ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสาม ผู้บัญชาการองครักษ์วังหลวง2
ในแนวอิเซไคแดนจงหยวนมักจะกำหนดให้พระเอกนั้นไปผจญภัยออกรบด้วยตนเองเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสารพัด
ไม่ใช่จะด่าว่าพวกเขาไม่เก่งแค่ผมคิดว่าตนเองไม่เก่งพอที่จะเสี่ยงตายอย่างนั้น
มันมีสาเหตุอยู่ที่ผมส่งกาเซี่ยงไปเจรจาและไม่ไปเจรจาด้วยตนเองเพราะผมไม่คิดว่าตนเองจะมีเสน่ห์ปานพระเอกอิเซไคเหล่านั้น...เรื่องตลกเหมือนกันที่คนเข้าสังคมได้ไม่เก่งอย่างผมและกาเซี่ยงมาทำงานร่วมกันได้
และตำแหน่งหน้าที่ของผมไม่เออำนวยที่จะให้ทำตัวเช่นนั้น
เมื่อยึดอำนาจ เอ๊ยช่วยงานราชสำนักได้
ผมก็ต้องทำหน้าที่ช่วยงานราชสำนักให้เห็นประจักษ์
ไม่ใช่ไปผจญภัยทั่วแดนจงหยวนค่อยๆสั่งสมผู้คนและได้จังหวะก็อ้างตนแบ่งแยกดินแดนปกครองตั้งตนเป็นอ๋องและฮ่องเต้ต่อไป
แต่ตอนนี้นั้น
ราชวงศ์ฮั่นยังไม่ล่มสลาย
อย่างน้อยภาพลวงตานั้นยังคงอยู่
Perception is power
สิ่งที่มองเห็นคืออำนาจ
หากผมเป็นท่านปรมาจารย์เตียวก๊กขุนโจรภูเขาดำ หรือขุนศึกชายแดนที่คิดมีใจออกห่าง ฯลฯ
หากผมเป็นคนเหล่านั้นผมก็คงจะภาวนาให้แผ่นดินฮั่นล่มสลายโดยไวเพื่อผมจะได้ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์จากความวุ่นวาย
Chaos is a ladder
ความวุ่นวายคือบันได
อย่างที่นิ้วก้อยแห่งมหาศึกชิงบัลลังก์ว่าเอาไว้
แต่ตอนนี้
ราชสำนักนั้นคือผม
ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องภาวนาให้บ้านเมืองวุ่นวายราชสำนักฮั่นล่มสลายเพราะผมคือคนออก เอ๊ยร่างราชโองการให้ฮ่องเต้เองกับมือ
เลื่อนยศ ปลด ย้ายเคลื่อนกำลังทหารฯลฯ
นั่นคือสิ่งที่ผมไม่มีวันปล่อยมือต่อให้ต้องแตกหักกับอ้องอุ้นหรือแม้แต่ฮองเฮาหรือฮ่องเต้ก็ตาม
ส่วนอื่นๆนั้นแล้วแต่คนอื่นเถอะ
เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขอเพียงให้คนมีทหารมากที่สุดคือฝ่ายผมก็เพียงพอแล้ว
และนี่คือสาเหตุที่ผมเลื่อนยศ ปลดย้ายขุนนางเจ้าหน้าที่ต่างๆในวังหลวงและประตูเมืองต่างๆเป็นพิเศษ
การที่ผมขี่เซ็กเธาว์ไปมาก็คือการพิสูจน์จิตใจของคนที่ผมส่งไปคุมประตูเมืองในอีกทางหนึ่ง
นี่คือกลยุทธที่ผมได้เรียนรู้มาจากสะพานวัว
โยกย้ายตำแหน่ง
ทำให้การต่อสู้ชิงเมืองที่ต้องชิงไหวชิงพริบกันดุเดือดเลือดพล่านซ้อนแผนกันไปมาแบบที่อ้วนเสี้ยวยึดเมืองจากฮันฮกกลายเป็นเพียงแค่ถีบเจ้าครองเมืองย้ายเมืองไปมา
เท่านั้นผมก็ส่งคนไปคุมเมืองต่างๆแทนที่เจ้าเมืองต่างๆได้แล้ว
ไม่ใช่เรื่องแปลกในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ
หลายๆคนในพันธมิตรสิบแปดหัวเมืองก็มาจากคนที่ตั๋งโต๊ะแต่งตั้งนั่นล่ะ
ทั้งฮันฮกที่อยู่ในพันธมิตรสิบแปดหัวเมือง
หรือกองซุนตู้ที่อยู่ทางเลียวตั๋งที่ตอนหลังไม่ค่อยจงรักภักดีต่อส่วนกลางเสียเท่าไรในยุคโฉครองอำนาจก็มาจากการแต่งตั้งกับมือของตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะประสบปัญหาแบบเดียวกับโรเบิร์ตบาราเธียนในมหาศึกชิงบัลลังก์นั่นเอง
ว่าเหมือนจะโหดเหี้ยมแต่ดูให้ลึกๆเขาใจดีเกินไปที่แต่งตั้งคนที่ทรยศเขาล้วนๆให้ขึ้นมามีอำนาจ
อาจจะเพราะติดนิสัยของทหารมาใช้กับการชิงอำนาจนั่นเอง
แหมทำไปได้
เอาอำนาจทหารของนครฉางอันให้คนอื่นนอกจากตระกูลของตนเองครอบครอง
ไม่ใจกว้างมากก็คงโง่มากนั่นล่ะ
เมื่อผมมาอยู่ตรงนี้
อย่างน้อยในเมืองใหญ่รอบรัศมีของลั่วหยางไปจนถึงฉางอันต้องตกอยู่ใต้อำนาจของผมเอ๊ย ของราชสำนัก
คนอื่นพกกระบี่ไปมาในเขตราชวังคือากรทำผิดกฎ
แต่สำหรับผมที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย
นั่นคืองานของผม
“ขุดลอกคูให้ลึกขั้นอีกสักหน่อยไปเบิกงบจากช่างแรงงานมาเพิ่มกำแพงให้สูงขึ้นอีกสักนิด ตั้งหอธนูไว้ตรงนี้อีกสักสามหอ”
ผมทำเรื่องวุ่นวายสั่งการไปมา
เป้าหมายไม่ใช่รักษาความปลอดภัยเป็นหลักแต่คือการตั้งตำแหน่งมากขึ้นเพื่อที่ผมจะเสียบคนของผมเพิ่มขึ้นในราชวังได้
เสกตำแหน่งออกมาแล้วก็ใส่คนเข้าไป
นั่นคือแผนการของผม