นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 332 ต้นหอมแสนลี้

        ตอนที่ 332 ต้นหอมแสนลี้

         

         

        เวลาที่มีไม่มากนักทำให้ทั้งสองต้องเร่งมือ อุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาล่วงหน้าถูกนำออกมาวางอย่างพร้อมเพรียง ดอกไม้นานาชนิดที่ถูกรักษาไว้อย่างดีนับร้อยชนิดถูกบรรจุอยู่ในภาชนะรอบกายนิทาน

         

        ต้นหอมแสนลี้ที่มีอายุยืนถึงเพียงนี้จะมีเปลือกไม้และลำต้นที่แข็งแกร่งมาก แม้แต่ผู้แสวงวิถียังไม่แน่ว่าจะสามารถทำลายมันได้ ดังนั้นนักสลักเอกที่แข็งแกร่งกว่าปกติเช่นนิทานย่อมแทบไม่มีหวัง

         

        ถึงจะทำลายได้ยางสนของต้นหอมแสนลี้ก็จะไม่มีวันออกมา เพราะยางสนนั้นเนื้อแท้แล้วจะต้องถูกขับออกมาด้วยตัวต้นไม้เอง ไม่ใช่ถูกแรงภายนอกกระทำบีบบังคับ

         

        และความรู้ที่นิทานได้เรียนมาก็คือ ตัวต้นหอมแสนลี้นั้นผลิตยางสนจากกลิ่นหอม มันจำเป็นต้องใช้กลิ่นหอมหลากหลายชนิดเพื่อนำไปผสานรวมกับน้ำหวานของดอกหอมแสนลี้บนร่าง

         

        น้ำหวานเหล่านั้นเมื่อได้รับการกลั่นจนถึงขีดสุด มันจะกลายสภาพไปเป็นสารอาหารเหลวระดับสูงที่พัฒนาและหล่อเลี้ยงต้นหอมแสนลี้ สารอาหารเหลวเหล่านั้นจะไหลกลับเข้าสู่ลำต้น ดูดซึมและแพร่กระจายไปทั่วต้นหอมแสนลี้ ทำให้ดอกและใบของมันเปล่งประกายยิ่งกว่าที่เคย

         

        เมื่อสารอาหารทั้งหมดถูกดูดซึม จึงจะเหลือเพียงยางไม้ที่ไหลซึมไปตามเปลือกไม้โดยเน้นย้ำที่ลำต้น กลายเป็นเหมือนเปลือกไม้ชั้นในที่อยู่ภายใต้เปลือกไม้อีกทีหนึ่ง ยางสนเหล่านั้นก็จะแข็งตัว ผสานเข้ากับเปลือกไม้ เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นนานเข้า ความหนาและปริมาณของยางสนที่ทับถมกันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่เสริมให้เปลือกไม้แข็งแกร่งขึ้นในทุกการเติบโต

         

        โดยปกติแล้วยางสนนี้ไม่จำเป็นต้องมีกลิ่นหอมของสิ่งอื่นกระตุ้นก็สามารถสร้างเองได้ กลิ่นหอมจากดอกหอมแสนลี้หลายพันดอกบนปลายกิ่งก้านสามารถผสานเข้ากับน้ำหวานได้ด้วยตัวมันเอง เพียงแต่จำต้องใช้เวลามาก

         

        ดังนั้นต้นหอมแสนลี้ที่อายุยืนก็จะแข็งแกร่งกว่าต้นหอมแสนลี้อายุน้อยแบบเทียบกันไม่ติด เป็นอีกหนึ่งสิ่งอัศจรรย์ของธรรมชาติที่กาลเวลาไม่ได้ทำให้มันร่วงโรย หากแต่แข็งแกร่งขึ้นตามกระแสของเวลา

         

        ต้นหอมแสนลี้เบื้องหน้านิทานคือยอดต้นหอมแสนลี้อย่างไม่ต้องสงสัย ดูจากขนาดและความหนาของเปลือกไม้แล้วมันมีอายุมากกว่า 2พันปีอย่างไม่ต้องสงสัย ดีไม่ดีจะเกิน2400ปีอย่างที่เขารับรู้ด้วย

         

        ต้นไม้ที่ผ่านกาลเวลามานานถึงเพียงนี้ย่อมมีศักยภาพในการผลิตยางสนที่เหนือล้ำกว่าต้นอื่น ๆ เป็นยางสนที่ผลิตจากน้ำหวานที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารจากยางสนครั้งก่อน ๆ หล่อเลี้ยงด้วยต้นหอมแสนลี้ทั้งต้นที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

         

        เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดดักลาสจึงระบุว่าต้องเป็นยางสนจากต้นหอมแสนลี้ที่มีอายุมากกว่า 2พันปี ระหว่างเดินทางผ่านต้นหอมแสนลี้ต้นอื่นมาจนถึงต้นนี้เขาก็เข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน

         

        ยางสนที่ไร้ทั้งประสบการณ์และสารอาหารจากดอกหอมแสนลี้จะไปเทียบกันได้กับยางสนจากมหาพฤกษาตรงหน้าได้อย่างไร คีตาเอากีบไปแตะกับลำต้นอย่างหลงใหล นี่เป็นพฤกษาที่ทั้งหอมเย้ายวนและงดงาม ต่างกับต้นสูบบัวผันอินทนิลโดยสิ้นเชิง

         

        ทางด้านนิทานก็อ่อนไหวไม่แพ้กัน เขาลูบคันจับของร่มปกปักหทัย ก่อนจะนำฝ่ามือนั้นไปสัมผัสกับลำต้นของต้นหอมแสนลี้ ความเหมือนที่คล้ายคลึงนี้ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ร่มคันนี้ปกป้องเขามาหลายครั้งเหลือเกิน

         

        ดอกไม้หลายร้อยดอกถูกปลดปล่อยออกจากภาชนะ วางเรียงรายกันล้อมรอบต้นหอมแสนลี้ที่ใหญ่โตขนาดสามคนโอบ ทั้งสองเลือกกระจายดอกไม้ให้เสมอ ๆ กัน โปรยจนทั่วปกคลุมผืนดิน

         

        ขั้นตอนต่อมาจึงเป็นการรมควัน หินถ่านก้อนเล็กหลายก้อนถูกโปรยลงไปในกองดอกไม้ ควันจากถ่านเหล่านั้นราวกับเป็นตัวกระตุ้น พวกมันช่วยดึงกลิ่นหอมของดอกไม้เหล่านั้นให้เย้ายวนยิ่งขึ้น

         

        คีตาคาบพัดขนาดใหญ่ไว้ในปาก มันวิ่งวนพัดควันหอมเหล่านั้นให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าตรงสู่ดอกหอมแสนลี้เบื้องบน งานส่วนนี้กลับลำบากกว่าที่ทั้งสองคิดมากเพราะความสูงของต้นไม้กว่า 15เมตร

         

        หลังจากวิ่งพัดจนเหนื่อยหอบ ดอกหอมแสนลี้บนปลายกิ่งจึงเริ่มเปลี่ยนสีไป หลากสีสันบนกลีบดอกไม้นั้นเริ่มขยับไหวราวกับมีชีวิต สีสันแปรเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง นั่นคือสัญญาณของการดูดซับกลิ่น

         

        กระบวนการผลิตยางสนเริ่มขึ้นอย่างราบรื่น ดอกหอมแสนลี้หลายดอกเมื่อสีสันแปรเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องพวกมันก็เริ่มเหี่ยวเฉา กลับกลายเป็นสีเทาซีด ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้น

         

        หนึ่งดอก สองดอก สามดอก… ดอกแล้วดอกเล่าร่วงหล่น จากเพียงไม่กี่ดอกจึงบังเกิดหิมะดอกหอมแสนลี้ ดอกไม้นับพัน ๆ ดอกพากันหลุดร่วงลงสู่พื้นดิน กลิ่นหอมของดอกหอมแสนลี้กระจายอบอวลไปจนทั่วพื้นที่

         

        ดอกหอมแสนลี้ดอกหนึ่งตกลงบนหัวของนิทานอย่างนุ่มนวล ทัดเข้ากับผมข้างหูของเขาราวกับจงใจ ดอกไม้สีเทาอ่อนจางที่ส่งกลิ่นหอมนั้นเข้ากับเรนเดลอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะกลิ่นหอมและความสวยงามของดอกไม้ทำให้นิทานทำใจปัดมันทิ้งไปไม่ลง

         

        เมื่อหิมะดอกหอมแสนลี้ซีดเทาจบลง พื้นที่เคยปกคลุมด้วยดอกไม้หลากสีสันพลันกลายเป็นสีเทาซีด ราวกับสุสานดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา หากภาพนี้กลับให้ความรู้สึกสวยงามมากกว่าความหดหู่ ดุจดั่งชีวิตที่จากไปด้วยรอยยิ้ม ชีวิตที่บรรลุสิ้นแล้วถึงทุกสิ่งที่ต้องการ ชีวิตที่ผ่านเวลามาด้วยความสุข

         

        ภาพของดอกไม้เหล่านั้นทำให้นิทานนึกถึงใบหน้าของพ่อแม่ของเขาในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ใบหน้าที่เขาเกือบหลงลืมไปหลายครั้ง นิทานยิ้มอย่างอบอุ่นกับภาพนั้นพร้อมกับม้าแผงคอแดงข้างกายที่วิ่งตะกุยดอกไม้อย่างตื่นเต้น

         

        ปลายกิ่งที่ไร้ซึ่งดอกไม้แล้วยามนี้ปรากฏสีสันมากมายที่ไม่ได้มีเพียงสีน้ำตาลของเปลือกไม้อีกต่อไป สีสันเหล่านั้นอัดแน่นอยู่ที่ปลายกิ่ง ก่อนจะเริ่มแพร่กระจายจากปลายกิ่งสู่กลางกิ่ง ต้นกิ่ง ยอดไม้ แล้วจึงเป็นลำต้น

         

        จังหวะนี้เองที่นิทานประสานมือของตนเข้าหากัน พลังจิตวิญญาณในร่างผันผวนอย่างบ้าคลั่ง เงาของหัตถ์ยักษ์ที่แข็งแกร่งกว่าครั้งใด ๆ ปรากฏขึ้น หัตถ์ยักษ์นั้นประสานเข้าหากันช้า ๆ ตามความเร็วมือของนิทาน

         

        เมื่อสีสันเหล่านั้นแทรกซึมไปทั่วทุกอณูของลำต้นหนาใหญ่ หัตถ์ยักษ์นั้นจึงบีบเข้าหากัน สายลมแรงดันที่เกิดจากแรงบีบพัดพาดอกไม้ทั้งมวลให้ปลิวไปตามสายลม

         

        หัตถ์ยักษ์ที่ทรงพลังมากพอจะบีบระดับอริยะที่อ่อนแอบางตัวให้ตายคามือกลับไม่อาจเคลื่อนไหวเข้าไปได้แม้แต่เซนติเมตรเดียว ราวกับมันไม่ได้กำลังบีบต้นไม้ต้นหนึ่ง หากกำลังบีบเสาที่ค้ำยันระหว่างสวรรค์และโลก

         

        สองมือของนิทานสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม พื้นที่ว่างกลางฝ่ามือของเขานั้นไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่อาจขยับเข้าไปได้อีก สีหน้าของนิทานขึ้นสีม่วงจากการออกแรงอย่างสุดตัว

         

        เขาพยายามสุดความสามารถที่จะบีบอัดเพียงจุดเล็ก ๆ จุดเดียวของลำต้น ไม่ต้องการให้พลังบีบนี้เผลอไปทำร้ายกิ่งก้านหรือใบไม้ที่ไม่แข็งแกร่ง

         

        เมื่อถึงจุดหนึ่ง เสียงบางสิ่งเล็ก ๆ แตกหักดังขึ้น สองมือของนิทานประกบเข้าไปได้อีกเพียงไม่ถึงครึ่งเซนติเมตร แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

         

        คีตาที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วปรากฏกายข้างตนหอมแสนลี้ยักษ์อย่างรวดเร็ว มันสอดส่ายสายตาหาทั้งลำต้น ใช้พลังอาณาเขตจนสุดพลังเพื่อตรวจสอบทุกตารางเซนติเมตรของลำต้น หากมันกลับไม่พบสิ่งใด

         

        ใบหน้าของนิทานม่วงจนเขียว เขาทนได้อีกไม่นานแล้ว เขาเริ่มเกิดอาการขาดอากาศ คีตาพลันหลับตาลง ตั้งสมาธิไปที่จมูกของตนแทน ท่ามกลางกลิ่นหอมเย้ายวนโดยรอบนี้ ปรากฏกลิ่นหนึ่งที่หอมฟุ้งยิ่งกว่ากลิ่นใด ๆ

         

        เมื่อมันลืมตาขึ้นมันจึงกระโดดไปยังตำแหน่งนั้นอย่างรวดเร็ว ขวดโอสถเปล่าที่ทำจากแก้วใสปรากฏขึ้นในปาก มันใช้พลังทั้งร่างออกแรง ขาหลังเหวี่ยงเตะ กระทุ้งตรงจุดนั้นที่มันได้กลิ่นออกมา

         

        กลิ่นหอมระเบิดออก กระจายฟุ้ง หากจะมีสิ่งหนึ่งที่ใกล้เคียงกับสุคนธ์สวรรค์ สิ่งนั้นก็สมควรเป็นของเหลวที่ไหลเยิ้มออกมาจากรูเล็ก ๆ นี้ ขวดโอสถขวดนั้นถูกนำไปรองรับยางสนยางรวดเร็ว ไม่มีหล่นหายไปแม้หยดหนึ่ง

         

        ยางสนสีใสที่เปลี่ยนสีสันไปมาบรรจุเข้าขวดอย่างรวดเร็ว ดูจากความหนืดแล้วมันไม่สมควรถูกเรียกว่ายางสนเสียด้วยซ้ำ มันไม่ต่างอะไรกับน้ำแร่อย่างดีที่ส่งกลิ่นหอม

         

        ยางสนเหล่านั้นกลับมากมายกว่าที่ทั้งสองคาด ขวดโอสถเล็ก ๆ ขวดนั้นมากเพียงพอแล้วสำหรับที่ดักลาสต้องการ แต่กว่าที่ยางสนจากรูเล็ก ๆ นั้นจะหมดลงคีตาก็เสียไปถึงสามขวด รอยยิ้มดีใจฉายชัดเต็มใบหน้าของทั้งสอง

         

        นี่คือวิธีการเก็บเกี่ยวที่ทั้งสองเรียนรู้มา ยามที่ยางสนเริ่มแพร่กระจาย บางจุดของลำต้นมักจะมีรูเล็ก ๆ หรือรอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาลสมัยที่มันยังอ่อนแอ จุดเหล่านั้นแม้จะถูกทับถมผ่านกาลเวลาหากมันก็ยังคงอยู่ หากบีบแรงพอรู้นั้นอาจเปิดช่องเล็ก ๆ ให้ยางสนไหลออกมาได้

         

        วิธีนี้ปลอดภัยกับต้นหอมแสนลี้มากกว่าการบีบบังคับใช้พลังทำลายเปลือกไม้มากนัก

         

        ชิ้นแรก ยางสนของต้นหอมแสนลี้อายุมากกว่า2พันปี สำเร็จ!!! นิทานตะโกนก้องในใจ ปากของเขายังคงอ้าหุบจากความเหนื่อยล้า เหงื่อไคลไหลเปรอะทั่วใบหน้าน่ารัก รอยยิ้มบนใบหน้าเปล่งประกายสู้กับยางสน

         

        คีตาสะบัดหางไปมาอย่างเริงร่า มันรีบนำขวดยางสนสองขวดกลับมามอบให้แก่นิทาน อีกขวดหนึ่งมันเก็บไว้กับตนเองในกรณีฉุกเฉิน สิ่งที่หอมถึงเพียงนี้ถึงไม่ได้ขายไปก็ย่อมมีประโยชน์ในอนาคตแน่

         

        ทั้งสองยังคงตื่นเต้นดีใจไม่หายหากแต่พวกเขาไม่มีเวลามากนัก ขณะนี้คีตาเริ่มไม่ได้ยินเสียงของการต่อสู้แล้ว บางทีการต่อสู้อาจใกล้จบลงเต็มที ระดับอริยะเหล่านั้นอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ

         

        ไปกันเถอะคีตา เป้าหมายต่อไป ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า เอเทอรัม! นิทานเอ่ยอย่างตื่นเต้น คีตาพยักหน้าอย่างยินดี เมืองลอยฟ้า! เมืองลอยฟ้า!

         

        แกร่ก!

         

        เสียงของบางสิ่งที่แตกหักดังขึ้นอีกครั้ง หากในครั้งนี้มันเป็นเสียงที่ดังกว่าครั้งก่อนมาก ครั้งก่อนหน้านิทานเพียงออกแรงบีบเพื่อสร้างรอยแตกเล็ก ๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วเพื่อให้ยางสนไหลออกมา หากในครั้งนี้เป็นเสียงแตกหักอย่างแท้จริง

         

        เมื่อทั้งสองหันกลับไปเขาจึงได้พบว่าบริเวณลำต้นส่วนที่ขนานกับแรงบีบนั้นมีรอยปริแตกขนาดใหญ่เกิดขึ้น รอยร้าวกระจายไปรอบด้านคล้ายใยแมงมุม เปลือกไม้ชิ้นใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น

         

        เปลือกไม้ชิ้นนั้นเหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็จะหลุดลอกจากลำต้น ภายใต้นั้นทั้งสองสามารถเห็นเนื้อเนียนขาวของเนื้อไม้ชั้นในได้อย่างชัดเจน ภายในเนื้อไม้นั้นคือยางสนที่ซึมซับกระจายไปจนทั่ว เกิดแสงวิบวับสวยงามผสมกับกลิ่นหอม

         

        สิ่งที่ทั้งสองสนใจนั้นไม่ใช่ยางสนอีกต่อไป แต่เป็นเปลือกไม้แผ่นนั้น!

         

        คันจับของร่มปกปักหทัยนั้นทำจากต้นหอมแสนลี้ที่มีอายุเพียงไม่กี่ร้อยปีแต่มันก็ยังแข็งถึงเพียงนั้น แต่นี่คือเปลือกไม้ ส่วนที่แข็งที่สุดของต้นหอมแสนลี้ และยังมาจากต้นหอมแสนลี้อายุมากกว่า2พันปี!

         

        ความโลภเข้าครอบงำนิทานในพริบตา ในหัวของเขาเริ่มเกิดความคิดและแผนการต่าง ๆ ที่จะทำให้เปลือกไม้แผ่นนั้นหลุดลอกออกมา

         

        นี่คือต้นหอมแสนลี้อายุมากกว่า2พันปี แม้จะเหลือเพียงจุดเชื่อมเล็ก ๆ เช่นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่านิทานจะทำลายได้ แม้แต่วัชระดาวตกเต็มกำลังยังไม่แน่ว่าจะตัดจุดเชื่อมเล็ก ๆ นั้นได้ 

         

        ทางด้านคีตาตัวมันเองก็มั่นใจว่าไม่ว่ามันจะออกแรงเสียเท่าใด มันก็ไม่มีทางดึงเปลือกไม้นั้นออกมาได้อย่างแน่นอน เปลือกไม้ของต้นหอมแสนลี้ต้นนี้นั้นแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น

         

        ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคิดหาวิธีและชั่งใจว่าอย่างน้อย ๆ พวกเขาควรลองโจมตีสุดแรงดูก่อนดีหรือไม่ สายลมหอบหนึ่งได้พัดพาเข้าหาพฤกษาสูงใหญ่ หอบกลีบดอกหอมแสนลี้ที่ติดอยู่ข้างหูของนิทานให้ลอยออก กลีบดอกไม้นั้นติดเข้ากับลำต้นอีกครั้ง ใกล้กับจุดที่เป็นรอยเชื่อม

         

        ดุจเข็มเล่มเล็กแทงมหาทำนบใหญ่โต ไร้สิ่งใดเกิดขึ้น แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่รอยแตกร้าวจะกระจายไปทั่วลำต้นอีกครั้ง รอยแตกเหล่านั้นลามไปยังจุดเชื่อมต่อ ก่อนจะแตกหักออก เปลือกไม้ชิ้นโตนั้นร่วงหล่นลงกับพื้น นอนแน่นิ่ง ไม่เหลือสภาพของยอดสมบัติที่แข็งแกร่งแต่อย่างใด ทอดกายรอให้สิ่งมีชีวิตผู้โชคดีเดินมาเก็บมันกลับไป

         

        ดูเหมือนว่าเข็มเล็กนั้นจะแทงถูกจุดที่บอบบางที่สุดของมหาทำนบอย่างพอดิบพอดี เปลือกไม้ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นกลับแตกร้าวจากการที่โดนกลีบดอกไม้พัดเข้ากระทบ

         

        นิทานเดินไปเก็บเปลือกไม้นั้นมาด้วยสีหน้านิ่งอึ้ง ทั้งสองมองหน้ากันไปมา สงสัยในโชคชะตาว่าชีวิตนี้ตนเคยโชคดีขนาดนี้หรือไม่ เป็นไปได้ด้วยหรือที่ความบังเอิญเช่นนี้จะเกิดขึ้นจริง?

         

        กลีบดอกไม้ที่เคยทัดหูนิทานและโค่นล้มเปลือกไม้ลอยตกลงสู่ผืนดินอีกครั้ง ตอนนี้มันเริ่มโรยรา กลิ่นหอมก็เริ่มจางหาย ก่อนที่มันจะจากลาไปโดยสมบูรณ์นิทานเก็บมันลงขวดโอสถว่างเปล่าขวดหนึ่งอย่างรวดเร็ว

         

        เขามองกลีบดอกไม้กลีบนั้นด้วยรอยยิ้ม เก็บมันลงไปคู่กับเปลือกไม้ชิ้นโต บางทีสิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติอาจเลือกผู้ที่หามันเจอ คีตาคาบดอกหอมแสนลี้ดอกหนึ่งที่ยังคงมีสีสันอยู่บ้างไปวางข้างต้นหอมแสนลี้ต้นใหญ่ ก้มหัวลงน้อย ๆ

         

        “ขอบคุณนะ” นิทานออกเสียงพูดแผ่วเบา คำนับไปยังต้นหอมแสนลี้ที่อยู่ยงคงกระพันมานับพันปี


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน