บทที่ 20 แต่งงานด้วยความรัก
เจียงหนานกุมมือเจียงผิงไว้ กำชับต่ออีกสองสามประโยค “ฉันจะรอข่าวดีจากเธอนะ”
“คืนนี้เธอต้องกลับไปไหม?” เจียงผิงถามเสียงเบา
“ต้องกลับ อยู่ค้างบ้านเดิมทันทีทั้งที่เพิ่งแต่งงานดูไม่ค่อยดีเท่าไร”
อีกอย่าง คงไม่มีใครในตระกูลเจียงเต็มใจให้เธอพักค้างคืนที่บ้านเดิม
หวังเซิ่งหลันแสร้งทำเป็ป่วย เจียงเหมยไม่ยอมทำอาหาร แต่เรียกเจียงจื้อกังออกมา บอกว่าเจียงต้าิให้เจียงหนานทำอาหารกลางวันให้พวกเขา
เจียงหนานขยันมาั้แ่เด็ก เธอมักทำงานบ้านและทำบะหมี่ได้ดี
หลังจากแต่งงานไปได้ไม่กี่วัน เจียงต้าิก็คิดถึงรสชาติบะหมี่เส้นเล็กที่เธอทำ
เจียงหนานได้ฟังก็กลั้วหัวเราะด้วยความโมโห
เสียดายที่ก่อนมาเธอไม่ได้เอาสลอด*[1] มาด้วย
ยังคิดจะให้เธอทำอาหารอีก ถ้าต้มน้ำสลอดให้ พวกเขาจะดื่มไหม?
เจียงจื้อกังย่อมรู้ดีว่าแม่ของเขาแกล้งป่วย แต่เขาไม่มีอำนาจใดในบ้าน
ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดโปงอะไร
เจียงหนานไม่ได้ติดตามเจียงจื้อกังเข้าไปทำอาหาร
แน่นอน เธอไม่ได้รั้งอยู่ทานอาหารที่บ้านตระกูลเจียงหรอก
หลังจากจัดการอธิบายทุกอย่างให้เจียงผิงฟังแล้ว เธอก็ตั้งใจจะจากไป
ก่อนเจียงหนานจะไป เจียงผิงก็จับมือเธอเอาไว้แล้วร้องไห้คร่ำครวญ
เจียงผิงเอาแต่จับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย อาจเป็เพราะไม่รู้ว่าเจียงหนานไปคราวนี้จะต้องพบเจอชีวิตแบบไหนในบ้านสามี ไม่รู้ว่าคืนนี้จะเจอกับอะไร
คนตระกูลเจียงแค่คิดว่าเจียงผิงเป็ห่วงเจียงหนาน
“คนไม่ได้เื่ได้ราวอย่างแก จะร้องไห้ทำไมนัก?”
เจียงต้าิตวาดใส่เจียงผิง “การที่หนานหน่านแต่งงานถือเป็เื่ที่ดี แกเห็นไหมว่ามีชีวิตที่ดีแค่ไหน หน้าตาสดใส มีอะไรให้ต้องร้องไห้ ห้ะ!”
เจียงผิงถูกเจียงต้าิตวาดใส่ก็ใจนต้องกลั้นสะอื้นไว้
เจียงหนานออกมาจากบ้านตระกูลเจียง เจียงต้าิกำชับให้เธอไปมาหาสู่กับที่บ้านให้มาก มีเื่อะไรต้องรายงานให้เขาทราบด้วย
บิดาผู้เมตตายังยัดขวดยาเล็ก ๆ ให้เธอ บนขวดไม่ได้มีเครื่องหมายกำกับใด ๆ เจียงต้าิกล่าวว่าเป็วิตามิน เจียงหนานร่างกายอ่อนแอ อยากให้ได้เธอกินยาดี ๆ
เจียงหนานอดทนที่จะไม่กระทืบสารเลวเฒ่าให้ตาย เธอรับขวดยาไว้แล้วแสร้งยิ้มจอมปลอมออกจากบ้าน
เธอพยายามสงบสติอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า
ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลา
ยังไม่ถึงเวลาที่จะฉีกโฉมหน้าอันแท้จริงของคนพวกนี้
เธอต้องแสร้งเป็หมูหลอกกินเสือ*[2] ไปก่อน
เจียงหนานถึงหน้าหมู่บ้าน ทักทายเนี่ยอวิ๋น จากนั้นก็ขี่จักรยานกลับหมู่บ้านจินสุ่ย
ก่อนไป เธอบอกเนี่ยอวิ๋นว่าพรุ่งนี้เช้าจะมารับสมุนไพร
...
เจียงหนานขี่จักรยานมาถึงหน้าหมู่บ้านจินสุ่ย เพราะยังไม่ถึงเวลาเลยไม่เห็นลู่ฮ่าวที่นัดแนะกับเธอไว้
เวลานี้แดดร้อนจัด เจียงหนานจอดรถจักรยาน ลงจากรถจักรยานยืนที่หน้าหมู่บ้านตั้งใจจะรอลู่ฮ่าว
ไหน ๆ แล้ว เธอก็ถือโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาจากการขุดหาสมุนไพรเสียเลยก็แล้วกัน
เจียงหนานจอดรถจักรยานเรียบร้อยแล้วก็นั่งตากลมใต้ร่มเงาต้นหวายซู่*[3] เก่าแก่
ชาวบ้านกำลังทยอยลงเขาหลังขึ้นไปขุดสมุนไพรพอดี
เธอเห็นว่าบางคนแบกตะกร้า บางคนหามถุงกระสอบ
แต่ละคนตากแดดจนดำคล้ำ เหงื่อไหลท่วมศีรษะ
คนชนบทในยุคสมัยนี้ล้วนทนทุกข์ยาก คนในหมู่บ้านต่างพากันขุดสมุนไพรขายเป็เงินใช้จ่ายในครัวเรือน คนในครอบครัวที่ขึ้นเขาได้ ส่วนใหญ่ก็ขึ้นไปกันหมด
เจียงหนานเห็นเด็กชายอายุราว ๆ หกเจ็ดขวบคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมม ในมือถือตะกร้าใบเล็ก ในตะกร้าเป็สมุนไพรสีเขียวใบมันขลับ
เจียงหนานทักทายชาวบ้านที่ลงมาจากบนเขาอย่างสุภาพ
เป็การพบกันครั้งแรก หลายคนต่างไม่รู้จักเธอ
แต่ได้ยินจากคนข้าง ๆ แนะนำให้รู้จักถึงรู้ว่าสาวอวบอ้วนคนนี้คือลูกสะใภ้ของตระกูลลู่ที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่
ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมากที่ลงมาจากูเา เจียงหนานก็เห็นเงาร่างอันคุ้นเคย
บนแผ่นหลังอ่อนแอและบอบบางของลู่ฮุ่ยฟาง มีตะกร้าขนาดใหญ่กดทับอยู่ บนตะกร้ายังมีถุงกระสอบที่อัดแน่นจนตุงวางซ้อนทับ
ร่างผอมบางของหล่อนแบกรับน้ำหนักจนตัวงอ
ลู่ฮุ่ยฟางเดินไปหน้าอย่างเชื่องช้าด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง
ทุกย่างก้าวเหมือนโดนบดขยี้จนจมดินอย่างไรอย่างนั้น
เจียงหนานเห็นแล้ว หัวใจก็เต้นผิดจังหวะ
เธอรีบวิ่งไปหา “อาหญิง รีบวางลงแล้วพักสักครู่เถอะค่ะ"
เธอช่วยประคองตะกร้าบนหลัง เอามาพิงกับคันนาที่หน้าหมู่บ้าน
ลู่ฮุ่ยฟางเหงื่อโซมกาย หอบหายใจหนักหน่วง ใช้ร่างกายผอมบางพิงลงที่ตะกร้าก่อนจะพรั่งพรูลมหายใจยาวออกมา
จากนั้นลู่ฮุ่ยฟางก็ยิ้มให้เจียงหนาน ถามอย่างสนิทสนม “หนานหน่าน เธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?”
เจียงหนานตอบว่า “ฉันไปบ้านเดิมมาค่ะ กำลังรอลู่ฮ่าวอยู่”
เธอมองตะกร้าใบใหญ่ของลู่ฮุ่ยฟาง เอื้อนเอ่ยด้วยความปวดใจ “ทำไมคุณอาถึงแบกสมุนไพรมาเยอะขนาดนี้ล่ะคะ? นี่มันหนักเกินไปแล้ว”
แบกตะกร้าใบใหญ่ยังไม่พอ บนนั้นยังมีถุงกระสอบวางซ้อนอยู่อีก
ลู่ฮุ่ยฟางใช้มือเปียกชื้นด้วยน้ำสมุนไพรสีเขียวเช็ดเหงื่อ ตอบไปว่า “เดินขึ้นเขาไม่ใช่เื่ง่าย ฉันมือเร็ว ขุดได้มากเท่าไรก็ต้องเก็บให้หมด”
“ถ้าอย่างนั้นในบ้านคุณอาตากสมุนไพรมากเท่าไรแล้วคะ?” เจียงหนานถาม
“วันนี้ฉันขึ้นเขาครั้งแรก เมื่อไม่กี่วันก่อนปลูกข้าวโพด ไถหญ้าในทุ่งข้าวสาลี แทบไม่มีเวลาเลย”
จากคำพูดของผู้เฒ่าลู่ เจียงหนานพอรับรู้สถานการณ์ในบ้านของลู่ฮุ่ยฟางบ้างแล้ว
ชีวิตของลู่ฮุ่ยฟางไม่ง่ายเลย มองดูผู้หญิงผอมบางตรงหน้าในยามนี้ เธอยิ่งรู้สึกปวดใจ
เจียงหนานเอ่ยว่า “คุณอา ฉันช่วยเอาสมุนไพรขึ้นเบาะหลังรถจักรยานเข็นกลับบ้านนะคะ”
“หนานหน่าน ไม่ต้องช่วยหรอก เธอกำลังรอเสี่ยวฮ่าวไม่ใช่หรือ? เธอรอเขาเถอะ”
“ไม่รอแล้ว ไปกันเถอะค่ะ”
เจียงหนานเอาถุงกระสอบผูกไว้ที่เบาะหลังของจักรยาน จากนั้นก็เข็นรถจักรยาน ตามหลังตรงไปที่บ้านของลู่ฮุ่ยฟาง
เดินไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยว เจียงหนานเห็นชายคนหนึ่งใช้ไม้เท้าคู่ค้ำยันกำลังทอดมองมาทางนี้อย่างกระสับกระส่าย ข้างกายเขายังมีเด็กหญิงตัวเล็กสวมเสื้อผ้ามอซอ มองจากไกล ๆ ทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นหยางหวาย*[4] ตรงหน้า
เมื่อชายคนนั้นเห็นลู่ฮุ่ยฟาง สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงทันที
เขาพูดกับเด็กหญิงตัวเล็กว่า “ซิ่วซิ่ว แม่หนูกลับมาแล้ว”
ลู่ฮุ่ยฟางแบกตะกร้าไว้บนหลัง เดินมาหาพวกเขา บ่นออกมาว่า “เ้าห้า อากาศร้อนขนาดนี้ มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม?”
แม้ขาของฟางกั๋วผิงจะเดินเหินไม่ค่อยสะดวก ทว่าใบหน้านั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าสมัยหนุ่มเป็ชายหล่อเหลา แถมเสียงพูดของเขายังอ่อนโยนมากด้วย มองอย่างไรก็คล้ายกับปัญญาชน เขาพินิจภรรยาอย่างทุกข์ใจ “ผมกับลูกกำลังรอคุณอยู่ เห็นว่าคนอื่นในหมู่บ้านกลับมานานแล้ว แต่ไม่เห็นคุณก็เลยกังวล”
“คุณแบกเยอะเกินไปแล้ว” ฟางกั๋วผิงมองภรรยาด้วยความปวดใจ อยากช่วยประคองตะกร้าบนหลัง แต่เนื่องจากใช้สองไม้ค้ำ ไร้เรี่ยวแรงใดที่จะช่วยได้ สีหน้าก็ร้าวรานด้วยความจนปัญญา
ลู่ฮุ่ยฟางแย้มยิ้ม “ไม่เป็ไร ไม่หนักหรอก”
เธอแนะนำเจียงหนานให้เขา “นี่คือภรรยาของเสี่ยวฮ่าว เห็นฉันลงจากเขาเลยช่วยฉันเอาสมุนไพรมาส่ง”
“หนานหน่าน นี่คืออาเขย เขาสุขภาพไม่ค่อยดีน่ะ”
“สวัสดีค่ะอาเขย” เจียงหนานทักทายอย่างสุภาพ
เพียงแค่่เวลาสั้น ๆ เธอก็ััได้ว่า ลู่ฮุ่ยฟางแต่งงานด้วยความรักเป็แน่แท้
*[1] สลอด สมุนไพรชนิดหนึ่งใช้ประกอบเป็ยาถ่ายที่มีฤทธิ์แรง
*[2] แสร้งเป็หมูหลอกกินเสือ หมายถึง แกล้งทำเป็คนอ่อนแอเพื่อหลอกให้ศัตรูตายใจ
*[3] ต้นหวายซู่ เป็ไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งของจีน มีดอกสีขาวเป็ลักษณะทรงฉัตร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Styphnolobium japonicum
*[4] ต้นหยางหวาย หรือ ต้น Black locust สามารถรับประทานได้ นิยมนำดอกมาทำชาสำหรับรักษาโรคไขข้ออักเสบ