอวัยวะที่มนุษย์ควรมีถ้าไม่มีก็ไม่นับว่าเป็มนุษย์งั้นหรอ? บ้าบอสิ้นดีโลกนี้น่ะ!
ทลายฟ้ากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เขาคิดไปถึงเด็กคนนึง เด็กที่ใช้ชีวิตมา 10กว่าปีบนโลกที่ไม่มองว่าเขาเป็มนุษย์ด้วยซ้ำ และเหตุผลของการที่ คีล ตัดสินใจแย่ๆในอดีต มันก็แจ่มชัดขึ้นมา
"อย่าบอกนะว่า...เป็มาั้แ่เกิดน่ะ?" ทลายฟ้าถามเสียงเครียด
"ไม่ใช่เ้าค่ะ!ไม่มีทางเป็แบบนั้น!"
เบลโพล่งออกมาทันทีน้ำตาแห่งความคับแค้นใจเริ่มคลอเบ้าเธอจ้องมองทลายฟ้าด้วยสายตาที่เ็ปแทนเ้านาย
"นายน้อยไม่ได้แค่'เคยมี' นะเ้าคะ...แต่ก่อนที่จะเกิดเื่นั้น..."
เธอสูดหายใจลึกเพื่อประกาศความจริงที่โลกเคยรับรู้
"นายน้อยคีลคือเด็กที่มีพร์สูงส่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เคนอส! ท่านคือ 'อัจฉริยะอันดับหนึ่ง' ที่ถูกคาดหวังว่าจะได้ขึ้นเป็มหาจอมเวทที่อายุน้อยที่สุด!"
ทลายฟ้าอ้าปากค้าง...จากหมูตอนไร้ค่า กลายเป็อัจฉริยะเบอร์หนึ่งของประเทศ?กราฟชีวิตมันจะดิ่งลงเหวอะไรขนาดนั้นวะ เริ่มงงไปหมดแล้ว
ในขณะที่ทลายฟ้าสับสนเบลก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"แต่แล้ว...ออร่าทั้งหมดก็หายไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน... จากฝีมือของ 'คนที่ไม่หวังดี' เ้าค่ะ!"
บรรยากาศรอบตัวทลายฟ้าเปลี่ยนไปทันทีเหลือไว้เพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากดวงตาคมกริบ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญถูกวางลงบนกระดานแล้วมันไม่ใช่เื่ของโชคชะตา หรือความผิดพลาดทางพันธุกรรม แต่มันคือ"อาชญากรรม" ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งให้พังพินาศงั้นหรอ?
ทลายฟ้านั่งลงอีกครั้งเขาพยายามสงบอารมณ์ที่ทำท่าจะะเิ ประสานมือวางคางลงบนหลังมือจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของสาวใช้คนสนิทน้ำเสียงของเขาจริงจังและหนักแน่นที่สุดเท่าที่เบลเคยได้ยิน
"เบล...ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วนะ"
"..."
"เล่ามาให้หมด...ที่จริงฉันก็สงสัยมานานแล้ว ว่าเมื่อ 3 ปีก่อน มันเกิดอะไรขึ้นกับ 'คีล' กันแน่?"
เบลชะงักไปชั่วครู่เธอกัดริมฝีปากแน่น ชั่งใจอยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะตัดสินใจปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมาตลอดหลายปีเธอสูดลมหายใจเข้าลึก... แววตาเหม่อลอยย้อนกลับไปสู่อดีตที่แสนเ็ป
"ในวันนั้น...มันเป็วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เหมือนวันปกติทั่วไปเ้าค่ะ..."