Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 36 ล้มเหลว

    ทรินิตี้ทุกคนได้ยินเสียงตะโกนของไวฟอนผ่านทางเวทย์สื่อสาร “พวกเราถูกหลอก มันเป็นกับดัก ไม่มีไวรัสอยู่บนเรือ”แลนจาย้ำเข้ามาอีกคนด้วยเสียงกระหืดกระหอบ เขารีบวิ่งออกจากห้อง 7B พร้อมกล่องเปล่าทั้งสามใบ แม้จะไม่มีไวรัสเหลืออยู่แล้ว แต่มันอาจจะมีหลักฐานอะไรให้พอจะสืบต่อได้พวกสปิตและสมาชิกคนอื่นที่บาดเจ็บล้วนถูกลำเลียงออกมาจากเรืออย่างทุลักทุเลบนดาดฟ้าเรือต่างเกิดความอลหม่านกันทั่ว เหล่านักเวทย์เวหาที่เหลืออยู่พากันลำเลียงคนอื่น ๆ ออกจากเรืออย่างจ้าละหวั่นบางคนที่รอไม่ไหวก็ต่างกระโดดลงน้ำเพื่อออกห่างจากเรือดำให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้“ฉันจะยับยั้งไว้ไม่ไหวแล้ว มานาของฉันจะหมดแล้ว ทุกคนออกจากเรือหรือยัง”ไวฟอนพูดด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียดและเหน็ดเหนื่อยที่แท้เขากำลังใช้พลังของบิ๊กแบดบอมม์กักขังพลังจากระเบิดของอันเดดเอาไว้จริง ๆ แล้วทันทีที่ไวฟอนตะโกนแจ้งข่าวสารอย่างเร่งร้อนออกมา ตอนนั้นระเบิดทุกลูกก็ทำงานอย่างพร้อมเพรียงกัน แรงระเบิดที่รุนแรงจนพอจะเปลี่ยนพื้นผิวของโลกใบนี้เอาไว้ได้ถูกพลังของเขาเข้าปกคลุมเขารีดมานาทุกหยดออกมาจากผลึกมานา และร่างกายของเขา สร้างวงเวทย์จำนวนเล็ก ๆ หลายสิบวงปกคลุมระเบิดขออันเดดเอาไว้“ไวฟอน แล้วนายล่ะ ออกมาได้แล้ว”แลนจาที่หนีออกมาจากเรือดำได้แล้วรีบถามไวฟอนอย่างร้อนใจ“น่าเสียดายนะแลนจา ฉันไม่มีพลังพอจะเคลื่อนไหวแล้วล่ะ จากนี้คงต้องฝากภารกิจต่อ ๆ ไปไว้กับนายด้วย”พลังเวทย์ของไวฟอนถูกรีดออกมาจนแทบจะไม่เหลือแล้ว เขาตัดสินใจหยิบบุหรี่สองมวนสุดท้ายออกมายัดเข้าปาก ดีดนิ้วอยู่หลายครั้งกว่าไฟจะติดหมดแล้วซินะ...ทั้งมานา...แล้วก็ชีวิตของฉัน ...อูนุส โปร ออมนิบุส ไวฟอนหลับตา แสงสว่างวาบรายล้อมรอบตัวเขา และเขาก็ไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป.............................................................อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรงแผ่ออกมาจากปลายขอบฟ้าแวบหนึ่ง เหมือนว่าวายาก็รู้สึกเหมือนกันแก้วกาแฟของผมหล่นลงที่พื้นโดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ“วายา” ผมหันไปหาวายาสีหน้าของวายาเคร่งเครียดลงเล็กน้อย แล้วก็พยักหน้าให้กับผม“เธอก็รู้สึกถึงมันใช่มั้ย”“อืม พลังงานที่รุนแรง... เป็นมานาที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ”“มันคืออะไร?”“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ว่ามีใครบางคน หรืออะไรบางสิ่งปลดปล่อยมานาขนาดมหาศาลออกมา”“มานา? ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเนี่ยนะ”“อาจจะเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติบางอย่างน่ะ ปกติเวลามีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรง อย่างเช่นภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว พายุทอร์นาโดอะไรแบบนั้น ธรรมชาติจะปลดปล่อยมานาจำนวนมากออกมาด้วย”“แล้วเราต้องกังวลอะไรมั้ย”ผมถามเพราะพลังงานนั้นมันยิ่งใหญ่จริง ๆ“ไม่น่านะ... ฉันคิดว่าไม่น่าจะต้องกังวลนะ”วายาบอกกับผมแบบนั้น แต่สีหน้าของเธอไม่ได้คิดแบบนั้นเลย.............................................................แสงสว่างจ้าส่องลงมาจนแสบตาไปหมดเขาสะดุ้งลุกขึ้นมาในห้องที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย นั่งอยู่บนเตียงที่มีอุปกรณ์มากมายรายล้อมไปหมดรวมถึงบนตัวเขาที่มีสายระโยงรยางค์ต่อเข้ากับที่แขนทั้งสองข้าง และหน้ากากออกซิเจนที่ครอบอยู่บนหน้าของเขาเขาดึงสายทั้งหมดออก รวมถึงหน้ากากบนหน้านั้นด้วย“นอนลงก่อนครับ คุณเสียมานาไปเยอะมาก คุณจำเป็นต้องพัก”“นี่ฉันอยู่ที่ไหน แล้ว ...แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ ระเบิด? ไวรัส? ทุกคนหนีออกมาได้มั้ย”ไวฟอนถามคำถามมากมายจนแทบจะทำให้ตัวเองหายใจไม่ทัน“แค่ก ๆ”“พักก่อนครับ นอนลงก่อน ผมจะต่อสายมานาให้ใหม่ แล้วก็สวมนี่ด้วย”ผู้ชายคนนั้นหยิบหน้ากากออกซิเจนสวมเข้าที่หน้าของไวฟอน และพยายามเอนตัวของเขาลงบนเตียง“นี่ที่ไหน”ไวฟอนค่อย ๆ สงบใจลง แล้วพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมด“คุณอยู่บนอาร์โกนอทส์ครับ พวกเรากำลังลำเลียงคนเจ็บทั้งหมดขึ้นมา...”“อาร์โกนอทส์? พวกไทรแอด?”“ไทรแอด... อ่าใช่ครับ ผมว่าเราก็เป็นทรินิตี้เหมือนกันหมดนะ”ชายคนนั้นยังตั้งตัวไม่ถูกกับคำพูดของไวฟอน และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง“นายยังแบ่งพักแบ่งพวกกันอยู่เหมือนเดิมเลยนะ”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังตัดหน้ามาก่อนที่ชายคนแรกจะทันโต้ตอบอะไร“ควิต้า?”“ทั้ง ๆ ที่เราก็เป็นทรินิตี้ด้วยกันทั้งหมด เห็นทีจะมีแต่พวกตรีศูลที่ชอบแบ่งแยกซินะ”ควิต้าเป็นผู้หญิงร่างสูงใหญ่ ผมสีบลอนด์ยาวสยายปกคลุมหลังของเธอ ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าเข้ม เธอแต่งกายด้วยเครื่องแบบของทรินิตี้เหมือนกับพวกไวฟอน แต่ต่างตรงที่แถบสีที่ชุดของเธอเป็นแถบสีน้ำเงินหนาสามแถบ“ไม่ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”ไวฟอนพยายามลุกขึ้นมาอธิบายคำพูดของเขา แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยรักษากดตัวลงเพื่อทำการรักษาต่อ“ควิต้า แล้วผลของภารกิจ”ไวฟอนพยายามถามอีกครั้งตอนที่ควิต้ากำลังจะเดินจากไปเธอหันมามองหน้าไวฟอน แล้วก็ส่ายหัว นัยน์ตาของเธอไม่ได้แสเงความรู้สึกอะไร แต่ปากของเธอตอบว่า“ล้มเหลว”“ภารกิจล้มเหลว?” ไวฟอนเสียงสั่น“ใช่ล้มเหลว... แต่เราก็ช่วยทรินิตี้ส่วนมากกลับมาได้ นายพักเถอะ”ควิต้าพูดจบก็เดินออกจากห้องไปไวฟอนกัดฟันกรอด ๆ และโทษว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้ภารกิจล้มเหลว“โธ่เว้ย ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่านี้!”