พลับผลทองเป็นยาวิเศษขั้นสูงที่หาได้ยากต่อให้นำไปสกัดเป็นยาลูกกลอนขั้นมหาฤทธิ์ก็มีค่าพอแล้วเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจประมาณค่าได้
“นั่นมัน……”
ตู้อวิ๋นหลงมองไปที่ลำแสงที่อยู่ใต้ต้นไม้เล็กต้นนั้นตรงนั้นมีชายวัยกลางคนกำลังนั่งขัดสมาธิ เขาปล่อยผมยาวประบ่า มีหน้าผากกว้างโหนกร่างผอมบางมากๆมีก้อนหินก้อนหนึ่งข้างกายของเขาที่เสียบดาบสงครามขนาดประมาณเจ็ดนิ้วเอาไว้อยู่เมื่อกระทบแสงอักษรยันต์สีทองมาจากต้นไม้ ทำให้บนดาบสงครามเกิดประกายแสงระยิบระยับ
“ฟิ่ว!”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงลมเสียดหูดังขึ้น จากนั้นก็มีลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งผ่าอากาศตรงเข้าไปหาตู้อวิ๋นหลง
“พี่รองระวัง!”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนเตือนเสียงดัง พร้อมกับรีบพุ่งเอาตัวไปกั้นด้านหน้าของตู้อวิ๋นหลงรวบรวมพลังฝ่ามือ ส่งพลังไปที่นิ้วชี้นิ้วกลางในลักษณะที่กำมือชูสองนิ้วตั้งขึ้นมาปลายนิ้วเกิดแสงที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณสีทองอร่ามเขาส่งพลังดัชนีไปปะทะลำแสงที่พุ่งโจมตีเข้ามาในช่วงเวลาเฉียดฉิว
“ซูมๆ ๆ!”
สองพลังปะทะกันทำให้อากาศโดยรอบถูกแรงดันซัดเป็นคลื่นเกิดเสียงกระทบกระทั่งทุ้มต่ำ ร่างของตู้เซ่าฝู่เซเล็กน้อยและถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ตึงๆ!”
มีร่างเงาของบุคคลปริศนาปรากฏเขาเซถอยหลังไปสามสี่ก้าว สีหน้าแววตาตะลึงตกใจมาก
“นักเวทยันต์สามดาวขั้นสมบูรณ์ที่อยู่ในขั้นสุดยอดแล้ว!”
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่คนที่เข้ามาเป็นผู้เฒ่าสวมชุดหลวมโคร่ง สีหน้าของเขาเคร่งขรึมดูจากลมปราณที่สัมผัสได้เมื่อสักครู่นี้ เขาต้องเป็นนักเวทยันต์คนหนึ่งแน่นอนและยังเป็นนักเวทยันต์สามดาวขั้นสมบูรณ์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดาคนหนึ่ง
“น้องสาม เขาคือถูเฉียนฉือผู้อาวุโสถูจากสำนักพยัคฆ์ขาว เป็นนักเวทยันต์คนหนึ่งทั้งยังเชี่ยวชาญค่ายกลยันต์อีกด้วย เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงมากในมณฑลหลันหลิง” ตู้อวิ๋นหลงสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับนักเวทยันต์และยังเป็นนักเวทยันต์ที่ฝีมือร้ายกาจไม่ธรรมดาคนหนึ่ง
“นึกไม่ถึงว่าจะมีเจ้าหนูสองคนอย่างพวกเจ้าบุกเข้ามาได้ พวกฉิวซันล่ะ?”
ถูเฉียนฉือจากสำนักพยัคฆ์ขาวคนนั้นมองตู้เซ่าฝู่และตู้อวิ๋นหลงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยดูจากพลังดัชนีของเด็กหนุ่มชุดม่วง พละกำลังน่าจะแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย
“ตราผนึกที่อยู่ปากทางเข้าท่านเป็นคนปลดผนึกได้ใช่หรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่มองถูเฉียนฉือเขาเห็นร่องรอยของคลื่นพลังที่ทิ้งไว้ตรงผนึกของปากทางเข้า และบุรุษผู้นี้ก็เป็นนักเวทยันต์ดังนั้นแน่นอนว่าผนึกที่ทางเข้าคนนี้จะต้องเป็นคนทำลายได้แน่นอน
“ใช่แล้ว พวกฉิวซันล่ะ?”
ถูเฉียนฉือเอ่ยถามตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง นัยน์ตาของเขาสั่นไหวดูจากพละกำลังของฉิวซันกับผู้อาวุโสหลู่ เด็กหนุ่มสองคนนี้น่าจะบุกเข้ามาไม่ได้หากด้านหลังเด็กหนุ่มสองคนนี้ยังมียอดฝีมือคนอื่นๆ อีกก็คงแย่พลังแสงจากในถ้ำมาจากพลับผลทองที่เป็นสุดยอดสมบัติอันเลอค่าที่สุดจะให้คนอื่นมาแย่งชิงไปไม่ได้
“พวกเขาตายแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่พูดจบ ก็ไม่รอช้าเขาส่งพลังห่อหุ้มเป็นลำแสงประกายสีสองรอบตัว พุ่งเข้าหาถูเฉียนฉืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเขาเองก็เป็นนักเวทยันต์ ตู้เซ่าฝู่จึงรู้จุดอ่อนของนักเวทยันต์ห้ามให้อีกฝ่ายได้โอกาสเตรียมตัว ลงมือก่อนจะได้ประโยชน์มากกว่า
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
ขณะที่ร่างเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วกระโจนมาหาถูเฉียนฉือตู้เซ่าฝู่รวบรวมพลังที่มือ เตรียมโจมตีด้วยวิชาหมัดคลื่นซัดสะท้านมีคลื่นพลังโถมกระหน่ำออกมาจากพลังหมัดสาดกระจายออกมาพร้อมหมัดส่งไปที่ถูเฉียนฉืออย่างรุนแรง
“เจ้าหนู เจ้ารนหาที่ตายอย่างนั้นหรือ!”
ถูเฉียนฉือนัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อยเขาคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงจะเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน เขารวบรวมพลังมี่ฝ่ามือ เกิดคลื่นพลังพร้อมอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมาไหลเวียนเป็นวงคลื่นพายุหมุนต้านพลังฝ่ามือตู้เซ่าฝู่
“ปึง!”
พลังอักษรยันต์จากหมัดพุ่งมาสกัดการโจมตี หมัดคลื่นซัดสะท้านที่ตู้เซ่าฝู่ปล่อยออกมาสองพลังแวบเงียบไปสักครู่ สุดท้ายพลังงานที่เขาส่งไปก็ทำลายพลังอักษรยันต์พลังนั้นไม่ได้
นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่ที่มีประกายแสงสีทองสั่นไหวเล็กน้อยเขาขยับฝ่ามือไปมาเรียกพลังเพิ่ม โถมเอาพลังปราณทุ่มไปที่พลังหมัดอีกมีอักษรยันต์ไหวเวียนออกมาจำนวนมาก
“ตู้ม!”
หลังจากเกิดเสียงระเบิดเสียงดังพลังฝ่ามือของตู้เซ่าระเบิดพลังปราณเสริมแรงโจมตีขึ้นไปอีกเกิดแรงปะทะใส่พลังอักษรยันต์เปล่งแสงของอีกฝ่ายอย่างแรงอีกครั้ง
“ปึง!”
เกิดเสียงระเบิดโครมจากการปะทะของพลังหมัดและพลังอักษรยันต์เปล่งแสงนั้นคนเกิดคลื่นวงพลังเป็นรัศมีคล้ายหมดน้ำแผ่ออกไปรอบๆเป็นคลื่นลมรุนแรงราวกับพายุสาดกระจายออกไปรอบทิศทาง
“ตึงๆ……”
ร่างของถูเฉียนฉือสั่นไหวอย่างรุนแรงเขาถูกแรงปะทะผลักจนร่างเซถอยหลังไปอย่างแรงทุกก้าวที่เหยียบพื้นทำให้เกิดเส้นแตกร้าวบนพื้นหินนั้นหลังจากที่เซถอยหลังไปหลายก้าว เขาก็อุทานเหอะออกมาเบาๆ ก้าวสุดท้ายที่เหยียบพื้นลงน้ำหนักแรงเพื่อทรงตัวพื้นหินก็แตกเป็นเศษละเอียด ร่างของเขาโซเซสักพักจึงทรงตัวนิ่งได้
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ เป็นไปได้อย่างไร……”
ถูเฉียนฉือแหงนหน้ามองตู้เซ่าฝู่สีหน้าของเขาประหลาดใจมาก เขาเป็นนักเวทยันต์ พลังจิตก็แข็งแกร่งไม่ธรรมดาเขาพอดูออกว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงเป็นเพียงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ทว่ากับมาพละกำลังแข็งแกร่งร้ายกาจน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
ตู้เซ่าฝู่ไม่แปลกใจที่ถูกถูเฉียนฉือสกัดไว้ได้ตอนแรกในด้านพลังฌานนักเวทยันต์ไม่สามารถเทียบกับผู้ฝึกฌานได้เหมือนกับผู้ฝึกฌานไม่สามารถเทียบชั้นเรื่องพลังจิตกับนักเวทยันต์ได้เช่นนั้น
แน่นอนสิ่งที่กล่าวมาก็ยังมีบางคนที่พิลึกอยู่นอกเหนือหลักที่คนว่ากันมา ไม่ว่าเรื่องใดๆมักจะมีเงื่อนไขพิเศษได้เสมอ ทว่าสำหรับคนปกติทั่วไปแล้วจะเป็นตามนั้น
“ครืน!”
ตู้เซ่าฝู่ใช้ฝ่าเท้าถีบพื้นจากนั้นกระโจนเข้าหาถูเฉียนฉือให้เวลาอีกฝ่ายได้พักหายใจยิ่งนานยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวเอง
“เจ้าหนู เจ้ายังไม่รู้จักพออีกหรือ”
ภายในระยะเวลาอันสั้น สีหน้าที่ประหลาดใจของถูเฉียนฉือก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเปี่ยมด้วยจิตสังหารทั้งสองมือรวบรวมพลัง ทันใดนั้นก็มีธงค่ายสิบเอ็ดเสาปรากฏขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา
“ค่ายกลยันต์สามดาว”
เมื่อถูเฉียนฉือร่ายพลังสร้างธงค่ายสิบเอ็ดเสาออกมาแล้วตู้เซ่าฝู่ก็นิ่งชะงัก ตู้อวิ๋นหลงที่อยู่ไม่ไกลแสดงสีหน้าตกใจมาก ค่ายกลยันต์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วยสักเท่าไร
“ค่ายกลพิรุณปราณคลั่ง!”
ถูเฉียนฉือแสยะยิ้มตะโกนออกมาขณะเดียวกันสีหน้าก็ซีดลง ทว่ารอยยิ้มแผ่จิตอาฆาตยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อธงค่ายสิบเอ็ดเสาอยู่ที่มือแล้วพลังงานทั้งหมดในร่างของเขาก็ส่งเข้าไปอยู่ที่ธงค่ายทั้งสิบเอ็ดเสา
“เจ้าหนู ไปตายเสียเถิด……”
ถูเฉียนฉือเหวี่ยงแขนส่งธงค่ายทั้งสิบเอ็ดเสาไปพุ่งไปทางตู้เซ่าฝู่และตู้อวิ๋นหลงเสาทั้งสิบเอ็ดลอยเข้าไปห้อมล้อมทั้งสองคนอย่างรวดเร็วและเรียงเป็นระเบียบแผ่พลังห้อมล้อมทุกอย่างในช่องถ้ำบริเวณนั้น
“ตึงโครม!”
ธงค่ายสิบเอ็ดเสาทันใดนั้นก็หายไปขณะที่ยังลอยในอากาศอากาศในถ้ำเริ่มเกิดคลื่นแรงซัดพัดไปทั่วในบริเวณนั้น
ชั้นบรรยากาศสั่นไหวภายในเวลาอันสั้นก็มีเสียงร้องของลมกระโชกแรงพร้อมกับเกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าร้อง มีค่ายกลยันต์ที่ไม่ธรรมดาถูกวางไว้ในถ้ำแห่งนั้น
ชั้นบรรยากาศรอบกายของตู้เซ่าฝู่และตู้อวิ๋นหลงเกิดการเปลี่ยนแปลงจู่ๆ ทั้งสองราวกับถูกส่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางฟ้าฝนคะนองอย่างหนักมีฝนตกพร้อมกับมีลมพายุสาดอย่างกระหน่ำ ทว่าเมื่อฝนตกสู่กายพวกเขาพลังปราณพอช่วยต่อต้านในการดูดซึมหยาดฝนหายไป
“น้องสาม พวกเราถูกล้อมอยู่ในค่ายกลยันต์แล้ว ทำอย่างไรดี?”
ตู้อวิ๋นหลงสีหน้าเปลี่ยนเขาที่เป็นผู้ฝึกฌานเพียงอย่างเดียว ไม่รู้เรื่องค่ายกลยันต์เลยสักนิดขณะนี้ก็ยังไม่มีพละกำลังมากพอที่จะทำลายค่ายกลยันต์แปลกพิสดารนี้ได้ทำได้เพียงเรียกพลังปราณรอบกายมาต่อต้านการโจมตีของหยาดพิลึกนี้ไปได้
รอบกายตู้เซ่าฝู่มีพลังอักษรยันต์แสงทองห่อหุ้มเขาไม่กลัวพลังสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากค่ายกลยันต์ เขาจ้องไปที่รอบๆ ของค่ายกลยันต์สีหน้าเริ่มยิ้มแย้มออกมา กล่าวว่า “ค่ายกลยันต์นี้อ่อนแอกว่าค่ายกลยันต์สี่ดาวเยอะเลยหากตาแก่คนนี้ไม่ได้ทำลายตราผนึกหน้าปากทางเข้าค่ายกลยันต์นี้น่าจะมีอานุภาพร้ายกาจมากกว่านี้ไม่น้อยทว่าเมื่อต้องทำลายตราผนึกหน้าปากทางเข้า ตาแก่คนนี้เลยใช้พลังไปเยอะ พลังของค่ายกลยันต์นี้จึงเหลือเพียงห้าถึงหกในสิบ”
เมื่อพูดจบตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มปล่อยพลังอักษรยันต์ออกมามีอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาลอยกลางอากาศรอบๆ เขา
“นี่มัน…………นักเวทยันต์ คุณพระช่วย น้องสามเป็นนักเวทยันต์!”
ตู้อวิ๋นหลงมองดูตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ด้านหน้ารวบรวมพลังด้วยฝ่ามือเกิดคลื่นพลังงานอักษรยันต์แผ่ออกมา เขาประหลาดใจจนตะลึงอ้าปากค้างไปสักพักอึ้งจนหุบไม่ลง
ขณะนั้นเองเมื่อสังเกตลมปราณรอบตัวตู้เซ่าฝู่ตู้อวิ๋นหลงก็ยิ่งมั่นใจได้ว่าน้องสามเป็นนักเวทยันต์คนหนึ่งด้วยทั้งยังเป็นนักเวทนักเวทค่ายกลที่หายากในเวทยันต์
คลื่นพลังงานจากค่ายกลยันต์โถมกระหน่ำออกมาจากภายในถ้ำเรื่อยๆถูเฉียนฉือที่สีหน้าซีดยังคงแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เขาไม่ยอมปล่อยให้สมบัติหายากที่มีค่ามหาศาลนี้ถูกแย่งชิงไป เขาเชื่อว่าค่ายกลยันต์ของเขาน่าจะสามารถฆ่าเด็กหนุ่มสองคนนั้นได้
ทันใดนั้นเอง ถูเฉียนฉือที่แสยะยิ้มก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจจากนั้นเริ่มขนลุกอย่างหวั่นใจ ภายในค่ายกลยันต์มีคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากนั้นค่ายกลยันต์ที่เขาร่ายวางก็ระเบิดออกมา ในขณะที่ถูเฉียนฉือยังแสดงสีหน้าตะลึงอยู่……
“ตึงโครม!”
พลังงานระเบิดออกมาจากค่ายกลซัดออกมาทำให้ภายในถ้ำสั่นสนั่นหวั่นไหวค่ายกลยันต์ถูกทำลายได้แล้ว
“ฟู่ด!”
ถูเฉียนฉือแสดงสีหน้าประหลาดใจแทบไม่อยากจะเชื่อจากนั้นก็พ่นโลหิตออกมา ยังคงจะลึงค้างอยู่กับเหตุการณ์ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้
“ซู่!”
พลังงานทำให้เกิดคลื่นพลังทำลายค่ายกลยันต์ไปได้แล้วจากนั้นก็มีเงาของชายหนุ่มชุดม่วงกระโจนออกมาจากด้านในด้วยภาพบรรยากาศที่พร่ามัวในมือของเขาเตรียมพลังหมดที่ห่อหุ้มพลังแสงสีทองอร่ามจ้าจนแสบตาเด็กหนุ่มชุดม่วงปล่อยพลังหมัดใส่นักเวทยันต์คนนั้นอย่างไร้ความปรานี
“ปึงๆ ๆ!”
เกิดเสียงกระแทกจากพลังหมัดทั้งหมดสิบสามครั้งพลังนี้แวบพุ่งเข้าไปที่กลางออกถูเฉียนฉืออย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับสายฟ้าฟาดพลังงานอันน่ากลัวแผ่ออกมาทั่วเป็นวงรัศมี ร่างของเขาถูกกระแทกจนบอบช้ำและกระเด็นลอยไปไกลจนกระแทกพื้นหินจนสิ้นลมหายใจนักเวทยันต์ที่ไม่ธรรมดาถูกปลิดชีพไปเช่นนี้
“ตายแล้ว!”
เมื่อตู้อวิ๋นหลงเห็นถูเฉียนฉือถูกน้องสามสังหารได้ก็ตกใจและตะลึงมาก
“พี่รอง รีบเก็บของเร็ว พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด”
ตู้เซ่าฝู่บอกกับตู้อวิ๋นหลงเขาล้วงถุงหยินหยางที่ถูกเก็บไว้ในเสื้อตรงอกของถูเฉียนฉือจากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่พื้นทรายสีทองที่ด้านบนมีต้นไม้เล็กๆที่มีแสงสีทองห่อหุ้มต้นนั้น
“นี่ต้องเป็นยอดฝีมือที่เสียชีวิตไปตามตำนานตอนนั้นแน่เลย”
ตู้อวิ๋นหลงมองที่ชายวัยกลางคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่เขารู้สึกเหมือนว่ามีลมปราณบางอย่างที่เชื่อมต่ออยู่กับยอดฝีมือคนนั้น เป็นพลังที่ไร้รูปร่างมองไม่เห็นราวกับว่าเขายังสามารถหายใจได้