เครื่องทำเนื้อไม่ได้จำกัดเฉพาะเนื้อวัวเพียงอย่างเดียว
ในยุคนั้นที่ขาดแคลนอาหารหากกินเนื้อวัวอย่างเดียวก็คงเบื่อแย่ ดังนั้นซอสปรุงรสต่างๆ คุณสามารถเลือกใช้ตกแต่งรสชาติได้ตามใจชอบ ก็เป็นอีกหนึ่งในลูกเล่นที่แดรี่สุดแสนจะภูมิใจ
เนื้อประกอบด้วย เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อจระเข้ เนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อแพะ เนื้อแกะ เนื้อปลาแซลมอน ฯลฯ
ทุกอย่างที่อยู่ในรายชื่อสามารถสร้างขึ้นด้วยขนมปัง
ทั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงขนมปังขยะ มันสามารถใช้ขนมปังได้ทุกชนิดตามสัดส่วนที่กำหนด จากนั้นเครื่องจะทำงานของมันเองตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
เจมส์เปิดเครื่องทำเนื้อ หยิบถุงขนมปังห่อละ 34 บาทแบบแผ่น 24 ชิ้นขึ้นมาแล้วเทใส่ลงไปในคราวเดียว
เนื่องจากขนาดของเครื่องใหญ่มาก ยาวโดยประมาณ 4 เมตร กว้าง 2 เมตร ดังนั้นความจุที่คุณสามารถใส่ขนมปังลงไปได้จึงมากถึง 100 กิโลกรัม!
100 กิโลกรัมเป็นจำนวนที่มาก หากคิดว่าหลังจากนี้มันจะกลายเป็นเนื้อราคาแพง ลองนึกภาพดูว่ามันจะสุดยอดมากแค่ไหน
หลังจากเทขนมปังราคาไม่ถึงร้อยลงไป เจมส์ก็เริ่มนำซอสปรุงรสในโลกใส่ตามคู่มือ
ทั้งนี้ตัวเครื่องไม่มีซอสติดมาด้วย เขาเลยต้องใช้วัตถุดิบในโลกนี้แทน ซึ่งในจุดนี้เองก็อาจจะทำให้รสชาติเพี้ยนจากที่แดรี่เคยทดลอง แต่อย่างใดก็ตามด้วยโปรแกรมที่ถูกตั้งค่าจากนักวิทยาศาสตร์เหนือมนุษย์ มันย่อมแก้ไขและทำให้เนื้อออกมามีรสชาติดีที่สุด
จัดการเรื่องซอสปรุงรสเสร็จ เจมส์หันไปเลือกชนิดเนื้อว่าจะทานแบบไหนดี
ทั้งนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเอาเนื้อแบบดิบ แบบสุก หรือแบบมีเดียมแรร์
เจมส์ตั้งค่าอย่างง่ายๆ เริ่มจากเนื้อวัวประเภทเนื้อริบอาย เนื้อส่วนกล้ามเนื้อมัดหลักที่ยึดกระดูกสันหลังวัว ริบอายคือส่วนที่อยู่ติดกับซี่โครง เป็นเนื้อส่วนที่มีปริมาณไขมันแทรกอยู่ในเนื้อเยอะ โดยมีรสสัมผัสความเป็นเนื้อให้เคี้ยว ชุ่มฉ่ำและเด้งสู้ลิ้น
จากนั้นก็เลือกเนื้อหมู โดยส่วนนี้เขาเลือกเป็นสันนอก เนื้อติดกระดูกรูปตัว T ที่ได้จากการตัดเนื้อกึ่งกลางระหว่างส่วนเนื้อชั้นเยี่ยม
จากนั้นก็เนื้อแกะ เนื้อแพะ และเนื้อปลาแซลมอน
เครื่องเริ่มทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ โดยมันจะระบุเวลาชัดเจนว่าหนึ่งชิ้นใช้เวลาไปเท่าไหร่ และจากที่สังเกตเร็วสุดหนึ่งชิ้น 5 นาที นั่นรวมเวลาแปรรูปจากขนมปังจนเป็นเนื้อและปรุงจนสุก
เนื้อชิ้นแรกเด้งขึ้นมาแล้ว เหมือนกับเตาปิ้งขนมปังแต่นุ่มนวลกว่านั้น
กลิ่นหอมหวานลอยโชยเตะจมูก แค่ได้กลิ่นเจมส์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
เขาหยิบจานมีดส้อมจากในครัวออกมา ตักสเต็กชุ่มฉ่ำวางไว้บนจานเรียบหรู เนื้อริบอายที่วางอยู่บนจานแม้จะไม่ผ่านการตกแต่งของเชฟมิชลิน แต่หน้าตาก็น่ารับประทาน รวมทั้งสีและกลิ่นเห็นแล้วต่อมรับรสอาหารเริ่มเปิดออก
เจมส์เริ่มหั่นสเต็กเข้าปาก ทั้งนี้ต้องบอกเลยว่าการตัดลื่นมาก นอกจากมีดคมแล้วตัวเนื้อยังต่างจากร้านทั่วไปที่ค่อนข้างแข็ง แม้จะยังไม่เข้าปากแต่เจมส์ที่เคยทานร้านอาหารมาเยอะย่อมมองถึงข้อแตกต่างออก
วินาทีที่เนื้อเข้าปาก เจมส์รู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังสั่นคลอน เนื้อดีดเด้งราวกับมีชีวิต ไม่ให้ความรู้สึกของขนมปังแม้แต่นิดเดียว มันราวกับว่านี่คือเนื้อจากฟาร์มของจริง!
“สุดยอด!” เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ มองอาหารที่อยู่ในจานก็ยิ่งอยากลองชิมจานถัดไป
ไม่นานเนื้อแต่ละชนิดก็ถูกปรุงแต่งเสร็จตามลำดับ เจมส์ไม่ได้กินทั้งชิ้นในคราวเดียว แต่เลือกแบ่งกินทีละน้อยๆ เพื่อให้ครบทุกจาน
แต่อย่างใดก็ตามด้วยจำนวนเนื้อที่มาก แค่ชิมจานละไม่กี่คำก็อิ่มแล้ว
หลังจากเช็ดปากดื่มน้ำแร่ธรรมชาติ เจมส์มีรอยยิ้มประดับบนหน้า
“นี่เหมือนว่ามันสามารถต่อยอดเนื้อแปรรูป ส่งทั่วประเทศและทั่วโลกได้เลยนะเนี่ย นอกจากนั้นยังสามารถเปิดร้านสเต็กได้ ถึงแม้เชฟจะมีฝีมือแย่ก็ตามที”
ในฐานะนักธุรกิจ เราต้องคิดเสมอว่าจะต่อยอดโครงการยังไงดีถึงจะได้กำไร เจมส์เองก็เป็นหนึ่งในคนที่มองด้านนี้ และเขารู้ว่าการให้เครื่องสร้างเนื้อมาอยู่ในร้านแฮมเบอร์เกอร์เพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะเสียของ
“เดี๋ยวนะ พูดถึงเครื่องทำสเต็กเราเองก็มีเครื่องทำไอศกรีมอยู่ด้วยนี่นา ถ้าหากเปิดร้านไอศกรีมเฉพาะเลยล่ะ....”
เพราะมุมมองเริ่มขยับกว้างเจมส์จึงมองเห็นสิ่งที่เคยมองข้าม
ในจุดนี้เขาเริ่มคิดหาผลกำไรจากอุปกรณ์ต่างๆ ในยุคอนาคตให้ได้มากที่สุด
........
“อะไรนะ คุณจะไปทำร้านแฮมเบอร์เกอร์เหรอ แถมเจมส์ยังลงทุนให้ด้วย?” เต๋ามองภรรยาแปลกๆ วันนี้ก่อนไปตกปลาไม่นึกเลยว่าหล่อนจะโพล่งขึ้นมาว่าจะทำงานข้างนอก แถมยังบอกว่าเป็นธุรกิจครอบครัว
“ใช่ จูเนียร์ชอบแฮมเบอร์เกอร์มากเรื่องนี้คุณเองก็รู้ ดังนั้นเจมส์ก็เลยสนับสนุนให้เปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์ซะเลย จะได้ไม่ต้องไปซื้อที่ไหนกิน อีกอย่างฉันเองก็ว่างเลยตกลงรับปากว่าจะไปทำ” ดวงแก้วพยักหน้า หล่อนใส่เสื้อเรียบง่ายแต่ก็แพงไม่เหมือนกับสมัยอยู่บ้านหลังเก่า
“เอาเถอะ แล้วแต่คุณแล้วกัน” เรื่องนี้เต๋าไม่ห้าม เพราะรู้ว่าภรรยาเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ และตัวเขาเองก็เป็นคนประเภทเดียวกัน ถึงได้ออกไปตกปลาแบบสมัยก่อนทั้งที่นอนกินอยู่บ้านเฉยๆ ก็ยังได้
ดวงแก้วไม่ได้ขึ้นรถสองแถวแต่มีคนมารับ นั่นก็คือทอยหุ่นแบนเนอร์พ่อของเจ้าลัคกี้อีกคน
หล่อนสนิทกับทอยพอสมควร
ชายร่างยักษ์คนนี้แม้ดูภายนอกจะค่อนข้างน่ากล้ว แต่หากคุณทำความรู้จักถึงข้างใน จะรู้ว่าเป็นคนอบอุ่นรักสัตว์และมีน้ำใจ
.....
อย่างรวดเร็วรถ BMW X5 ได้มาถึงร้านแฮมเบอร์เกอร์
ตัวร้านเป็นสีดำสนิททั้งร้านสำหรับดวงแก้วหล่อนไม่ชอบสีดำเลย ชอบสีฉูดฉาดมากกว่า และในความคิดคนสมัยก่อนก็มักจะคิดว่าสีดำเป็นสีอัปมงคล ไม่ควรนำมาสร้างบ้านเรือนหรือร้านค้า
แต่อย่างใดก็ตามร้านนี้เป็นร้านของลูกชาย แถมเขายังหาเงินด้วยตัวเอง ถึงจะไม่ชอบแต่เธอจะว่าอะไรได้
“แม่ครับเข้ามาดูในครัวสิ เดี๋ยวผมจะสอนการใช้เครื่องทำเนื้อ” เจมส์เดินเข้ามาหาและดึงหล่อนเข้าไปในครัว
“เครื่องทำเนื้อ...?” ดวงแก้วค่อนข้างงุนงง อะไรคือเครื่องทำเนื้อ ทำไมถึงต้องทำ แค่ซื้อเนื้อจากตลาดสดมาขายก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ
ก็ไม่แปลกที่หล่อนจะคิดแบบนั้น เพราะเมื่อก่อนตอนทำให้จูเนียร์มักจะเดินซื้อเนื้อในตลาดสด
ดวงแก้วเป็นคนบ้านๆ ไม่ชอบเข้าห้าง หล่อนชินกับการเดินในตลาดสด ดังนั้นคนในตลาดทุกคนจึงคุ้นเคยกับเธอ เพราะเธอตื่นเช้าไปตลาดทุกวันนั่นเอง
เมื่อเข้ามาในร้าน ที่นี่ถูกตกแต่งหรูหราไม่เหมือนกับที่คิดไว้ในหัวเลย พอเดินเข้ามาข้างในหล่อนถึงกับอุทาน เอามือปิดปากแล้วมองอุปกรณ์ราคาแพงทั้งหลายด้วยใจเต้นแรง
“นี่เจมส์...นี่ใช่ครัวจริงๆ เหรอลูก” ดวงแก้วค่อนข้างประหม่า อุปกรณ์พวกนี้ทันสมัยมาก อย่างน้อยที่สุดที่เคยเห็นก็อยู่ในละครทีวี
“แค่ของธรรมดา ของพวกนั้นหาได้ทั่วไป ที่ผมอยากให้แม่สนใจจริงๆ ก็คือเครื่องสร้างเนื้อต่างหาก”
ฟังน้ำเสียงไม่แยแสของลูกชายตัวดีแล้วหล่อนอยากจะหยิกแขนสักทีสองที
“เครื่องสร้างเนื้อ...?”
“ใช่ครับ เพราะผมมีเครื่องนี้อยู่เลยเปิดร้านให้แม่ รับรองว่าใช้เครื่องนี้ทำอาหาร แม่ก็ไม่ต้องออกแรงเลย เดี๋ยวผมจะสาธิตการใช้งานให้นะครับว่ามันทำอะไรได้บ้าง”
ดวงแก้วยืนดูเงียบๆ ทีแรกหล่อนก็ไม่คิดอะไรมากหรอก แต่หลังจากนั้น 5 นาทีเครื่องได้เปลี่ยนขนมปังกลายเป็นเนื้อราคาแพง ซึ่งมันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์จนไม่อยากเชื่อ เลยขอดูใกล้ๆ ว่าเขาแอบซ่อนเนื้อไว้ข้างในหรือเปล่า
แต่หลังจากนั้นก็มีเนื้ออีกหลายแบบออกมาจากเครื่อง ทั้งยังใช้เวลาไม่ห่างกัน ดวงแก้วจึงต้องทำใจเชื่ออย่างไม่มีทางเลือก เจ้าเครื่องนี้ทำเนื้อได้จริงๆ
หลังจากนั้นคือเรื่องรสชาติ
ในฐานะคนเข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก ดวงแก้วถึงกับเอ่ยปากชมซ้ำๆ ในความอัจฉริยะของเครื่อง
“แม่คิดว่ายังไงบ้างครับ”
“แม่คิดว่ามันดีมาก” ดวงแก้วกล่าว “และนอกจากนั้นแม่คิดว่ามันเป็นขนมปังน่าจะดึงดูดคนได้หลายประเภท”
“ผมก็คิดเหมือนแม่ บางคนอยากกินเนื้อแต่ไม่กล้ากิน เกิดมากินแต่หมู แต่ถ้าหากมีทางเลือกให้เป็นเนื้อสังเคราะห์พวกเขาก็จะแห่กันมากิน เพราะอยากรู้รสชาติว่ามันเป็นยังไง แต่ว่าราคาก็จะสูงขึ้นตามปัจจัยการผลิตที่ซับซ้อน”
“แล้วมันจะไม่เป็นไรแน่เหรอถ้าราคาแพง” ดวงแก้วขมวดคิ้ว ดูเป็นห่วงเพราะราคาสูงลิ่ว
“โถ่แม่ครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอกน่า ตอนนี้คนรักสุขภาพกันมาก ร้านอาหารบางร้านไม่ใส่ผงชูรส ใช้ผักปลอดสารพิษ ผักปลูกเอง ราคาของพวกเขาแพงใช่เล่นแต่ก็มีคนเข้าไปกินไม่เห็นจะเจ๊ง แม่รู้ไหมครับว่าทำไม”
“ทำไมล่ะ...”
“นั่นก็เพราะพวกเขามีกลุ่มเป้าหมายหลัก เราเองก็เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปนะครับหากราคาจะแพง”
ดวงแก้วไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่เธอก็เชื่อมุมมองลูกชาย
จากนั้นเจมส์เริ่มสอนแม่ใช้เครื่องให้เป็นก่อนเปิดร้าน
จนถึงตอนเย็นเขาจึงได้กลับไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปร้านอาหารกับเกรซ