ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 กิ้งก่าธารทมิฬ

            ฉู่เหินกับเซี่ยฉิงนั่งอยู่ด้วยกันในมิติปริศนาอันมืดมิดและชื้นแฉะ

            ต้องมาอยู่กับหญิงสาวผู้เลอโฉมใกล้ชิดถึงเพียงนี้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ชายใดก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองทั้งนั้น

            ฉู่เหินเหมือนจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น

            “ข้าว่าพวกเราน่าจะอยู่ที่ใต้น้ำ”เสียงอ่อนหวานดุจสายฝนของเซี่ยฉิงทำลายความเงียบงันอันประหลาด

            “โอ๊ะ?” ฉู่เหินชะงัก ใบหน้ามีแววฉงน “ใต้น้ำหรือ?”

            “อื้ม ข้าเดาว่า ก่อนหน้านี้ทะเลสาบนั้นมีผนึกปริศนาอยู่และข้ากับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งประมือกันจนทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปกระทบกับผนึกนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเราถึงได้มาอยู่ที่นี่...”

            ฟังคำอธิบายของเซี่ยชิงแล้วฉู่เหินก็ไม่ได้ระแคะระคายสักเท่าใด

            เหตุผลก็ง่ายมาก เซี่ยชิงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุ

            ตบะนางสูงปานนี้แล้ววิสัยทัศน์และความคิดความอ่านย่อมจะเหนือกว่าฉู่เหินมากนัก

            “เช่นนั้นเจ้าก็อยู่เคลื่อนกำลังภายในขับไล่อายหนาวที่นี่ก่อนข้าจะออกไปสำรวจที่นี่สักพัก...” ฉู่เหินลุกขึ้นยืน

            “ไปด้วยกันเถิด!” เซี่ยฉิงยืนขึ้นตามมา

            “แต่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งในกายเจ้าเล่า?”

            “ข้ากดมันไว้ชั่วคราวแล้ว แต่มันเข้าไปในเส้นปราณใหญ่ลึกแล้วข้าขับมันออกในเวลาอันสั้นไม่ได้ ไปดูกันก่อนว่าจะออกจากที่นี่ได้ไหมพอออกไปข้างนอกได้แล้วค่อยคิดหาวิธีอื่นดีกว่า”

            “อืม!” ฉู่เหินพยักหน้าไม่ได้เอื้อนเอ่ยมากไปกว่านั้น

            พลันนั้น สองราหาเส้นทางที่คล้ายกับอุโมงค์จนเจอ ต่างเดินตามกันไป

            อากาศธาตุอวลกลิ่นดินดอน กำแพงรอบด้านชื้นแฉะอย่างยิ่งยินเสียงน้ำหยดลงหินระเรื่อย

            ยิ่งทั้งสองเดินเข้าอุโมงค์ลึกเท่าใดก็ยิ่งพบว่าข้างในใหญ่โตกว่าข้างนอก

            ไม่ทันไร ทั้งสองก็มองเห็นแสงเหลืองทองอ่อนจางเล็ดรอดมา

            “มีแสง!” ฉู่เหินดีใจ

            “อื้ม!” เซี่ยฉิงดวงหน้าแต้มแววประหลาดใจหลายส่วนแต่มากไปกว่านั้นคือความระมัดระวังและรอบคอบ

            แสงเบื้องหน้าสว่างไสวขึ้นทุกที เมื่อก้าวไปเบื้องหน้าอีกไม่ถึงร้อยเมตรพื้นที่พิเศษแห่งหนึ่งก็เผยแก่สายตาของทั้งสอง

            “นี่มัน...”

            ฉู่เหินขมวดคิ้วคู่สวย เห็นสิ่งปลูกสร้างทรงนูนคล้ายบ่อน้ำอยู่ตรงหน้า

            บ่อน้ำเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวราวห้าหกสิบเมตรสะพานหินกว้างสองเมตรเชื่อมต่อทั้งสองฝั่ง บ่อน้ำใต้สะพานหินมีแต่น้ำเน่าเต็มไปหมด

            น้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็นเน่าแสบจมูก มองจากที่ไกลตาไม่ต่างจากบ่อหมึก

            “ด้านนู้นมีประตู!” เซี่ยฉิงขยับริมฝีปากบอกเขา

            ฉู่เหินพยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นแล้ว

            ตรงข้ามกับสิ่งปลูกสร้างทรงนูนมีแท่นหินกว้างอยู่แท่นหนึ่งแท่นหินติดอยู่กับกำแพงหินเปียกชื้นเป็นหลุมบ่อเหนือกำแพงหินนั้นคือประตูหินที่เปิดออกครึ่งบาน ประตูสูงราวสองเมตร ภายในดำสนิทดูคลับคล้ายเส้นทางมืดเก้ายมโลกสู่โลกอีกใบหนึ่ง

            “ไปที่นั่นไหม?” ฉู่เหินไถ่ถาม น้ำเสียงเคร่งขรึม

            เซี่ยฉิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วถามกลับเสียงเบา “หากไม่ไปแล้วอย่างไร?จะถอยกลับหรือ?”

