เมื่อดวงจิตเข้าร่าง เขาหายใจเฮือกหนึ่ง ร่างกายปวดแสบปวดร้อนจากพิษาแ แต่เมื่อตัวอ่อนจิติญญาบรรพธาตุต้นกำเนิดทั้งสี่วิ่งเข้าไปแทรกตัว ไม่นานาแภายนอกทั้งหมดก็เริ่มสมาน าแภายในเริ่มดีขึ้น เวลานี้พลังภายในของครามได้เริ่มก่อตัวขึ้นเป็ครั้งแรก สายพลังอุ่นๆ วิ่งไปทั่วร่าง แทรกซึมรวมกับทุกสัดส่วนของร่างกาย บัดนี้จิติญญาหลอมรวมกับร่างกายโดยสมบูรณ์
นี่มันเป็อะไรที่เยี่ยมมาก!!!
ความรู้ต่างๆ ที่ผุดขึ้นในหัวของเขา ทำให้เืลมพุ่งพล่าน ใคร่อยากจะรีบฝึกวิชาในทันที แต่สิ่งที่เขาต้องรีบทำก่อนคือ ต้องรีบช่วยเพื่อนร่วมชะตากรรมที่นอนอยู่รายล้อมเสียก่อน ด้วยการฝังเพื่อไม่ให้อุจาดตาในภายหน้า
หลังจากจัดการฝังศพที่นอนตายเกลื่อนแล้ว เขาปลีกตัวไปหาที่เงียบสงบและลับตาเพื่อเข้าฌาณ
ผู้ฝึกอิทธิฤทธิ์ จัดเป็สายพลังแห่งฌาณ ต้องหลอมรวมพลังอิทธิมาใช้ประโยชน์เป็หลัก ซึ่งเป็พลังที่เกิดจากจักระในร่างกาย ดังนั้นจึงต้องทำการเปิดจักระทั่วร่างกายให้ได้ก่อน ซึ่งเป็รากฐานของการฝึกที่รวดเร็ว ครามได้พยายามใช้พลังจิตควบคุมตัวอ่อนจิติญญาบรรพธาตุต้นกำเนิด ให้พวกมันแยกย้ายกันไปเปิดจักระทั้งหมด ไม่ช้าก็สำเร็จ ร่างกายเขารู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยกระแสพลังแผ่ซ่านทะลักล้นราวกับเขื่อนแตก
ไม่ช้าเมื่อจิตวิญาณกับกายเนื้อสัมพันธ์กัน ความทรงจำที่เสริมเข้ามาทีหลัง ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เคยฝึกสำเร็จขั้นสูงสุดไปแล้ว ความรู้สึกของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการฝึกซ้ำลอยเท้าเดิมที่เคยสำเร็จมาก่อน
นี่กระมัง จิตเป็นาย กายเป็บ่าว เมื่อจิตเชื่ออย่างไร กายย่อมรู้สึกเช่นกัน
ระหว่างนี้ครามหาถ้ำที่เงียบสงบและฝึกโคจร ‘พลังอิทธิ’ ให้มีความคล่องตัว
เวลาผ่านไป 10 วัน ในถ้ำเล็กๆ ครามได้ก้าวผ่านระดับนักบำเพ็ญขั้น 10 และในวันที่ 13 ครามได้ทะลุถึงระดับฌาณอภิญญาขั้นที่ 1 โดยใช้เวลาเพียง 3 วัน ในการเปลี่ยนจากระดับนักบำเพ็ญเป็อภิญญา ซึ่งถือว่าสั้นมาก ส่วนใหญ่อาจใช้เวลา 1 ปี หรือ 2 ปี
นั่นยังไม่รวมถึงอภิญญาแรกที่เขาได้รับมา คือ ‘อิทธิวิธิ’ ที่ตามปกติ แต่ละบุคคลจะได้มาไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ครามได้รับคือ กายาล่องลอย ร่างกายของเขาเบาขึ้นมาก ราวกับสามารถล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ นั่นอาจหมายถึงอิทธิวิธิแรก คือ การเหาะเหิน เดินบนอากาศ
“อ้า รู้สึกดีจังเลยเข้าฌาณทีเดียวบรรลุถึงรับดับอภิญญา” ครามลุกขึ้นมายืดเล่นยืดสาย และเข้าป่าไปหาอาหาร ครู่หนึ่งก็กลับมา พร้อมกับสมุนไพรวิเศษบางชนิด และไก่ป่า หลังจากอิ่มจากอาหารจึงเริ่มนึกถึงวิชาต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาแล้ววิชาเล่า และเพื่อไม่ให้เสียเวลาในครั้งต่อๆ ไป เขาได้เข้าไปในทะเลแห่งจิติญญา และจัดเรียงความรู้ต่างๆ เป็เหมือนห้องสมุด โดยแบ่งเป็หมวดๆ เพื่อจะได้ง่ายเวลาอยากเรียกใช้ความทรงจำทักษะใด
ชั่วครู่เขาผลุบลุกขึ้นมายืนสงบนิ่งชั่วครู่ คัมภีร์หนึ่งผุดขึ้นในห้วงความทรงจำ คัมภีร์ 5 ธาตุ เป็คัมภีร์สายผู้ฝึกศาสตรา เป็คัมภีร์ระดับ์ ถือว่าเป็ขั้นสูงสุด มีระดับย่อย 10 ระดับ หากเขาฝึกได้เพียง 5 ระดับก็มีทักษะและความแข็งแกร่งอยู่เหนือกว่าผู้ที่ฝึกคัมภีร์ระดับนภาขั้นสุดเสียอีก
ท่วงท่าและทักษะทั้งหมดถูกถ่ายทอดจากความทรงจำ สู่การร่ายรำที่สุดพิสดาร กิ่งไม้ในมือกวัดแกว่งประหนึ่งดาบ ดาบอยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่ดาบ พริ้วไหวไร้จุดยืน หวนคืนสู่ความเวิ้งว้าง หรือเราจะเลือกคัมภีร์นี้ดีนะ เป็คัมภีร์ระดับ์เพียงเล่มเดียวที่เขานึกออก ภาพที่ผุดขึ้นในความทรงจำ คือที่หน้าปกมีอักษรเขียนไว้ว่า คัมภีร์ 5 ธาตุ ล้ำลึก เกินต้านทาน ผู้ใดพบพาน มีวาสนายิ่งยวด
เวลาผ่านไปจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า เขายังคงร่ายรำเพลงดาบอยู่อย่างไม่เหนื่อยหน่าย ท่วงท่าต่างๆ ผุดขึ้นจากความทรงจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ต้องเพิ่งพาแสงไฟในการท่องตำรา บัดนี้มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวบางๆ สาดส่องอาบทั่วร่างกาย
คัมภีร์ 5 ธาตุ ล้ำลึกและพิสดารยิ่งนัก ถ้ามีผู้มาพบเห็นการร่ายรำของเขาโดนบังเอิญ คงมองว่าเป็การร่ายรำ แบบมั่วๆ ไม่มีแก่นสารอะไร ทว่าท่วงท่าเหล่านี้ล้อไปกับธรรมชาติแห่งการเคลื่อนไหวของธาตุทั้งสี่ ไม่ว่าจะเป็การสะบัดดาบ และการหลบหลีกที่วูบไหวดุดเปลวเพลิง มีความดุดันพร้อมจะแผดเผาศัตรูตรงหน้าทั้งการรุกและการรับ ขณะที่ท่วงท่าของธาตุน้ำกลับนุ่มนวล แต่แข็งกร้าวในเวลาที่เหมาะเจาะดุจดั่งสายน้ำที่สามารถเปลี่ยนสภาพกลายเป็น้ำแข็งแบบฉับพลัน ยากที่คู่ต่อสู้จะเดาใจได้
เมื่อครามร่ายรำสลับกับท่วงท่าของธาตุดิน จะเห็นได้ถึงความแข็งแกร่ง และดุดัน รากฐานตั้งมั่นไม่อ่อนคล้อยหรือเอนเอียง พร้อมประทุพลังที่รุนแรงทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
สำหรับธาตุแห่งลมต่างตรงกันข้าม มีความพริ้วไหวไร้ร่องรอย อ่อนช้อยเร้นกายา แต่รุกและรับปานสายฟ้า
สำหรับธาตุที่ 5 ชิ้นส่วนของคัมภีร์ ได้หายไป เขาจึงเข้าใจว่าแม้พญายมราช ก็ยังไม่เคยพบเจอชิ้นส่วนดังกล่าว
ในตอนนี้ความเร็วในการฝึกเพลงดาบจากคัมภีร์ 5 ธาตุ ได้เลื่อนไปสู่ระดับที่ 2 ทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้ดังใจนึกกว่าเมื่อก่อนมาก ด้วยท่างท่าที่พิสดารทำให้ทุกส่วนของร่างกายเคลื่อนไหวได้ผิดแผกและมากกว่าผู้ฝึกวิชาศาสตราแขนงอื่นๆ
ครามจรดสมาธิลงที่ดาบไม้และบรรเลงเพลงดาบไปข้างหน้าโดยไม่หยุด นับเป็การพลิกแพลงการร่ายดาบให้พิสดารยิ่งขึ้น จนทำให้มวลอากาศบิดเบี้ยวเป็คลื่นโถมใส่ก้อนหินใหญ่ข้างหน้า
บึ้ม!!!
นี่คือฤทธานุภาพของการหลอมรวมพลังอิทธิเข้ากับทักษะของดาบ ยิ่งฝึกทักษะจากคัมภีร์ระดับสูงเท่าไร ยิ่งทวีความรุนแรงและความแข็งแกร่งมากเท่านั้น ถ้าเป็ไปได้ เขาก็อยากลองหล่อหลอมพลังอิทธิเข้ากับคัมภีร์ศาสตราอยู่เหมือนกัน ว่าจะมีอำนาจมากสักเพียงใด
ขณะนี้ในบรรดาวิชาทั้งสามแขนงมีเพียงสายมนตรา อักขระเท่านั้นที่เขายังไม่ได้ทำการฝึกอย่างเป็จริงเป็จัง เพราะตอนนี้เขา้าที่จะนำสมุนไพรจากโจรคืนมา
อย่างไรก็ตามด้วยฝีมือของเขาตอนนี้น่าจะสามารถทำลายซ่องโจรได้กระมัง คนกลุ่มนี้อยู่ไปก็รังแต่สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว สู้ส่งไปหาอาจารย์ ให้ท่านกักขังไว้ในยมโลกเสียยังจะดีกว่า
ว่าแล้วครามก็ย้อนรอยเส้นทางเดิมเพื่อขึ้นสูู่เา