หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 86 การยกระดับค่ายมิดไนท์

    ตอนที่86 การยกระดับค่ายมิดไนท์

    คำสั่งของลูก้าเหมือนสัญญาณทหารของพันธมิตรราชาหลายร้อยคนพุ่งออกมาจากอาคารรอบๆพากันกระโจนเข้าใส่สนามรบอย่างดุร้าย เสียงปืนดังสนั่นอีกครั้งการฆ่าฟันครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้น

    “ย้า! กล้าดูถูกกูเหรอ ตายให้หมดซะ!”โบรัมคำราม แล้วพุ่งเข้าใส่ศัตรูสามคนพร้อมกันหมัดของเขากระแทกหน้าชายคนหนึ่งจนฟันกระเด็นจากนั้นเขาคว้าคออีกคนแล้วยกขึ้นก่อนจะหักคอ

    ปัง! ปัง!แต่ในวินาทีถัดมากระสุนจากด้านบนสองนัดก็พุ่งใส่เขาเลือดของโบรัมกระเซ็นขายืนไม่อยู่จนเริ่มเซถอยหลัง และกระสุนอีกนัดเจาะทะลุอกร่างยักษ์ของเขาล้มลงกับพื้นเหมือนภูเขาถล่ม

    ‘บัดซบ…’ ภาพของโบรัมค่อยๆดับวูบมืดไปตลอดกาล

    “โบรัม!” เร็กซ์ที่หันมาเห็นพอดีตะโกนอย่างตกใจ

    อีธานยังคงสู้ต่อเขาฆ่าศัตรูไปหลายคนอย่างรวดเร็ว มีดในมือเขาวาบไปมาเหมือนสายฟ้า แต่แล้วตอนนั้นเองเงาหนึ่งก็พุ่งลงมาจากชั้นสองเป็นลูก้าที่ล็อกเป้ามาที่อีธาน

    ลูก้าลงมายืนตรงหน้าอีธาน ทั้งสองสบตากัน

    “ไอ้หมา…” อีธานคำรามไม่มีความกลัวในแววตาแม้แต่น้อยพุ่งเข้าใส่ลูก้าทันที

    ลูก้ายิ้มถากถาง ตอนที่พวกนี้ยังทำงานออฟฟิศตัวเขาไปรบอยู่ในที่อันตราย ฝ่าดงกระสุนฆ่าคนจนนับไม่ถูกแล้วว่ากี่ศพแต่ไอ้ไก่อ่อนนี่ที่พึ่งได้พลังกลับกล้าท้าทายเขา

    “ตายซะมึง” อีธานแทงมีดเข้าไป

    “กระจอก” แต่ลูก้าหลบได้อย่างง่ายดายจากนั้นเขาก็สวนกลับ มีดสั้นในมือแทงเข้าที่ซี่โครงของอีธาน

    ฉึก!

    “อัก!” ดวงตาของอีธานเบิกกว้าง

    “มีฝีมือแค่นี้กล้าเสือกวิ่งเข้ามาตายอีก”ลูก้าบิดมีด เลือดทะลักออกมาจากบาดแผล ก่อนที่ลูก้าจะดึงมีดออก

    อีธานคว้าจับไปที่ตัวของลูก้าอย่างอ่อนแรงไม่ยินยอมในใจคิดแต่ว่าทำไม เขาไม่อยากตาย แต่ก็ไม่สามารถฝืนร่างกายที่ลมหายใจกำลังหายไปร่างของอีธานทรุดลงช้าๆ

    ‘บัดซบ…!’ เดรโกเห็นภาพนั้นหัวใจเขาเหมือนถูกบีบ

    สนามรบกำลังพังทลายโบรัมและอีธานยังมาตายอีก เดรโกตัดสินใจเด็ดขาดไม่คิดจะอยู่สู้ต่อแล้ว

