"ผู้เข้ารับการทดสอบทุกท่านโปรดมาทางนี้ นี่คือข่ายมิติมายา เมื่อพวกท่านเข้าไปด้านในมันจะปรากฏเป็ภาพมายาขึ้นตามพร์ของแต่ละคน ด้านในจะมีผู้คุมการทดสอบคอยจับตาดูอยู่ ข่ายมิตินี้สามารถเข้าได้แค่ที่ละคนเท่านั้น โปรดก้าวขึ้นมาตามลำดับที่เรียกด้วย"
เสียงผู้ประกาศดังกังวาลไปทั่วสนาม เมฆนั่นอยู่ลำดับที่ 2007. มันนั่งรออย่างเบื่อหน่ายอยู่ที่ข้างสนามทดสอบ
มันสังเกตุไปที่ข่ายมิติอยู่ตลอด เวลาที่มีคนเข้าไปสีมันจะเปลี่ยนไปคนละแบบ มีสีเขียว ฟ้า ม่วง แดง ทอง ส่วนใหญ่มีแต่สีเขียวกับสีฟ้า สีม่วงนานๆจะเห็นสักที สีแดงมันนับ 4 ครั้ง ส่วนสีทอง มีแค่ครั้งเดียวที่เห็น เป็หญิงสาวคนหนึ่งที่สวยมากๆผมสีแสงสด ดวงตาสีทับทิม เมื่อมันเห็นครั้งแรกทำให้มันใจลอยไปชั่วครู่เลยทีเดียว
เวลาผ่านไปสักพักจนพระอาทิตย์ขึ้นอยู่กลางหัว คนที่เข้ารับการทดสอบก่อนหน้านี้จะถูกพากลับไปที่พักรับรองของสำนักก่อน คนที่เหลือต้องรอจนกว่าจะทดสอบเสร็จ
"รู้งี้ไปเข้าแถวั้แ่ก่อนรุ่งสางก็ดี รอโครตนานเลย ร้อนโว้ยย"
เมฆเริ่มหมดความอดทนกับการรอ เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ
"นี่พี่ชาย มายืนใกล้ๆข้าดีหรือไม่ อากาศรอบๆตัวข้านั้นเย็นสบายกว่ารอบๆเชียวนะ"
หญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งเห็นสภาพของ ชายหนุ่มตรงหน้าก็อดสงสารไม่ได้ ตัวนางนั้นมีลูกแก้วหิมะอยู่เวลาพกไว้จะทำให้อากาศรอบๆตัวเย็นสบาย ด้วยความสงสารจึงออกปากชวนมายืนใกล้ๆ
เมฆได้ยินดังนั้นรีบพุ่งไปใกล้ๆทันที เมื่อมายืนใกล้ๆหญิงสาวคนนี้ มันรู้สึกถึงอากาศที่เย็นสดชื่น ผิดจากบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง
"ขอบคุณมากนะครับ ผมไม่ค่อยชินกับความร้อนขนาดนี้เท่าไหร่"
เมื่อมันได้มาใกล้ๆหญิงสาวคนนี้ทำให้รู้ว่านางมีความน่ารักอย่างมาก แถมกลิ่นหอมเย็นๆรอบตัวอีก มันเริ่มเขินขึ้นมาทันที
"ไม่เป็ไรหรอก ข้าอยู่ลำดับที่2006 ใกล้ๆกับพี่ชาย ช่วยเหลือกันแค่นี้ ไม่นับเป็อันใด"
หญิงสาวยิ้มให้อย่างเป็มิตร ทำให้หน้าของเมฆเริ่มแดงขึ้นทันที
"ผมชื่อเมฆครับ ผมขอทราบชื่อเธอหน่อยได้ไหม"
เมฆแสดงความเป็มิตรออกมาเต็มที่
"ท่านช่างพูดจาพิกลนักต่างจากผู้อื่นยิ่ง ไม่ใช่คนแถวนี้งั้นหรอ ข้ามีนามว่าซิ่วอิง"
เมฆทำความรู้จักกับซิ่วอิงอยู่สักครู่เสียงประกาศลำดับของเธอก็ดังขึ้นมา
"ข้าต้องไปก่อนนะ ลูกแก้วหิมะนี่ข้าฝากท่านไว้ชั่วครู่ เมื่อทดสอบเสร็จข้าจะมาเอา"
หลังจากพูดเสร็จนางก็รีบวิ่งไปที่ข่ายมิติทันที เมื่อเข้าไปได้สักครู่ ข่ายมิติเริ่มเปลี่ยนเป็สีทอง ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเป็สี แดง และ ทอง ทุกคนจะให้ความสนใจอย่างมาก สายตามากมายจับจ้องไปที่ซิ่วอิงอย่างตกตะลึง
"โห หายากนะเนี่ยสีนีี้ แต่ว่ามันต่างกันยังไงหว่าอยากรู้จริงๆ"
ไม่นานซิ่วอิงก็เดินออกมาจากข่ายมิติด้วยท่าทีร่าเริงอย่างมาก
"ฮิๆ เป็ไงพี่่ชายข้าเก่งรึไม่ พี่ชายต้องตั้งใจให้ดีนะเมื่อเข้าไป"
ซิ่วอิงพูดด้วยท่าทีร่าเริง ทุกครั้งที่ยิ้มทำให้นางดูงดงามอย่างมาก สายตามากมายต้องจ้องมาที่นางด้วยความหลงใหล
"สิ่งนี้คืออะไรผมยังไม่รู้เลย รู้แค่ว่าต้องเข้าไปก็เท่านั้น จะเป็ยังไงก็ขึ้นกับดวงแล้วหละ"
ตัวมันที่ไม่รู้อะไรเลยได้แต่ทำตามคนอื่นๆก็เท่านั้น
"เอ๋~ ท่านไม่รู้จักสิ่งนี้งั้นหรอ ไม่ต้องกังวลไปถ้าท่านเข้าไปแค่ตั้งสมาธิไว้ คิดถึงพลังอำนาจอะไรก็ได้ที่คิดว่าทรงพลังที่สุด มันจะแสดงออกมาเอง อย่ากังวลมากหละ ข้าต้องไปก่อนนะแล้วเจอกันใหม่"
ซิ่วอิงแนะนำอย่างง่ายๆให้เมฆฟังก่อนจะเดอนจากไป
"เหอะ พวกบ้านนอก เื่แค่นี้ก็ยังไม่รู้สวะเสียจริง"
เสียงถากถางดังเข้ามาทางเมฆ มันใช้แค่หางตามองจดจำหน้าคนพูดไว้
"ลำดับที่2007..."
เสียงเรียกลำดับของมันดังขึ้นมา มันรีบเดินไปที่ข่ายมิติทันที เมื่อมองใกล้ๆ มันต้องตื่นเต้นกับสิ่งตรงหน้า มีเสาหินตั้งทั้งสองฝั่ง ตรงกลางเป็ม่านคล้ายๆน้ำกำลังกระเพื่อมไปมา
มันตื่นเต้นอย่างมากนี่ไม่ใช่อะไรที่จะมีให้เห็นบนโลกเก่าได้เด็ดขาด
"แค่ก้าวผ่านไปสินะ"
เมื่อตัดสินใจได้มันก็หลับตาก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปช้าๆจนโผล่เข้าไปหมดทั้งตัว มันค่อยๆลืมตาขึ้น เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องตกตะลึง มันพบพื้นที่กว้างขวางสุดสายอยู่ตรงหน้า ท้องฟ้าไม่มีสิ้นสุด พื้นที่ยืนอยู่เหมือนผิวน้ำนิ่งสงบ เป็ภาพที่สวยอย่างมาก ที่หางตามันเห็นชายสามคนกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ดูมันอยู่
"สวัสดีครับ ผมเมฆครับไม่ทราบว่าต้องทำยังไงหรอครับ ผมไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน"
เมื่อได้ฟังที่เมฆพูด ชายทั้งสามมองหน้ากันทันที
"คงจะไม่มีอะไรให้ใอีกแล้วสินะ ถ้าเป็แบบเด็กสาวคนก่อนหน้านี้ก็คงดี เฮ้อ"
"เ้าแค่หลับตาคิดถึงพลังที่เ้าคิดว่ามากที่สุดเท่าที่เ้าเคยเจอก็พอ"
ชายคนหนึ่งพูดอย่างเบื่อหน่าย มันหวังว่าจะมีอัจฉริยะให้มันได้พบเจออีกสักครั้ง แต่ดูจากท่าทางและความรู้ของคนตรงหน้าก็ได้แต่หมดหวัง
"หลับตาแล้วคิดถึงพลังที่ผมคิดว่าทรงพลังก็พอใช่ไหมครับ"
เมฆถามย้ำกลับไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ แค่หลับตาแล้วคิดก็พอ โลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามพร์ของผู้ทดสอบ ภาพมายาจะแสดงออกมาตามพลังและพร์ของเ้า
ยิ่งเ้าแข็งแกร่งภาพก็จะเหมือนจริงแต่ถ้าอ่อนแอภาพก็จะเลือนลาง ห้อมวอกแวกเด็ดขาด"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมันก็ดีใจทันที ถ้าแค่คิดหละก็เป็เื่สบายมากสำหรับมัน
"คิดถึงพลัง คิดถึงพลัง พลังอะไรหว่า อ้อถ้าในหนังคงไม่เป็ไรสินะ อ่าส์เื่ไหนดีนะ แบบก็อตซิล่ากำลังพ่นแสงอยู่เป็ไง หรืออะฝ่ามือพุทธองค์ในไซอิ๋วหละ เ้าแม่กวนอิมก็เท่นะ อะลืมเื่นี้ไปได้ไงDragonBall..."
ระหว่างที่มันคิดอยู่นั้นมันไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกนั้นเป็ยังไง มันได้เข้าสู่ภวังและจิตนาการไปเรื่อยเปื่อยอย่างสนุกสนาน
ภายในข่ายมิตินั้น จากโลกที่สว่างสดใสกลายเป็มืดมิดทันที ไม่มีท้องฟ้า ไม่มีพื้นดิน เป็โลกที่มืดสนิด ไม่นานก็มีหมู่ดาวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ นับไม่ถ้วน ต่อก็มีเสียงคำรามของสัตว์ั์บางอย่างดังสนั่น เป็ัตัวสีดำมโหฬารกำลังคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เกิดการะเิขนาดใหญ่ขึ้นภาพทั้งหมดเริ่มบิดเบี้ยว ทุกอย่างเริ่มสั่นะเื โลกมายาเกิดเป็รอยร้าวไปทั่ว ผู้คุมสอบรีบลุกขึ้นทันที่
"หยุดการทดสอบ!! ลืมตา!!"
เมฆที่กำลังสนุกสนานในจิตนาการอยู่นั้นก็ลืมตาขึ้นทันทีอย่าง งงๆ ในจิตนาการกำลังถึงตอนที่โงกุนกำลังปล่อยบอลเกงกิะเิดาวนาเม็กอยู่เลย
"เสร็จแล้วหรอครับ กำลังคิดอะไรสนุกๆเลย"
เมฆถามกลับอย่าง งงๆ
"เสร็จแล้วเ้าออกไปได้"
ได้ยินดังนั้นเมฆก็เดินอกไปจากข่ายมิตินี้
"มันตัวอะไรกัน นี่เป็ข่ายมิติที่ถูกทิ้งไว้ั้แ่อดีตกาลเป็สิ่งที่เกินกว่าคนในสมัยนี้จะสร้างได้แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย พวกเราเพียงสามารถเปิดใช้งานได้ก็เท่านั้น แต่มันกลับทำให้โลกใบนี้เกือบแตกสลาย สิ่งนี้เกินความเ้าใจเราไปแล้ว เราต้องแจ้งอาจารย์ใหญ่ในเื่นี้ ตอนนี้ต้องติดตามการทดสอบของมันให้ดีแล้วสืบให้ได้ว่ามาจากไหน"
"รับทราบ"
"รับทราบ"
ผู้คุมด่านทดสอบเกิดความวิตกกังวลอย่างชัดเจนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภายนอกข่ายมิตินั้นเมฆก้าวเท้าออกมาก็ต้องพบกับสายตาแปลกๆมากมาย เมื่อมองกลับไป มันพบว่าสีของข่ายมิตินั้นเป็สีดำสนิด ซึ่งแปลกประหลาดอย่างมาก ทุกคนต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ไม่เคยมีสีนี้เกิดขึ้นมาก่อนั้แ่อดีตจนถึงตอนนี้
"โอ้ มันทำให้ประหลาดใจได้จริงๆด้วย555"
เสียงของเฒ่าพยัคที่ดูการทดสอบอยู่ห่างๆหัวเราะอย่างชอบใจ
จบตอน