เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 60 ไอ้สารเลวเอ๊ย!

    ถังเฉียนล้มลงกับพื้น ศีรษะด้านหลังกระแทก เจ็บจนหน้าซีด ในมือยังจับถ้วยชาไว้ น้ำชาในถ้วยที่เย็นแล้วสาดลงบนหน้าอก กลับเหมือนน้ำร้อนก็มิปาน ร้อนลวกเจ็บไปทั้งกาย 


    เสี่ยวหรูตกใจจนสำลัก แม้คุกเข่าหมอบกับพื้นก็อยากเข้าช่วยประคองถังเฉียน ทว่าเพราะเจ็บหัวเข่าอย่างรุนแรง ลุกไม่ขึ้น ตกใจจนเอาแต่ร้องไห้


    ถังโยวเม้มปากกลั้นหัวเราะ หน้าซาลาเปาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ จงใจบีบเสียงกล่าว “แย่แล้วน้องสาว ครานี้เจ้าคงรู้แล้วสินะ เก้าอี้ที่มีสี่ขา จะอย่างไรก็ดีกว่าคนที่มีสองขาแข็งแรงพึ่งพิงได้ เดิมคิดว่าเจ้าไม่อ้วน แต่ดูสิ เจ้าทับเสี่ยวหรูจนกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว? จุ๊ ๆ...”  


    ถังเหลาเหย่ดุอย่างโมโห “หุบปาก! ยังหัวเราะอะไรอยู่? รีบพยุงน้องเจ้าขึ้นมา พวกเรากลับบ้าน!”


    ถังโยวเดินไปข้างหน้าสองก้าวอย่างไม่เต็มใจ ถังเฉียนกลับไม่กล้าให้นางประคอง ดันร่างตนเองขึ้น ใช้ผ้าเช็ดหน้ากุมหน้าอก ใบหน้าน่ารักเปลี่ยนเป็นซีดขาว น้ำตาคลอ ราวกับกระต่ายขาวตัวน้อยชวนให้คนสงสารเอ็นดู นางโผเข้าหาฮัวชิงหร่านยิ้มทั้งน้ำตา เปล่งเสียงเรียกอย่างเขินอาย “คุณชาย...” ช่างเป็นคำลาหมื่นพันความลึกซึ้ง ความคิดถึงกลางสายฝน  


    ในเวลานี้เอง เด็กรับใช้ของฮัวชิงหร่านมารายงานว่าหัวหน้าหยาอีหลี่ต้าจ้วงขอพบท่านใต้เท้าชวีหนานอี


    ถังเหลาเหย่กล่าวในใจ ‘ในที่สุดก็สามารถลากลับบ้าน ดีมาก ท้องข้าหิวเหลือเกิน นั่งจนเจ็บก้น ตระกูลฮัวเป็นถึงตระกูลใหญ่ รับแขกรู้แต่รินชา ไม่รู้จักนำของหวานจานใหญ่ออกมารับแขกสักสองสามจาน นั่นถึงจะเป็นการมีน้ำจิตน้ำใจ ไป ๆ รีบไป ๆ กลับบ้านไปเอาหมั่นโถวสองสามลูกยัดเข้าท้องก่อนค่อยว่ากัน’


    ชวีหนานอีกลับเหมือนยังคุยไม่พอ กุมมือมองไปทางฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียนอย่างเสียดาย


    ฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียนลุกขึ้นส่งแขก ล้วนไม่อยากให้เขาอยู่กล่าวคุยต่อ


    ชวีหนานอีกล่าวอย่างเสียดาย “ชิงหร่าน หรูเหยียน ไม่ต้องมากพิธี เชิญกลับเถิด คราวหน้าค่อยมาใหม่ ต้องได้กล่าวคุยโวกันครู่ใหญ่ ลิ้มรสฝีมือของหรูเหยียน”  


    ถังเหลาเหย่เขย่าเนื้ออ้วน ๆ กล่าวในใจ ‘เหอะ ความทุ่มเทครานี้ ใต้เท้าชวีไม่เอ่ยเรียกคุณหนูฮัวแล้ว เรียกชื่อหรูเหยียนอย่างสนิทสนม อาการหน้าไม่อายของคนผู้นี้ไม่มีใครเทียบได้’ 