กำปั้นของเขาทุบลงบนเตียงจนเตียงสั่น“มันใช่ความผิดของนายซะที่ไหน”เสียงลอยมาจากเตียงข้าง ๆ  ของเขาไวฟอนหันหน้าไปมองก็พบว่าเกฮาสคือเจ้าของเสียงนั้น ผมของเธอยังมีเขม่าและร่องรอยไหม้กรอบอยู่ทั่วไป“พวกกูลมันตั้งใจจะล่อหลอกเราไปที่นู่นอยู่แล้ว ถึงขั้นสร้างละครฉากใหญ่โตให้แม๊กซ์มาอยู่บนเรือ แต่มันกลับไม่ได้ขนไวรัสมากับเรือด้วย...” เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอมองไปด้านบนเพดาน เหม่อลอยเหมือนกับคิดอะไรสักอย่างอยู่“พวกเราหลงกล แล้วก็แพ้...”ไวฟอนพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ในอกของเขา แล้วเขาก็ได้แต่พึมพำออกมาเบา ๆ“พวกเราแพ้... เป็นเพราะฉันเอง”“อย่าเพ้อเจ้อ พวกเราแพ้เพราะพวกเราทุกคน”เกฮาสพูดแล้วก็หลับตาลงอาร์โกนอทส์สิ่งประดิษฐ์จากวัฒนธรรมโบราณที่มีความยาวมากกว่าสามร้อยห้าสิบเมตรกว้างหนึ่งน้อยยี่สิบเมตรค่อย ๆ เคลื่อนตัวฝ่าหมู่เมฆไปช้า ๆ หลังจากปฏิบัติภารกิจกู้ภัยสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจำนวนหน่วยทรินิตี้ที่เข้าร่วมภารกิจชิงไวรัสรวมทั้งสิ้นสี่สิบเจ็ดคน เสียชีวิตทั้งหมดในภารกิจหกคน บาดเจ็บสาหัสทั้งหมดสิบสองคนผลของการปฏิบัติภารกิจคือ...ล้มเหลว.............................................................หลายชั่วโมงผ่านไปพลังจากเหตุการณ์ที่จะถูกจารึกว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งหนึ่งของทรินิตี้ภารกิจการจู่โจมที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยนอกจากความสูญเสียแม๊กซ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งรายล้อมด้วยคนหลายคน“เป็นไปตามที่นายวางแผนไว้ทั้งหมดจริง ๆ ฉันนับถือความสามารถในการวางแผนของนายมาก ๆ”แม๊กซ์ยิ้มรับคำชื่นชม“ขอบคุณนายด้วย L ที่มอบยูนิทเอฟมาให้ใช้งาน แล้วก็ระเบิดอันเดดอีกหลายร้อยลูก”“น่าเสียดายที่มันไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะทำ”L พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเสียดาย“ไม่อย่างนั้นเราคงกำจัดหน่วยโจมตีของพวกมันไปได้หลายหน่วยอยู่ โดยเฉพาะไวฟอนกับแลนจาที่เป็นหัวหน้าหน่วยของพวกมัน น่าเสียดายจริง ๆ”L เป็นชายที่ร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามราวกับกลาดิเอเตอร์ในโคลอสเซียม แต่ร่างกายของเขากลับขาวซีดและเต็มไปด้วยร่องรอยเน่าเปื่อยผุพังใบหน้าครึ่งล่างของเขาพันไว้ด้วยผ้าป่านสีขาวผืนใหญ่ตั้งแต่จมูกลงไป ผ้าทิ้งตัวลงไปและปลิวไสวเมื่อมีลมพัดผ่านเขาลุกขึ้นเดินออกไปมองที่ปลายขอบฟ้า แล้วก็หันกลับมาถามแม๊กซ์“แต่ก็ไม่ได้เกินที่นายคาดไว้ใช่มั้ย”แม๊กซ์ยิ้มให้แทนคำตอบ“ถ้าจะยอมรับว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ทั้งหมด ฉันก็กระดากปากเกินไปที่จะยอมรับนะ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามทิศทางที่วางไว้ ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะส่งกำลังสนับสนุนตามออกมารวดเร็วขนาดนี้ แถมกำลังเสริมที่ส่งออกมาคือเรืออาร์โกนอทส์และหัวหน้าหน่วยควิต้านั่นด้วย”แม๊กซ์เอานิ้วลงไปวนในจอกสีเงินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวเขา“อาร์โกนอทส์ฝังผลึกมานาที่ทรงพลังจากยุคโบราณเอาไว้จำนวนมาก แถมยังมีอาร์ติแฟคขยายพลังเวทย์อีกด้วย ไม่คาดคิดว่าเวทย์แคนเซิ่ล (ยกเลิก) ของควิต้า เมื่อโดนขยายด้วยอาร์ติแฟคบนอาร์โกนอทส์จะยกเลิกการทำงานของมานาได้ทุกอย่างจริง ๆ แม้กระทั่งระเบิดของอันเดดหลายร้อยลูก”นิ้วของแม๊กซ์วนแรงขึ้นจนเกิดน้ำวนขนาดเล็กในจอก พัดก้อนน้ำแข็งให้เหวี่ยงไปรอบ ๆ แก้วด้วยแรงหนีศูนย์กลาง“พวกเราเลยอดได้ชีวิตของไวฟอนและแลนจาตามแผนที่วางไว้...”จอกของแม๊กซ์หล่นลงกับพื้นดังเคร้งจนของเหลวหกเลอะเทอะไปทั่ว ของเหลวสีแดงที่มีความข้นหนืด พอดูดี ๆ แล้วมันคือเลือดของคน“ที่กรุงเทพเราคงต้องวางแผนให้รัดกุมกว่านี้”แม๊กซ์บอกกับตัวเอง“แล้วพวกเราจะได้ทำทุกอย่างตามที่ต้องการเสียที”L หันไปมองคนอีกคนหนึ่งซึ่งสวมใส่ผ้าคลุมปกปิดตัวตนของตัวเองเอาไว้อย่างมิดชิดร่างนั้นพยักหน้าให้กับเขา และตอบมาด้วยเสียงที่ผ่านการดัดแปลงบางอย่าง“มันจะเป็นวันของพวกเรา”จอกใบใหม่ของแม๊กซ์ถูกนำมาวางให้เขาพร้อมกับเลือดมนุษย์ที่รินไว้เกือบล้นปรี่"แล้วทางฝั่งของสภาล่ะ มีความคืบหน้าอะไรบ้างมั้ย" แม๊กซ์ยกจอกขึ้นถือพร้อมกับหันไปมอง L"หลังจากส่งสาสน์ไปแล้ว ทางนั้นยังเงียบอยู่ แต่สภาไม่มีทางยอมทำตามข้อเรียกร้องของเราหรอก และก็น่าจะวางแผนส่งคนมาชิงตัวอาเวนไปก่อนวันเส้นตาย ฉันคิดว่าพวกมันคงพยายามสืบเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดที่เราทำ แต่มันก็คงได้แต่เต้นตามบทที่เราเขียนไว้เท่านั้นแหละ"L พูดจบก็ยกจอกขึ้น“แด่วันเวลาของเหล่าโดมินาริ เพื่ออาดัม”แม๊กซ์ยกจอกของเขาขึ้น“เพื่ออาดัม และวันเวลาของพวกเรา”ท้ายที่สุดคนในผ้าคลุมก็ยกจอกของเขาขึ้น“เพื่ออาดัม และการล้างแค้นที่รอมายาวนาน”ทั้งสามชนจอกกันดังเคร้ง ดื่มเลือดของมนุษย์จนหมดแก้ว“เตรียมเดินทางต่อ”L ร้องบอกกับคนอื่น ๆ ที่ยืนคอยอารักขาและบริการพวกเขาบนดาดฟ้าเรือดำน้ำจากนั้น L ก็เดินกลับลงไปทางบันได ตามด้วยแม๊กซ์ และคนในผ้าคลุมจากนั้นคนอื่น ๆ รอบ ๆ บริเวณก็เก็บข้าวของที่วางอยู่บนดาดฟ้าเรือดำน้ำ และรีบเดินตามลงสู่ท้องเรือประตูเรือดำน้ำปิดลงน้ำทะเลจำนวนมากถูกสูบเข้าถังบัลลาสต์ เพื่อไล่อากาศออกเรือดำน้ำค่อย ๆ จมหายลงไปในทะเลฟิลิปปินส์ที่เคว้งคว้างฟองคลื่นขาว ๆ ปะทะเข้ากับลำตัวเรือจนหายไปทั้งหมดผิวน้ำไม่เหลืออะไรไว้เลยนอกจากความพ่ายแพ้ของทรินิตี้เรือดำน้ำจมหายไปในความมืดของท้องทะเล และเดินหน้าเต็มกำลังไปสู่ประเทศไทยจบตอนที่ 36