“ไม่!” สามคนพ่อแม่ลูกแทบจะร้องออกมาพร้อมกัน
“ไม่ขัดข้องใช่ไหมขอรับ?”หลางเฉิงเจ๋อพูดออกมาอย่างหน้าด้านๆ จนคนทั้งสามตกตะลึง “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านลุงมาเจรจากับใต้เท้าหลูก่อน คำรบหนึ่งก็แล้วกัน”
โหยวอีที่แอบซุ่มฟังอยู่พุ่มไม้ไม่ไกลนักแทบจะโผล่ออกไปต่อยหน้า หลางเฉิงเจ๋อ ‘เ้าคนชั่วช้า! ขโมยอดีตภรรยาข้าแล้วจะกล้าคิดขโมยว่าที่ภรรยาข้าอีก’
“เดี๋ยวก่อน! คุณชายหลางระหว่างเรายังมิได้มีสายใยสัมพันธ์ใดๆ กันสักนิดแล้วเ้าจะส่งผู้ใหญ่มาเจรจาทำไม?”หลูฉิงกวางร้องเสียงหลง
“ก็เพราะยังไม่มีน่ะสิ! ข้าจึงจะทำให้มีเมื่อแต่งงานเป็สามีภรรยากันไปแล้วเราก็จะได้สานสัมพันธ์กันให้เต็มที่อย่างไรเล่า?”
ใต้เท้าหลูกับอี้ฮูหยินกำลังคิดจะทัดทานทว่าหลางเฉิงเจ๋อมิได้ฟังค้อมกายลากลับแล้วหันหลังเดินตัวปลิวจากไป
“อ้าว! ท่านพี่ คุณชายหลางไปเสียแล้วพรุ่งนี้ยังจะให้ใต้เท้าหลางมาเจรจาเื่กวางเอ๋อร์กับพวกเราอีกจะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
“ข้าก็คงต้องหาวิธีปฏิเสธเขาไปให้ชัดเจนน่ะสิ! อีกอย่าง...ถ้ามีบุรุษอื่นมาสู่ขอกวางเอ๋อร์ได้ก็ดีไม่แน่...หากคนผู้นั้นดูมีราศรีมากพอข้าก็อาจจะยก กวางเอ๋อร์ให้คนผู้นั้นไป”
“ท่านพ่อเ้าคะข้ามิได้อยากแต่งงานเสียหน่อย ผู้ใดมาขอท่านก็ปฏิเสธไปทุกคนเลยเถิด”
ใต้เท้าหลูถอนหายใจ“ข้ามิได้เกรงบารมีของใต้เท้าหลาง แต่ใต้เท้าหลางเคยช่วยเหลือข้าหลายคราข้าจึงหนักใจที่จะปฏิเสธน่ะสิ!”
โหยวอีเห็นสีหน้าใต้เท้าหลูแล้วเขาก็เริ่มเข้าใจหลูเหวินไถเป็คนตรงไปตรงมาและบางครั้งก็ออกจะดูขวานผ่าซากอยู่ไม่น้อยรองหัวหน้าสำนัก มือปราบผู้นี้เป็คนตงฉินและไม่คิดเอาอกเอาใจผู้ใดมือปราบทั้งหลายล้วน นับถือ
‘เห็นทีพรุ่งนี้จวนสกุลหลูคงมีเื่รื่นเริงบันเทิงใจแน่!’
เช้าวันต่อมาเป็วันหยุดงานของใต้เท้าหลูยามสายใต้เท้าหลางพร้อมหลานชายก็เดินทางมาตามที่บอกไว้ แต่สิ่งที่คนในจวนหลูคาดไม่ถึงก็คือขบวนลูกหาบที่นำสินสอดสองแถวยาวเหยียดมาตั้งในลานกลางจวนจนละลานตาไปด้วยสีแดง
“หมายความว่าอย่างไรกัน?เรายังมิได้ตกลงเลยมิใช่หรือ?”
“ใต้เท้าหลูข้าเพียงแต่แสดงความจริงใจให้ท่านได้เห็นว่า ข้าพร้อมจะมอบสินสอดเพื่อจะสู่ขอคุณหนูหลูอย่างเต็มที่ขอรับ”
ใต้เท้าหลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างพออกพอใจ“ใต้เท้าหลู หลานข้าแสดงความจริงใจถึงเพียงนี้ ท่านจะไม่พิจารณาสักหน่อยหรือ?ไป...ไปนั่งจิบน้ำชาคุยกันข้างในก่อนไม่ดีกว่าหรือ?”
ใต้เท้าหลูได้ยินเช่นนั้นถึงกับหน้าม้าน“ข้าเสียมารยาทแล้ว เชิญใต้เท้าข้างในห้องโถงก่อนขอรับ!”
เ้าของบ้านผายมือเชื้อเชิญแขกคนสำคัญเข้าด้านในยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งครบกันทุกคนพ่อบ้านพลันวิ่งเข้ามาแจ้งมาใต้เท้าโหยวกับครอบครัวก็เข้ามาเยือนด้วย
“เชิญเข้ามาข้างในได้เลย!”ใต้เท้าหลูที่คิดถึงเื่วันก่อนก็พลันรู้สึกว้าวุ่นบุตรสาวของตนล่วงเกินบุตรชายเพื่อนบ้าน ซ้ำฝ่ายนั้นยังเพิ่งจะแต่งงานที่พวกเขามานี่มิใช่จะมาโวยวายเื่วันก่อนหรอกนะ?
ใต้เท้าโหยวก้าวนำอาดๆเข้ามาถึงห้องโถงก็ทักทายกับใต้เท้าหลาง ทั้งคู่มีตำแหน่งเสมอกันจึงได้โอภาปราศรัยกันอย่างนอบน้อม
“ใต้เท้าหลางข้าเห็นที่ลานมีสินสอดมากมายท่านมาสู่ขอบุตรีคนใดของใต้เท้าหลูหรือ?”
ใต้เท้าจางหัวเราะร่วนหันไปทางหลางเฉิงเจ๋อ “ก็เสี่ยวเจ๋อของข้าน่ะสิ! ชอบพอคุณหนูสามสกุลหลูมานานแล้ววันนี้เลยถือโอกาสมาสู่ขอ”
“ไอหยา! คุณหนูสามเช่นนั้นหรือ?เห็นทีจะไม่เหมาะเสียกระมัง?”
“เอ๋?”เสียงของผู้าุโสามคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นร้องออกมาพร้อมกัน
ผู้เป็เ้าของจวนหันไปสบตากับภรรยาเื่ราวชักจะบานปลายไปเสียแล้วหากว่าตระกูลโหยวมาเอาเื่ที่หลูฉิงกวางไปล่วงเกินคุณชายโหยวล่ะก็เห็นทีจะต้องกลายเป็เื่ขบขันของคนทั้งเมืองหลวงเป็แน่
“ที่ท่านพูดหมายความว่าอย่างไรหรือ?”ใต้เท้าหลางทำหน้าฉงน
ใต้เท้าโหยวได้ทีก็รีบสำทับ“เมื่อวันก่อนคุณหนูสามได้ล่วงเกินบุตรชายของข้าในโรงเตี๊ยมซื่อซ่ายพวกเขาทั้งเสื้อผ้าหลุดรุ่ยทั้งนอนแนบชิดกันบนเตียงในห้องพักใต้เท้าหลูกับหัวหน้ามือปราบหน่วยที่สองและสามก็เห็นกับตาวันนี้ข้าจึงมาเรียกร้องความรับผิดชอบเห็นทีจะไม่คุณหนูผู้ที่จะไม่เหมาะให้ท่านมาสู่ขอเป็หลานสะใภ้เสียแล้วล่ะ”
ใต้เท้าหลางตกตะลึงหันไปมองหน้าหลานชาย “เสี่ยวเจ๋อ เื่นี้เ้ายังไม่รู้ใช่หรือไม่?”
หลางเฉิงเจ๋อนิ่งไปครู่ก็รีบตอบ“ข้าก็เพิ่งทราบเหมือนท่านลุงล่ะขอรับ แต่ต่อให้เป็เื่จริงข้าก็มิได้ถือสายังอยากแต่งนางเป็ฮูหยินเอกเหมือนเดิมขอรับ”
“ไม่ได้!” ใต้เท้าโหยว ใต้เท้าหลูและโหยวอีร้องออกมาพร้อมกัน
“ใต้เท้าจางขอรับ! ขออภัยที่เสียมารยาทแต่ว่าข้าน้อยถือสาอย่างยิ่ง ยามนี้ข้าน้อยเป็พ่อหม้ายไร้ภรรยาเมื่อถูกหญิงสาวมารังแกจึงจิตใจอ่อนไหวอยากให้นางรับผิดชอบข้าน้อยจนถึงที่สุดขอรับ!”
ใต้เท้าหลูครั้งแรกก็กำลังหน้าซีดด้วยความอับอายที่สองพ่อลูกสกุลโหยวเหมือนจะมาเรียกร้องให้บุตรสาวของตนต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ก็อาจจะกลายเป็คดีความแต่ฟังดูแล้ว....ไม่น่าจะใช่!
“เ้าเพิ่งแต่งงานมิใช่หรือ?”อี้ฮูหยินซึ่งเป็สหายของมารดาของโหยวอีได้ยินชายหนุ่มบอกกับใต้เท้าจางเช่นนั้นก็รู้สึกใ
“ขอรับฮูหยิน!แต่ยามนี้ข้ากลายเป็พ่อหม้ายเสียแล้ว!”
***************

