ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 92 นางอยู่ที่นี่!

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 92 นางอยู่ที่นี่!





            คาลอสเห็นเป้าหมายของตนหลบหนีก็ทะยานร่างตามไปทันที แม้อีกฝ่ายจะออกตัวล่วงหน้าไปก่อน แต่ความเร็วของคาลอสที่สวมใส่เสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดาราไม่ใช่สิ่งที่อเวกระดับเท่าๆ กันจะเทียบเคียงได้ ร่างของชายหนุ่มพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



            อเวกระดับเจ็ดคนสุดท้ายวิ่งหนีสุดกำลังไปตามช่องทางเดิน ส่วนคาลอสก็พุ่งตามหลังมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเริ่มแคบเข้าหากันเรื่อยๆ อีกเพียงอึดใจก็จะอยู่ในระยะการโจมตีของคาลอส



            ฝ่ายหลบหนีเหงื่อท่วมหลังไปหมด ตอนนี้หัวใจของมันสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างอย่างรุนแรง หากหนีไม่พ้น จุดจบของมันคงไม่ต่างไปจากเพื่อนของมัน ภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ยังติดตามันอยู่ไม่จางหายไปไหน



            เมื่อรู้สึกได้ว่าคาลอสที่ตามมาด้านหลังแทบจะเข้าประชิดตัวมันได้อยู่แล้ว ฝ่ายหลบหนีก็ตื่นตระหนกอย่างเต็มที่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรวดเร็วขนาดนี้ ความเร็วระดับนี้มันเกินกว่าอเวกระดับเจ็ดไปแล้ว! หรือว่า...อีกฝ่ายจะเป็นอเวกระดับแปดที่ปกปิดพลังเอาไว้?



            ยิ่งคิดไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหวาดกลัวตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น หากมันรู้เช่นนี้แต่แรก มีหรือจะกล้าข่มขู่อีกฝ่าย



            ความกลัวผลักดันมันไปจนสุดทาง ตอนนี้มันยอมแลกทุกสิ่งที่ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของอีกฝ่าย



            ร่างที่กำลังวิ่งหนีค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ผิวหนังของมันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปนผิดธรรมดา เส้นเลือดฝอยในดวงตาแตกจนส่วนสีขาวกลายเป็นสีแดงฉาน



            เหมือนว่านี่จะเป็นวิชาลับก้นหีบของสำนักรุ่งอรุณ ดึงพลังหยางทั่วร่างปะทุออกมาในคราวเดียวเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางกายให้เกินขีดจำกัด คล้ายวิชาเผาโลหิตของคาลอส แต่ดูเหมือนจะใช้พลังคนละส่วนกัน



            ความเร็วของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นในทันที ดูเหมือนจะเร็วเท่ากับคาลอสในตอนที่สวมเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา นั่นทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่กลับมาคงที่อีกครั้ง



            แน่นอนว่าฝ่ายหลบหนีไม่สามารถคงสภาพเช่นนี้ได้เป็นเวลานาน มันจำเป็นต้องคิดหาทางอื่นก่อนเวลาของมันจะหมดลง



            คาลอสรู้ดีว่าหากเขาตามมันต่อไปเรื่อยๆ ย่อมตามอีกฝ่ายทันได้ในที่สุด แต่นั่นมันไม่เสียเวลาไปหน่อยหรือ? เขายังมีเรื่องต้องคุยกับชายร่างอ้วนอีก จะให้เสียเวลาไปมากกว่านี้คงไม่ได้



            ฝ่ามือขวาตบลงที่อกเสื้อ เขาซ่อนโอสถรักษาไว้หนึ่งเม็ดเผื่อเหตุฉุกเฉิน หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ล้วงหยิบได้ทันที



            เม็ดยาสีแดงลอยขึ้นหลังจากถูกแรงตบดันมันขึ้นมา



            คาลอสที่อ้าปากรอรับ ก็งับเม็ดยาสีแดงเข้าไปได้อย่างพอดิบพอดี นี่เพราะเขาคำนวณความเร็วของตนเองให้พอดีกับแรงตบเมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว ทำให้การกลืนโอสถลงไปไม่ได้ทำให้การไล่ล่าของเขาขาดช่วงเลยแม้แต่น้อย