    ฮัวหรูเหยียนยิ้มอ่อนกล่าว “หนานอี คราหน้ายังมี”


    ชวีหนานอีมองฮัวหรูเหยียนอย่างลึกซึ้ง ยิ้มอย่างแฝงไปด้วยความลึกซึ้งขึ้น  


    ถังโยวมองสองคนที่ส่งสายตากันไปมาอย่างขัดหูขัดตาเป็นที่สุด ในใจด่าว่าอย่างรุนแรง ‘เลว!’ หันกลับไปมองฮัวชิงหร่าน กล่าวในใจ ‘งดงามพริ้งพรายเช่นนี้ ช่างสง่าเลิศเลอเต็มสิบ หากข้าสามารถเปลี่ยนเป็นดอกบัวที่อยู่ในสระนี้ คงอยู่เกาะติดกับเขาทั้งวันทั้งคืน น่าจะดีไม่น้อย’  


    เอาเถอะ ตอนที่ถังโยวด่าว่าชวีหนานอีและฮัวหรูเหยียน คล้ายกับลืมไปแล้ว เมื่อวานนางยังอยากออกเรือนกับชวีหนานอี วันนี้กลับเริ่มต้องการฮัวชิงหร่านแล้ว


    เอาแต่คิดเรื่องฮัวชิงหร่านเหมือนกับถังโยวยังมีลวี่เยา นางถือกระถางเครื่องหอม มองฮัวชิงหร่าน รู้สึกเสียดายที่ต้องจากไป อยากเอากระถางเครื่องหอมในมือทุบศีรษะฮัวชิงหร่าน ไม่ ๆ ๆ เรื่องโหดร้ายทารุณเช่นนี้ จะเป็นนางเองทำได้อย่างไร? คงต้องได้นำน้ำมันจากศพมาทำเป็นน้ำมันตะเกียงแน่ คุกเข่าอยู่หน้าเตียงของตนทุกวัน ถือโคมไฟให้ตนเองทุกวันดีกว่า ในชีวิตนี้ไม่ง่ายเลยที่นางจะใจดีสักครั้ง ดูดกลืนพิษร้ายในร่างของเขา กลับถูกเขาใช้ดาบแทงทำร้ายที่หน้าอก หากไม่เพราะด้วยเหตุนี้ นางคงไม่ต้องใช้ชีวิตที่ดื่มเลือดกินเนื้อสดอยู่บนเขาเยี่ยนซาน อีกทั้งไม่บังเอิญทำผ้าเช็ดหน้าที่สำคัญเท่าชีวิตหาย หากเพราะเรื่องของฮัวชิงหร่าน ทำให้นางหาของเซ่นไหว้ครั้งสุดท้ายกลับมาไม่ได้ ความแค้นนี้ต้องสลักตราผนึก ชีวิตนี้เพื่อแก้แค้น! 


    ทันใดนั้น มีเสียงอื้ออึงคล้ายมังกรคำรามดังออกมาจากห้องห้องหนึ่ง เสียงนั้นไม่ดัง แต่กลับเชื่อมต่อกับจิตใจของลวี่เยา คล้ายกับดังอยู่ในใจของนางโดยตรง นางกลัวเสียงอื้ออึงของ “สามภพ” จะดึงความสนใจของฮัวชิงหร่าน จึงรีบระงับความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความรักใคร่ปรีดา ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ แรงควบคุมภายในใจและความคิดของลวี่เยาสามารถดึงฝูงแรดที่วิ่งอยู่ให้ตายได้เลย




    ฮัวชิงหร่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกคล้ายได้ยินเสียงอื้ออึงของ “สามภพ” แต่ฟังไม่ชัดนัก เป็นเพราะในใจมีเรื่องราว ไม่มีเวลาสังเกตท่าทีของลวี่เยา 


    ในตอนนี้ไป๋เฉาที่หมอบอยู่บนพื้นกำลังรักษาท่วงท่างดงามอย่างสุดกำลัง ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนดั่งต้นหลิวอ่อนลู่ลม คนไม่รู้คงคิดว่านางแค่โน้มตัวไปเด็ดดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ใบหน้าเปี่ยมสุข แต่เหงื่อบนหน้าผากกลับหักล้างท่าทีแข็งแกร่งที่นางได้ทุ่มเท 


    การผ่านด่านฮัวหรูเหยียน จู่ลี่ ถังโยว ลวี่เยา พ่ายแพ้ยับเยิน ขณะที่ฟังอยู่นางไม่สะดวกจะกล่าวแทรก อีกทั้งแอบผิดหวังจู่ลี่ที่ไม่คิดแม้แต่จะปกป้องนาย ซ้ำยังถูกปิ่นทิ่มเข้าให้ ฮัวหรูเหยียนเป็นเจ้านายที่เข้มงวด กลับไปต้องจัดการจู่ลี่อย่างแน่นอน รอครั้งหน้าทั้งสองออกมาพร้อมฮัวหรูเหยียน หน้าที่เก้าอี้คนงามนี้คงตกเป็นของจู่ลี่ ถึงตอนนั้น นางเพียงยืนอยู่ด้านหลังฮัวหรูเหยียน โบกพัดให้ไปมา อา แค่คิดก็สบายแล้ว  


    ไป๋เฉาแอบยินดีอยู่ในใจ อยากแสดงต่อหน้าฮัวหรูเหยียนสักครา ให้คนอื่น ๆ ตาค้าง ใจนางรู้ แทนที่จะกล่าวใช้เหตุผลกับคนโง่ ไม่เท่าลงไม้ลงมือปล่อยอารมณ์ไปเสียเลย นางเห็นลวี่เยาเดินไปข้างหน้า พลางหันมองฮัวชิงหร่าน มิได้สังเกตเห็นนางจึงแอบเข้าไปใกล้ ยื่นเท้าออกไปขัดลวี่เยาให้สะดุดล้ม


    ร่างของลวี่เยาถลาไปข้างหน้า กระถางเครื่องหอมในมือลอยขึ้น ธูปหอมที่ไหม้จนเป็นฝุ่นผงแล้วฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้าลอยไปทางฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียน 


    ฮัวชิงหร่านปฏิกิริยาว่องไว หันศีรษะใช้แขนเสื้อบังหน้า รอเมื่อเขาเอาแขนลง แขนเสื้อสีจันทร์เสี้ยวก็ถูกย้อมด้วยฝุ่นผงดำหนึ่งชั้นแล้ว มองไปช่างน่ารันทดไม่น่าดูเอาเสียเลย


    ฮัวหรูเหยียนปฏิกิริยาเชื่องช้า เคราะห์ดีที่นางยืนอยู่ข้างฮัวชิงหร่าน แม้กลืนฝุ่นผงลงไป ก็มิได้ร้ายแรง


    ในเวลาไม่ต่างกันนัก ฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียนหันไปมองลวี่เยากับไป๋เฉา แม้มิได้ตะคอกดุด่า แต่การไม่แสดงออกกลับกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่ง 


    ไป๋เฉาสูดความเยือกเย็นเข้าไปครั้งหนึ่ง รีบกล่าว “มิใช่ข้าน้อย ไม่ใช่...นะ!”


    ลวี่เยาไม่รอไป๋เฉากล่าวจบ รีบหยิบกระถางเครื่องหอมขึ้นส่องหน้าตนเอง! ในปากตะโกน “อย่าขัดข้าสะดุดล้มสิ! กระถางเครื่องหอมเสียหายจะทำเช่นไร!?” ครั้งนี้ นางปัดตกคำโกหกของไป๋เฉาได้สำเร็จ ที่สำเร็จยิ่งกว่านั้นคือ นางโยนฝุ่นผงกระถางเครื่องหอมที่เหลือทั้งหมดใส่หน้าฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียน! 


    การลงมือครานี้มีความไร้เดียงสาอยู่บ้าง ทว่าเพราะมิอาจต้านความต้องการเก็บดอกเบี้ยของตนเอาไว้ก่อน 


    ฮัวชิงหร่านเพิ่งหันกลับมา ยังไม่ทันดุด่า ก็โดนอีกครั้ง สภาพน่าเวทนายิ่งนัก เขาอยากกะพริบตาสักนิด กลับพบว่าฝุ่นเข้าตาเสียแล้ว เจ็บเหลือเกิน เขาอยากกล่าวบางอย่าง กลับพบว่าเปิดปากก็กินฝุ่น น่าสะอิดสะเอียน เขาอยากสูดอากาศสงบสติอารมณ์ กลับพบว่ารู้สึกคันในจมูก ไม่สบาย  


    ฮัวหรูเหยียนความรู้สึกไม่ละเอียดอ่อนเหมือนฮัวชิงหร่าน มีเพียงไฟโทสะที่แผดเผาพุ่งขึ้นจากฝ่าเท้า ตรงไปยังสมอง! 


    นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกึกกัก เบิกตากว้าง พ่นลมทางจมูก อ้าปากตะโกน กลับถูกเศษผงทำสำลัก ไอจนหายใจหอบ 


    ไป๋เฉาไม่กล้ารอช้า ไม่ห่วงความเจ็บปวดที่ใบหน้า ทำใจกล้าวิ่งเข้าไปข้าง ๆ ฮัวหรูเหยียน ตบหลังอีกฝ่ายเบา ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าให้  


    ทุกคนล้วนตาค้าง จ้องมองเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ลืมสิ้นปฏิกิริยาทุกอย่าง 


    ชวีหนานอีมองฮัวชิงหร่านที่ยืนหลับตานิ่ง และฮัวหรูเหยียนที่หันหลังกำหมัดแน่น เอ่ยอย่างสำรวมบอกสาวน้อยพายเรือให้รีบมา นี่ไม่ หลี่ตาจ้วงมาหาเขาแล้ว คงเป็นเรื่องด่วนแน่ เสียเวลาไม่ได้ เสียเวลาไม่ได้ 


    ชวีหนานอีกับถังเหลาเหย่นั่งเรือลำเดียวกัน ถังโยว ถังเฉียน และเสี่ยวหรูนั่งเรืออีกลำหนึ่ง เมื่อเห็นเรือลำนั้นบรรทุกเกินกำลัง ลวี่เยาจึงกระโดดขึ้นเรือของชวีหนานอี ลอยตามน้ำตามลมออกไป 


    ถังโยวมองฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียน อยากกล่าวอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเสียงถอนหายใจ เป็นสัญญาณให้สาวน้อยพายเรือจากไป สาวน้อยออกแรงอย่างสุดกำลัง ในที่สุดเรือก็ขยับ 




    เรือสองลำค่อย ๆ ผ่านสระบัวสีเขียวคราม ครั้นเมื่อใกล้ถึงฝั่ง ก็ได้ยินเสียงฟาดดังออกมาจากในศาลา เสียงนั้นดังก้องกังวานทำให้ทุกคนหวาดเสียวและตกใจจนสั่นสะท้าน


    ชวีหนานอีเอียงศีรษะมองลวี่เยา กล่าวหยอกล้อ “เสียววาบเลยใช่ไหม?”


    ลวี่เยาชั่งน้ำหนักกระถางเครื่องหอมในมือ ถามซื่อ ๆ ว่า “อยากเจ็บตัวหรือ?” 


    ชวีหนานอีทนไม่ไหว ระเบิดเสียงหัวเราะ หัวเราะไปหัวเราะมา พลันนึกได้ว่าการหัวเราะนี้ออกจะไม่เหมาะสมอยู่สักหน่อย เกรงว่าฮัวชิงหร่านและฮัวหรูเหยียนจะเข้าใจผิดว่าตนกำลังหัวเราะเยาะพวกเขา แต่ในเมื่อหัวเราะไปแล้ว จะทำอย่างไรได้? ยังจะวิ่งทะเล่อทะล่ากลับไปบอกพวกเขาว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด? เฮ้อ เจ้าลวี่เยานี่นะ เป็นปีศาจลวี่โดยแท้ สามารถสร้างเรื่องวุ่นวายได้เสียจริง 


    ชวีหนานอีพอหัวเราะอย่างฝืน ๆ ก็ยกมือขึ้นดีดเพียะไปที่หัวของลวี่เยา


    ลวี่เยารู้สึกยุ่งยากใจ นางต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีจับกระถางเครื่องหอมในมือให้แน่น เพื่อไม่นำมันฟาดเข้าที่ใบหน้ายิ้มหวานของชวีหนานอี!  


    นางถูกผู้ชายคนหนึ่งดีดเพียะที่หัว?


    เลว-สิ้น-ดี!


    ไอ้-สาร-เลว-เอ๊ย!

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน