กลิ่นอายของปราณเทพที่บริสุทธิ์ในเมือง "นภากาญจน์" บัดนี้ถูกเจือปนด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ข้นคลัก ร่างของทหารสวรรค์ในชุดเกราะเงินนอนทอดกายเกลื่อนกลาดประหนึ่งเศษเหล็กที่ไร้ค่า เยี่ยฉินก้าวเดินไปบนถนนหินอ่อนสีทองอย่างเชื่องช้า ทุกฝีเท้าที่เขาย่ำลงไปทิ้งรอยไหม้สีดำสนิทเอาไว้บนพื้นผิวที่เคยศักดิ์สิทธิ์ กระบี่เนตรอเวจีในมือส่งเสียงครางแหลมเล็ก ราวกับทารกที่กำลังร่ำไห้ด้วยความโหยหิววิญญาณ
"อึก... ปีศาจ... เจ้ามันไม่ใช่คน!" นายกองสวรรค์คนหนึ่งที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวพยายามคลานหนี ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่สลักลึกถึงดวงวิญญาณ
เยี่ยฉินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาสะบัดกระบี่เบาๆ ปราณกระบี่สีชาดพุ่งผ่านร่างของนายกองผู้นั้นจนสลายกลายเป็นละอองธุลีในพริบตา "คนรึ? ข้าตายจากความเป็นคนไปตั้งแต่วันที่พวกเจ้าสังหารล้างตระกูลไป๋ของข้าแล้ว"
การปรากฏตัวของ 'แม่ทัพนภากาญจน์'
"บังอาจนัก! ไอ้เดรัจฉานจากโลกเบื้องล่าง!"
เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากวิหารกลางเมือง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษร่างยักษ์ในชุดเกราะสีทองอร่ามที่มีปีกแสงหกปีกสยายอยู่เบื้องหลัง เขาคือ "แม่ทัพอเวโร" ผู้ปกครองเมืองนภากาญจน์และเป็นยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 9 ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในการกวาดล้างกบฏมานับไม่ถ้วน
อเวโรคว้าหอกสายฟ้าที่ทอประกายเจิดจ้าออกมา "ข้าจะใช้สายฟ้าสวรรค์ชำระล้างวิญญาณโสโครกของเจ้าให้สิ้นซาก!"
เขาทะยานลงมาจากฟากฟ้าดุจดาวตก หอกสายฟ้าแทงทะลุอากาศจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท พลังทำลายล้างมหาศาลพุ่งเข้าใส่จุดตายของเยี่ยฉินอย่างแม่นยำ
การปะทะ: พลังเทพ vs เจตจำนงจอมมาร
เยี่ยฉินยกกระบี่เนตรอเวจีขึ้นรับการโจมตีโดยตรง
เปรี้ยง!
แรงปะทะทำให้ตึกรามบ้านช่องรอบข้างพังทลายลงเป็นแถบๆ ทว่าเยี่ยฉินกลับไม่ขยับถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายืนหยัดอยู่ท่ามกลางกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
"สายฟ้าของเจ้านั้นช่างเบาบางนัก" เยี่ยฉินเอ่ยเสียงเย็น "เมื่อเทียบกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่ข้าเคยเผชิญมาห้าร้อยปีก่อน... ของเจ้ามันก็แค่ของเด็กเล่น"
"เนตรอเวจี: บิดเบือนกาลเวลา!"
ดวงตาสีแดงบนตัวกระบี่ลืมโพลนขึ้น พริบตานั้น ความเร็วของหอกสายฟ้าที่เคยรวดเร็วดุจแสงกลับช้าลงจนมองเห็นทุกความเคลื่อนไหว เยี่ยฉินเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อยแล้วใช้ฝ่ามือซ้ายกระแทกเข้าที่อกของอเวโร
"ภูตแกนกลางชีวิต: สูบกลืนสวรรค์!"
อเวโรรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกมือที่มองไม่เห็นฉีกกระชาก พลังปราณเทพที่เขาสั่งสมมานับร้อยปีถูกสูบออกไปทางบาดแผลอย่างรวดเร็ว เขาพยายามจะดีดตัวหนีแต่กลับถูกพลังกาลเวลาพันธนาการไว้
มู่หย่งและเสี่ยวรู่: ปีกแห่งความตาย
ในขณะที่เยี่ยฉินกำลังเผชิญหน้ากับแม่ทัพ มู่หย่งและหลินเสี่ยวรู่ก็เริ่มการกวาดล้างทหารที่เหลือ
มู่หย่งในร่างกึ่งอสูรพุ่งทะยานไปตามหลังคาบ้านเรือน กรงเล็บมังกรของเขาฉีกกระชากโล่เทพจนแตกละเอียด "นายน้อยบอกว่าวิญญาณของพวกเจ้าคือยาวิเศษ... งั้นก็จงมาเป็นส่วนหนึ่งของข้าซะ!" เขาอ้าปากกว้าง ดูดซับแก่นแท้วิญญาณของทหารสวรรค์เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง พลังของเขาพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะถึงระดับราชันย์นภา
ส่วนหลินเสี่ยวรู่นั้นเคลื่อนที่ดุจภูตพรายในเงามืด นางไม่ได้ใช้พละกำลังเข้าหักหาญ แต่ใช้พิษจาก หยาดน้ำสังหาร ที่เยี่ยฉินมอบให้ ทหารสวรรค์ที่ถูกนางฟันเพียงแผลเล็กน้อยจะเกิดอาการร่างกายเน่าเปื่อยและสลายตัวไปภายในไม่กี่ลมหายใจ
จุดจบของอเวโร: สาส์นถึงจักรพรรดิเทพ
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่..." อเวโรละล่ำละลัก เลือดสีทองไหลทะลักออกมาจากเกราะที่แตกหัก "โลกเบื้องล่างไม่ควรมีตัวตนเช่นเจ้า..."
เยี่ยฉินบีบคอของแม่ทัพยักษ์แล้วยกขึ้นเหนือพื้น "ข้าคือเยี่ยฉิน... คนที่พวกเจ้าคิดว่าทำลายไปแล้ว และวันนี้ ข้าจะใช้หัวของเจ้าเป็น 'ป้ายประกาศ' ส่งไปถึงหลี่เทียน"
เยี่ยฉินใช้กระบี่เนตรอเวจีแทงทะลุกลางอกของอเวโร แล้วกระชากเอา "แก่นวิญญาณเทพ" ที่ทอแสงสีทองออกมาจากร่างของเขาอย่างโหดเหี้ยม อเวรอกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างกายจะกลายเป็นหินและแตกสลายไป
เยี่ยฉินหยิบหัวเกราะของอเวโรขึ้นมา แล้วเขียนอักขระสีเลือดลงไปบนนั้น: "ข้ามาแล้ว หลี่เทียน เตรียมคอของเจ้าไว้ให้ดี"
เขาสะบัดมือ ส่งหัวเกราะนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ผ่านหมู่เมฆมุ่งหน้าไปยังใจกลางจักรวรรดิเทพด้วยความเร็วสูง
การเดินทางที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น
เยี่ยฉินหันไปมองมู่หย่งและเสี่ยวรู่ที่กลับมารวมตัวกัน "เมืองนี้ถูกกวาดล้างแล้ว อีกไม่นานกองทัพหลวงจะส่งยอดฝีมือระดับ กึ่งจักรพรรดิ หรือแม้แต่ จักรพรรดิเทพขั้นต้น มาที่นี่"
เขามองไปยังทิศเหนือ ที่ซึ่งมองเห็นยอดหอคอยที่สูงเสียดฟ้าเลือนลางอยู่กลางหมู่เมฆ "เราจะมุ่งหน้าไปที่ 'หุบเขาหมื่นอัคคี' ที่นั่นมีสมบัติชิ้นหนึ่งที่ข้าต้องชิงกลับมาเพื่อฟื้นฟูพลังระดับกึ่งจักรพรรดิของข้า"
เขามองไปที่หลี่เยี่ยนที่บัดนี้กลายเป็นหญิงชราที่สติหลุดลอยไปแล้ว "และเจ้า... เจ้าจะได้เห็นว่าแดนเทพที่เจ้ารัก จะกลายเป็นทะเลเพลิงด้วยน้ำมือของข้าอย่างไร"
เยี่ยฉินนำพาทั้งสองทะยานออกจากเมืองนภากาญจน์ที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังและเปลวเพลิงสีดำที่ไม่มีวันดับ
การพิชิตศัตรูไม่ได้เริ่มต้นที่การทำลายร่างกาย แต่เริ่มต้นที่การบดขยี้ศรัทธาของพวกมันให้จมดิน จอมมารได้ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ของแดนเทพ และก้าวต่อไปของเขา จะเป็นการชิงเอาอำนาจแห่งอัคคีที่โลกเบื้องบนหวาดกลัวที่สุดกลับคืนมา!
ก้าวต่อไป:
เยี่ยฉินจะพบกับสมบัติอะไรในหุบเขาหมื่นอัคคี? และจักรพรรดิเทพหลี่เทียนจะตอบโต้อย่างไรเมื่อได้รับ "ของขวัญ" จากเยี่ยฉิน? ความโกลาหลในดินแดนเบื้องบนกำลังจะปะทุขึ้น