“โรงน้ำชาแห่งนี้คือร้านค้าที่ฝ่าาพระราชทานให้พวกเ้า” ซ่งอี้เซวียนผลักประตูรั้วเข้าไป
โรงน้ำชาถูกออกแบบเป็สไตล์ยุโรป เนื่องจากเ้าของเดิมเป็พ่อค้าที่เดินทางมาจากแคว้นตะวันตกพร้อมคณะทูต เพียงแต่เวลานี้คณะทูตรวมถึงพ่อค้าของชาวตะวันตกได้เดินทางกลับดินแดนของตนเองไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของพวกเขาจึงตกเป็ของแผ่นดิน อาคารบ้านเรือนต่างๆ ถูกเชื้อพระวงศ์ซื้อเก็บไว้เป็สมบัติของตนเอง เหลือเพียงโรงน้ำชาแห่งนี้เท่านั้นที่ฝ่าายังตัดใจขายไม่ได้ เพียงแต่เมื่อนึกถึงจูเจียวจิ้น ลูกน้องคนสนิทที่ต้องมาถูกใส่ความจนทำให้ครอบครัวล่มสลาย โดยเหลือทายาทเพียงคนเดียวไว้คือจูจื้อโหยว ฝ่าาจึงมอบโรงน้ำชาแห่งนี้ให้เป็ของขวัญปลอบใจ และหวังว่านางจะใช้ประโยชน์จากโรงน้ำชาเก่าแห่งนี้สร้างอาชีพที่มั่นคงของตัวเองต่อไปได้
จูจื้อโหยวมองดูโรงน้ำชาสไตล์ยุโรปที่มีโครงสร้างเป็อิฐแดง และผนังเป็กระจกทั้งหมด ทำให้ภายในและภายนอกสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน รวมถึงสวนสไตล์ยุโรปที่เป็ไม้ดอกและไม้พุ่มเตี้ย มีน้ำพุตั้งโดดเด่นอยู่ตรงกลาง และมีการปูแผ่นหินสีดำเป็ทางเดิน เพียงแต่สถานที่แห่งนี้ถูกปล่อยรกร้างมาเป็เวลานาน หาก้าบูรณะยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับจูจื้อโหยว ตราบใดที่เธอมีเงินอยู่ในมือ เธอก็สามารถซื้อสิ่งของต่างๆ ในระบบออกมาใช้ได้
‘หงหลิน เราสามารถซื้อวัสดุจากระบบมาปรับปรุงโรงน้ำชาแห่งนี้ได้ไหม’
‘ได้แน่นอนขอรับเ้านาย’
‘แล้วเงื่อนไขที่บอกว่าห้ามแลกเปลี่ยนสินค้าจากต่างยุคล่ะ มันจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม’
‘สิ่งของต่างยุคหมายถึงยุคโบราณและเก่าแก่กว่าตอนนี้ ส่วนยุคที่เ้านายจากมาถือเป็ข้อยกเว้น สิ่งของในยุคนั้นเ้านายสามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนได้ทั้งหมดขอรับ’
‘เฮ้อ...ค่อยโล่งใจหน่อย ข้าสังเกตว่ากระจกบางส่วนมีรอยร้าวขึ้นมาบ้างแล้ว ข้าก็เลยกลัวว่าจะหาซื้อกระจกมาเปลี่ยนไม่ได้’
“เป็ยังไงบ้างโหยวเอ๋อ เ้าชอบที่นี่หรือไม่ หากไม่ชอบ ข้าจะให้ท่านพ่อไปทูลฝ่าาว่าให้เปลี่ยนร้านค้าให้เป็กิจการอื่นที่เ้าสนใจ” ซ่งอี้เซวียนถามความเห็น
“ข้าชอบที่นี่มากเ้าค่ะ เดิมข้าก็ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากจะเปิดโรงน้ำชาขึ้นมาสักแห่งเหมือนกัน พี่ใหญ่ก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะว่าข้ามีพร์ด้านการทำอาหารมากขนาดไหน” จูจื้อโหยวยิ้ม “ข้าจะตั้งชื่อโรงน้ำชาแห่งนี้ว่าคาเฟ่สุดปัง”
“ชื่อคล้ายๆ กับชื่อเดิม เพราะชื่อเดิมของที่นี่มีชื่อว่าเลิฟคาเฟ่ ข้าเคยเรียนภาษาตะวันตกกับคณะทูตมาเล็กน้อย จึงพอจะเข้าใจความหมายของคำพวกนี้อยู่บ้าง”
“พี่ใหญ่ก็เคยเรียนภาษาตะวันตกมาเหมือนกันหรือเ้าคะ ท่านเรียนได้ถึงระดับไหน ข้าสามารถสอนให้ท่านได้นะ”
“เ้าก็เคยเรียนภาษาของแคว้นตะวันตกมาเหมือนกันหรือ?” ซ่งอี้เซวียนถามอย่างสงสัย
จูจื้อโหยวก้มหน้าคล้ายว่าเสียใจมาก “ท่านลืมไปแล้วหรือเ้าคะว่าหลังจากที่ครอบครัวของข้าจากข้าไป หลังจากนั้นข้าก็ไปทำงานรับจ้างเพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต และโชคดีที่เ้านายเก่าของข้าเป็ล่ามแปลภาษาให้กับคณะทูต ข้าก็เลยได้เรียนภาษาตะวันตกจากพวกเขามาโดยบังเอิญ”
“เ้านายของเ้าคือล่ามดวงซวยคนนั้นน่ะหรือ ทีแรกข้าก็อยากตามตัวเขาให้มาสอนภาษาตะวันตกให้ข้าอยู่เหมือนกัน แต่น่าเสียดาย กว่าจะตามหาตัวเขาเจอ กลายเป็ว่าเขาสะดุดขาตัวเอง จนหัวทิ่มบ่อน้ำหลังบ้านตายไปแล้ว” ซ่งอี้เซวียนถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย ความจริงตอนที่คณะทูตจากแคว้นตะวันตกยังอยู่ เขาแอบไปเรียนภาษาตะวันตกโดยที่บิดาไม่รู้ เพราะความฝันของเขาคือการล่องเรือไปเยี่ยมชมประเทศแถบตะวันตกสักครั้ง แต่ในฐานะซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดา ทำให้เขาไม่สามารถสานฝันนั้นได้สำเร็จ
จูจื้อโหยวได้ยินคำอธิบายจากซ่งอี้เซวียนก็แอบถอนหายใจโล่ง ความจริงนางแค่แต่งเื่โกหกขึ้นมาเท่านั้น ไม่คิดว่าจะบังเอิญไปตรงกับเื่จริงบางส่วนเข้าพอดี แต่ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยนางจะได้มีทางออกว่าทำไมนางถึงพูดและอ่านภาษาตะวันตกได้
“พี่ใหญ่ ทำไมท่านถึงสนใจภาษาตะวันตกหรือเ้าคะ” จูจื้อโหยวถาม
“ข้าฝันว่าอยากเดินทางไปเยือนดินแดนฝั่งโน้นสักครั้ง แต่ด้วยสถานะของข้า คิดว่าเื่นี้คงเป็ได้เพียงแค่ความฝันแล้ว”
จูจื้อโหยวเข้าใจในความหมายของซ่งอี้เซวียนเป็อย่างดี การเดินทางไปดินแดนตะวันตกในยุคนี้ทำได้แค่ใช้เรือสำหรับเดินทางเท่านั้น หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกลางทะเลก็คงไม่มีใครล่วงรู้ได้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าท่านอ๋องฉีย่อมไม่อนุญาตให้บุตรชายทำเื่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้นแน่นอน
“สมบัติเก่าของข้ายังมีหนังสือเกี่ยวกับดินแดนตะวันตกอยู่บางส่วน เอาไว้ข้าจะลองกลับไปหาดู แล้วข้าจะส่งไปให้ท่านที่จวนนะเ้าคะ ส่วนความรู้บางอย่างที่เ้านายเก่าของข้าเคยสอน อืม...เอาไว้ข้าจะลองวาดรูปแล้วเขียนเป็คำบรรยายเอาไว้ให้ท่านอ่านด้วยก็แล้วกัน” จูจื้อโหยวเสนอ
“จริงหรือโหยวเอ๋อ เ้าทำของพวกนี้ให้ข้าได้จริงหรือ” ซ่งอี้เซวียนถามขึ้นอย่างดีใจ “บางคนบอกว่ามีแผนที่ด้วยนะ เขาเรียกว่าแผนที่โลก คณะทูตบางคนเคยบอกกับข้าว่าโลกเราไม่ได้แบน แต่โลกของเราเป็วงกลม เื่พวกนี้เ้ารู้หรือไม่”
“สิ่งนั้นเรียกว่าแผนที่โลก เ้านายของข้าเคยเล่าให้ฟัง และเขายังเอาแผนที่มาให้ข้าดูเป็บางครั้ง เอาไว้ข้าจะจำลองแผนที่โลกให้ท่านสักอันนะเ้าคะ” จูจื้อโหยวยิ้มอยู่ในใจ ในยุคของนางเป็ยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย หากนางเอาเงินเข้าไปในระบบและขอแลกเปลี่ยนแผนที่โลกกลมๆ ออกมาสักอัน และป้อนคำสั่งพิเศษว่าขอให้ทำเป็วัสดุไม้ออกมา เท่านี้นางคงเอามามอบให้เป็ของขวัญกับพี่ชายได้อย่างไม่มีปัญหากระมัง
“พวกท่านดีใจอะไรกันเ้าคะ ข้าว่าที่นี่น่ากลัวมาก” ซ่งจินเยว่ทำท่าขนลุกก่อนที่จะเดินมากอดแขนจูจื้อโหยวไม่ปล่อย “ดูต้นไม้และเถาวัลย์พวกนี้สิเ้าคะ มันจะกินเราไปได้ทั้งตัวแล้ว”
“ถ้ารู้ว่ากลัวแล้วจะตามมาทำไมยัยตัวยุ่ง” ซ่งอี้เซวียนขำน้องสาว
“เมื่อก่อนที่นี่สวยงามและหรูหรามาก ข้าก็เลยไม่คิดว่าตอนนี้มันจะรกร้างและดูน่ากลัวขนาดนี้ พี่สะใภ้จะทำการค้าที่นี่จริงหรือเ้าคะ ท่านไม่กลัวว่ามันจะขาดทุนหรือ” ซ่งจินเยว่ถามออกไปตรงๆ “ข้าดูแล้วว่าถ้าจะปรับปรุงให้ที่นี่กลับมาสวยงามเหมือนเดิม ท่านคงต้องใช้เงินไม่น้อยเลย”
“เยว่เอ๋อของเราก็คำนวณเื่พวกนี้ได้เหมือนกันหรือ” จูจื้อโหยวยิ้มถามอย่างประหลาดใจ
ซ่งจินเยว่กลอกตาใส่พี่สะใภ้ “ที่จวนของข้าไม่มีนายหญิง และท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็ไม่ชอบงานดูแลบัญชี พวกเขาก็เลยโยนงานพวกนี้มาให้ข้ารับผิดชอบ พร้อมกับให้เหตุผลเสียสวยหรูว่าต่อไปข้าต้องออกเรือน หน้าที่ดูแลจวนและหน้าที่ดูแลบัญชีย่อมหนีไม่พ้น ถือเสียว่าให้ข้าใช้เวลานี้ฝึกฝนตนเอง”
“แต่ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็พูดถูกนะ ถึงแม้เ้าจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะด้านพิณ แต่การเล่นพิณก็ไม่ช่วยให้เ้าทำบัญชีได้เก่งขึ้นหรอก ผู้หญิงเราควรมีความสามารถหลายๆ ด้านไว้จะดีที่สุด”
“พี่สะใภ้ก็พูดเข้าข้างท่านพ่อกับพี่ใหญ่อีกคนแล้ว ข้าฟังประโยคพวกนี้มาจนเบื่อแล้วเ้าค่ะ” ซ่งจินเยว่ทำหน้างอน
“อืม...เอาไว้ข้าจะสอนวิธีทำบัญชีกับคิดเลขอย่างง่ายให้เ้าเอาไหม รับรองว่าเ้าจะลืมบัญชีที่ยุ่งยากอย่างทุกวันนี้ไปเลย”
“จริงหรือเ้าคะพี่สะใภ้ ความจริงข้าเป็คนชอบคำนวณอยู่เหมือนกันนะ เพียงแต่สมุดบัญชีที่พ่อบ้านไฉ่เอามาให้ข้าดูมันค่อนข้างยาก หากมีวิธีที่ทำให้มันดูง่ายขึ้นได้ก็ดีน่ะสิ”
“เอาไว้ว่างๆ ข้าจะไปสอนเ้าที่จวน”
“ให้ข้าไปเรียนกับท่านที่จวนของท่านก็ได้นะเ้าคะ ยังไงจวนของเราก็อยู่ติดกันอยู่แล้ว”
“ไม่เป็ไร ่นี้ข้ารู้สึกว่าพ่อบุญธรรมดูเหน็ดเหนื่อยจากงาน ข้าจะได้ทำอาหารบำรุงไปให้ท่านพ่อบุญธรรมด้วย” จูจื้อโหยวปฏิเสธ ่นี้นางกำลังรื้อฟื้นวิชาทำอาหาร อุปกรณ์บางอย่างจึงไม่ได้เก็บให้ดี หากซ่งจินเยว่ไปเห็นเข้า นางก็ี้เีจะอธิบาย
“เ้าเห็นใครเข้าไปที่โรงน้ำชาร้างแห่งนั้นนะ”
“ซื่อจื่อของจวนอ๋องฉี ท่านหญิงจินเยว่ แล้วก็...เอ่อ...คุณชายฟู่ซีซวนขอรับ ยังมีแม่นางหน้าตาสวยอีกคนหนึ่งด้วย”
“ฟู่ซีซวน! ไอ้อ้วนนั่นเข้าไปทำอะไรที่โรงน้ำชานั้นกัน” เฉียนไหลเฉิงสั่ง “เ้าไปสืบเื่นี้มาให้ข้าและสืบมาด้วยว่าโรงน้ำชาแห่งนี้เป็ของใคร ถ้าเป็ไปได้ก็เจรจาซื้อโรงน้ำชานี้มาให้ข้าด้วย”