นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 50

    "อือหื้อ พี่ชายของคุณผู้หญิงโคตรโหดเลยวะ" คนของนิ่งที่ตามหลังเอกต่างก็พยายามค้นหาเอกว่าตอนนี้คนคนนั้นตามตัวมือลอบสังหารถึงไหนแล้วแต่พอพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เมื่อพวกเขาทุกคนเห็นศพคอหักบ้าง แขนขาหักบ้าง บางคนหัวหมุนและขาดออกมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หลุดออกมาทั้งหมดเพราะมีกระดูกสันหลังยึดไว้อยู่
    "พอเถอะ พวกเรารีบจัดการศพพวกนี้ให้เรียบร้อย ยิ่งอยู่นานกูยิ่งอยากจะอ้วกวะ" หนึ่งในคนที่ตามหลังกะพริบตาพยายามอดทนไม่ให้ค่ายของเก่าออกจากปากถึงพวกเขาจะเคยลงมือเข่นฆ่าผู้อื่นมาบ้างแต่พวกเขาก็ไม่เคยเจอใครที่ไหนโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้เพราะศพแต่ละคนถ้าชิ้นส่วนมันขาดออกจากกันพวกเขาจะยังพอทนแต่พี่แกเล่นกระชากแขนขาหรือแม้แต่คอหลุดออกมาก็จริงแต่ทำไมพี่แกไม่ให้มันขาดออกจากกันเลยละ จะให้แขนขาพวกนี้ยึดกับเส้นเอ็นทำไม (นึกสภาพหุ่นยนต์ที่แขนขามันหลุดออกมาแต่ยังมีสายไฟติดมาด้วยแค่เปลี่ยนจากสายไฟเป็นเอ็นของคนดู)
    "เออ กูก็ว่าอย่างนั้นไม่ไหววะ ถึงพวกเราจะคนมาเยอะก็จริงแต่ให้มาเจอแบบนี้ก็ไม่ไหววะ" หลายๆ คนตามหลังเอกต่างทำสีหน้าไม่ถูก แต่พวกเขาจะรู้ไหมว่าที่เอกทำไปเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันออกมาแบบนี้ เพราะที่จริงแล้วเอกต้องการจะทำให้มันจบเร็วๆ เท่านั้นเขาไม่ได้ตั้งใจให้ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้
    หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็รีบจัดการศพพวกเสร็จก็รีบตามหาเอกต่อทันที
    "น้านิ่งค่า เมื่อไรคุณพ่อเค้าจะมาเหรอคะ น้ำทิพย์รอนานแล้วนะ" น้ำทิพย์ที่นั่งอยู่บนตักนิ่งเงยหน้าถามนิ่งอย่างน่ารัก แต่ความน่ารักของเด็กน้อยที่กำลังทำหน้าเศร้าๆ ก็ทำให้นิ่งทรมานใจไม่น้อย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดมาจากเธอทั้งนั้น ถ้าตัวเองไม่ถูกลอบยิงในวันนี้ตัวเธอก็คงไม่ได้เห็นหลานตัวน้อยทั้งสองคนทำหน้าหดหู่อย่างนี้เด็ดขาด
    "อีกไม่นานแล้วละคะ หนูทิพย์รอคุณพ่ออีกสักพักนะครับเดียวคุณพ่อก็กลับมาแล้ว" นิ่งที่ไม่สามารถทำหน้าเศร้าตามพวกเธอได้ นิ่งจึงพยายามยิ้มออกมาให้เด็กๆ คลายความกังวลเท่านั้น
    "น้านิ่งครับ ทำไมคนพวกนั้นต้องทำกับน้านิ่งแบบนี้ด้วย" ด้วยความอัจฉริยะของไมค์ที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็ได้ถามนิ่งอย่างตรงไปตรงมา
    นิ่งที่ได้ยินหลานชายของตนถามออกมาอย่างสงสัยก็ตกใจที่เด็กตัวแค่นี้กับสามารถประติประต่อรู้เรื่องพวกนี้แล้ว ทำให้เธอนึกไปถึงตอนที่คุณกับปะป๋าของเธอว่าหลานชายของเธอเป็นอัจฉริยะและมีความคิดความอ่านของหลานชายนั้นสูงเกินวัย
    "เรื่องนี้น้าไม่สามารถบอกไมค์ได้ ไม่ใช่ว่าน้าไม่อยากบอกแต่ถ้าพ่อเรารู้น้าโดนพ่อของไมค์ทำโทษแน่ๆ เพราะฉะนั้นไมค์ต้องเข้าใจน้านะครับ" นิ่งลูบหัวไมค์เบาๆ อย่างเอ็นดู เธอรู้สึกเศร้าจริงๆ ที่ทำให้หลานๆ ของเธอเป็นแบบนี้ ตอนนี้เธอคิดในใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปง่ายๆ อย่างแน่นอนและภาวนาให้ตอนนี้ขอให้เอกปล่อยภัยทีเถอะ
    "นิ่งๆ นิ่งเป็นอะไรไหมเจ็บตรงไหนรึเปล่า" ภูผาสามีของนิ่งเมื่อได้ข่าวว่าภรรยาของตนถูกลอบยิงก็ยกเลิกงานทุกอย่างแล้วรีบมาหาภรรยาของตนทันที เมื่อภูผามาถึงก็รีบถามอาการของภรรยาทันที
    "ใจเย็นๆ หน่อยภูผา นิ่งไม่ได้เป็นอะไรมากซะหน่อย" นิ่งกล่าวกับสามีของตัวเองอย่างเบื่อหน่ายเพราะความเป็นห่วงเธอ ออกนอกหน้านี่แหละที่ทำให้เธอเบื่อแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยรังเกียจมันเลยเพราะสิ่งที่ภูผาสามีของตนแสดงออกมาให้เห็นนั้นเธอสัมผัสถึงความอบอุ่นที่สามีของตนมอบให้และเธอเองก็อยากให้มันเป็นอย่างนี้ตลอดไปเช่นกัน
    ส่วนภูผาที่เห็นว่าภรรยาของตนไม่เป็นอะไรและทำเหมือนว่ารำคาญเขาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าที่เธอแสดงออกมานั้นเป็นเพราะเธอเขินอายที่จะแสดงความรู้สึกจริงๆ ออกมาต่างหาก
    "ดีแล้วๆ ที่นิ่งไม่ได้เป็นอะไ...ไร" หลังจากที่ภูผาตั้งสติกลับมาครบถ้วนแล้วตัวเองก็สังเกตได้ว่ามีสายตาสองคู่จ้องมองมาที่ตนอยู่
    "คุณน้าเป็นใครเหรอคะ" น้ำทิพย์เอียงคอมองภูผาที่เป็นคนแปลกหน้าอย่างสงสัย
    "คุณน้าเป็นอะไรกับน้านิ่งเหรอครับ" ส่วนไมค์ที่มองออกว่าภูผากับน้านิ่งของเขาต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างแน่นอนเลยถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย
    "เออ...นิ่งเด็กสองคนนี้ลูกใครเหรอ" ภูผาที่มองเด็กทั้งสองคนอย่างหลงใหลก็ถามนิ่งออกมา แต่ก่อนที่นิ่งจะได้ตอบภูผาน้ำทิพย์ที่ถูกเมินก็รู้สึกไม่พอใจแล้วถามย้ำกับภูผาอีกครั้งว่า
    "นี้ คุณน้าจะเมินน้ำทิพย์ไม่ได้นะคะ เพราะคุณพ่อเคยบอกหนูว่าถ้ามีคนกำลังถามเราอยู่การที่เราเมินคนคนนั้นมันเสียมารยาทมากเลยนะคะ" น้ำทิพย์กล่าวกับอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจเธอเลยเอาคำพูดของคุณพ่อเธอมาสั่งสอนอีกฝ่ายซะเลย
    ทำให้ภูผาถึงกับเหวอไปเลยเมื่อเธอโดนเด็กน้อยสั่งสอนแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็โทษเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้เพราะเป็นเขาเองที่ผิดที่กล้าเมินคำถามของเธอ และทำให้เขารู้สึกพึงพอใจกับเด็กทั้งสองมากกว่าเดิม
    "น้าต้องขอโทษหนูน้อยทั้งสองคนด้วยนะ เอาละเดี๋ยวน้าจะแนะนำตัวเลยละกัน น้าชื่อภูผา เป็นสามีของนิ่งที่เรากำลังนั่งตักอยู่ตอนนี้ยังไงละครับ" ภูผาแนะนำตัวเองยิ้มๆ ให้เด็กทั้งสองฟัง
    "น้าต้องขอโทษหนูน้อยทั้งสองคนด้วยนะ เอาละเดี๋ยวน้าจะแนะนำตัวเลยละกัน น้าชื่อภูผา เป็นสามีของนิ่งที่เรากำลังนั่งตักอยู่ตอนนี้ยังไงละครับ" ภูผาแนะนำตัวเองยิ้มๆ ให้เด็กทั้งสองฟัง
    "ที่น้าผู้ชายคนนี้พูดว่าเป็นสามีของน้านิ่งพวกเรา ก็หมายถึงว่าน้าผู้ชายตรงหน้าเราเป็นแฟนกับน้านิ่งยังไงละ" ไมค์อธิบายให้น้ำทิพย์ที่ไม่รู้เรื่องนี้ฟัง
    "อ๋อ อย่างนี้นี่เองมิน่าล่ะ ทำไมน้าคนนี้ถึงดูเป็นห่วงน้านิ่งจัง" น้ำทิพย์ที่เข้าใจแล้ว ก็จ้องมองภูผาไม่กะพริบตา จากนั้นก็ส่งรอยยิ้มน่ารักๆ ของเธอให้ ทำให้ภูผาที่อยู่ดีๆ โดนดาเมจเข้าให้ก็ถึงกับละลาย
    "น่ารักมากอ่ะ" ภูผาอุทานในใจอย่าลืมตัว
    "นี่นิ่ง เด็กๆ นี้เป็นลูกของใครเหรอทำไมพวกทั้งสองถึงดูฉลาดและก็น่ารักขนาดนี้" ภูผาที่อดใจไม่ไหวถามนิ่งออกมา เพราะถ้าเด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ที่นิ่งรับมาละก็เขาจะดีใจมากๆ เพราะอะไรภูผาเขาถึงคิดว่านิ่งไปรับเด็กทั้งสองจากบ้านกำพร้านะเหรอนั้นก็เพราะเขาเคยได้ยินมาหลายครั้งแล้วว่าเธอจะไปรับเด็กมาเลี้ยงสักคนสองคนนั้นเอง
    "อ๋อ หนูทิพย์กับหนูไมค์นะเหรอ ทั้งสองเขาเป็นลูกของพี่ชายนิ่งเอง" นิ่งยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนสามีตนจะตกหลุมรักหลานของเธอเขาให้ซะแล้ว
    "อย่างนี้นี่เอง เฮ้อ" ภูผารู้สึกผิดหวังที่เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เด็กที่นิ่งรับเอามาเลี้ยง
    "เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้นิ่งบอกว่าลูกของพี่ชาย แต่ว่านิ่งเป็นลูกคนเดียวของพลโทอารักษ์ไม่ใช่เหรอ" ภูผารู้สึกแปลกใจที่นิ่งไปมีพี่ชายตอนไหน
    "อ๋อ เรื่องนั้นนะเองใช่แล้วละนิ่งเป็นลูกคนเดียวของป๋าแต่นิ่งไม่เคยเล่าให้ภูผาฟังสินะว่า ถึงนิ่งจะเป็นลูกคนเดียวแต่นิ่งก็มีพี่ชายเช่นกันแต่เป็นพี่ชายคนละสายเลือด แถมพี่ชายของนิ่งยังเป็นน้องชายร่วมสาบานของป๋าอีกด้วย" นิ่งกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้สักเท่าไร
    แต่สำหรับนักธุรกิจอย่างภูผาแล้วมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะคนที่จะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับพลโทที่อีกไม่นานจะเลื่อนเป็นพลเอกของพลโทอารักษ์นั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
    "มะ หมายความว่าเด็กทั้งสองคนนี้เป็นลูกของพี่ชายนิ่งสินะ ภูผาอยากจะเจอเขาเร็วจังว่าแต่เขาไปไหนเหรอทำไมถึงฝากเด็กน้อยทั้งสองคนไว้" ทำไมคนระดับนั้นถึงปล่อยให้ลูกของตนมาอยู่กับภรรยาของเขาได้
    "อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้...." จากนั้นไม่นานนิ่งก็เล่าเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและตอนนี้เอกไปที่ไหน ทำให้ภูผาถึงกับจนหน้าสั่นตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นถ้าไม่เกิดขึ้นเพราะเขาก็ต้องมาจากเรื่องของพลโทอารักษ์อย่างแน่นอน ทำให้เขาขอบใจเอกลึกๆ ที่ช่วยภรรยาของตนไว้
    "โห่ ไม่น่าเชื่อเลยนะพี่ชายของนิ่งจะสุดยอดขนาดนี้" ภูผารู้สึกชื่นชมเอกมากๆ
    "ใช่ไหมละคะ คุณพ่อของน้ำทิพย์เก่งที่สุด" น้ำทิพย์ยืนหน้าออกมาอย่างภูมิใจพ่อของเธอเก่งมากๆ ซึ่งเองก็พยักหน้าเงียบๆ เช่นกัน
    "ฮิฮิ ได้ที่ละเอาใหญ่เลยนะเรา" นิ่งที่หมั่นไส้จิ้มเอวน้ำทิพย์เบาๆ ทำให้น้ำทิพย์ที่โดนแกล้งก็ดิ้นหนีใหญ่
    "ฮ่าๆๆ น้านิ่งขี้โกง" จากนั้นไม่นานสองเด็กน้อยก็ลืมความเศร้าไปเลยว่าตอนนี้คุณพ่อของทั้งสองยังไม่กลับมา
    อีกด้านหนึ่งของเอกหลังจากที่คนของนิ่งที่ตามเอกมาถึงแล้วเอกที่เห็นก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเขากำลังคุยเรื่องสำคัญอีกคนอยู่ เอกจึงชี้นิ้วไปที่ตึกร้างข้างหลังเขาแทน
    "ว่าไงนะ เป็นพวกมันอีกแล้วเรอะ" พลโทอารักษ์ถึงกับเดือดดาลเมื่อตัวเองได้โดนศัตรูเก่าศัตรูใหม่ที่ไม่นานมานี่พวกมันเล่นเขาซะเจ็บแสบ
    "ใช่แล้วละเฮีย แต่ตอนนี้เฮียอย่าพึ่งวู่วามนะครับ ไม่อย่างนั้นแผนที่พวกเราว่างมาทั้งหมดเสียแน่ๆ " เอกพยายามพูดอย่างใจเย็นแต่ภายในใจของเอกนั้น กลับร้อนลุกเป็นไฟยิ่งกว่าใครจะได้รับรู้อีก
    "ดีๆ ดีมากเจ้าพวกมังกื่อเขียวรอก่อนเถอะ ฉันคนนี้แหละจะไปขยี้มันเองกลับมือ" พลโทอารักษ์ต้องระงับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ถ้าไม่ได้เอกไม่ให้ตัวเองวู่วามละก็ตัวเขาคงจะออกไปถล่มที่ฐานของมันแล้ว
    "แล้วสรุปเอ็งรู้รึเปล่าว่าทำไมมันถึงเล็งมาที่ลูกสาวของเฮีย" พลโทอารักษ์ถามเอกอย่างใจเย็น
    "มันก็มีสองเหตุผลละครับ หนึ่งก็เกิดจากตัวเฮียเพราะถ้าไม่มีเฮียคุ้มที่นี่ละก็งานใหญ่ที่พวกมันจะทำคงสำเร็จไปนานแล้วและสิ่งที่พวกมันตัดสินใจลอบสังหารนิ่งก็เป็นเพราะเฮียไปขัดแข้งขัดขามันมากเกินไป อย่างที่สองก็เป็นธุรกิจของลูกเขยเฮียนั่นแหละครับที่ไม่ยอมร่วมมือกับพวกมันจึงทำให้พวกมันไม่ลังเลเลยที่จะจัดการลูกสาวเฮีย" เอกได้พูดทั้งหมดที่เอกได้รับรู้มาจากหัวหน้ากลุ่มลอบสังหาร
    "หึ ดีแล้วละที่ลูกเขยของเฮียไม่ยอมร่วมมือกับพวกมันไม่อย่างนั้นอนาคตของเจ้าภูผาคงจบสิ้นแล้วละ" พลโทอารักษ์พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจลึกๆ แล้วตัวของพลโทอารักษ์ก็อดที่จะภูมิใจในความฉลาดของลูกเขยไม่ได้
    "ฮ่าๆ เฮียนี้ยังปากไม่ตรงใจเหมือนเดิมเลยนะครับ" เอกหัวเราะลั่นเมื่อเอกรู้ว่าเฮียแกแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจแต่จริงๆ แล้วอดที่จะภูมิใจลูกเขยตัวเองไม่ได้
    "หุบปากของเองไปเลยไอ้เอก เดี๋ยวก็ปัดเข้าให้" พลโทอารักษ์พูดขู่เอกแกล้งเขินแต่มีรึที่คนอย่างเอกจะกลัว
    "ฮ่าๆๆๆ ..."
    หลังจากนั้นไม่นานเอกกับพลโทอารักษ์ก็ต้องวางสายลงเพราะเอกนั้นออกมานี้นานแล้วกลัวลูกๆ ของเขาจะเป็นห่วงแต่ก่อนที่จะไป
    "คะ..คุณผู้ชายครับตอนนี้พวกเราจัดการศพให้เรียบร้อยแล้วไม่ทราบว่าจะให้พวกเราจัดการอะไรต่ออีกรึเปล่า" หนึ่งในคนที่ได้รับหน้าที่ให้มาถามเอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็ได้เอ่ยถามเอกเสียงสั่นเพราะตัวมันยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นถึงพวกเขาจะไม่ได้เห็นมันกลับตาก็ตามโดยเฉพาะรายสุดท้าย ที่ได้เห็นหัวใจของนักฆ่าคนนั้นหลุดออกมาแค่นั้นก็ทำให้พวกเขารู้สึกผวาแล้วแต่เมื่อพวกเขาบังเอิญไปสังเกตสภาพศพก็ได้ตกตะลึงไม่ใช่แค่เอกโหดเหี้ยมเท่านั้นแต่เอกยังเล่นกับเหยื่อที่ตายไปแล้วโดยการเอาก้อนหินเข้ามาแทนหัวใจดั้งเดิมของเหยื่ออีกด้วยแค่คิดพวกเขาก็รู้สึกผวา โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิดและถ้าเอกได้ยินความคิดของคนพวกนี้ละก็เขาคงจะตบหัวของพวกมันเป็นรายตัว ในข้อหาที่มโนกันเก่งเหลือเกิน

    (สงสัยแก๊งมังกื่อน้อยของเราอยากจะโดนอาซง กับอาติง ซะแล้ว)

    คล้ายกับเรื่องนี้แหละคุณพ่อของพวกเรา ที่คุณอ่าน