            อึก



            ความร้อนแผ่ไปทั่วร่างของคาลอส แต่ไม่มีอาการบาดเจ็บใดให้รักษา พลังงานของตัวยาก็ยังวนเวียนอยู่ภายในร่าง



            ฉับพลัน คาลอสก็ชักนำพลังไปตามเคล็ดเผาโลหิต ดึงเอาพลังจากเลือดเนื้อของตนเองออกมา เพื่อผลักดันร่างกายให้เกินขีดจำกัดในปัจจุบัน



            เลือดเนื้อของอเวกระดับที่เจ็ดนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก การเผาผลาญมันทำให้เกิดพลังงานมหาศาล



            ความเร็วของคาลอสตอนนี้ไม่ต่างไปจากอเวกระดับแปดตัวจริง บวกกับความสามารถของเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดาราทำให้มีแค่อเวกระดับแปดส่วนน้อยเท่านั้นที่จะตามความเร็วของคาลอสในตอนนี้ได้ทัน



            บูม



            ความเร็วของทั้งคู่ทำให้อากาศรอบตัวแหวกออกเป็นสาย ร่างกายที่พุ่งไปข้างหน้าปะทะเข้ากับอากาศรอบตัวอยู่ตลอดเวลา มวลอากาศที่เบาบางทำได้แค่หลีกทางให้กับทั้งคู่



            ในที่สุดระยะห่างระหว่างทั้งคู่ก็กลับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นคาลอสก็จะถึงตัวอีกฝ่าย



            ฉับ!



            ขวานสีแดงเพลิงกวาดผ่านร่างที่กำลังหลบหนีไปอย่างง่ายดาย ร่างกายที่แข็งแกร่งไม่สามารถต้านทานอาวุธอันทรงพลังด้ามนี้ได้เลย



            ใบหน้าของคนจากสำนักรุ่งอรุณบิดเบี้ยวเจ็บปวด มันรู้สึกได้ถึงแรงระเบิดในแต่ละส่วนของร่างกายตามการเคลื่อนของคมขวาน



            กล้ามเนื้อที่ปูดโปนแตกกระจาย เลือดระเหยลอยไปในอากาศ บาดแผลส่วนที่ถูกคมขวานผ่า เละเทะอย่างยิ่ง เสมือนว่าตามร่างกายของมันถูกระเบิดฝังเอาไว้แล้วระเบิดออกมาพร้อมๆ กันในช่วงวินาทีที่ผ่านมา



            คาลอสหยุดฝีเท้า ในขณะที่อีกคนล้มลงไปตายกลายเป็นศพร่างเละ



            คาลอสไม่เข้าใจเช่นกันว่าเกินอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย เพราะปกติคนที่โดนขวานเพลิงสุริยันเชือดเฉือนจะไม่ได้มีสภาพอนาถเช่นนี้



            เขาเดาว่ามันน่าจะเป็นเพราะวิชาลับเฮือกสุดท้ายของอีกฝ่าย สังเกตเห็นได้ว่าพลังหยางปลดปล่อยออกมาทั่วร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง มันดึงพลังหยางทั่วร่างกายออกมาใช้ในคราวเดียว



            พลังหยางเป็นพลังงานที่มีความร้อนแรงมากพออยู่แล้ว เมื่อเจอกับขวานเพลิงสุริยันที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงปะทุของดวงสุริยะ ก็เหมือนกับวัตถุระเบิดเจอเข้ากับเปลวไฟ ส่งเสริมพลังงานจนเกิดเหตุดังกล่าว



            คาลอสมองอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะปลดกระเป๋าสัมภาระเล็กๆ ข้างเอวของอีกฝ่ายแล้ววิ่งกลับไปทางเดิมที่จากมา



            ไม่นานคาลอสก็กลับมาเจอทางสามแยกอีกครั้ง มีรูปปั้นเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง เห็นชายร่างอ้วนยืนพิงรูปปั้นรอเขาอยู่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเหนื่อยหอบอยู่ไม่น้อย



            แน่นอนว่าผู้เหลือรอดอีกสองคนกลายเป็นศพเรียบร้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นชายร่างอ้วนจะไม่ได้มีทีท่าสบายใจเช่นนี้



            “โอ้ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง” แม้จะยังเหนื่อยอยู่ แต่ชายร่างอ้วนก็พยายามยิ้มออกมา



            “ข้าชื่อฮิคาริส จากสมาพันธ์ข่าวกรองออสแตรง ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายร่างอ้วนยิ้มแป้นให้กับคาลอส พร้อมยื่นมือออกไปด้านหน้า



            คาลอสที่งุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าเป็นวิธีการทักทายของอีกฝ่าย จึงยื่นมือออกไปจับ



            “คาลอส ตระกูลพีไรซ์” คาลอสกล่าวตอบกลับไปสั้นๆ ไม่มีความจำเป็นต้องพูดอะไรให้ยืดยาว



            “ขอบคุณที่เจ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ หากไม่ได้เจ้า ข้าก็ไม่รู้จะมีสภาพเป็นเช่นไร ทั้งยังไม่ได้แก้แค้นให้กับพรรคพวกของข้าด้วยซ้ำ” เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ใบหน้าของชายร่างอ้วนหรือฮิคาริสก็หมองหม่นลงจนเห็นได้ชัด



            พวกเขาเข้ามากันที่นี่ทั้งหมดห้าคน แต่สี่คนที่เหลือกลับต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เพราะปัญหาระหว่างกองกำลัง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตกลับไปได้



            แม้จะโล่งใจที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ แต่ความหม่นหมองในจิตใจกลับมีอยู่เต็มเปี่ยม เขาจะยังมีหน้ากลับไปที่สมาพันธ์ของตนอย่างภาคภูมิได้อีกหรือ?



            คาลอสเห็นท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของชายร่างอ้วน จึงพูดขึ้นว่า



            “เสียใจกับความสูญเสียของเจ้าด้วย” คาลอสพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่จริงใจ เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับชายร่างอ้วนตรงหน้าเท่าไหร่นัก จะให้โศกเศร้าเห็นใจไปด้วยก็คงผิดปกติไปหน่อย ทำได้แต่แสดงความเสียใจให้พอเป็นพิธีก็เท่านั้น



            “อา… ขอบคุณ เอาล่ะ ช่างเรื่องนั้นไปเถอะ สรุปแล้วข้อมูลที่เจ้าต้องการ และคนที่เจ้าต้องการให้ข้าช่วยค้นหาเป็นใครกัน” ชายร่างอ้วนเปลี่ยนอารมณ์กลับมาเป็นการเป็นงานอีกครั้ง สัญญาอะไรไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ดีที่สุด เพราะนี่คือเกียรติแห่งสมาพันธ์ข่าวกรองออสแตรง!



            “ข้าต้องการรู้ข้อมูลของสำนักจันทรานิรันดร์” คาลอสจ้องมองชายร่างอ้วน คาดหวังคำตอบจากอีกฝ่าย



            ดวงตาของชายร่างอ้วนเบิกกว้างขึ้นวูบนึง ก่อนจะหรี่เล็กด้วยความสงสัย



            “เรื่องนี้ไม่ง่ายเลย สำนักจันทรานิรันดร์เป็นกองกำลังเก่าแก่เกือบสามร้อยปี ว่ากันว่าเจ้าสำนักเป็นคนจากยุคโลกาวินาศ และปัจจุบันยังไม่มีข่าวว่ามีการเปลี่ยนมือมอบตำแหน่งนี้ให้กับศิษย์คนไหน แน่นอนว่าตัวตนที่มีอายุหลายร้อยปีย่อมเป็นตัวตนที่ทรงพลังอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นอายุขัยของมนุษย์คงพรากชีวิตของนางไปแล้ว แม้แต่กองกำลังจากมหานครก็ต้องเกรงใจเจ้าสำนักจันทรานิรันดร์อยู่หลายส่วน”



            ชายร่างอ้วนพูดพลางปาดเหงื่อที่หน้าผากไปด้วย



            “สำนักจันทรานิรันดร์รับแค่ศิษย์ผู้หญิง เพราะวิชาฝึกฝนพลังหลักของสำนักเป็นวิชาธาตุน้ำ ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่มีร่างกายที่เหมาะสมกับวิชาเช่นนี้”



            “แต่ก็มีอีกข่าวลือหนึ่งที่บอกว่า เจ้าสำนักจันทรานิรันดร์มีความหลังที่เลวร้ายกับเพศชาย จึงปฏิเสธที่จะรับศิษย์ที่เป็นผู้ชาย ซึ่งเรื่องนั้นข้าก็ไม่แน่ใจนักว่าจริงหรือไม่ แต่การเข้าหาคนในสำนักแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องที่สำนักจันทรานิรันดร์ไม่ค่อยต้อนรับบุคคลภายนอก และเรื่องที่ศิษย์ทุกคนเป็นผู้หญิง คงยากสักหน่อยที่ข้าหรือเจ้าที่เป็นเพศชายจะเข้าหาผู้คนภายในนั้นได้” ชายร่างอ้วนส่งยิ้มแหยๆ กลับมาให้คาลอสที่จ้องมองอยู่



            คาลอสยังคงจ้องมองฮิคาริสนิ่งๆ พยายามย่อยข้อมูลที่อีกฝ่ายบอกออกมา



            “เอ่อ… ถึงแม้จะยากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย ข้าได้รับปากเอาไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือเจ้า เพราะฉะนั้นข้าก็จะช่วยอย่างเต็มที่!” ชายร่างอ้วนแสดงสีหน้าจริงจังออกมา ก่อนจะถามต่อไปว่า



            “จริงสิ คนที่เจ้าตามหาอยู่คือใครกัน หากมีข้อมูลมากพอ ข้าอาจจะลดขอบเขตในการค้นหาลงได้ บางทีหลายๆ อย่างอาจจะง่ายขึ้น”



            คาลอสมองชายร่างอ้วน กำลังคิดตัดสินใจว่าชายร่างอ้วนน่าเชื่อถือมากแค่ไหน



            ในที่สุดคาลอสก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสัมภาระ หยิบม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะส่งให้ชายร่างอ้วน



            การที่ชายร่างอ้วนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำตามสัญญา ทั้งยังยืนรอเขาอยู่ที่นี่ นั่นก็พอจะทำให้เชื่อได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง อีกอย่างเขาก็มีทางเลือกไม่มาก คนที่มีข้อมูลกว้างขวางอย่างชายร่างอ้วนนั้นหาไม่ง่ายนัก หากพบเจอผู้คนเช่นนี้ก็ควรจะคว้าโอกาสเอาไว้



            หลังจากชายร่างอ้วนรับม้วนกระดาษไป เขาก็คลี่ออกดูทันที ด้านในเป็นภาพวาดของหญิงสาวนางหนึ่ง



            “นี่……” ชายร่างอ้วนจ้องมองภาพในกระดาษค้างอยู่ครู่ใหญ่ ม่านตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองชายหนุ่มเจ้าของแผ่นกระดาษ “เจ้าโชคดีมาก! นางคือศิษย์คนสำคัญของสำนักจันทรานิรันดร์ในรุ่นนี้ ก่อนที่ประตูมิติจะเปิด ข้าคิดว่าข้าได้เห็นนางอยู่ในกลุ่มคนจากสำนักจันทรานิรันดร์ชั่วแวบหนึ่ง…...ข้าคิดว่านางอยู่ในมิติลึกลับเช่นเดียวกับเรา!”



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน