หนึ่งเดือนต่อมา...
งานประจำปีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในอำเภอ ผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันออกไปจับจ่ายใช้ซอย เครื่องเล่นและเวทีตั้งตระหง่านพร้อมกับแสงสีเสียงระยิบระยับ ไอ้จอมกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่คราวนี้พ่อแม่ของมันสั่งให้มาทำงานกับที่บ้าน แม้ว่าลูกชายจะเป็อันธพาล แต่อย่างน้อยมันก็จบช่างกลจนนำเอาความรู้มาเป็ช่างประจำอู่ซ่อมรถของที่บ้านได้
“ไอ้จอม นั่นพ่อตามึงหรือเปล่า”
“….”
ชายหนุ่มมองไปตามนิ้วเพื่อน เมื่อเห็นพ่อตาจของตัวเองกำลังเดินเลือกซื้อข้าวของ มันก็รีบตรงดิ่งจนเพื่อนๆคว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน ระหว่างที่ตาหาญกำลังจะจ่ายเงิน ลูกเขยคนเก่าก็ยื่นเงินจ่ายให้ ชายแก่หันมามองด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะยิ้มเยาะเย้ยและพูดจาถากถางอย่างที่เคยทำเป็ประจำ
“ทำอะไรของมึง ไอ้จอม”
“เดี๋ยวผมจ่ายให้เองครับพ่อ”
“เหอะ! เก็บเงินของมึงไว้ซื้อข้าวแดกเถอะ”
“ให้ผมจ่ายให้เถอะนะครับพ่อ อย่างน้อยก็ถือว่าเคยเป็ลูกเขยคนหนึ่ง”
“ถุย! ทำมาเป็อวดดี มึงจะไปไหนก็ไป คราวหลังถ้าเห็นหน้ากูอีกก็ไม่ต้องเข้ามาทักทาย กูไม่เคยมีลูกเขยขี้คุกอย่างมึง”
เสียงชายชราเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับสีหน้าแดงจัดของลูกเขยที่เริ่มแดงไปด้วยความโกรธแค้น หมัดขนาดใหญ่กำแน่นจนเส้นเืปูดปูน ชายหนุ่มกัดฟันพร้อมกับพ่นระบายลมหายใจร้อนรุ่มออกมา ระหว่างที่กำลังจะเหวี่ยงหมัดเข้าไปยังใบหน้าพ่อตา เสียงหวานของผู้หญิงคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน
“จอม”
“…หวีดดีครับ…แม่”
“จ๊ะ มีอะไรกันหรือเปล่า”
ราตรีถามด้วยความเป็ห่วง
แม้ว่าไอ้จอมจะไม่ได้เจอหน้าแม่ยายมาหลายเดือน แต่เธอยังคงสวยสง่าตามวัยเช่นเดิม ใบหน้าอ่อนหวานนั้นเหมือนกับใบหน้าเมียมันไม่ผิดเพี้ยน เผลอๆดวงตาและริมฝีปากอวบอิ่มอาจจะสวยกว่าเสียด้วยซ้ำ ยิ่งนานวัน...หญิงวัยกลางคนคนนี้ก็ยิ่งสวยวันสวยคืน
ไอ้จอมไม่รู้ว่าแม่ยายไปเอาเคล็ดลับชะลอวัยมาจากไหน เพราะทรวงอกแน่นๆและบั้นท้ายกลมกลึงยังคงสาวสะพรั่งจนเพื่อนของมันต่างก็พูดถึงทุกครั้งตอนกินเหล้า
“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไปคุยกับมัน ราตรี”
“คุณคะ ไม่เอาสิ”
“กลับบ้าน ผมไม่มีอารมณ์เที่ยวงานแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ เมื่อสักครู่นี้ฉันเจอท่านนายอำเภอ เขาถามหาคุณด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นคุณซื้อของไปก่อน เดี๋ยวผมคุยกับนายอำเภอเสร็จจะโทรหา”
“ค่ะ”
ชายชราเดินจากไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด สถานการณ์ตึงเครียดค่อยๆทุเลาลงมากขึ้น ราตรีหันไปขอโทษอดีตลูกเขย ก่อนจะขอพูดคุยกับไอ้จอมเป็การส่วนตัว ชายหนุ่มหันไปบอกเพื่อนๆให้เดินเที่ยวงานกันไปก่อน จากนั้นจึงตามสาวใหญ่ไปยังมุมอับลับสายตาที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านกันเท่าไหร่
“มีอะไรหรอครับแม่”
“เื่ยัยเดือน แม่ขอโทษจอมด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ ใครจะอยากให้ลูกสาวมาอยู่กินกับไอ้คนขี้คุกอย่างผม”
“ไม่ใช่อย่างนั้น…”
มือนุ่มๆของสาวใหญ่เอื้อมไปัักับผิวกายหยาบกร้านสีแทนเข้ม ราตรีเห็นใจชายหนุ่มคนนี้เหลือเกิน เธอไม่เห็นด้วยกับแผนการของสามีที่ได้ส่งลูกสาวไปอยู่กับป้าถึงเมืองนอกเมืองนา แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาอยู่กับผู้ชายที่หุนหันพลันแล่นแบบนี้
แม้ว่าไอ้จอมจะไม่เคยทุบตีเมียตัวเอง แต่ผู้เป็แม่ก็ยังไม่สบายใจอยู่วันยันค่ำ
“ตัดใจซะเถอะนะจอม”
“….”
“เรายังหนุ่มยังแน่น แม่ว่าสักวันคงเจอผู้หญิงดีๆสักคน”
ราตรีพูดปลอบอดีตลูกเขยด้วยความจริงใจ ซึ่งชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่หญิงวัยกลางคนมีให้ ร่างสูงถอนหายใจด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อยากให้แม่ยายหนักใจ ไอ้จอมพยักหน้าไหวๆ เมื่อราตรีเห็นเช่นนั้นเธอก็ฉีกยิ้มขึ้นมาจนแก้มปริ
“ขอบใจจอมมากนะ จอมก็เหมือนลูกชายแม่คนหนึ่ง”
“ครับ”
“ที่แม่มาบอกกับจอมแบบนี้ ก็เพราะว่าอาทิตย์หน้ายัยเดือนจะกลับมาบ้าน”
“….”
“หวังว่า…จอมจะไม่มาราวีครอบครัวของเรานะ”
พูดจบ สาวใหญ่หุ่นอวบอึ๋มก็โอบกอดชายฉกรรจ์ตรงหน้า ก่อนจะอวยพรให้อดีตลูกเขยโชคดีและเดินส่ายบั้นท้ายออกไปจากมุมมืด ไอ้จอมกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ที่แท้หญิงวัยกลางคนก็แค่ไม่อยากวุ่นวายเมื่อลูกสาวมาถึงบ้าน มันเคยเป็สมาชิกในครอบครัวของบ้านหลังนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
หมัดทั้งสองข้างของชายหนุ่มเืร้อนกำแน่นด้วยความเจ็บใจ ถ้าเกิดวันไหนที่เมียเก่าของมันกลับมา ไอ้จอมคนนี้จะบุกไปกระแทกเพื่อทบทวนความทรงจำคาบ้าน มันจะเอาให้บานจนกว่าฟ้าจะสางข้ามวันข้ามรุ่ง!