“ยังไม่เช้าเลยหนูจะรีบลุกไปไหนครับบ”ร่างเล็กดิ้นคลุกขลักในอ้อมแขนแกร่ง
“จะไปหาพี่รักษ์ ปล่อยหนูจะไปหาพี่รักษ์ งือ” คนพี่จุ๊บลงปากน้องเบาๆซ้ำๆ
“นอนต่ออีกหน่อยเถอะ หนูพึ่งจะนอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ”มือใหญ่ลูบศรีษะน้องเบามือ
“แต่…”ส่วนคนน้องก็ได้แต่ลังเลเพราะด้วยความที่เป็ห่วงพี่ชายแต่โอกาศที่จะได้อยู่ในอ้อมกอดนี้ก็ไม่ได้มีบ่อยๆ เขาอยากตักตวงข่วงเวลาแบบนี้ให้นานๆ
“นะครับ เชื่อเฮีย นอนต่ออีกหน่อยเดียวเฮียจะปลุกหนูเองครับ”คนพี่กอดน้องเอาไว้ จนแน่นไม่ยอมให้คนน้องลุกไปไหนได้ ขาก็เกี่ยวขาน้องเอาไว้ด้วย รินทร์เงยหน้ามองคิมหันษ์ แล้วอมยิ้มออกมาด้วยความสุข
“ก็ได้คับเฮีย~”
“งืออ เฮียอะ กอดแน่นไปแล้วคับงื~”คิมหันษ์ค่อยๆ คลายออ้มกอดออกเล็กน้อย มือหนายังคงทำหน้าที่เป็หมอนให้คนน้องอยู่
“หึหึหึ” คิมหันษ์หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
รินทร์มองคนรัก แล้วยืนหน้าขึ้นไปจูบบนปลายคางของคิมหันษ์เบาๆ มือเล็กพาดไปบนเอวหนา ซุกหน้าไปกับอกคนรัก
“รักเฮียนะค๊าบบบ”
“ครับ” คิมหันษ์ทำเพียงจุ๊บลงมาเบาๆ บนศรีษะคนน้องบ้าง
รินทร์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนสายของวัน มือเล็กกวาดไปบนเตียงกวางแต่กลับไม่เจอคนที่กอดตัวเองไว้ทั้งคืน มองไปรอบๆ ห้องนอนก็พบเพียงความว่างเปล่า
"เฮียไปไหน?"
แต่เมื่อพาตัวเองลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องเห็นคนรักที่นั่งกินกาแฟอยู่ที่โซฟา
“หนู ตื่นแล้วเหรอครับ หิวหรือยังเอย เฮียทำกับข้าวไว้ให้ มาทานก่อนไหม” บอกคนที่กำลังเดินออกมาจากห้องนอนด้วยชุดนอนตัวโครง
“เฮีย ไหนเฮียบอกจะปลุกหนูไงคับ” สองมือกอดรอบคอคนรักเอาไว้ คิมหันษ์เพียงแตะไปเบาๆ บนแขนเรียว
“เห็นหนูเพลียๆ เลยไม่อยากปลุก”
“อือ งั่นหนูขออ่าบน้ำก่อนนะคับเฮีย” คิมหันพยักหน้าให้คนตัวเล็กที่เดินกลับเข้าห้องนอนไป
ระหว่างทางที่นั่งรถไปโรงพยบาลก็แวะซื้อผลไม้ที่ซุปเปอร์ใกล้ๆ โรงพยาบาล ใช้เวลาไม่นานสองคนก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาล ด้วยเพราะโรงพยาบาลเอกชนอยู่ใกล้กับคอนโดคิมหันษ์
“วันนี้เฮียจะเข้าบริษัทไหมคับ” ระหว่างเดินเข้ามาในลิฟของโรงพยาบาลคนตัวเล็กที่เกาะแขนล้ำของคนรักไว้ก็ถามขึ้นมา
“อือ ถ้ามีงานด่วนก็น่าจะเข้าครับ แล้วเราละเข้าม.ตอนไหน” ด้วยเพราะวันนี้ตนแต่งชุดนักศึกษามา แถมยังหอบเอางานกลุ่มที่ทำไม่เสร็จติดกระเป๋ามาด้วย จึงต้องเข้ามหาลัยทั้งที่อยากอยู่ดูแลพี่ชาย
“น่าจะสักบ่ายโมงแหละครับเฮีย วันนี้หนูมีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆด้วย แล้วก็นัดส่งงานอาจารย์น่ะครับ”
“อืม เดียวเฮียไปส่งไหม” คิมหันก้มลงหอมหัวคนรักเบาๆ
รินทร์ยิ้มออกมาซบหน้าลงบนไหลคนรักอย่างมีความสุข
………………….
