บทที่ 78 ผู้แข็งแกร่งที่สุด
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น หลัวเจินก็หันมามองฉินชู “เจ้าจะมาอยู่กับข้าที่ยอดเขาหลักหรือไม่ แล้วเดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนจัดเตรียมสถานที่ฝึกตนที่เงียบสงบให้ทางหอศิษย์รับใช้”
“ไม่ต้อง เขาน่าจะเป็นหัวหน้าศิษย์รับใช้ที่ยอดเขาชิงจู๋ได้ หากไม่ได้ ก็แสดงว่าไร้ความสามารถ” โม่เต้าจื่อพูดขึ้น
“เจ้าสำนัก ท่านผู้เฒ่าโม่ พวกท่านกำลังแย่งคนไปจากยอดเขาชิงจู๋ แบบนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง” ลู่หยวนที่ได้ขึ้นเป็นปรมาจารย์ผู้ดูแลยอดเขาชิงจู๋คนใหม่เอ่ยปาก ตอนนี้ฉินชูยังเป็นความภาคภูมิใจของยอดเขาชิงจู๋อยู่และเขาก็ไม่อยากให้ฉินชูไปอยู่ที่ยอดเขาหลัก
“รองเจ้าสำนักลู่ ตอนนี้ยอดเขาหลักขาดความน่าเกรงขาม และเจ้าหนูนี่ก็มีสิ่งนี้อยู่ติดตัวไม่น้อย ไม่มีเรื่องอะไรที่เขาไม่กล้าทำ” หลัวเจินคลี่ยิ้มเอ่ย
ลู่หยวนลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากให้ฉินชูไปจากยอดเขาชิงจู๋ แต่สิ่งที่หลัวเจินพูดมาก็ถูก เพราะซูซานเหอทำลายศักดิ์ศรีและความน่าเกรงขามของยอดเขาหลักจนป่นปี้ การปรับภาพลักษณ์ของยอดเขาจำเป็นต้องมีคนอย่างฉินชู
“เรื่องนี้ง่ายมาก ฉินชูยังเป็นคนของยอดเขาชิงจู๋อยู่ แต่หลังจากนี้ต้องไปอาศัยอยู่ที่ยอดเขาหลักสักระยะ” โม่เต้าจื่อออกความเห็น
สุดท้ายเรื่องสถานะของฉินชูก็ได้ข้อสรุป เขายังเป็นคนของยอดเขาชิงจู๋ แต่ต้องไปอาศัยอยู่ที่หอศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลัก
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ผู้อาวุโสหลิวที่ถูกซูซานเหอกับจ้างจี้ปลดตำแหน่งก่อนหน้านี้ก็พาตัวฉินชูมาที่ลานหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลัก
หลังจากส่งฉินชูมาถึงลานหอศิษย์รับใช้ ผู้อาวุโสหลิวก็จากไปทันที เพราะเขาเชื่อว่าฉินชูสามารถจัดการเรื่องนี้ได้
เมื่อเข้ามาในลานกว้างของหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลัก ฉินชูก็ตบมือส่งเสียง เมื่อเหล่าศิษย์รับใช้หันมามอง เขาจึงเริ่มพูดขึ้น “ข้ามีนามว่าฉินชู มีเรื่องอยากแจ้งทุกคนสองสามเรื่อง เรื่องแรก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าคือหัวหน้าของพวกเจ้า เรื่องทั้งหมดในหอศิษย์รับใช้ที่นี่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของข้า เรื่องที่สอง เน้นว่าเรื่องทั้งหมดของที่นี่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของข้าผู้เดียว”
ไม่มีใครโต้แย้ง ทั่วทั้งสำนักชิงหยุน มีใครบ้างที่ไม่รู้จักฉินชู นอกจากคนที่เข้าฌานฝึกตนแล้ว ก็คงมีแต่พวกหน้าโง่เท่านั้นที่ไม่รู้จักฉินชู
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครโต้แย้ง ฉินชูก็เริ่มดำเนินการตามแบบแผนของเขา ก่อนอื่น เขาสั่งให้คนสร้างกระท่อมไม้ให้ตัวเองที่พื้นที่ด้านนอกหอศิษย์รับใช้ จากนั้นก็วางระบบการเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ให้ศิษย์รับใช้ที่นี่ โดยแบ่งเป็นสองเวรเหมือนเดิม คนที่อยู่เวรแรกจะทำงานของศิษย์รับใช้ ส่วนอีกเวรจะฝึกตนหรือไม่ก็ทำภารกิจสะสมแต้มคุณูปการ
“สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งของการเกิดเป็นมนุษย์ก็คือการใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้คุณค่า มิสู้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีแต่จิตใจที่อยากพัฒนาตนเองเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวาและมีคุณค่า” ฉินชูตะเบ็งเสียงพูดดังลั่น
คำพูดของเขาสร้างความประทับใจให้เหล่าศิษย์รับใช้ที่หลบอยู่ตามมุมมืดยิ่งนัก
ฉินชูพูดได้อย่างมีเหตุผลยิ่งนัก มีคนมากมายที่เคยชินกับการใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้คุณค่า จนถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ และกลายเป็นนิสัยติดตัว
เมื่อจัดแจงทุกอย่างเสร็จ ฉินชูหันหลังกลับ หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว ฉินชูก็หยุดชะงักลงอีกครั้ง “หลังจากนี้หนึ่งวันข้าต้องได้เห็นสถานที่ฝึกตนและที่พักอันเงียบสงบของข้า”
แล้วฉินชูก็จากไป ตอนนี้ขืนอยู่ที่หอศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลักต่อก็มีแต่จะทำให้เขาเบื่อเปล่าๆ ฉินชูจึงกลับมาที่หอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋
“ลูกพี่จะย้ายไปอยู่ที่ยอดเขาหลักแล้วหรือ” เมื่อเห็นฉินชู ไป๋อวี้ก็เอ่ยถาม ใบหน้าของเขาฉายแววผิดหวังเล็กน้อย
“ไม่ใช่ แค่ไปอาศัยอยู่สักระยะหนึ่ง อ่ะ ของขวัญของเจ้า” ฉินชูยื่นกระบี่ยาวของซูซานเหอให้ไป๋อวี้
ไป๋อวี้รับไปอย่างไม่เกรงใจ ฉินชูคือพี่น้องที่เขายอมรับ เขาเต็มใจรับของที่พี่น้องเป็นคนส่งให้
“สถานการณ์ช่วงนี้ยังไม่ค่อยสงบ อย่าเพิ่งออกไปทำภารกิจ ข้ามีโอสถเจินหยวนอยู่ เจ้าเอาไปใช้ฝึกตนเสีย” ฉินชูเอาโอสถเจินหยวนออกมาจากแหวนมิติเก็บของของตัวเองสองขวด
“อันนี้ไม่ต้อง ข้ามีแต้มคุณูปการอยู่ไม่น้อย ข้าสามารถแลกโอสถเองได้” ไป๋อวี้ส่ายหน้า
ฉินชูเจอกับเอ้อพั่งและพวกหลินเจิงเพื่อบอกสถานการณ์ของตัวเอง และสั่งให้เอ้อพั่งดูแลหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋ให้ดี
เมื่อชี้แจงทุกอย่างเสร็จ ฉินชูก็กลับมาฝึกตนที่ผาหินตัด
เขาอยู่ฝึกตนที่กระท่อมไม้บนผาหินตัดเป็นเวลาสองวัน ก่อนจะกลับไปที่ยอดเขาหลัก ฉินชูได้แวะมาหาลู่หยวนก่อน
“แม้ไปอยู่ที่ยอดเขาหลัก แต่เจ้ายังคงเป็นฉินชูอยู่ หากมีเรื่องอะไรลำบากใจ สามารถกลับมาพูดคุยกับข้าได้ทุกเมื่อ” เมื่อเห็นฉินชู ลู่หยวนก็พูดขึ้น
“ขอบคุณครับ อันที่จริง ก็แค่เปลี่ยนสถานที่ฝึกตนใหม่เท่านั้น แต่ศิษย์แค่คิดถึงที่นี่และกระท่อมไม้ที่ผาหินตัดเท่านั้น” ฉินชูพูดขึ้น
ลู่หยวนตบไหล่ฉินชู “ข้ารู้สึกโชคดีที่ตอนนั้นรับเจ้าเข้ามาในสำนัก และเจ้าก็ทำตามที่เจ้าลั่นวาจาเอาไว้วันแรก เจ้าคือความภาคภูมิใจของสำนักชิงหยุน”
“ขอบพระคุณท่านอาวุโสที่รับศิษย์ตั้งแต่ตอนแรก ตอนนั้นศิษย์ไม่มีแม้แต่ที่ทานข้าว” ฉินชูประสานมือคารวะลู่หยวนก่อนจากไป
ลู่หยวนพยักหน้าและทอดสายตามองตามฉินชู เขารู้สึกว่านิสัยที่เด่นชัดที่สุดบนตัวของฉินชูก็คือ ใครดีมาดีกลับ ยอดเขาชิงจู๋ไม่ทอดทิ้งเขา เขาก็ไม่ทอดทิ้งยอดเขาชิงจู๋ ตอนนั้นลู่หยวนก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเพียงเล็กน้อย แต่ฉินชูกลับมองว่าเป็นบุญคุณ นี่คือความกตัญญู
เมื่อกลับมาถึงหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลัก ฉินชูเดินผ่านทางที่ศิษย์รับใช้อยู่มาจนถึงกระท่อมไม้หลังใหม่ของตัวเอง
กระท่อมไม้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหอศิษย์รับใช้ ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบ
คำสั่งของฉินชูทั้งคน มีศิษย์รับใช้บนยอดเขาหลักคนไหนไม่กล้าทำตามบ้าง ทุกคนรู้ดีว่าสถานะของฉินชูในตอนนี้ แม้แต่ศิษย์สายเอกก็ไม่อาจเทียบได้ ก่อนหน้านี้ เฉียนชิงเป็นถึงศิษย์สายเอกของสำนักก็จริง แต่เขามีอำนาจแค่บนยอดเขาหลัก แต่ฉินชูในตอนนี้มีอำนาจทั่วทั้งเจ็ดยอดเขาของสำนักชิงหยุน เป็นศิษย์รับใช้เพียงคนเดียวที่สามารถไปมาหาสู่ผู้เฒ่าอาวุโสทั้งสอง เจ้าสำนักและรองเจ้าสำนักได้
หลังจากตรวจสอบกระท่อมไม้ ฉินชูก็รู้สึกพอใจ จากนั้นก็สั่งศิษย์รับใช้ให้มาส่งอาหารให้เขาทุกวัน นอกเหนือจากเวลาส่งอาหาร ห้ามใครเข้ามารบกวน สั่งเสร็จ ฉินชูก็เริ่มฝึกตนต่อ
ตอนเที่ยง หลิวเสวี่ยกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งได้แวะมาหาฉินชูที่กระท่อมไม้หลังใหม่
ฉินชูที่กำลังฝึกวิชากระบี่อยู่เก็บกระบี่เข้าฝักและเดินเข้ามาทักทาย “ศิษย์พี่หลิว เชิญนั่งก่อน”
ทักทายเสร็จ ฉินชูก็ตั้งเตาต้มชา
“ฉินชู นี่คือศิษย์พี่หลิน พอรู้ว่าข้าจะแวะมาเยี่ยมเจ้า ศิษย์พี่ก็เลยขอตามมาด้วย” หลิวเสวี่ยพูดขึ้น
ฉินชูที่กำลังติดไฟตั้งเตาอยู่พยักหน้าทักทายผู้หญิงที่มากับหลิวเสวี่ย
“ข้านามว่าหลินเยว่ เป็นลูกศิษย์แห่งยอดเขาเชียนหลัว ขอบใจเจ้ามากที่แก้แค้นให้ลูกศิษย์บนยอดเขาเชียนหลัวของข้า” หลินเยว่กล่าวขอบคุณ
“ศิษย์พี่หลินอย่าเกรงใจไปเลย คนกันเอง” ฉินชูรู้ทันทีว่าหลินเยว่ขอบคุณตัวเองเรื่องที่ฆ่าพวกหลิ่วหนานในโบราณสถานชิงหยุน
หลังจากชงชาเสร็จ หลินเยว่ก็บอกฉินชูว่า การสังหารหลิ่วหนานและหลิ่วเจ๋อจะนำพาภัยครั้งใหญ่มา เพราะเมืองเชียนหลิ่วคือขุมกำลังใหญ่ของราชวงศ์เฉียน เจ้าเมืองเชียนหลิ่วที่ชื่อว่าหลิ่วยู่ฟ่านคือหนึ่งในผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งของราชวงศ์เฉียน เมืองเชียนหลิ่วจะต้องฆ่าฉินชูเพื่อแก้แค้นให้หลิ่วหนานกับหลิ่วเจ๋ออย่างแน่นอน การที่เมืองเชียนหลิ่วยังไม่เคลื่อนไหวตอนนี้ก็เพราะสถานการณ์ของสี่สำนักมหาอำนาจยังไม่สงบดี
“จงฮั่นกับเฉียนชิงหนีไปได้ พวกเขาไม่มีทางปล่อยข้าไปเช่นกัน ดูเหมือนมีเรื่องที่จะต้องจัดการอยู่ไม่น้อย” ฉินชูจิบชาก่อนเอ่ย
“ท่าทีของราชวงศ์เฉียนสามารถส่งผลกระทบได้เป็นวงกว้าง เพราะจักรพรรดิเฉียนทรงอำนาจยิ่งนัก ส่วนองค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียนก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตพื้นที่ของพวกเรา” หลินเยว่พูดให้ข้อมูลฉินชู