    “ขึ้นรถ!” เขาตะโกนอย่างร้อนรน

    “ไป หนีก่อน” เร็กซ์รีบวิ่งนำทหารใกล้ๆอีกห้าหกคนพากันหนีขึ้นรถกระบะออกจากสนามรบทันที โดยไม่หันกลับมามองพวกของตัวเองที่ถูกทิ้งไว้ตอนนี้ตัวใครตัวมันแล้ว

    ปัง ปัง ปัง! พันธมิตรราชายังคงยิงไล่ตามมากระสุนไปโดนกระจกแตกและยิงเข้าที่ด้านข้างตัวรถจนเป็นรูพรุนแต่เร็กซ์เหยียบคันเร่งสุดแรง

    เครื่องยนต์คำรามเหมือนสัตว์บ้าคลั่งรถพุ่งฝ่าแนวศัตรูออกไปได้สำเร็จ

    “หึ หนีเร็วนักนะมึง” ลูก้ายืนมองจากกลางลานและไม่ไล่ตามเพียงยกปืนขึ้นเล็งแล้วยิงนัดสุดท้าย

    ปัง! กระสุนเฉียดรถของพวกเดรโกที่กำลังหนีไปก่อนที่มันจะหายไปในถนนมืดของเมืองร้าง

    ลูก้าลดปืนลงลานกว้างเต็มไปด้วยศพเลือดไหลนองเหมือนแม่น้ำสีแดงเขาพูดเสียงเบาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบ

    “หนีไปเถอะ…”

    “เดี๋ยวเราจะไปฆ่าพวกมึงถึงค่ายอสูรเอง”

    “ไปแบ่งคนครึ่งหนึ่งเก็บกวาดสนามรบช่วยคนเจ็บ ส่วนที่เหลือตามกูไปฆ่าพวกที่หนีออกไปได้”

    …

    บนดาดฟ้าของอาคารกลาง ค่ายมิดไนท์

    แสงแรกของวันใหม่ค่อยๆ โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า ท้องฟ้าสีดำที่ปกคลุมเมืองร้างตลอดคืนเริ่มถูกแทนที่ด้วยสีส้มอ่อนของรุ่งสางแสงนั้นค่อยๆ ไหลผ่านตึกสูงที่พังทลายเหมือนสายน้ำบางเบาทำให้เงาของอาคารเก่าและซากรถบนถนนยืดยาวออกไปบนพื้นซีเมนต์ที่แตกร้าว

    บนดาดฟ้าของอาคารเรียนตึกกลางของค่ายมิดไนท์ลมยามเช้าพัดผ่านรั้วเหล็กที่ล้อมขอบดาดฟ้าเอาไว้ เกิดเสียงครืดเบาๆเหมือนใครบางคนกำลังลากเล็บผ่านโลหะเก่า

    กัสยืนอยู่ใกล้ขอบดาดฟ้ามือหนึ่งถือกล้องส่องทางไกล อีกมือวางอยู่บนขอบปูนเตี้ยเขามองออกไปยังเมืองร้างรอบค่ายอย่างเงียบงัน ดวงตาคมของเขากวาดมองอาคาร ถนนและตรอกซอกซอยที่ยังจมอยู่ในเงาของรุ่งเช้า

    เบื้องล่างของค่ายยังคงเงียบมีเพียงเสียงทหารมืดผลัดเวรเดินลาดตระเวนเป็นระยะกับเสียงโลหะของอาวุธที่กระทบกันเบาๆ

    ทันใดนั้น วิทยุในมือของฮันน่าก็ส่งเสียงแทรกขึ้นมาหญิงสาวยกวิทยุขึ้นรับทันที

    “ว่ามา” เสียงจากปลายสายดังแผ่วผ่านคลื่นสัญญาณฮันน่านิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม

    “เข้าใจแล้ว” เธอตอบสั้นๆก่อนจะปล่อยมือจากปุ่มวิทยุ

    ฮันน่าหันไปทางกัสที่ยังคงมองเส้นขอบฟ้า

    “นายท่าน ออสก้าเจอกับพวกนั้นแล้วค่ะ”เธอรายงาน “ตอนนี้กำลังส่งโฮมเข้าไปหาพวกนั้น”

    กัสไม่ได้หันมาทันทีเขายังคงมองไปยังแสงรุ่งสางที่กำลังค่อยๆ กลืนความมืดของเมืองร้างเหมือนกำแพงแสงที่กำลังผลักคืนยาวนานให้ถอยห่างออกไป

    ผ่านไปเพียงครู่เดียวเขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย

    “ได้เวลาแล้ว” เสียงของเขาเรียบสงบเหมือนผิวน้ำที่ไร้คลื่นแต่แววตาที่สะท้อนแสงเช้ากลับลึกและนิ่ง ราวกับคนที่กำลังคำนวณบางอย่างอยู่เงียบๆ

    ลมยามเช้าพัดผ่านดาดฟ้าอีกครั้งและบนจุดสูงสุดของค่ายมิดไนท์ชายผู้เป็นลอร์ดยังคงยืนมองเมืองร้างตรงหน้าอย่างเงียบงันราวกับกำลังรอให้หมากตัวถัดไปบนกระดานเริ่มเคลื่อนไหว

    ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้ว

    “เตรียมยกระดับค่ายได้” กัสเรียกแผงข้อมูลขึ้นมา มันแจ้งเตือนเขามาสักพักแล้วเพียงแต่ว่าเขตดัลลัสตกอยู่ในความวุ่นวายจากทั้งแผนการที่ดันเจียนค่ายทหารกลางป่าการโจมตีค่ายหลายสิบแห่งในครั้งเดียวของค่ายแกนนอน และยังคลื่นซอมบี้ที่กลืนกินทั้งเขต

    แม้ว่าการทดสอบจะมาจากระบบ แต่ว่าถ้าเกิดเขาโง่ไปทดสอบในตอนที่เกิดปัญหาแล้วเกิดค่ายเสียหายหนักยังไม่พร้อมก็อาจจะโดนค่ายอื่นฉวยโอกาสได้ ที่น่ากลัวกว่าคือคลื่นซอมบี้ถ้าทดสอบแล้วมีทั้งซอมบี้จากระบบ และซอมบี้จากคลื่นซอมบี้มาวุ่นวายด้วยแบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเลย

    [ตอนนี้เงื่อนไขในการอัปเกรดค่ายก็พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย]

    [เงื่อนไขอัปเกรด]

    [อำนาจแห่งลอร์ด 268/100 ผ่านเงื่อนไข]

    [ประชากรในค่าย 1500/500 ผ่านเงื่อนไข]

    [ผู้มีพลังระดับพื้นฐานพลังขั้นกลางขึ้นไป110/50]

    [ทรัพยากร :

    “อาหาร 50,000/10,000 หน่วย”

    “ไม้ 6,000/5,000 หน่วย”

    “แร่เหล็กบริสุทธิ์ 10,000/5,000 หน่วย”

    “แร่ทองแดงบริสุทธิ์ 7,000/5,000 หน่วย”

    “แก่นพลังงานระดับหนึ่ง 12,000/5,000หน่วย”]

    [เงื่อนไขครบถ้วนผู้เล่นต้องการอัปเกรดค่ายใช่หรือไม่]

     

    ความต้องการทั่วไปในการยกระดับค่ายของกัสต่างก็เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่กำหนดมาแล้วทั้งนั้นและคราวนี้มีเรื่องของทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

    ด้านอาหารกัสไม่ขาดแคลนเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วค่ายเขาเป็นทหารมืดที่สร้างขึ้นมาพวกนี้ในขั้นเริ่มต้นกินแต่เนื้อซอมบี้ด้วยกันพอขั้นกลางจึงกินเนื้อสัตว์กลายพันธุ์

    และในขั้นสูงกลับกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้นแต่ด้วยจำนวนความแข็งแกร่งของทหารมืดแบบพีระมิดที่มีทหารมืดขั้นเริ่มต้นมากที่สุดและขั้นสูงแค่หยิบมือเดียว

    ทำให้อาหารส่วนใหญ่จึงไม่เปลืองมากนักเพราะมีแค่ผู้รอดชีวิตที่เป็นคนกินอาหารที่หาได้จากซากเมืองต่างๆมันถูกเก็บไว้เป็นจำนวนมากแถมในช่วงที่ผ่านมาบรู๊กก็เริ่มปลูกเมล็ดพันธุ์ผักที่กัสเอามาให้จากโลกด้านนอก

    ทำให้ตอนนี้ในค่ายมีผักสดให้กินกันจำนวนมากอาหารกระป๋องและของแห้งจึงกลายเป็นของที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในค่ายนักอย่างกัสกินอาหารก็ยังใช้ผักที่บรู๊กปลูกเลยแค่สองเดือนมันก็โตจนเก็บเกี่ยวได้ไปสองสามชุดแล้วในแต่ละมื้อจึงมีเนื้อสัตว์กลายพันธุ์และจานผักหลายสิบจานให้กัสกินในแต่ละมื้อ

    มาที่เรื่องของทรัพยากรไม้ค่ายของกัสเป็นอาคารที่ยังสมบูรณ์จึงไม่ได้ใช้พวกไม้มากนัก และกัสก็เลือกจะสะสมมันเท่ากับจำนวนที่ระบบหอคอยต้องการในการยกระดับค่ายเท่านั้นโดยการส่งทหารมืดไปตัดที่ด้านหลังของค่ายที่เป็นภูเขาที่นั่นมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์และส่วนหนึ่งก็มาจากการถางป่าด้านหลังเพื่อปลูกผักของบรู๊ก

    แร่เหล็ก แร่ทองแดงต่างใช้ระดับหนึ่งทั้งนั้นกัสมีพร้อมอยู่แล้ว แต่ปริมาณไม่ค่อยมากนัก โดยเฉพาะแร่ทองแดงเพราะสร้างปืนพกเหยี่ยว T1

    ช่วงที่ผ่านมาก็สี่วันแล้วปืนพกชุดแรกเสร็จแล้วและตอนนี้กำลังสั่งการให้โต๊ะสิ่งประดิษฐ์สร้างแมกกาซีนต่อไม่มีหยุดพัก

    แก่นพลังงานระดับเพราะกัสได้มาจากช่วงคลื่นซอมบี้จำนวนมากและอีกส่วนก็มาจากพวกเบนจามินแม้จะเป็นแก่นพลังงานระดับสองแต่สามารถแปลงค่าเป็นจำนวนเท่ากับระดับหนึ่งได้

    พอเห็นว่าระบบแจ้งเตือนแล้วว่าเงื่อนไขผ่านกัสก็เหลือบมองไปยังกองกำลังที่อยู่ด้านล่างจึงยืนยันว่า

    “ใช่”

    ทันใดนั้นบรรยากาศของค่ายก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันความเงียบที่เคยปกคลุมพื้นที่รอบโรงเรียนเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบอัดจนแน่นอึดอัดท้องฟ้ายามเช้าดูหม่นลงราวกับแสงสว่างกำลังถูกเงามืดกลืนกินไปทีละนิด

    ตามถนนที่แตกร้าวระหว่างอาคารร้างที่พังทลาย เงาร่างของซอมบี้เริ่มค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาทีละตัวทีละกลุ่ม ก่อนจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเหมือนฝูงแมลงที่ไหลทะลักออกจากโพรงเน่าเปื่อยพวกมันเดินเซ บางตัวลากขา บางตัวคำรามต่ำในลำคอดวงตาว่างเปล่าจับจ้องไปยังค่ายมิดไนท์ราวกับสัตว์หิวโหยที่พบเหยื่อ

    ไม่นาน ฝูงซอมบี้จากทุกทิศทางก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าหากำแพงของค่ายอย่างช้าๆแต่ไม่อาจหยุดยั้งได้

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน