มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 123 : การแลกเปลี่ยน

    ตอนที่ 123




    “น..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน" ฉู่เจิ้งหลาน ที่กำลังนั่งทานอาหารกับลูกสาว รู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ติดตามทั้งสองฝ่าย เข่นฆ่ากันอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่การมองเห็นของเขาจะเริ่มพร่ามัว พร้อมกับอาการปวดศรีษะ ที่ราวกับสมองกำลังจะระเบิด




    “อึก!!" ฉู่เจิ้งหลาน ซวนเซจนล้มลงกับพื้น จากนั้นฉู่ชิงเฉิง ก็รีบวิ่งเข้ามาประคองผู้เป็นพ่อ ด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก




    “ท่านพ่อ!! เป็นอะไรรึเปล่าค่ะ"




    ยังไมทันที่ฉู่เจิ้งหลานจะได้ตอบอะไร เขาก็ถูกปลายดาบของเตียอู่หยา จ่อมาที่บริเวณลำคอพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา “พิษของตะขาบลายเสือ ที่ข้าสะกัดออกมาอร่อยดีไหมล่ะ ต้องใช้เวบาหลายปีเลยนะ กว่าจะทำให้มันไร้สีไร้กลิ่น จนแม้แต่ผู้เชียวชาญก็ยังไม่สามารถแยกแยะได้"




    “เตียอู่หยา เหตุใดเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้!?" ฉู่เจิ้วหลานเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ 




    “หึ หึ ที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อปล้นชิงสินค้าของเจ้ายังไงล่ะ แต่น่าเสียดาย ทั้งที่ข้าอุตส่าห์ใช้เลือดของสัตว์อสูร ล่อหมาในพวกนั้นเข้ามาโจมตี เพื่อไล่ให้พวกเจ้าถอยหนีไป แต่เจ้าเด็กนั่นกลับมาทำให้แผนข้าเสียหมด เลยจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น"




    แม้ว่ากลุ่มของเตียอู่หยาจะรับงานเป็นผู้คุ้มกัน แต่เบื้องหลังพวกเขากลับเป็นกลุ่มโจรที่โหดเหี้ยมและอัมหิต จนทางการถึงกับต้องตั้งรางวัลนำจับ แต่กระนั้นก็ยังไม่มีขุมกำลังใด จัดการโจรกลุ่มนี้ได้สักที 




    ฉู่เจิ้งหลานรู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติของกลุ่มของเตียอู่หยาอย่างละเอียด จะว่าไปคนที่เสียชีวิตเมื่อคืนนี้ ก็ล้วนเป็นคนของเนี่ยฟงแทบทั้งสิ้น จึงอาจเป็นไปได้ว่าเตียอู่หยา อาจมีวิธีที่ทำให้อสูรเซียนเหล่านั้น ไม่หันมาเล่นงานฝ่ายตนเองก็เป็นได้




    "ข้าล่ะนับถือแผนการของเจ้าจริงๆ" ในขณะที่เตียอู่หยา กำลังจะลงมือสังหารฉู่เจิ้งหลาน ทันใดนั้น ก็มีเสียงของชิงเทียนดังขึ้นจากทางด้านหลัง ซึ่งฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก




    เตียอู่หยาชะงักไป้ล็กน้อย ก่อนที่จะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความกลัว “หืม? ยังไม่หนีไม่ไปอีกเหรอ คิดว่าข้าไม่รู้รึไงว่าพลังที่เจ้าสำแดงออกมาเมื่อคืนนี้ เกิดจากของวิเศษบางอย่าง"




    “ตาแหลมเหมือนกันนี่ แล้วเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะใช้มันอีกรึไง"




    “ก็ลองดูสิ…" เตียอู่หยา ยังคงไม่แน่ใจว่าชิงเทียน ครอบครองวิเศษแบบไหนอยู่กันแน่ แต่หากดูจากพลังทำลายแล้ว มันคงไม่สามารถใช้อย่างต่อเนื่องได้ หรือไม่ก็เป็นแบบใช้แล้วหมดไป แต่หลังจากที่ดูจากปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้ามแล้ว เขาคงจะเดาผิดทั้งหมด แต่ทว่า ด้วยความรอบคอบของเตียอู่หยา เขามักจะมีแผนสำรองเตรียมไว้เสมอ




    “ไม่ได้ผลหรอกน่า รูปแบบที่แสนอ่อนแอของเจ้า แม้แต่เด็กทารก ก็ยังทำลายได้อย่างไม่ยากเย็นเลยด้วยซ้ำ" ชิงเทียนกล่าวออกมา แล้วกระทืบเท้าลงบนพื้น จากนั้นรูปแบบกับดักที่วางเอาทั่วบริเวณ ก็ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี




    “อะไรกัน!?"




    เตียอู่หยา มองดูรูปแบบสูญสลายไปอย่างไม่เชื่อสายตา แม้เขาจะเป็นผู้ใช้รูปแบบที่ไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่การจะทำลายรูปแบบได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น อย่างน้อยก็ต้องสำเร็จถึงระดับปรมาจารย์ ซึ่งภายในทวีปเทียนฉินแห่งนี้คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น




    เมื่อเห็นว่าแผนสำรองพังไม่เป็นท่า เตียอู่หยาก็รีบพุ่งเข้าหาชิงเทียน เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้ของวิเศษออกมา แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง ดาบของเขากลับถูกอีฝ่ายปัดการโจมตีได้อย่างง่ายดาย




    “ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจผิดอยู่อย่างหนึ่งนะ" ชิงเทียน กล่าวด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย พร้อมกับใช้มือคว้าไปยังลำคอของเตียอู่หยา อย่างไร้ความปรานี “ต่อให้ไม่ต้องใช้มัน ข้าก็สามารถสังหารเจ้าได้อยู่ดี"




    ชิงเทียน ใช้เนตรสะกดเทพ ผนึกการเคลื่อนไหวของเตียอู่หยา แล้วใช้ดาบแทงตัดขั่วหัวใจ จนอีกฝ่ายสิ้นชีพในทันที ก่อนที่จะโยนยาแก้พิษให้กับฉู่เจิ้งหลาน ส่วนฉู่ชิงเฉิงเนื่องจากก่อนหน้านี้เธอยังไม่ทันได้ทานอะไร จึงไม่ได้ถูกพิษเล่นงานเหมือนคนอื่นๆ ในตอนแรกชิงเทียนตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ แต่ทว่า การกระทำของเตียอู่หยา ดันไปกระตุ้นให้ชิงเทียนนึกย้อนถึงอดีต จนเขาไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป และตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือในที่สุด




    ผู้คุ้มกันที่อยู่ฝั่งเตียอู่หยา เมื่อเห็นว่าผู้นำของตนเองถูกสังหาร ต่างก็ละทิ้งการต่อสู้ แล้ววิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง ก่อนที่ชิงเทียนจะมอบยาถอนพิษให้คนของเนี่ยฟง 




    “ถ้าอยากแก้แค้น พวกเจ้าก็ต้องจัดการด้วยตนเอง และที่สำคัญอย่าลืมจ่ายค่าเม็ดยาด้วยล่ะ"




    คนของเนี่ยฟงต่างพากับประสานมือ แล้วกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปตามล่าสังหาร กลุ่มโจรที่กำลังหลบหนีกันอย่างหัวซุกหัวซุน โดยที่พลังบ่มเพาะของพวกเขา ล้วนอยู่ในระดับที่เหนือกว่ากลุ่มโจรอยู่หลายระดับ แต่เนื่องจากก่อนหนี้ถูกวางยาพิษ จึงทำให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ลดลง จนตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ




    “อั๊ก!!" เนี่ยฟง ที่นอนอยู่บนพื้นกระอักเลือดออกมา ซึ่งสภาพของเขาในตอนนี้ แม้แต่แพทย์ที่มีฝีมือ ก็คงยื้อชีวิตเอาไว้ได้อีกไม่นาน




    “ยังไม่ตายงั้นรึ?" ชิงเทียน จ้องมองเนี่ยฟงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ภายในแดนเซียน เหตุการณ์นองเลือดเช่นนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ชิงเทียนจะรู้สึกเห็นใจเนี่ยฟง แต่เขาก็ไม่อยากเปิดเผยฝีมือทางการแพทย์ ต่อหน้าคนที่พึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน




    “คุณชาย...ไม่มีวิธีไหนสามารถช่วยชีวิตเขาได้เลยหรือขอรับ" ฉู่เจิ้งหลาน เอ่ยถามด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เพราะที่เนี่ยฟงต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นจากความผิดของเขา




    ชิงเทียน หันมามองฉู่เจิ้งหลาน พรางกวาดสายตามองตั้งแต่จรดเท้า แล้วเผยรอยยิ้มที่เจ้าเลห์ออกมา “หากคิดจะให้ข้าช่วยชีวิตชายคนนีั ค่ารักษาค่อนข้างแพงเอาเรื่องอยู่นะ"




    “ต...แต่ข้าไม่มีศิลาปราณติดตัวเลยนะขอรับ"




    “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก สิ่งที่ข้าต้องการคือเตากลั่นยา ที่อยู่ขบวนสินค้าของเจ้าต่างหาก"




    ฉู่เจิ้งหลาน รู้สึกแตกตื่นอย่างกระทันหัน ที่ชิงเทียนสามารถระบุถึงสิ่งของ ที่เก็บอยู่ในขบวนสินค้าได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าฉู่เจิ้งหลานจะเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว แต่เนื่องจากเขาไม่อยากมีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต จึงจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของชิงเทียน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้




    “ตกลง...ข้าจะมอบเตากลั่นยาให้ท่านขอรับ"




    ชิงเทียนที่ได้ยินเช่นนั้น ก็เผยยิ้มอย่างพอใจ แล้วกางม่านพลังรอบตัวเนี่ยฟง เพื่อปกปิดวิธีการรักษา โดยที่ฉู่เจิ้งหลานและฉู่ชิงเฉิง ไม่สามารถรับรู้เลยว่าภายในเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหลังจากที่ผ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ชิงเทียนก็เดินออกมาจากม่านพลัง พร้อมกับเนี่ยฟงที่ไร้ร่องรอยของบาดแผล ซึ่งแตกต่างจากสภาพก่อนหน้านี้ลิบลับ ทั้งยังกลับมาเดินปร๋อได้ราวกับปาฏิหาริย์




    “ได้ยังไงกัน!?" ฉู่เจิ้งเทียนโพล่งออกมา ด้วยใบหน้าที่ตื่นตะลึง




    “นายท่านฉู่ คุณชายชิงเทียน ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ขอรับ" เนี่ยฟง คำนับด้วยความนอบน้อม เนื่องจากในขณะที่กำลังจะสิ้นลมจากพิษของบาดแผล เขายังคงมีสติพอที่จะได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน แม้ว่าชิงเทียนจะยอมรักษาโดยมีเงื่อนไข แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้




    ชิงเทียน พยักหน้าให้กับเนี่ยหงพอเป็นพิธี ก่อนจะหันตัวไปหาฉู่เจิ้งหลาน แล้วยื่นมือออกมาเพื่อทวงสิ่งของที่เคยสัญญาไว้ “ไหนล่ะค่าตอบแทนของข้า?"




    ฉู่เจิ้งหลาน รู้สึกว่าชิงเทียนช่างเป็นคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์เสียจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะพ่อค้า เขาก็ไม่ได้รังเกียจคนประเภทนี้นัก หรืออาจจะบอกได้ว่าชิงเทียนเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการค้า โดยเฉพาะนิสัยเจ้าเลห์ ก็เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของพ่อค้าอย่างหนึ่ง




    “เฉิงเอ๋อร์ ช่วยนำเตาปลุกยามาให้คุณชายที"




    “เข้าใจแล้วค่ะ"




    ฉู่ชิงเฉิง เดินไปยังรถม้าคันที่ใช้สำหรับเก็บสินค้า พร้อมกับเตากลั่นยา ที่สร้างมาจากแก่นโลหะและทองคำปะปนกัน แล้วยื่นให้กับชิงเทียน แต่สีหน้าที่ชายหนุ่มแสดงออกมา กลับดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยพอใจนัก




    “ฉู่เจิ้งหลาน ข้าบอกเจ้าตอนไหนว่าข้าต้องการแค่เตาเดียว ข้าต่องการเตากลั่นยา ที่เจ้ามีอยู่ทั้งหมดเลยต่างหาก"




    ฉู่เจิ้งหลาน ที่ได้ยินได้ยินเช่นนั้น ก็หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เพราะเตากลั่นยาเพียงแค่เตาเดียว ก็มีมูลค่าไม่น้อยกว่าสองแสนศิลาปราณเข้าไปแล้ว แต่ทว่าชิงเทียนกลับต้องการที่เขามีอยู่ทั้งหมด ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่ขาดทุนอย่างมหาศาลเลยทีเดียว




    “ค...คุณชาย เตากลั่นยาของข้ามีอยู่ประมาณยี่สิบเตา หากท่านเอาไปทั้งหมด การค้าขายของข้าก็สูญเปล่าสิขอรับ" ฉู่เจิ่งหลานกล่างออกมา พร้อมกับแสดงสีหน้าลำบากใจ




    ชิงเทียน ไม่อยากขูดรีดฉู่เจิ้งหลานเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากนี้นิกายของเขา ต้องฝึกฝนนักปรุงยาให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องใช้เตากลั่นยาจำนวนมากเพื่อการนั้น ซึ่งในขณะเดียวกัน ชิงเทียนก็เหมือนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะนำเครื่องรางหลายชิ้นออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นให้กับฉู่เจิ้งหลาน




    “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอแลกเครื่องลางเหล่านี้ กับเตากลั่นยาที่เหลือแล้วกัน"




    ฉู่เจิ้งหลาน หยิบเครื่องรางขึ้นมาตรวจสอบดู ก็พบเป็นเครื่องรางที่สร้างขึ้นมาจากช่างฝีมือระดับสูง แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเครืองประเภทป้องกัน จึงมีราคาที่ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นมูลค่าที่ฉู่เจิ้งหลานพอจะรับได้ ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนเป็นไปด้วยดี




    --------------------------------

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน