ความเป็นไปในเรื่องทายาทกษัตรา ทำให้อริยะหัดอดทน
กดข่มความอยากกระหายเลือด กิจวัตรเหมือนถูกกักบริเวณ วัน ๆ อยู่แต่ในปราสาท
ช่วงหลังจากออกไปนั่งบนเสลี่ยง ประพาสตามถนนหนทางไม่ไกลจากวังนัก
กลับมาเรียนกับมังคลาอาจารย์ผู้สอน ก่อนนอนหัวค่ำได้ผีบักโผนมาเล่นด้วย
หากแต่วันนี้มีคนด้อม ๆ มอง ๆ เป็นอีปุนมันทำของอร่อยมาให้
อาศัยมันเลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะ จึงเห็นถึงความพิสดารไม่ธรรมดา
“มีไผ! อยู่บ่”
ส่งเสียงก่อนเดินถึงบริเวณ เพื่อให้ทราบรู้เจตนา
“อีหยังน้อ”
มังคลาโผล่ออกมาถามไถ่ เมื่อมีผู้วิสาสะถือเถ้าปิ่นโตบุกถึงข้างใน
“ข่อยเอาขนม มาให้องค์อริยะ”
ส่วนอีปุนไม่ค่อยถูกกับมังคลาเท่าไร แต่จิตใจมันผูกพันกับอริยะ
จึงเอ่ยถึงธุระ ซึ่งมันแบกหน้ามาถึงที่นี่
“พวกสูวางไว้ หละกะออกไปสา”
ชี้นิ้วบอก มังคลารีบไล่ทั้งอีปุนกับอีใส ข้ารับใช้เก่าแก่ของจามรเทวี
รู้ถึงข้อจำกัดความลึกลับ ขนาดต้องปิดบังรูปลักษณ์
อีปุนเข้าใจดีเพราะเห็นเขี้ยวงอกมาแล้ว จึงเอ่ยกับท่าทีดุจรังเกียจมัน
“แม่หยัวขอเตือน ของขะลำอย่าสิป้อนใส่ปากองค์อริยะ”
มันเขม่นอดีตปุโรหิตที่ลักขโมยพาตัวเด็ก เพื่อแลกกับตำราปริศนา ซึ่งรู้กันเพียงไม่กี่คน
แต่กลับตาลปัตร มังคลาหวนคืนมาในฐานะอาจารย์ครูอริยะ
และยังได้แต่งงานกับองค์หญิงจารนี เข้าเป็นเขยหลวง แทนที่จะถูกลงโทษ
อันข้อตกลงตรงนี้ จามรเทวีใช้การเจรจาเพิ่มอัตราสถานะสูงขึ้น
อีกอาญาโทษทัณฑ์ลบล้างกันไป ถือยุติความหลังครั้งก่อน
จุดประสงค์เพื่อกดหัว ไม่ให้มังคลาออกนอกลู่นอกทางเหมือนที่ผ่านมา
“เออ ๆ กูฮู้แล้วหละ”
ส่วนมังคลาเอง ก็รู้เช่นเห็นชาติของอริยะ ไม่ต่างกับอีปุนนัก
“องค์จารนีฝากมาบอกนำ ยามได๋สิไปหาพระนาง”
สิ่งที่ต้องให้มายุ่มย่าม อ้างเอาปิ่นโตของกินบังหน้า
สาระสำคัญคือ องค์หญิงจารนีประสงค์เรียกตัวมังคลา
ต้องการให้ไปค้างยังตำหนักของพระนางต่างหาก
เนื่องตั้งแต่คืนเข้าหอ มังคลาก็มาขลุกอยู่กับอริยะลูกศิษย์
จนหลงลืมหน้าที่สามี ขั้นจารนีต้องไหว้วานคนตามให้
บ่าวอย่างอีปุนเลยจัดแจง เมื่อเจอหน้ามังคลา
“ฮ่วย! ของจังซี่ขึ้นอยู่กับผัว บ่แม่นติ”
ถ้อยคำมังคลา เชิงหลีกเลี่ยงกิจอันโดนบังคับให้ทำลูก
พันธะที่ฝืนใจระหว่างตนกับองค์หญิงจารนี เพราะทั้งสองแต่งงานกันด้วยเงื่อนไข
ต้นสวาทโยงใยก็เท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากความรัก จึงพยายามบ่ายเบี่ยงพูดออกตัว
“อันนี่ ขี้ข้าจังข่อย บ่ฮู้นำเด้อ มาเอิ้นให้แล้วกะถ่อนั่น”
สำนวนอีปุนใช่ย่อย มันแดกดันกระทบมังคลาด้วยวาจาเจ็บแสบ
“จังซี่ตั๊ว เว้ากับหมา หมามันสิเลียปาก กูบ่อยากโสกับมึงดอก อีขี้คอก”
มังคลายอกย้อนไม่แพ้กัน สังเกตกิริยาอีปุน มันจองหองพอตัว
“ป๊าด! มึงว่ากูเป็นหมาบ้อ บักพราหมณ์ศีลขาด”
จวนเจียนจะปะทะคารมกัน ให้เดือดดาลกว่านี้
อีใสลากเอาอีปุน ออกไปยังข้างนอกบริเวณตำหนัก
ก่อนกระโถนจะถูกปาตามหลัง แทบจะหลบไม่ทัน
...พอพวกมันมาถึงปราสาท ยังถูกองค์หญิงจารนีตวาดด่า
“กูบอกว่าให้ไปหาดี ๆ ซัมนี่มึงกะเฮ็ดเป็นเฮืองจนได่น้อ”
ได้ผัววัยเกือบเท่าอายุพ่อ จารนียังต้องถูกเสด็จแม่จามรเทวีย้ำทุกวัน
ให้รีบ ๆ มีโซ่ทองคล้องคอมังคลา ไว้ใช้สอย ทั้งลดความเสี่ยงกับการหักหลัง
นับย้อนเรื่องเก่าก่อน อันตัวมังคลาไม่น่าเคยมีลูกกับเมียไหนมาเลย
องค์หญิงจารนีพลอยคิดหนัก ท่าน้ำยาจะบูดแล้วกระมัง
จึงกังวลกับคำสั่งของมารดานาง กลายเป็นว่าส่งอีปุนหนังหน้าไฟ
ไปให้ทะเลาะกันอีก ก่อความหงุดหงิดต่อจารนีจนขึ้นเสียงใส่
“ทางท้าวท่านเขยเพิ่นบ่มา องค์หญิงไปหาเองกะได่เพคะ”
อีใสใจเย็นแนะพูดยุยง เพราะเรื่องผัว เมีย ชวนให้ปวดหัว พวกมันไม่อยากยุ่งด้วย
“กูไปแน่ ญ้อนอีแม่เคี่ยวเข็ญ”
นิสัยส่วนหนึ่งได้มาจากจามรเทวี จารนีจึงอารมณ์ร้อน
ลุกขึ้นสะบัดชายสไบแทบปลิว ก้าวเดินลงส้นตะโกนเรียกเร่ง
“พากูไปปราสาทองค์ขัตติราช แหน่สู”
จนบ่าวไพร่ข้ารับใช้ฝ่ายแบกเสลี่ยง ต้องรีบหามส่งถึง
...พอไล่อีปูนกับอีใสไปแล้ว มังคลาก็ได้เวลาสอนหนังสือแก่อริยะ
ใช้วิธีแยบยลปนความสกปรก สอดแทรกในเนื้อหาวิชาความรู้
และยัดข้อมูลบิดเบือนบางอย่าง ให้กับเด็กผ้าขาว
ดั่งเช่น การจะเอาตัวเองให้รอด ต้องลงมือกำจัดบุคคลฝั่งตรงข้ามก่อน
โดยไม่คำนึงถูกหรือผิด แต่คิดตัดปัญหาชนิดฉับพลัน
พื้นเพสันดานตัวเองเป็นอย่างไร มังคลาก็อยากให้อริยะเจริญรอยตาม
ทั้งได้บักโผนผีเด็ก ช่วยส่งเสริมวิสัยในแง่อคติ
เนื่องไม่เคยรู้จักโลกภายนอกเท่าไหร่นัก เพราะแม่ของมันตายท้องกลม
ผีลูกกรอกอย่างมัน ฟื้นลืมตาเป็นวิญญาณ เพราะได้มังคลาปลุกเสก
ปั้นหุ่นปิดทองลงอาคมขลัง ตามที่มังคลาเล่าให้ฟัง
มันจึงวนเวียนแค่รอบตัวผู้ชุบเลี้ยง เมื่อมีอริยะ บักโผนเลยผูกพัน
ซึ่งมันทำประหนึ่งเป็นพี่ชายดูแลน้อง แต่ติดตรงความด้อยในการเข้าสังคมเชิงลึก
ทัศนะของผีกุมารทอง มุมมองจึงแคบ อันก่อให้บักโผนคิดว่ามันอยู่เหนือมนุษย์
กำลังตั้งใจเรียน อยู่ ๆ มีผู้บุกรุกเข้ามาภายในบริเวณ
“ไส ๆ อยู่ไสเหมิด”
จารนีเธอไม่ไว้มารยาท แหกปากเรียกหาเสียงดัง
เงยหน้าขึ้นดู มังคลารู้เป็นใคร เอ่ยให้จารนีเย็นลงบ้าง
“เก็บไว้แหน่ถ่อ ควมเป็นเจ้าคนนายคนบ่เหลือแล้ว องค์หญิง”
วาจากระทบจากผัว จารนีสิ้นความอดทนไม่ต้องรักษาหน้าตา
“เว้ามา สิเอาจังได๋”
เปิดเจรจากับมังคลา ด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“สิอยู่นี่ตลอดไป แม่นบ่”
เหมือนท้าทายกัน ต่างไม่ลดราวาศอก มังคลาโมโห
“ไผหล่ะ อยากอยู่กับยักษ์จังเจ่า”
ต่อว่าจารนี องค์หญิงที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ได้ไม่นาน
เปรียบสามีเห็นนางเป็นหญิงร้าย จารนีเกรี้ยวกราด
“แล้วบักนี่เด้ อสูรคัก ๆ ยังอยู่กับมันได่”
เผลอพูดแทงใจดำ จารนีชี้ใส่อริยะ ที่นั่งงุนงงกับการโต้เถียงของผู้ใหญ่
ใยดึงเอาตนเข้าไปร่วมด้วย เด็กไม่เข้าใจจึงเคืองในคำตอกย้ำ
“ย๊ะ! ว่ากูเป็นภูต”
กึ่งอสูรแล้วหนักหัวใคร อริยะเลือกได้อย่างนั้นหรือ
ราศีอำมหิตก่ออำนาจลึกลับ ต้านแรงสะกดจากตุ้มหูเงิน
แสงสว่างวาววับ ร้อน ๆ หนาว ๆ อริยะส่อแววขัดขืนพลังควบคุม
พยายามเดินย่างก้าวเข้าหาเหยื่อ ที่กระตุ้นสัญชาตญาณ
ท่ามกลางความโวยวายของจารนี ที่โยนความเกลียดชังมายังอริยะ
“เบิ่งไว้เด้อ ซุมสูจักมื้อ สิถืกมันหักคอกินเลือด”
ยามนี้มังคลาเกรงจะลุกลาม เข้ารั้งขวางทางอริยะ
จังหวะสบตา มังคลาตกภายใต้มนตราอสูร ขยับเขยื้อนไม่ได้
ฝืนรวบรวมเฮือกสุดท้าย ก่อนจะตายด้วยน้ำมืออริยะ
“ยุดสา บักหล่าของพ่อ”
ใช้ถ้อยคำอ่อนโยน เตือนให้คืนสติลดอาฆาต เหตุโดนประณามหยามเหยียด
“โอ๊ย! ยอมแล้ว”
กระแสคลื่นมหาศาลผ่านเส้นแดงภายในใบหู แล่นกระชากโสตประสาท
มวลเจ็บปวดทวีถาโถม ร่างอริยะทรุดฮวบ นอนเกลือกกลิ้งกับพื้น
ทุรนทุราย ทรมานกับการสั่งสอน ซึ่งกำราบความหยาบดิบในตัว
ผีบักโผนกล้า ๆ กลัว ๆ มันเห็นอาการหมดเรี่ยวแรงของอริยะ
“น้องหล่า ๆ เป็นจังได๋”
ลำพังแค่วิญญาณ แต่มันห่วงใยจึงตัดสินใจเขย่าเรียก
เพื่อปลุกให้ตื่นจากห้วงสภาพบอบช้ำ ผลครั้งแรกโดนฤทธิ์เดชจากวัตถุมงคลสกัดกั้น
ก่อนจะเผยความชั่วร้าย อันหมายถึงต้องมีเรื่องเดือดร้อน
“อือ ๆ ๆ เจ็บหลาย อ้ายโผน”
ขั้นร้องไห้ออกมา อริยะหลั่งน้ำตาขยาดกับวิธีทารุณ
พอรู้สึกตัวได้ อริยะถลาเข้าหาอ้อมกอดมังคลา
“อีพ่อ ข่อยหลาบแล้ว”
ฟ้องด้วยคำพูดแสดงว่า สยบต่ออิทธิพลตุ้มหูเงิน
ยิ่งทำให้คนมองจองเวรไม่เลิก จารนีเห็นกับตา มังคลาถูกเรียกว่าพ่อ
จากตกใจยืนตะลึงในเหตุการณ์ องค์หญิงนางจึงโวยวายต่อ
“บอกว่ามันเป็นโอรสพ่อหลวงองค์ก่อน แต่จังซี่มันบ่แม่นแล้วเด้อ”
วาจาเชิงสงสัยใครเป็นพ่อแท้ ๆ กันแน่ ถึงแสดงออกขนาดนี้
ผุดข้องใจในตัวมังคลาขึ้นมา กับท่าทีกอดรับขวัญอริยะ
“อย่าหาเว้าถัวทีป คั่นบ่ฮู้หยังเป็นหยัง”
มังคลาถมึงทึงกับคำพูดเผลอหลุดปากจากองค์หญิงจารนี
รู้อยู่เต็มอก ตัวเด็กมันไม่มีใครให้พึ่งได้ ที่อยู่ในสถานะตรงนี้ ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น
แรกเจตนาตนไม่ต่างนัก เลี้ยงดูกันมาเพราะหวังใช้มันคืนสู่ฐานะเดิม
จากนั้นจะมอบมันให้กับฤาษีไศล ปล่อยไปเผื่อพบเส้นทางที่ดีต่ออริยะ
คราครั้งมังคลาสื่อใจอ่อน เริ่มสงสารชะตาที่มักถูกรังเกียจจากทุกคนรอบด้าน
“คึดเอาโลด คั่นมันดีกั่วข่อย กะปะกันสา”
จารนีนิสัยคล้ายมารดา หากไม่ได้ดั่งใจจะตั้งตัวเป็นศัตรูทันที
ลักษณะยื่นคำขาด ให้เลิกกันฉันท์ผัว เมีย ถ้ามังคลาเลือกเด็กคนนี้
“กะได่ ต่อไปนี่ อย่ามาอีก”
ทางนี้ก็ไฟ มังคลากล้าพอตัว ขืนยอมลงให้จารนีง่าย ๆ ตนคงต้องลำบากใจตลอด
“ห่าเอ้ย! อีปุนมึงเบิ่งไว้เด้อ คั่นแม่กูถาม เกิดหยังขึ้น”
จบคำจารนีเดินหนีความอับอาย ขนาดมาถึงที่นี่แล้ว ยังพามังคลากลับไปด้วยกันไม่ได้
“เพ ๆ เพคะ”
หัวใจจะวาย อีปุนกับอีใส ตาค้างตั้งแต่เห็นยามอริยะปะทุโกรธ
พวกมันยืนขาแข็ง ปากสั่นต่อความน่ากลัว อันเพิ่งจะปรากฏต่อหน้า
“ป่ะ ๆ ๆ เฮาฟ้าวไปเถาะ”
เป็นอีใสสะกิดเรียกอีปุน ที่ทำใจไม่ได้กับสิ่งเกินบรรยาย
เสลี่ยงวอหามแบกองค์หญิงจารนี คืนสู่ตำหนักแหล่งพักอาศัย
ส่วนอีปุนกับอีใส เดินกลับปราสาทสถานที่ของจามรเทวี
ทั้งสองถ่ายทอดความระทึก ในสิ่งอุบัติขึ้นระยะเฉียดตาย
และวุ่นวายผัว เมีย ทะเลาะกัน จารนีเอ่ยปากท้ามังคลาให้เลิกรา หมดพันธะผูกมัด
ให้จามรเทวีรับรู้ประการทั้งปวง ผลพวงความใจร้อนองค์หญิงจารนีทำให้เสียหาย
...สำหรับอริยะจำความได้ มันรู้แค่ว่ามังคลาเป็นพ่อ
ประวัติที่สับสน ผ่านการเล่าให้ฟังจากจามรเทวี
ซึ่งเด็กอย่างมันยังไม่ค่อยมั่นใจนัก มารดาประสาอะไร
พระนางไม่เคยให้ความอบอุ่นเลยสักน้อย ออกจะกะเกณฑ์ทุกอย่าง
กำชับหนักหนา อย่าให้ใครเห็นฟันเขี้ยวแหลม แม้กระทั่งตำหนักยังอยู่คนละฟาก
ดุจภาษาชาวบ้านพูด ผู้ให้กำเนิดหรือจะสู้คนเลี้ยงดูมีพระคุณ
ตรรกะจากเรื่องราวคล้ายกับอริยะ อมนุษย์ซึ่งผลกรรมทำให้เกิดมาผิดที่ผิดทาง
ไม่ต่างบททดสอบชีวิตอีกคน ดิ้นรนผจญเพื่อความอยู่รอด
ท้าวฟ้าฟื้นกว่าจะได้การยอมรับนับถือ ลายสือเองต้องออกค้นหาประสบการณ์
เสี่ยงกับความเป็นความตาย พบเจออุปสรรคขัดเกลา
เสริมให้แกร่งมีแรงให้แบกภารกิจ อันติดตัวจากชาติกำเนิด.