            ฉู่เหินอดชะงักไม่ได้

            ถอยกลับ!

            ถอยกลับไปไหนได้เล่า?

            สตรีนางนี้ชอบ ‘เหน็บแนม’ เขาเสียจริง  แน่นอนว่าน้ำเสียงของนางไม่ได้มีเจตนาร้ายฉู่เหินสัมผัสได้อยู่ว่านางเพียงล้อเล่นเท่านั้น

            ฉู่เหินเพ่งหางตาพึมพำต่ำเบา “ไม่รู้ว่าที่นี่มีอะไรอยู่บ้าง?”

            “เข้าไปดูประเดี๋ยวก็รู้แล้ว ข้าเดินนำแล้วกัน!”

            เซี่ยฉิงเอ่ยพลางชิงเดินขึ้นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งในกับฝั่งนอกไปก่อน

            ฉู่เหินกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่นางก็เดินขึ้นไปเสียแล้ว

            พลันนั้น สองคนเหยียบย่างขึ้นบันไดหินไปด้วยกันแผ่นหินอันแข็งแรงประคองใต้เท้าไว้ แน่นหนาเป็นอย่างมาก แต่ฉู่เหินกลับไม่รู้สึกหนักแน่นสักเท่าใดนักเขาเพ่งความสนใจไปที่น้ำสีดำในบ่อหมึกใต้สะพานเสียมากกว่า

            เดินผ่านไปหนึ่งในสามของสะพานได้ไร้อุปสรรค

            ยามทั้งสองจะเดินต่อไปยังเส้นทางเดิมของสะพานหินนั่นเองผิวน้ำในบ่อหมึกก็เกิดวงคลื่นเล็กๆ ขึ้นมา

            “ระวัง!”

            “ระวัง!”

            คำเดียวกันหลุดออกมาจากปากของทั้งฉู่เหินทั้งเซี่ยฉิง

            ฟ้าว!

            พริบตาเดียวเท่านั้น ร่างสีดำเลือนรางก็โจนทะยานมาจากบ่อหมึกดำมืด

            ฉู่เหินดวงตาวาววาม พลังหยวนแท้เข้มข้นรวมกันที่ฝ่ามือ สิ้นแรงลมทรงพลังอานุภาพฝ่ามือแกร่งกร้าวก็จู่โจมใส่ร่างสีดำนั้นปานเกลียวคลื่นพิโรธ

            ปึ้ง!

            เสียงกัมปนาทหนักหน่วงดังในอากาศธาตุร่างสีดำถูกฉู่เหินตบกระเด็นร่วงลงบ่อน้ำสีดำเช่นเดิม

            “เมื่อครู่มันอะไร?”

            เพราะเวลารัดตัวนักเขาถึงดูไม่ออกว่าเจ้านั่นคือสิ่งใดกันแน่

            กระนั้น ภาพอันน่าผวาก็ปรากฏ

            “กุ๊กๆ!”

            “เจี๊ยกๆ!”

            ....

            สิ้นสารพัดเสียงร้องอันพิลึก น้ำสีดำในบ่อหมึกเบื้องล่างก็แปรปรวนขึ้นมาร่างสีดำร่างแล้วร่างเล่าผุดออกมาจากใต้น้ำ

            ฉู่เหินตั้งสติมองดูแล้วก็ต้องหรี่นัยน์ตา

            เห็นเงาดำเหล่านั้นคือสัตว์ปีศาจจำพวกกิ้งก่าแต่ที่ต่างออกไปคือตัวประหลาดพวกนี้มีเกล็ดสีแดงเข้มเต็มตัวไปหมดแผ่นหลังเต็มไปด้วยหนามแหลมคมกริบ

            ทอดตามองไปแล้วก็พบว่าทั้งบ่อหมึกนี่มีแต่เจ้าพวกนี้เต็มไปหมด

            ตัวใหญ่ที่สุดนั้นใหญ่กว่าสองเมตร ตัวเล็กที่สุดเล็กกว่าตะเกียบด้วยซ้ำ

            ดวงตาพวกมันจับจ้องฉู่เหินและเซี่ยฉิงเขม็งจากทั่วทุกทิศทาง ความรู้สึกเหมือนกำลังรอมื้ออาหารในงานฉลองอย่างไรชอบกล

            ฉู่เหินอดกลืนน้ำลายไม่ได้ “นี่คือกิ้งก่าธารทมิฬหรือ?”