“โอ๊ะ เจ็บจัง” ด้านคนป่วยที่กำลังจะพาตัวเองไปเข้าห้องน้ำก็เดินสดุดเท้าตัวเองจนล้มลงกับพื้น พยายามจะประคองตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว
“รักษ์!!” “พี่รักษ์” ทั้งรินทร์ทั้งคิมหันษ์ที่เดินเข้ามาเจอต่างก็ใไปตาทๆกัน ที่เห็นคนป่วยล้มอยู่ข้างเตียงแบบนั่น
แต่กลับเป็คิมหันษ์ที่เร็วกว่ารีบเข้ามาประคองอุ้มร่างคนป่วยขึ้นมาจากพื้น แล้ววางรักษ์ลงบนเตียง
“พี่รักษ์เป็ยังไงบ้างเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคับ ให้น้องตามหมอไหม?” รินทร์ที่รีบเดินเข้ามาหาพี่ชายที่เตียงรีบไถถามอาการด้วยความห่วงใย
“พี่ไม่เจ็บคร….” คนพี่ส่ายหน้าไปด้วยกลัวว่าน้องจะเป็กังวล
“โอ๊ยคิม!!” แต่ยังพูดไม่มันจบประโยคเมื่อคนที่ยืนหน้านิ่งขรึมอยู่ข้างเตียงกระชากแขนเรียวแล้วตะคองถามไม่เบานัก
“รักษ์ทำไมนายโง่แบบนี้ว๊ะ ทำไมไม่เรียกพยาบาลต้องให้เราเป็บ้าก่อนใช่ไหมนายถึงจะพอใจนะหะ!!!” แขนเรียวของคนป่วยถูกมือหนากระชากบีบอย่างแรกด้วยความโมโห
“คิมมม~ ร เราเจ็บ~” คนป่วยบอกเสียงออย เบาหวิว มือบางพยายามแกะมือคีมเหล็กที่บีบแขนตัวเองเอาไว้ให้หลุด
ทุกอย่างในห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อคิมหันษ์เสียงดังขึ้น จ้องคนป่วยด้วยทั้งโกรธทั้งเป็ห่วง แต่คนที่กำลังโกรธกลับไม่ทันได้มองเห็นสายตาเ็ปของคนรัก
เมื่อได้สติคิมหันษ์ก็ค่อยๆ คลายแรงที่บีบแขนรักษ์ลงแล้วปล่อยมือตัวเองลงข้างตัว เขาโกรธเป็ห่วงจนควบคุมสติไม่อยู่ มือใหญ่ลูบหน้าตัวเองระงับความโกรธ
“อย่าทำให้เราเป็ห่วงอีกก็พอ” คิมหันษ์บอกออกมาเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเองแต่กลับได้ยินชัดเจนในความรู้สึกของทั้งรักษ์และรินทร์
เกิดเป็ความเงียบและความอึดอัดขึ้นมาระหว่างคนสามคนเมื่อคนป่วยเลือกที่จะหลับตาลง ช้าและไม่ได้ตอบโต้อะไรอีกและคิมหันษ์ที่ยืนมองคนป่วยอยู่แบบนั่นไม่ไปไหน
ไม่ถึงอึดใจเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่
“พี่ฟ้า” เป็เสียงของรินท์ที่เอยเรียกคนมาใหม่ เมื่อเห็นว่าคนรักกำลังพุ่งเข้าไปหาน่านฟ้า
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” น่านฟ้าถามคนป่วยขึ้นเมื่อััษ์ได้ถึงบรรยากาศอันอึมครึมในห้องนี้
แต่ไม่ทันไรคิมหันษ์ก็ย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวคนมาใหม่ น่านฟ้าที่เดินเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวก็ถูกกระชากคอเสื้อไว้ด้วยสองมือใหญ่
“ถ้าดูแลไม่ได้ก็ไม่ต้องรับปากั้แ่แรกซิว๊ะ” รินทร์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ั้แ่แรกรีบเดินเข้ามาห้ามคนรักทีนที และพยายามแกะมือหนาให้ออกจากคอเสื้อของน่านฟ้า
“เฮียปล่อยพี่ฟ้าเถอะคัย!”
“หนูปล่อยมือเฮีย” คนกำลังโกรธหันมาขึ้นเสียงใส่คนรัก และสบัดมือคนรักออกจากมือตน และกลับยิ่งกระชากคอเสื้อน่านฟ้าเอาไว้จนแน่นอีกครั้ง
“ไม่คับ!”
ส่วนน่านฟ้าเขาเอาแต่มองไปที่คนป่วยบนเตียงด้วยความเป็ห่วง และปล่อยให้คิมหันษ์กระชากคอเสื้อโดยไม่ได้ขัดขืนหรือห้ามอะไรเลย
แต่แล้วคนตัวเล็กกลับโดนสบัดมือใหญ่ของคิมหันษ์สบัดออกอย่างแรงจนเกือบจะลมกองกับพื้น หลังจากนั่นเลยได้แต่ยืนมองคนรักของตัวเองนิ่งๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก พยายามสะกดกลั่นน้ำตาของความน้อยใจเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าใคร
“คิมปล่อยพี่ฟ้า!” รักษ์พูดสั่งเสียงแหบแห้งเมื่อเห็นว่าคนเป็เพื่อนกำลังทำตัวเป็เด็ก และทำอะไรเกินกว่าที่เขารับได้
“คิม! เราจะโกรธนายจริงๆ แล้วนะ!! ” เป็เสียงแหบพร่านิ่งเรียบของรักษ์ที่บอกออกมาเมื่อเห็นว่าคิมหันษ์ทำเกินกว่าเหตุ
“รักษ์~” คิมหันษ์ หันมองไปที่คนป่วย แล้วมือหนาก็ค่อยๆ ปล่อยมือจากเสื้อของน่านฟ้าลง พาตัวเองเดินไปนั่งลงบนโซฟา
ส่วนน่านฟ้าก็รีบเดินไปหาคนป่วยที่เตียงนอน มือหนายื่นไปจับมือเล็กขึ้นมากุมไว้อย่างห่วงแหน
“รักษ์ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ฮืม” รักษ์ส่ายหน้าเบาๆ อย่างเหนื่อยล้า
“ผมหกล้มนิดหน่อยครับพี่ฟ้าไม่ได้เป็อะไรมากหร่อกครับ” คนตัวโตมองสำรวจไปบนตัวคนป่วยว่าเจ็บตรงไหนไหมอย่างเป็ห่วง
“พี่ขอโทษนะครับ พี่ไม่น่าทิ้งรักษ์ไว้คนเดียวแบบนี้เลย” มือบางถูกคนตัวโตก้มลงมาจุ๊บเบาๆ อย่างปลอบโยน เพราะตนเห็นว่าคนป่วยกำลังหลับอยู่เลยออกไปคุยโทรศัพท์สั่งงานกับเลาขาข้างนอก
ส่วนคิมหันษ์มองภาพนั่นแล้วหัวเราะเยอะออกมาในลำคอ
“จอมปลอม”พูดโพร่งออกไปแบบนั่นด้วยเพราะเขารู้ว่าสองคนนี้แต่งเื่โกหกว่าคบหากันอยู่ หลอกเขาหลอกน้องชายตัวเอง
“เฮียหมายถึงอะไรเหรอคับ” เป็คนตัวเล็กที่เดินเข้ามาทรุดนั่งลงข้างๆ คิมหันษ์มองคิมหันษ์ด้วยความไม่เข้าใจในคำพูดนั่น คิมหันษ์ไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่น้องถาม เอาแค่จ่องไปที่คนป่วยต่างคนต่างก็เงียบกันไป ร
“พี่ฟ้า ผมอยากล้างหน้า พาผมไปที่ห้องน้ำหน่อยครับ” น่านฟ้าที่เมื่อได้ยินคำขอจากคนป่วย เขาก็จะช้อนอุ้มร่างบางลงจากเตียง แต่คิมหันษ์กลับเดินเข้ามาขวางไว้ซ๊ะด่อน และพลักอกของน่านฟ้าไปอีกให้ถ่อยออกไปจากเตียงคนป่วย
“รักษ์มาให้คิมช่วยดีกว่าครับ” แต่คราวนี้น่านฟ้ากลับไม่ยอมบ้าง เขากระชากไหล่คิมหันษ์ออกให้พ้นทาง แต่ก็ไม่วายสองคนรีบเข้ามาจะช่วยพยุงรักษ์ให้ลงจากเตียง
“มาเดี่ยวให้น้องช่วยเองดีกว่าครับ”รินทร์ที่มองเห็นการอยู่ก่อนแล้วรีบเดินเข้ามาแทรกระหว่างคนตัวโตสองคนกับพี่ชายเขา เมื่อเห็นว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้น่าจะเกิดการทะเลาะกันขึ้นมาอีกรอบเป็แน่
คนตัวเล็กช่วยประคองพี่ชายลงจากเตียงคนไข้ “พี่รักษ์ระวังนะครับค่อยๆ เดินน่า จับหนูไว้นะก็ได้คับ”
“ไม่ต้องคับเฮีย! หนูจะพาพี่รักษ์ไปเอง!” รินทร์หันมองคนรักแล้วร้องห้ามขึ้นเมื่อคิมหันษ์จะเข้ามาช่วยเขา
และเมื่อถึงห้องน้ำรักษ์ก็ปิดประตูลงแล้วเข้ามาอยู่ในห้องน้ำกับพี่ชายสองคนปลอยชายกนุ่มสองคนนั่นไว้ข้างนอก
รินทร์เปิดก็อกน้ำให้พี่ชาย คนป่วยก้มลงกวักน้ำมาล้างหน้าตัวเองด้วยมือข้างเดียวเพราะอีกข้างห้อยสายน้ำเกลืออยู่
“เดียวหนูเช็ดให้คับ”มือเล็กค่อยๆไล่เช็ดหน้าพี่ชายที่เปียกน้ำให้เบามือ
ดวงตากลมใส่มีแววสับสน จ่องมองพี่ชายตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ในแววตาคู่นั่นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ที่ไม่กล้าแม้แต่จะเอยออกมา เป็เพียงความคิดที่วิ่งวนอยู่ในหัว ที่ััได้ถึงความรู้สึกบางอย่างระหว่างพี่ชายตัวเองกับคนรัก บางครั้งก็แวดแปล๊บที่ใจ
รักษ์มองน้องชายตัวเองในกระจก ใบหน้าน่ารักจิ่มบิ่มนั่นที่เอาแต่ขมวดคิ้ว น้องดูผอมลงกว่าแต่ก่อนที่อยู่ด้วยกัน ไม่สดใสร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด
“น้องเป็อะไร” ดวงหน้าหวานส่ายไปมาเบาๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้พี่ชาย เป็รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าแต่ดวงตากลับดูเศร้าหมอง
“รู้ใช้ไหมว่าหนูมีพี่ที่พร้อมรับฟังหนูทุกเื่” มือบางจับไปบนใบหน้าของน้องชาย ใช้นิ้วโป้งเกลียไปมาเบาๆ บนแก้มขาวนุ่มฟู มองน้องชายด้วยความห่วงใยรักใคร่
แต่แล้วดวงตาคูสวยของรักษ์เหลือบไปเห็นรอยแดงเป็จ้ำบนลำคอระหงส์ลึกไปถึงหน้าอกของรินทร์ หัวใจคนพี่เต้นไม่เป็จังหวะ เมื่อพยายามบอกตัวเองว่าให้เลิกสนใจเื่ของน้องกับคิมหันษ์สักทีเลิกเ็ปสักที
“อืออ ขอบคุณนะคับ” คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆ เงยหน้ามองพี่ชายที่สูงกว่าตนหลายเซนแล้วเข้าไปกอดเอวบางของคนพี่ไว้ซบหน้าลงบนอกของพี่ชายถู่ไถไปมา
“เราออกไปข้างนอกกันเถอะคับ ไม่รู้เฮียกับพี่ฟ้าทะเลาะกันไปถึงไหนแล้ว” รินทร์บอกออกมา และพยุงพี่ชายเดินออกมาจากห้อง
และเมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าสองคนนั่นไม่ได้ทะเลาะกันอย่างที่คิดไว้ แต่กลับนั่งเงียบๆ กันอยู่คนละทิศละมุมบนโซฟา
รินทร์พยุงพี่ชายตัวเองมาที่เตียงและเป็น่านฟ้าที่เข้ามาช่วยประคองอีกคน
“เมื่อกี่พยาบาลเอาข้าวมาให้ รักษ์หิวหรือยังครับ” รักษ์พยักหน้าให้น่านฟาด้วยเวลานี้ถึงเวลาทานข้าวทานยาของคนป่วยแล้ว
รินทร์ปล่อยให้น่านฟ้าเป็คนจัดการดูแลพี่ชายของตน นินทร์กลับมานั่งปอกผลไม้ใส่จานให้แทน บ้างหันมองคนข้างกายที่นั่งกอดอกมองไปที่คนสองคนที่กำลังป้อนข้าวให้กันอยู่ ดวงตาของคิมหันษ์เ็ป รินทร์มองเห็นมันทุกอย่าง จนเวลาผ่านไปไม่รู้ตัว เมื่อก้มมองนาฬิกาก็เป็เวลาเที่ยงกว่าแล้ว เขาต้องไปเรียนแล้ว
“หนูมีเรียนเหรอครับ ไปเถอะไม่ต้องห่วงพี่ มีพี่ฟ้าอยู่ทั้งคน” เมื่อเห็นว่าคนน้องเอาแต่มองนาฬิกาเลยรักษ์รีบบอกน้อง
“คับ งั่นเดียวคืนนี้น้องมาอยู่เฝ้าพี่เองนะครับ” รินทร์เดินเข้ามาวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะกินข้าวคนป่วย แล้วเข้าสวมกอดพี่ชายตัวเองบ้าง เขาเดินมาหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองขึ้นมาจากโซฟา ตอนนี้ไม่ได้คาดหวังให้คิมหันษ์ไปส่งอีกแล้ว
“คิมไปส่งน้องซิ”รักษ์หันมาบอกคิมหันษ์เมื่อเห็นว่าน้องกำลังหยิบกระเป๋าและจะเดินออกจากห้องไปแล้ว
“ไม่เป็ไรคับ น้องไปเองดีกว่า” เป็รินทร์เองที่อึดอัดกับสถานดารณ์นี้จนต้องรีบบอกออกไปบ้าง เมื่อเห็นคนรักษ์เอาแต่นั่งมองพี่ชายตัวเองแบบนั่น ไม่คิดจะเหลี่ยวมองกันเลยสักนิดเดียว
“คิม! เราบอกว่าให้ไปส่งน้องไง!!” รักษ์บอกออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์โกรธ แต่เมื่อว่าเห็นคิมหันษ์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายไหนจะสายตาลังแบบนั่นอีก รินทร์เลยรีบบอกออกไป
“ไม่เป็ไรคับเฮีย หนูอยากไปเอง”
เขาและพาตัวเองเดินออกจากห้องมาทันทีโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังอีกเลย แม้ภายในใจจะแอบคาดหวังให้คิมหันษ์เดินตามเขามาเหมือนทุกครั้งก็เถอะ เพราะแค่ถ้าเฮียจะเดินตามกันออกมาตัวเขาเองก็พร้อมจะลืมทุกความโกรธที่มี และให้อภัยได้ทุกอย่างขอแค่อย่างเดียวที่เฮียห้ามทำ คือการนอกใจ
จนเมื่อเดินเข้ามาอยู่ในลิฟ ก็ยังหวังว่าคนรักจะตามมา มองอยู่จนเมื่อลิฟปิดลง น้ำตาที่เอออยู่แล้วก็ค่อยๆ หยดลงมาบนแก้มขาวทั้งสองข้าง
มือเล็กเลื่อนขึ้นมาจับไปที่ลำคอขาว นึกถึงภาพคนรักที่กอดตนไว้ทั้งคืน แล้วเลื่อนขึ้นมาจับไปบนติ่งหูที่มีตุ้มหูคู่สวยที่คิมหันษ์เป็คนซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด และเป็ของชิ้นเดียวที่คนรักมอบให้กันในวันสำคัญ
ไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกที่เป็อยู่ตอนนี้มันคืออะไร กันแน่ น้อยใจเหรอ เสียใจเหรอ หึ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องรู้สึกแบบไหนกันแน่ เจ็บ เขาเจ็บเหรอแต่บอกไม่ได้ว่าทำไม ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้
ทำไมต้องโกรธที่เห็นคนที่รักเป็ห่วงเป็ใยคนอื่นออกนอกหน้าแบบนั่น แต่คนอื่นที่ว่ากลับไม่ใช่ใครอื่น คนๆ นั่นคือพี่ชายเขาเอง
รินทร์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความคิดลบๆของตัวเอง เพราะเขาก็เกลียดความคิดบ้าๆนี่ตอนนี้ที่สุดเหมือนกัน ทั้งอึดอัดทั้งน้อยใจจนมันแสดงรออกมาเป็หยดน้ำตา