หนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1

    บทที่ 39: การเดินทางสู่ป่าชั้นกลาง และสถาปนิกโครงสร้างใย

            บทที่ 39: การเดินทางสู่ป่าชั้นกลางและสถาปนิกโครงสร้างใย


            สายลมยามเช้าพัดผ่านระเบียงบ้านไม้กึ่งสำเร็จรูปยกใต้ถุนสูง ในโซนที่อยู่อาศัยทิศตะวันออก อีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปียืนกอดอกมองดูผลงานของตนเองด้วยความพึงพอใจเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ตัดเย็บจาก ‘ผ้าไหมพฤกษา ’ ทิ้งตัวแนบสนิทกับสรีระมันทั้งนุ่มลื่น เบาสบาย ระบายอากาศได้ยอดเยี่ยม และปรับอุณหภูมิตามร่างกาย  ได้อย่างน่าอัศจรรย์

            "วัสดุกรุผิวชั้นเลิศการระบายอากาศสมบูรณ์แบบ นี่แหละคือสุนทรียภาพแห่งการสวมใส่"สถาปนิกน้อยพึมพำขณะลูบแขนเสื้อของตนเอง

            เอลฟ์หนุ่มช่างทอผู้หนึ่ง นามว่า 'ฟินดอล' ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเอลดรินเดินถือม้วนผ้าไหมพฤกษาที่เพิ่งทอเสร็จใหม่ๆ เข้ามาหาผู้ใหญ่บ้านด้วยรอยยิ้ม

            "ชุดของท่านผู้ใหญ่บ้านงดงามมากขอรับผ้าไหมพฤกษาจากต้นฝ้ายเวทมนตร์ที่ท่านเดซี่ปลูกให้นั้นยอดเยี่ยมมาก... ทว่าในฐานะช่างทอ ข้าแอบเสียดายนิดหน่อยที่เรามีวัตถุดิบเพียงชนิดเดียวขอรับ"

            อีไลอัสเลิกคิ้วขึ้น"หมายความว่ายังไงฟินดอล? ผ้าไหมพฤกษานี่ก็ถือว่านุ่มและทนทานที่สุดเท่าที่ฉันเคยใส่มาแล้วนะมันยังมีอะไรที่ดีกว่านี้อีกงั้นเหรอ?"

            ฟินดอลส่ายหัวเบาๆ"ไม่ใช่ว่ามีสิ่งที่ดีกว่าขอรับ แต่ในโลกของการสิ่งทอหากเราสามารถนำเส้นใยชนิดอื่นๆ มาผสมผสาน  หรือทอขึ้นรูปด้วยเทคนิคเฉพาะเราก็จะได้ผ้าที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปขอรับ... ตัวอย่างเช่นหากเราต้องการเสื้อผ้าที่เน้น 'ความยืดหยุ่นและรับแรงดึง ' ขั้นสุดยอดเราก็ต้องการเส้นใยที่มีความเหนียวหนืดหรือหากต้องการความนุ่มฟูและกักเก็บความร้อนระดับสูงสุดสำหรับฤดูหนาวเราก็ต้องการเส้นใยอีกประเภทหนึ่งขอรับ"

            ในหัวของอดีตสถาปนิกวัยสามสิบห้าปีประกายไฟแห่งนวัตกรรมวัสดุศาสตร์  ถูกจุดติดขึ้นมาทันที!ในการก่อสร้างอาคาร การเลือกใช้วัสดุผสม  ย่อมให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าวัสดุเชิงเดี่ยวเสมอ

            "เดี๋ยวนะฟินดอล..."อีไลอัสตาลุกวาว แววตาของคนที่ต้องทนนอนบนฟูกหญ้าคามาเป็นเดือนเปล่งประกายความหวัง"ถ้านายพูดถึงความนุ่มฟู... ในแง่ของการทำ 'เฟอร์นิเจอร์บุนวม' อย่างพวกหมอน เบาะรองนั่ง หรือฟูกนอนล่ะ? หญ้าคาแห้งที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้ พอใช้นานๆ เข้ามันก็ยุบตัวแบนแต๊ดแต๋  ขาดความยืดหยุ่น นายพอจะมีวัสดุที่ทำหน้าที่เป็น'ไส้ใน ' ที่สปริงตัวคืนรูปได้ดีๆบ้างไหม?"

            เอลฟ์หนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นเจ้านายกระตือรือร้น"มีแน่นอนขอรับ! หากท่านผู้ใหญ่บ้านต้องการสัมผัสที่นุ่มนวลราวกับนอนบนปุยเมฆเราต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า 'ปุยนุ่นเมฆา 'ขอรับ มันเป็นฝักนุ่นจากต้นไม้ยักษ์ดึกดำบรรพ์ปุยของมันมีน้ำหนักเบาหวิว กักเก็บมวลอากาศไว้ภายในได้ดีเยี่ยม  และไม่มีวันยุบตัวจับเป็นก้อน!หากนำมาเย็บยัดไส้หุ้มด้วยผ้าไหมพฤกษา...ท่านจะได้ฟูกนอนและหมอนหนุนที่สลายความปวดเมื่อยได้ชะงัดนักขอรับ!"

            "ปุยนุ่นเมฆางั้นเหรอ!เพอร์เฟกต์! นี่แหละคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของการพักผ่อน!" อีไลอัสทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ"แล้วไอ้เส้นใยพิเศษทั้งหลายที่นายพูดถึงเนี่ย เราจะไปหามันได้จากที่ไหนล่ะ?"

            เอลฟ์หนุ่มชี้มือไปทางทิศเหนือข้ามเขตลานโล่งและแปลงผัก มุ่งตรงไปยังแนวป่าที่ทึบและมืดครึ้มกว่า

            "ในป่าต้องห้ามแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เป็นดั่ง 'โรงงานผลิตเส้นใยชีวภาพ' อยู่ขอรับ... นั่นคือ 'แมงมุมอสูร ' ที่มีเส้นใยเหนียวรั้งยิ่งกว่าเหล็กกล้า และ 'ตัวไหมเวทมนตร์' ที่ให้เส้นไหมนุ่มฟูและกักเก็บมานาได้ดีเยี่ยม...และต้นนุ่นเมฆาที่มักจะเติบโตอยู่ใกล้ๆ รังของพวกมัน..."

            ฟินดอลกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนกล่าวประโยคสุดท้าย"ทั้งหมดนั้น... อาศัยอยู่ใน 'เขตป่าชั้นกลาง ' ถัดจากพรมแดนป่าชั้นนอกของเราไปไม่ไกลนักขอรับ"

            "ป่าชั้นกลางงั้นเหรอ..."อีไลอัสหรี่ตามอง"โซนสีเหลืองที่เป็นถิ่นของสัตว์อสูรระดับกลางและมานาที่เริ่มหนาแน่นสินะ...ได้! เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอของรัฐอิสระเฮเซลบรุค การออกทริปสำรวจทรัพยากร  คือสิ่งจำเป็น!"

            ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาขบวนสำรวจขนาดย่อมก็ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการที่ลานหน้าบ้านหินแกนกลางความร้อน

            อีไลอัสจัดการเตรียมเสบียงอย่างรัดกุมเขาแพ็ก 'พรีเมียมเพมมิแคน' ที่ทำจากเนื้อบดตากแห้งและไขมันสัตว์อสูรซึ่งให้พลังงานสูงและพกพาง่าย ใส่ลงในกระเป๋าผ้าที่ทอโดยเผ่าเอลฟ์พร้อมด้วยมันเทศป่าเผาเคลือบน้ำผึ้งและผลไม้เบอร์รีที่เดซี่ปลูกไว้เพื่อใช้เป็นทั้งเสบียงฉุกเฉินและ 'เครื่องมือเจรจาทางการทูต'

            บาร์นีย์ หมียักษ์อสูรระดับ A รับหน้าที่เป็น 'รถหุ้มเกราะและพาหนะบรรทุกสัมภาระ' ประจำทริปมันสะพายกระบุงหวายใบใหญ่ไว้บนหลัง ยืนตระหง่านอย่างน่าเกรงขาม โดยมี ฟินดอล เอลฟ์หนุ่มช่างทอยืนเกาะขาของมันอยู่ด้วยความประหม่าเล็กน้อย

            บนท้องฟ้า ไพเพอร์นกอสูรโดรนสำรวจเวหา บินโฉบเฉี่ยวส่งเสียงร้อง จิ๊บๆเพื่อยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เรดาร์จับตาดูภัยคุกคามจากมุมสูง

            "ทุกคนพร้อมนะ?ปฏิบัติการบุกเบิกป่าชั้นกลาง เริ่มต้นได้!" อีไลอัสออกคำสั่ง

            ขบวนสำรวจออกเดินทางลัดเลาะผ่านแปลงผักยกแคร่มุ่งหน้าขึ้นสู่ทิศเหนือ ก่อนจะก้าวพ้นเขตหมู่บ้าน อีไลอัสหันกลับไปมองอีกครั้งเรือนยอดของต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุข  ยังคงแผ่กิ่งก้านอยู่ทางทิศตะวันตกใบไม้สีส้มอมชมพูไหวเบาๆ ตามแรงลมราวกับกำลัง “มองส่ง” การเดินทางของเขาในครั้งนี้

            เมื่อก้าวข้ามแนวกำแพงหินธรรมชาติที่เป็นรอยต่อภูมิประเทศก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากป่าโปร่งที่แสงแดดส่องถึงกลายเป็นป่าทึบที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ลำต้นหนาเตอะรากไม้ชอนไชไปตามโขดหินแกรนิตอย่างสลับซับซ้อน อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงและหนักอึ้งขึ้นบ่งบอกถึง 'ความหนาแน่นของมานา' ที่เพิ่มสูงขึ้น

            “เจ้านายครับ!ทัศนวิสัยด้านบนถูกบังด้วยเรือนยอดไม้  ค่อนข้างเยอะแต่เท่าที่สแกนดู ไม่มีฝูงหมาป่าทมิฬอยู่ในรัศมีสองกิโลเมตรครับ!” เสียงของไพเพอร์รายงานผ่านสายใยพันธสัญญา เข้ามาในหัวของอีไลอัส

            "ดีมากไพเพอร์คอยจับตาดูสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวผิดปกติต่อไป" อีไลอัสตอบกลับ

            ระหว่างการเดินทางอีไลอัสและฟินดอลได้พบเห็นระบบนิเวศที่แปลกประหลาดมากมายดอกไม้เวทมนตร์ที่เรืองแสงในที่มืด เถาวัลย์ที่ขยับดุ๊กดิ๊กราวกับมีชีวิตและแมลงขนาดใหญ่ที่มีสีสันฉูดฉาดการได้บาร์นีย์เดินนำหน้าช่วยแผ่ออร่าของมอนสเตอร์ระดับ A ออกไป ทำให้สัตว์อสูรระดับล่างๆแตกฮือหลบหนีไปจนหมดสิ้น ไม่กล้าเข้ามากระตุกหนวดเสือ

            เมื่อเดินทางมาได้ประมาณครึ่งค่อนวันแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านใบไม้ก็เริ่มตั้งฉาก บ่งบอกเวลาเที่ยงวัน

            "หยุดพักตรงนี้ก่อนเถอะ"อีไลอัสยกมือขึ้นให้สัญญาณ "ถึงเวลาเติมเชื้อเพลิงให้ร่างกายแล้ว บาร์นีย์วางสัมภาระลงได้"

            พวกเขาเลือกพื้นที่ราบเล็กๆใต้ร่มไม้ใหญ่ที่มีโขดหินให้นั่งพัก อีไลอัสปลดกระเป๋าเสบียงออกแล้วหยิบเอาพรีเมียมเพมมิแคน มันเทศป่าเผาเคลือบน้ำผึ้ง และผลไม้สดๆออกมาวางเรียงรายบนใบเฟิร์นใบใหญ่ทันทีที่กลิ่นหอมของเนื้อตากแห้งที่อุดมไปด้วยไขมันสัตว์อสูรและกลิ่นคาราเมลของมันเทศป่าลอยไปตามสายลมปฏิกิริยาของป่าชั้นกลางก็เริ่มขึ้นทันที

            สวบ... สวบสาบ...ฟุดฟิด...

            เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังมาจากพุ่มไม้รอบทิศทางฟินดอลสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าไม้เท้าขึ้นมาเตรียมป้องกันตัว ทว่าอีไลอัสกลับยกมือปรามเอลฟ์หนุ่มไว้

            "ใจเย็นๆฟินดอล พวกนี้ไม่ใช่ภัยคุกคาม " สถาปนิกน้อยยิ้มกริ่มสายตาของเขามองทะลุพุ่มไม้ออกไป

            จากเงามืดของพงหญ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ค่อยๆ โผล่หน้าออกมา พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูรดุร้ายแต่เป็นเพียง 'สัตว์ป่าธรรมดา' ที่ถูกกลิ่นอาหารอันโอชะดึงดูดมา!กระรอกป่าหางพวงที่มีลวดลายแปลกตา กวางป่าตัวน้อยที่มีเขาเพิ่งงอกแรคคูนหน้าตาอยากรู้อยากเห็น และนกฮูกป่าตัวอ้วนกลมที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้เตี้ยๆ พวกมันจ้องมองกองอาหารด้วยดวงตาที่เป็นประกายน้ำลายสอ แต่ก็ยังหวาดกลัวออร่าของบาร์นีย์

            "ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ ต้องมีความหลากหลายทางชีวภาพ "อีไลอัสรำพึงกับตัวเอง"ถ้าหมู่บ้านของเรามีแค่สัตว์อสูรระดับสูง มันก็ขาดความมีชีวิตชีวาสัตว์ธรรมดาพวกนี้แหละที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างของระบบนิเวศในเฮเซลบรุคช่วยพรวนดิน กระจายเมล็ดพันธุ์ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย"

            อีไลอัสบิมันเทศเผาและเพมมิแคนออกเป็นชิ้นเล็กๆแล้วโยนไปตรงหน้าพวกสัตว์ป่า "เอ้า! กินซะสิ ไม่ต้องกลัวบาร์นีย์ไม่กินพวกนายหรอก"

            สัตว์ป่าเหล่านั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่กระรอกตัวกล้าหาญที่สุดจะวิ่งเข้ามากระชากชิ้นมันเทศเผาเข้าปากทันทีที่ความหวานละมุนและพลังงานอัดแน่นแตกซ่านในปากของมันมันก็ส่งเสียงร้องด้วยความฟิน สัตว์ตัวอื่นๆ ที่เห็นดังนั้นจึงเลิกสนใจออร่าของหมียืนยันความปลอดภัยและกรูกันเข้ามากินเสบียงอย่างเอร็ดอร่อย

            เมื่อพวกมันอิ่มหนำสำราญและแสดงท่าทีเป็นมิตรอีไลอัสก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขากางฝ่ามือออก แสงสีทองสว่างจ้าของ [พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย ] สาดส่องออกไปครอบคลุมร่างของกระรอกกวางน้อย แรคคูน และนกฮูกป่า รวมๆ กันประมาณสามสิบตัว

            [ เงื่อนไขบรรลุผล:เป้าหมายยอมรับของกำนัลและการพึ่งพาอาศัย ]

            [ สวัสดิการที่ทำงาน:Sanctuary Regen และการคุ้มครองในอาณาเขต Safe Haven]

            สัญลักษณ์รูปวงเวียนและฉากของสถาปนิกเรืองแสงขึ้นที่หน้าผากของพวกสัตว์ป่าเพียงชั่วครู่ก่อนจะซึมหายไป

            "ยินดีต้อนรับสู่ทะเบียนราษฎร์ของเฮเซลบรุคนะพวกตัวเล็ก"อีไลอัสหัวเราะร่วน "เดี๋ยวขากลับ พวกแกตามบาร์นีย์กลับไปที่หมู่บ้านนะเดซี่น่าจะชอบใจที่มีเพื่อนช่วยกินวัชพืชเพิ่ม"

            หลังจากปาร์ตี้มื้อเที่ยงสั้นๆจบลง ขบวนสำรวจก็มุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าชั้นกลางอีกครั้ง

            ยิ่งลึกเข้าไปเสียงของป่ากลับยิ่งเงียบลงไม่ใช่ความสงบ… แต่เป็นความเงียบที่เกิดจากการไม่มีสิ่งมีชีวิตใด กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่ลมยังดูเหมือนจะพัดเบาลง  ราวกับไม่ต้องการรบกวน “บางสิ่ง”ที่ซ่อนอยู่ในความมืด

            “จ...เจ้านายครับ! ข้างหน้ามีโครงสร้างอะไรบางอย่างแปลกๆ! มันเป็นเส้นใยสีขาวโยงใยไปมาระหว่างต้นไม้เหมือนตาข่ายยักษ์เลยครับ!” ไพเพอร์รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            อีไลอัสเดินฝ่าดงไม้ก้าวออกไปสู่ลานกว้างและสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำเอาวิญญาณสถาปนิกของเขาถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่งสุดขีด!

            ระหว่างต้นไม้ใหญ่ยักษ์สามสี่ต้นปรากฏ 'โครงข่ายเส้นใยสีขาวอมเงิน'ที่ถูกถักทอขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงและสลับซับซ้อนมันไม่ใช่ใยแมงมุมธรรมดา แต่มันคือโครงสร้างทางวิศวกรรมที่สมบูรณ์แบบ!

            "นี่มัน...สุดยอดสถาปัตยกรรมแบบขึงตึง !" อีไลอัสอุทานเขามองดูเส้นใยหลักที่ขึงเป็นแกนรับน้ำหนัก  และเส้นใยย่อยที่สานเป็นตาข่าย  "การถ่ายเทน้ำหนักและแรงตึง  ของใยพวกนี้สมมาตรและไร้ที่ติมันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกมหาศาลโดยไม่ฉีกขาด!นี่คือผลงานของวิศวกรโครงสร้างตามธรรมชาติชัดๆ!"

            ทว่าความชื่นชมทางสถาปัตยกรรมก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงขู่ฟ่อที่ดังก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องบน!

            ฟ่ออออ!!!

            ร่างเงาขนาดมหึมาทิ้งตัวลงมาจากยอดไม้ด้วยความเร็วสูง!ตกลงมากระแทกพื้นดินจนเกิดแรงสั่นสะเทือน มันคือ 'แมงมุมอสูรระดับ B  ' ขนาดยักษ์!

            ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถม้าขนาดย่อมแต่สิ่งที่สะดุดตาไม่ใช่ขนาด… หากเป็น “โครงสร้าง” ของมันเปลือกนอกสีดำมันวาวของมันดูแข็งแกร่งราวกับโลหะมีลวดลายสีน้ำตาลอมส้มกระจายเป็นจุดๆคล้ายร่องรอยของแร่ธาตุที่ฝังตัวอยู่ภายในขาทั้งแปดข้างไม่ได้เป็นเพียงอวัยวะสำหรับเคลื่อนไหวแต่มันดูราวกับ“คานรับแรง” ที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบทุกข้อปล้องเชื่อมต่อกันอย่างแม่นยำรองรับน้ำหนักมหาศาลได้โดยไม่สั่นไหวดวงตาทั้งแปดสะท้อนแสงเย็นเยียบขณะที่เขี้ยวพิษสีม่วงเข้มค่อยๆ หยดลงสู่พื้นดิน ส่งกลิ่นที่บอกชัดว่า… มันคือผู้ล่าในระดับสูงของป่าชั้นกลาง

            "โฮกกกก!!"บาร์นีย์คำรามลั่นป่า มันก้าวออกมายืนจังก้าขวางหน้าอีไลอัสและฟินดอลทันทีหมียักษ์อสูรยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นเตรียมพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูให้แบนติดดินตามสัญชาตญาณของการเป็นแทงก์ประจำหมู่บ้าน

            แมงมุมอสูรย่อขาหลังเตรียมสปริงตัวพุ่งเข้าปะทะกับหมียักษ์ บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดการต่อสู้ของมอนสเตอร์ระดับนักล่ากำลังจะระเบิดขึ้น!