            กิ้งก่าธารทมิฬ มหาปีศาจขั้นสองกิ้งก่าธารทมิฬโตเต็มวัยเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งระดับเชื่อมหยวนขั้นสองมองไปแล้วเหมือนจะมีกิ้งก่าโตเต็มวัยอยู่ไม่น้อยเลย

            สัตว์ปีศาจชนิดนี้ชำนาญการโจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนไหวหากเป้าหมายหยุดนิ่งจะค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็แค่ค่อนข้างเท่านั้นปะไรไม่มีใครอยากหยุดนิ่งในที่แบบนี้หรอก

            ฉู่เหินไม่กล้าขยับมั่วซั่วด้วยซ้ำ หว่างคิ้วหนักอึ้ง

            สถานการณ์เบื้องหน้าช่างน่าปวดหัวเกินธรรมดานักที่น่าจนใจยิ่งกว่าคืออาวุธหนึ่งเดียวของฉู่เหินอย่างหอกเงามืดก็หายไปข้างนอกตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

            ใช้หมัดมวยตะลุมบอนกับเจ้าพวกนี้มีหวังได้เสียเปรียบขนานหนัก

            เซี่ยฉิงไม่พูดอะไร ส่งของชิ้นหนึ่งให้เขาอย่างเงียบเชียบ

            ฉู่เหินอึ้งเล็กน้อย ของที่เซี่ยฉิงส่งมาให้ไม่ใช่อื่นใดเป็นกระบี่ของนางนั่นเอง

            “เจ้าจะให้ข้า?”

            “ไม่ต้องพูดหรอกข้ารู้ว่าอาวุธเจ้าหายไปเมื่อตอนรับมือกับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งแล้ว”

            เซี่ยฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยจริงจัง “พวกเราต้องเข้าหลังประตูหินนั่นให้เร็วที่สุดข้าจะรับมือด้านหน้า ด้านหลังยกให้เจ้า”

            หากกล่าวถึงตบะพลังดั้งเดิมของเซี่ยฉิงกิ้งก่าธารทมิฬทั้งบ่อไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด

            แต่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเผด็จการยิ่งนักเส้นปราณทั้งมวลในกายของเซี่ยฉิงถูกรุกล้ำจนหมด พลังหยวนแท้จึงเคลื่อนที่ได้ช้ามาก

            น่ากลัวว่าพลังต่อสู้ของเซี่ยฉิงยามนี้คงไม่ได้สูงไปกว่าฉู่เหินสักเท่าไรนัก

            แต่ทว่า มาถึงขั้นนี้แล้ว มีแต่จะต้องไปข้างหน้าต่อเท่านั้น ไม่มีที่ให้ถอยหนีแล้ว

            ได้ยินเซี่ยฉิงว่าดังนั้น ฉู่เหินก็อึ้งไปอย่างเห็นได้ชัดนางไว้ใจเขามากพอให้เขาระวังหลังเลยหรือ? ต้องไว้เนื้อเชื่อใจเป็นอย่างมากเท่านั้นถึงจะยอมให้ระวังหลังให้ตนเองได้

            ฉู่เหินดวงตาเรืองแววตัดสินใจ “ข้าเข้าใจแล้ว”

            “เช่นนั้นก็ดี นับสามนะ”

            “หนึ่ง สอง สาม...”

            “ไป!”

            เซี่ยฉิงตะโกน ฉู่เหินกับนางรีบวิ่งไปยังอีกฟากของสะพานหินโดยเร็วที่สุด

            แต่วินาทีที่ทั้งสองเคลื่อนไหวกิ้งก่าธารทมิฬในบ่อหมึกสองข้างทางก็กระโจนขึ้นมาทันที ปากส่งเสียงกรีดร้องพิลึกกึกกือโผเข้าใส่คนทั้งคู่

            กิ้งก่าธารทมิฬใหญ่น้อยมืดฟ้ามัวดิน เหมือนฝูงแตนมหาศาลไม่มีสิ้นสุด

            ชิ้ง

            เสียงโลหะสั่นไหวเด่นชัดดลให้กระแสอากาศสั่นตามกระบี่ในมือฉู่เหินปลดปล่อยแสงสีเงินแวววาว กระบี่ยาวร่ายรำ ปราณกระบี่ถักทอเข้าบั่นสังหารกิ้งก่าที่โผบินเข้ามา

            ฉัวะ!

            ภาพมายาแสงกระบี่คมเฉียบสุกสกาวราวอาภากิ้งก่าสี่ห้าตัวหน้าสุดถูกฟันขาดเป็นชิ้นๆ

            เซี่ยฉิงยื่นมือหยกขาวเรียวออกไปทันทีที่ขยับตัวพลังหยวนแท้แกร่งกล้ารวมตัวหลั่งไหลในฝ่ามือ แปรผันเป็นเงากระบี่สีน้ำเงินทันใด

            เงากระบี่นี้สร้างจากพลังหยวนแท้ทั้งสิ้นแต่กลับให้ความรู้สึกเฉียบคมผิดธรรมดา

            เซี่ยฉิงหักข้อมืองามแสงกระบี่สีน้ำเงินที่แข็งตัวสิบกว่าสายรวมกันเป็นตาข่ายกระบี่เจิดจรัสตาข่ายกระบี่เข้าคลุมฝูงกิ้งก่าที่โร่เข้ามาก่อน

            ปึ้งๆๆ

            เสียงระเบิดดังติดต่อกัน กิ้งก่าสีดำสิบกว่าตัวถูกสะบั้นเป็นผุยผงระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า

            ฉู่เหินลอบตกใจ สมแล้วที่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุ แม้จะถูกอายหนาวจากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งกัดกร่อนแต่พลังของนางก็ยังแกร่งจนน่าตะลึง

            “เจี๊ยกๆ!”

            “กุ๊กๆ!”

            ...

            กิ้งก่าธารทมิฬบุกโจมตีไม่ยั้งดีที่พวกที่บุกเข้ามายังเป็นตัวอ่อนที่เพิ่งเริ่มโต พวกกิ้งก่าธารทมิฬโตเต็มวัยสูงสองเมตรนั่นยังจับจ้องมองพวกเขาไม่ได้คลาดคล้ายกับรอโอกาสลงมือ

            ฉัวะ!

            เลือดสดโปรยปรายร่ายระบำกิ้งก่าธารทมิฬตัวแล้วตัวเล่าถูกฉู่เหินฟาดฟันแหลกสลาย

            คาวเลือดแสบจมูกปกคลุมพื้นที่ บนทางสะพานหินเต็มไปด้วยซากศพกิ้งก่า

            “อดทนอีกหน่อยนะ จะถึงฝั่งแล้ว!” เซี่ยฉิงว่า

            ดูผิวเผินเหมือนฉู่เหินจะกดดันมากแต่ความจริงแล้วเซี่ยฉิงกลับไม่ได้รับอันตรายจากภายนอกเท่านั้นในเมื่อพอนางเคลื่อนพลังหยวนแท้อายหนาวมนตร์น้ำแข็งที่ถูกกดทับไว้ในกายก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

            เซี่ยฉิงสัมผัสได้ว่าอายหนาวมนตร์น้ำแข็งในร่างเริ่มโลดแล่น

            เวลาเหลือไม่มากแล้ว

            ตู้ม!

            ทันใดนั้นเอง ที่กิ้งก่าธารทมิฬโตเต็มวัยไม่รอท่าอีกต่อไป

            พาร่างอันใหญ่โตกว่าสามเมตรกระโจนจากผืนน้ำสีดำ ท่าทางเหี้ยมเกรียมน่าครั่นคร้ามเหมือนร่างรวมระหว่างกิ้งก่ากับจระเข้ บุกมาอย่างดุร้ายและเกรี้ยวกราด

            กิ้งก่าธารทมิฬโตเต็มวัยเป็นสัตว์ปีศาจขั้นสองพลังต่อสู้โดยรวมเทียบเท่าจอมยุทธระดับเชื่อมหยวนขั้นสอง

            เซี่ยฉิงขมวดคิ้ว นางไม่กล้าให้ฉู่เหินผู้พลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าไปรับมือกิ้งก่าเต็มวัยตัวนี้แน่เซี่ยฉิงยกมือหยกงาม คิดในใจ เสียง ‘ฟิ้ว’ ดังขึ้นเงากระบี่สีน้ำเงินแปรผันจากพลังหยวนแท้ในมือลอยลิ่วไปเหมือนเช่นลูกธนูดีดจากสาย

            ฉัวะ!

            เงากระบี่แข็งแกร่งพาดผ่านอากาศธาตุ ดุจศรลำแสงย้อนกระแสธารกาลเวลาแทงทะลุหัวกิ้งก่าตัวเต็มวัยนั้น สิ้นเสียงกรีดร้องประหลาดอันโหยหวนศพของกิ้งก่าตัวเต็มวัยกระแทกลงกับผิวน้ำเกิดเป็นฟองคลื่น

            “เจี๊ยกๆ”

            ไม่ทันให้เซี่ยฉิงได้พักหายใจ กิ้งก่าโตเต็มวัยอีกตัวก็พุ่งเข้ามาหานางตรงหน้าอย่างฉับพลัน

     

             ………………………….

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน