สมิธมาซื้อของที่ต้องใช้หมดแล้วไม่ว่าจะเป็หม้อสำหรับทอด น้ำมัน โต๊ะ เก้าอี้ ตะริ้ว ตะแกง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องใช้สำหรับการทอดเฟรนช์ฟรายส์และหลังจากสมิธซื้อของเสร็จแล้ว เขาขับรถมายังเมืองที่ตั้งมหาวิทยาลัยในทันทีเพราะภายในเมืองแห่งนี้มีพื้นที่เปิดอยู่หนึ่งจุด เป็พื้นที่เปิดที่ให้ใครก็ได้ที่้าขายสิ้นค้าหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่างสามารถใช้พื้นที่จุดนี้ได้ฟรีโดยไม่ต้องขออณุญาตหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เมื่อมาถึงยังพื้นที่ดังกล่าวสมิธแบกของทั้งหมดออกมาจากรถแล้วเริ่มจัดเตรียมสิ่งของ วางโต๊ะ ตั้งเตาแก๊สขนาดพกพา นำมันฝรั่งออกมาจากลังน้ำแข็ง เริ่มหั่น ผสมแป้ง สมิธจัดเตรียมทุกสิ่งอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วเพียงไม่นานไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสมิธก็เตรียมพร้อมที่จะขายเฟรนช์ฟรายส์แล้ว
นี้คือแผนขั้นต่อไปในการใช้มันฝรั่งแหวกดินคือนำมันมาขายในรูปแบบอาหารปรุงสุก โดยจุดประสงค์หลักที่สมิธนำมาขายหายให้กับมนุษย์บนโลกจริงรับเงินจริงแทนที่จะนำมันไปขายในฮาเวสซันเพราะสมิธ้าทดสอบประสิทธิภาพของความสามารถนี้และที่สำคัญที่สุดสำคัญเป็อันดับต้นๆเหนือเหตุผลอื่นใดคือสมิธ้าสร้างชื่อเสียง!
ใช่แล้วสมิธ้าชื่อเสียงและความโด่งดังส่วนเหตุผลนั้นหลักๆก็เพื่อความมั่นคงในอนาคต หากสมิธมีชื่อเสียงโดยเฉพาะชื่อเสียงทางด้านอาหารรับรองได้เลยว่าสมิธจะต้องเป็หนึ่งในผู้มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของโลกหากโลกเจอปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหนักเหมือนกับ่เวลาก่อนหน้า!
“เฮ้! เฮ้! ขายราคาแค่นั้นอ่ะนะ เ้าบ้าหรือเปล่า?” กรีนชิลดที่เห็นสมิธเขียนป้ายราคาขายเขารีบทักท้วงในทันที ถึงแม้เขาจะอาศัยอยู่ในป่าตลอดเวลาแต่เขาก็รู้ว่าไออาหารที่เรียกว่าเฟรนช์ฟรายส์ราคามันเท่าไหร่ ซึ่งราคาที่สมิธตั้งมันน้อยเป็อย่างมากน้อยเหมือนแจกฟรี
“ฉันไม่ได้ขายเอารวยซักหน่อย แล้วอีกอย่างด้วยราคาแบบนี้แหละจะทำให้ฉันได้รับการสนใจมากขึ้นไปอีก” ใช่แล้วจุดประสงค์ในการขายไม่ใช่เพื่อเงินเป็หลักแต่เพื่อชื่อเสียง มันก็เป็แค่กลยุทธง่ายๆ เมื่อคนเราเห็นของราคาถูกกว่าปกติแม้เราจะไม่ซื้อแต่ก็ต้องดูสักนิดว่าทำไมมันถูกแล้วยิ่งเป็ของกินที่ทุกคนยังไงก็หนีไม่พ้นยิ่งได้รับบัพราคาถูกรุนแรง! และถ้ามันอร่อยจนเกินราคามันก็ยิ่งได้บัพขึ้นอีกไป เรียกว่าได้เหมาะสมกับสมิธเป็อย่างยิ่งที่ตอนนี้้าแสงเป็อย่างมาก
หลังจากสมิธตั้งราคาเพียงไม่นาน ไม่นานจริงๆเพราะเพียงไม่กี่วิหลังจากนั้นลูกค้าคนแรกก็เข้าเลย
“คุณไม่ได้ติดป้ายผิดใช่ไหม?”