            “หยุดก่อนบาร์นีย์น้ำเสียงของอีไลอัสนิ่งผิดปกติ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เขี้ยวหรือขาของมัน

    แต่เขามองไปที่ “ใย” ด้านหลังนี่ไม่ใช่รังของผู้ล่าทั่วไป  แต่มันคือ “โครงสร้างที่มีระบบ” และไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ควรถูกฆ่าทิ้ง

            แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของ 'ฟินดอล'เอลฟ์หนุ่มช่างทอที่ควรจะสั่นกลัวจนก้าวขาไม่ออก!

            เอลฟ์หนุ่มกลับก้าวเดินออกมาจากด้านหลังของบาร์นีย์เขาไม่มีอาวุธในมือ ดวงตาของเขาไม่ได้จ้องมองแมงมุมยักษ์ด้วยความหวาดกลัวแต่มันเต็มไปด้วยความคุ้นเคยและอ่อนโยน

            "ชู่ว...ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร พวกเราไม่ใช่ศัตรู..."ฟินดอลส่งเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและเป็นจังหวะ ราวกับกำลังฮัมเพลงกล่อมเด็ก

            เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้แมงมุมอสูรที่กำลังแยกเขี้ยวอย่างใจเย็นบาร์นีย์ทำท่าจะตะปบห้าม แต่อีไลอัสยกมือส่งสัญญาณให้รอดูสถานการณ์

            ฟินดอลเดินไปหยุดอยู่ห่างจากขากรรไกรอาบพิษเพียงไม่กี่คืบเขาค่อยๆ ยื่นมือที่ว่างเปล่าออกไปเบื้องหน้า แมงมุมอสูรชะงักการโจมตีดวงตาสีแดงทั้งแปดดวงของมันกะพริบปริบๆ จ้องมองมือของเอลฟ์หนุ่ม มันค่อยๆลดระดับความก้าวร้าวลง ขนที่ตั้งชันลู่ตกลงแนบตัว ก่อนที่มันจะยื่นขาหน้าที่มีหนามแหลมคม...มาวางแตะลงบนฝ่ามือของฟินดอลอย่างนุ่มนวล!

            อีไลอัสอ้าปากค้าง"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? พวกนายรู้จักกันเหรอ?"

            ฟินดอลหันมาส่งยิ้มให้ผู้ใหญ่บ้าน"เผ่าเอลฟ์สายช่างทออย่างพวกเรา มีความผูกพันลึกซึ้งกับสิ่งมีชีวิตที่สร้างเส้นใยขอรับท่านผู้ใหญ่บ้านในอดีตกาล ก่อนที่หมู่บ้านเดิมของเราจะถูกไฟป่าเผา...บรรพบุรุษของเราเคยพึ่งพาอาศัยเส้นใยแมงมุมอสูรในการขึ้นโครงกี่ทอผ้าเวทมนตร์พวกเราไม่เคยมองพวกมันเป็นมอนสเตอร์ดุร้าย แต่เรามองพวกมันเป็น 'สหายร่วมอุดมการณ์แห่งการถักทอ 'ขอรับ!"

            แมงมุมอสูรส่งเสียงครางฟี้ๆ ในลำคอ ราวกับเห็นด้วยกับคำพูดของเอลฟ์มันเอาหัวที่เต็มไปด้วยดวงตาถูไถกับแขนของฟินดอลอย่างออดอ้อนขัดกับรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของมันโดยสิ้นเชิง

            "ท่านผู้ใหญ่บ้านขอรับ..."ฟินดอลหันมามองอีไลอัสด้วยสายตาอ้อนวอน "สหายผู้สร้างเส้นใยตัวนี้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและหิวโหยในป่าชั้นกลางที่โหดร้ายมันทอใยเพื่อดักจับเหยื่อประทังชีวิตอย่างยากลำบาก... หากท่านจะกรุณา...รับท่านสถาปนิกโครงสร้างใยตัวนี้ ไปเป็นพลเมืองของเฮเซลบรุคด้วยได้ไหมขอรับ?"

            อีไลอัสมองดูแมงมุมยักษ์ที่กำลังอ้อนเอลฟ์หนุ่มสลับกับมองดูโครงสร้างใยแบบ Tensile Architecture ด้านบนในหัวของเขาประมวลผลถึงความสุดยอดของ 'สายเคเบิลชีวภาพ'ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสะพานแขวน  หรือระบบสลิงดึงของในหมู่บ้านได้!

            "ของดีระดับนี้...ปฏิเสธก็โง่แล้ว!" อีไลอัสยิ้มกว้าง เขาก้าวเดินเข้าไปหาแมงมุมอสูรโดยไม่มีความหวาดกลัว

            "นี่เจ้าสถาปนิกแปดขา...สนใจเปลี่ยนสายงานจากนักล่า มาเป็นผู้รับเหมาผลิตเส้นใย  ประจำหมู่บ้านฉันไหม? ฉันมีเนื้อสัตว์อสูรและสตูว์อร่อยๆให้แกกินทุกวันแลกกับการที่แกผลิตใยที่แข็งแกร่งที่สุดให้ฉันเอาไปสร้างเมืองและทอผ้า... ดีลไหม?"

            แมงมุมอสูรจ้องมองเด็กชายมันสัมผัสได้ถึงความจริงใจและออร่าความปลอดภัย มันพยักหน้าหงึกๆ รัวๆอย่างกระตือรือร้น!

            อีไลอัสกางฝ่ามือออกแสงสีทองแห่ง [พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย] สว่างวาบขึ้นอีกครั้งพุ่งเข้าประทับตราสัญลักษณ์สถาปนิกบนหน้าผากของแมงมุมอสูร!

            [ เงื่อนไขบรรลุผล:เป้าหมายยอมรับข้อเสนอการพึ่งพาอาศัยและสวัสดิการอาหาร ]

            [ ยืนยันนามแห่งพันธสัญญา:สปินเนอร์  ]

            "ยินดีต้อนรับสู่แผนกสิ่งทอและโครงสร้างนะสปินเนอร์!" อีไลอัสหัวเราะชอบใจ

            แมงมุมอสูรนิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่ขาทั้งแปดจะค่อยๆคลายแรงตึงร่างขนาดมหึมาลดระดับลงเล็กน้อยมันไม่ได้คุกเข่า…  แต่มัน “ยอมรับ”ในแบบของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยยอมใครมาก่อน

            “ยินดีรับใช้นายท่าน”สปินเนอร์กล่าว

            ปฏิบัติการสำรวจป่าชั้นกลางประสบความสำเร็จอย่างงดงามเกินคาดหมายขากลับ ขบวนสำรวจที่เคยมีแค่หนึ่งมนุษย์ หนึ่งหมี หนึ่งนก และหนึ่งเอลฟ์บัดนี้ถูกขยายขนาดขึ้นอย่างมโหฬาร บาร์นีย์เดินนำหน้า โดยมีสปินเนอร์แมงมุมอสูรขนาดยักษ์เดินตามต้อยๆ อย่างเชื่อฟัง และมีฟินดอลขี่อยู่บนหลังของมัน ตลอดเส้นทางขากลับอีไลอัสและฟินดอลยังได้ใช้ความรู้พฤกษศาสตร์และการดมกลิ่นของไพเพอร์ค้นพบดงต้นไม้ที่มี **'ตัวไหมเวทมนตร์ '** เกาะอยู่เต็มไปหมดพวกมันมีสีขาวเรืองแสงและพ่นเส้นใยที่มีมานาอัดแน่น

            อีไลอัสไม่รอช้าใช้มันเทศเผาและใบไม้ที่อร่อยที่สุดหลอกล่อทำสัญญากับพวกมันแล้วกวาดต้อนกลับหมู่บ้านไปทั้งดง! ไม่เพียงเท่านั้นผีเสื้อยักษ์ที่มีปีกสีสันสวยงามสะท้อนแสงแดด ซึ่งเป็นตัวเต็มวัยของหนอนไหมก็ถูกทำสัญญาให้ไปเป็น **'เครื่องประดับประดาภูมิทัศน์ '** จำนวนห้าตัวบินว่อนสร้างความสวยงามให้โซนเกษตรกรรมอีกด้วย!

            และก่อนที่พวกเขาจะก้าวพ้นพรมแดนป่าชั้นกลางเสียงของไพเพอร์ก็ดังเจื้อยแจ้วลงมาจากยอดไม้สูง “เจ้านายครับ!พิกัดสิบเอ็ดนาฬิกา! เจอเป้าหมายสุดท้ายแล้วครับ! ดงต้นไม้ที่มีฝักสีขาวๆ ฟูๆเหมือนก้อนเมฆ!” อีไลอัสและฟินดอลรีบมุ่งหน้าไปตามเสียงเรียก

            สิ่งที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคือต้นไม้ยักษ์ดึกดำบรรพ์หลายต้นที่แผ่กิ่งก้านสาขาฝักขนาดใหญ่ของมันปริแตกออก ปล่อย **'ปุยนุ่นเมฆา '**สีขาวบริสุทธิ์ให้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณราวกับหิมะตกในฤดูใบไม้ร่วง

            “โอ้โห! วัสดุยัดไส้  ระดับซูเปอร์พรีเมียม!”อีไลอัสตาลุกวาว แววตาของคนที่โหยหาฟูกนุ่มๆมาแรมเดือนเปล่งประกายเจิดจ้า “บาร์นีย์! ถึงตาแกออกโรงแล้วเขย่าต้นไม้พวกนั้นให้ฝักมันร่วงลงมาเลย! ส่วนสปินเนอร์! แกช่วยพ่นใยขึงเป็น ‘ตาข่ายดักจับ ’ รองรับไว้ด้านล่างอย่าให้ปุยนุ่นปลิวหายไปตามลมนะ!”

            การทำงานประสานกันข้ามเผ่าพันธุ์ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบบาร์นีย์ใช้พละกำลังระดับ Aเขย่าลำต้นจนฝักนุ่นเมฆาร่วงกราวลงมาสู่ลานกว้างที่สปินเนอร์ขึงตาข่ายใยแมงมุมปูพรมรอไว้ฝั่งของฟินดอลก็รับหน้าที่เก็บเกี่ยวปุยสีขาวที่นุ่มฟูและเบาหวิวราวกับอากาศเหล่านั้นมัดรวมเป็นห่อใหญ่ยักษ์หลายสิบห่อ นำไปผูกติดไว้บนหลังของบาร์นีย์และสปินเนอร์จนมองเผินๆ เหมือนพวกเขากำลังแบกก้อนเมฆเดินกลับบ้าน เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของอีไลอัสและฟินดอลดังก้องไปตลอดทางเดินกลับ

            พวกเขาไม่ได้แค่ไปหาเส้นใยแต่พวกเขาได้ขนเอา 'โรงงานสิ่งทอ ระบบนิเวศน์ และโรงงานผลิตเครื่องนอนระดับวีไอพี' กลับไปเติมเต็มรัฐอิสระเฮเซลบรุคอย่างสนุกสนานที่สุด!

     

    [ ข้อมูลระบบ: รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค ]

            [ สถานะผู้ใหญ่บ้าน ]

            ชื่อ: อีไลอัส บรุค(ผู้ก่อตั้ง)

            คลาส: ผู้รังสรรค์แห่งความสงบสุขเลเวลตัวละคร:Lv.15

             [ รายงานประชากรรัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค:รวม 107 ชีวิต + 1 โคโลนี ]

            ลูกบ้านอสูร(แกนนำ/หัวหน้าแผนก):7 ชีวิต

            สปินเนอร์ (แมงมุมอสูร ระดับ B) - ผู้รับเหมาผลิตเส้นใย/โครงสร้างแบบขึงตึง

            พลเมืองแรงงานและผู้อยู่อาศัย: 89 ชีวิต (+ 1 โคโลนี)

            สัตว์ป่าธรรมดา (กระรอก, กวาง, แรคคูน, นกฮูก): 30 ตัว (เติมเต็มความหลากหลายทางชีวภาพ)

            ผีเสื้อยักษ์: 5 ตัว (เครื่องประดับประดาภูมิทัศน์)

            ตัวไหมเวทมนตร์: 1 ฝูงใหญ่/โคโลนี (โรงงานผลิตเส้นไหม) 

    คล้ายกับเรื่องหนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1 ที่คุณอ่าน