ลูกค้าคนแรกมาถึงก็ถามเพื่อความแน่ใจก่อนเลยว่าไม่ได้ติดป้ายราคาใช่ไหมเพราะราคามันถูกเกินไปจนน่าสงสัย สมิธรีบบอกลูกค้าทันทีว่าราคานี้ถูกต้องแล้ว เมื่อลูกค้าได้รับการยืนยันแล้วจึงสั่งทันที 1 ชุด สมิธที่ได้รับออเดอร์เป็ที่เรียบร้อยจึงนำมันฝรั่งมาทอดเพียงไม่นานเฟรนช์ฟรายส์ก็พร้อมเสิร์ฟ สมิธนำเฟรนช์ฟรายส์ที่พึ่งทอดเสร็จใส่ถุงกระดาษด้วยขนาดของถุงที่สมิธเลือกใช้อยู่ในระดับเดียวกับไซส์ใหญ่ที่พวกแฟรนไชส์ทั้งหลายใช้กัน
“พระเ้า...”
ลูกค้าตัดสินใจยืนกันหน้าร้านและเพียงแค่กัดไปหนึ่งคำก็ถึงกับร้องหาพระเ้า ไม่ได้ร้องเพราะรสชาติห่วยแตกหรือมันร้อนจนลวกแต่อย่างใด หากแต่ร้องออกมาเพราะมันโคตรจะอร่อย
“ฉันเอาอีก 9 ชุด” ลูกค้าสั่งเพิ่มอีก 10 ชุดในทันที ในตอนแรกมันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมบนป้ายราคาถึงมีบอกเพิ่มเติมว่าจำกัดแค่คนละ 10 ชุดเท่านั้น ตัวมันเข้าใจแล้วตอนนี้หากไม่จำกัดมันคงสั่งมากกว่านี้
“ได้เลยครับคุณลูกค้า”
หลังจากลูกค้าคนแรกแสดงปฏิกิริยาความอร่อยเช่นนั้นออกมาสมิธถึงกับลูบปากเลยเพราะมันเป็ไปที่เขาคาดคือทุกสายตาภายในลานแห่งล้วนแล้วจับจ้องมาที่ลูกค้าคนนี้และสิ่งที่ลูกค้าคนนี้กิน
ระยะเวลาแค่ไม่กี่นาทีที่สมิธเปิดร้านกลับสามารถทำให้ร้านเต็มไปด้วยลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แล้วยิ่งลูกค้าได้กินและแสดงถึงความอร่อยออกมาลูกค้ายิ่งมากขึ้นกว่าเดิมจนสภาพของลานแห่งนี้มีร้านของสมุดเป็จุดศูนย์กลางเป็ที่เรียบร้อย
“เ้ามีความสามารถหลายอย่างเหมือนกันนะ” กรีนชิลดพูดออกมาเมื่อตัวมันได้เห็นถึงผลลัพธ์ในขายของสมิธที่เกินความคาดหมายไปมากแบบโคตรมาก
“ฮ่า ฮ่า ก็แค่ได้วัตถุดิบดี” สมิธหัวเราะกลบเกลื่อน หากเป็สมิธคนเก่าผู้แสนจะธรรมดาสามัญคงสติแตกไปแล้วหากต้องรับมือกับผู้คนมากมายเช่นนี้
ในขณะที่สถานการณ์กำลังเป็ไปได้ด้วยดี การขายเป็ไปอย่างต่อเนื่องไม่พบเจอปัญหาหรือการร้องเรียนใดๆจากลูกค้า โดยรวมแล้วเป็การขายที่เพอร์เฟคเป็อย่างมาก จนกระทั้ง...
“เห้ย เห้ย ถอยไปดิ บอกให้หลบไป เดี๋ยวปั๊ด!”