Pioneer Era

    ตอนที่ 103 การกลายพันธุ์​

    ***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]

    เสียงเปลวไฟที่ลุกไหม้บนซากไม้แห้งต้องใบหูท่ามกลางป่ายามราตรี

    บนท้องฟ้าไกลออกไป ยังคงเต็มไปด้วยเสียงลูกธนูที่วิ่งแหวกผ่านอากาศ

    แต่คงไม่มีที่แห่งใดในป่าแห่งนี้ ที่มีสถานการณ์แลดูอันตรายเท่ากับพื้นที่ตรงที่พวกเรากำลังยืนอยู่ ณ ตอนนี้

    *กรรรร! *

    ตรงหน้าของพวกเรา คือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึงสองเมตรครึ่ง

    มันส่งเสียงคำราม น้ำลายฟูฟ่องไปทั่วไปปาก ผิวหนังเต็มไปด้วยของเหลวเมือกสีน้ำเงินน่ากลัว กล้ามเนื้อพองโตผิดรูป ขนร่างกายหลุดร่อน และยังมีเขี้ยวเล็บที่ยืดยาวถึงหนึ่งเมตร

    รูปร่างของเธอนั้น ทำให้ฉันนึกถึงอาวุธชีวภาพที่มักปรากฏตัวออกมาตามเกมส์หรือหนังสยองขวัญ

    ตัวอะไรกันเนี่ยดอง!

    สิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันใช่อดีตแมวสาวสุดน่ารักคนนั้นแน่หรือดอง!?



    *บรึ้ม! *

    พริบตานั้นเองที่ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    สิ่งที่ฉันรู้ มีเพียงแค่เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง เสียงแผ่นดินสั่นไหว และเลือดสีดำที่สาดกระเซ็นพร้อมกับแขนขวาสีเขียวที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

    กรงเล็บที่ยาวถึงหนึ่งเมตรของมัน กำลังชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีดำของสตรีเผ่ายักษ์

    “พรุน! ”

    “รบกวนฝากช่วยดูแลแขนขวาให้ฉันด้วยค่ะ! ”

    พรุนกัดฟันทนเจ็บ แล้วใช้แขนซ้ายคว้าดาบควายที่กำลังจะหล่นลงพื้น แล้วบิดตัววาดดาบเป็นวงกว้างฟันใส่ปีศาจร้ายตรงหน้า



    แขนขวาของเจ้าปีศาจขาดกระเด็นออกมาพร้อมกับเลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก

    พร้อมกันนั้น โฮปกับเอทก็วิ่งโจมตีเฉือนใส่สี่ข้างของมันจากทั้งทางซ้ายและขวา

    ส่วนฉันนั้น กำลังรีบบินขึ้นท้องฟ้าไปคว้าแขนซ้ายของพรุนอยู่

    เพื่อที่จะนำแขนกลับไปเชื่อมประสาทกับเนื้อเยื่อ หรือพูดง่าย ๆ คือต่อแขนกลับเข้าไปในร่างของพรุน ฉันจะต้องรักษาสภาพของแขนข้างนี้เอาไว้ให้ได้

    ใช้พลังภูติสร้างละอองฆ่าเชื้อโรครอบแขน แล้วทำการละลายออกซิเจนเข้าไปให้เซลล์โดยตรง---

    ไม่สิ เผ่ายักษ์ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการหายใจ เพราะแบบนั้นต้องทำตรงกันข้าม---



    *โกร๊วววววววววววววววว! *

    ในตอนนั้นเองที่เจ้าปีศาจคำรามดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

    มันไม่ใช่เสียงคำรามเพราะความเจ็บปวด แต่เป็นการคำรามอย่างคลุ้มคลั่งเพราะความโกรธ

    *กรรรร! *

    มันกระโดดถอยหลังออกมาด้วยแรงถีบระดับที่ทำพื้นดินระเบิดแยกตัวออก แล้วยืนตั้งหลักอยู่บนกองเพลิงที่ลุกไหม้



    *กรรรรร! *

    มันกรีดเสียงร้องอีกครั้ง

    ปากแผลตรงหัวไหลขวาของมันเริ่มเต็มไปด้วยฟองอากาศสีขาว

    เสียงกรดดังฟูฟ่องต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

    แล้วพริบตาต่อมา แขนขวาที่ขาดหายไปก็ฉับพลันงอกกลับคืนมาในทันที

    ไม่เพียงแค่แขนขวา แม้แต่บาดแผลตรงสี่ข้างก็ยังกลับมาสมานกันแล้ว

    พลังฟื้นตัวอะไรของมันกันเนี่ยดอง!?



    *บรึ้ม! *

    เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้นมาอีกครั้ง

    เพียงพริบตาเดียว ร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเอทโดยที่ไม่มีใครได้ทันขยับตัว

    ร่างของเอทถูกกรงเล็บที่หนาและใหญ่ของมันโจมตีเข้าใส่ตรงกลางร่างกาย

    “อึ๊ก! ”

    ร่างของกระต่ายสีดำพุ่งลอยขึ้นท้องฟ้าเป็นเส้นพาลาโบล่าที่สูงกว่าสิบเมตร

    แย่แล้ว!

    “เอท! ”

    ฉันรีบบินตรงดิ่งไปหาเธอ แล้วใช้สองแขนยกขึ้นเหนือหัวรับร่างเธอเอาไว้ โดยมีแขนขวาของพรุนคาบเอาไว้อยู่ที่ปากของตัวเอง



    “หนัก~ ดอง! ”

    “เสียมารยาทเจ้าค่ะ! ”

    ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้พวกเราทั้งสองคนร่วงลงมาที่พื้นพร้อมกัน

    แต่อย่างน้อยก็ร่วงลงมาอย่างช้า ๆ ได้โดยปลอดภัยอะนะ

    “เป็นอะไรหรือเปล่า? ดอง! ”

    “เพราะชุดเกราะตัวนี้ เลยทำให้ข้าน้อยไม่ตัวขาดครึ่งไปก่อนเจ้าค่ะ ว่าแต่… มันเร็วเกินไป ข้าน้อยจับความเคลื่อนไหวของมันไม่ได้สักนิด… สิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้สามัญสำนึกปกติรับมือได้อีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ"



    ฉันหันไปมองเจ้าสัตว์ประหลาดตรงหน้า

    *โกร๊ววววว! *

    มันเริ่มคำรามออกมาอีกครั้ง แล้วกระทืบเท้าจนแผ่นดินยุบลึกลงไป ก่อนจะทิ้งเงาร่างของมันเอาไว้ด้านหลัง

    เร็วจนทิ้งเป็นภาพติดตาได้เลยอย่างงั้นหรือดอง!?

    " หน่อย! "

    คราวนี้เป้าหมายของมันคือโฮป



    โฮปรีบยกกระบี่สีดำขึ้นมารับเอาไว้ พร้อมกับกระโดดถอยหลังเพื่อลดแรงกระแทกที่โถมเข้าใส่

    แต่ทว่าดูเหมือนจะยังไม่พอที่จะรับมือการโจมตีของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้

    เนื่องจากร่างของโฮปกำลังกระโดดลอยอยู่กลางอากาศโดยไร้ซึ่งสิ่งช่วยยึดเหนี่ยวอยู่กับพื้นดิน เลยกลายเป็นทำให้เขาถูกซัดกระเด็นพุ่งผ่านทะลุป่าหายไปในเงามืดแทน



    *โกร๊ววววววว! *

    มันกางกรงเล็บทั้งสองข้างออกอย่างดีใจ ก่อนจะเริ่มคำรามดังกระหึ่มจนป่าไม้โดยรอบสั่นไหว

    เสียงคำรามนั้น สั่นสะเทือนไปถึงอากาศ และทำให้เปลวไฟที่ลุกไหม้โดยรอบโหมรุนแรงยิ่งขึ้น ประดุจกองเพลิงที่ถูกน้ำมันราดใส่



    *บรึ้ม! *

    เป็นอีกครั้งที่เกิดเสียงระเบิดกัมปนาท

    *เคร๊ง! *

    แต่ทว่าคราวนี้มันถูกพรุนหยุดเอาไว้ก่อน

    ปลายกรงเล็บของมันถูกหยุดลงตรงปลายหน้าผากของฉัน ด้วยดาบควายเล่มโตของพรุนที่ยื่นแทรกเข้ามา

    ถ้าไม่ได้พรุนช่วยเอาไว้ หัวของฉันคงหลุดออกจากบ่าไปแล้วดอง...

    ดูเหมือนว่าพรุนจะคาดเดาเป้าหมายการโจมตีของมันล่วงหน้า แล้วรีบเข้ามาดักรอป้องกันเอาไว้ให้



    "ศัตรูของคุณ คือฉันคนนี้ค่ะ! "

    พรุนระเบิดเสียงออกมาจนแผ่นดินสั่นสะท้าน แล้วหมุนตัวใช้ขาขวาแตะก้านคอใส่เจ้าสัตว์ประหลาดอย่างรุนแรง

    เสียงกระดูกหักดังลั่น พร้อมกับเสียงระเบิดลม ณ วินาทีที่ปลายฝ่าเท้าของพรุนบรรจบลงบนต้นคอของเจ้าตัวร้าย

    ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดลด ร่างของสัตว์ร้ายก็กระเด็นลื่นไถลออกไปไกลถึงห้าเมตร



    *กรรร! *

    แต่ทว่ามันยังไม่สิ้นฤทธิ์

    ถึงคอจะบิดเบี้ยวดูน่ากลัว มันก็ยังคงลุกขึ้นมายืนได้อีก

    ส่วนต้นคอที่หักไปนั้น กำลังมีก้อนเนื้อปูดบวมขึ้นมาอย่างฉับพลัน

    ก้อนเนื้อนั้นพองโตจนมีขนาดเท่ากับหัวเด็กแรกเกิด ก่อนจะแตกออกกลายเป็นดวงตาสีน้ำเงินขนาดใหญ่…

    หางแมวงอกเพิ่มเป็นสามเส้น ร่างกายขยายตัวเพิ่มขึ้น จนเสื้อคลุมป้องกันของมันขาดหลุดกระจายออกจนหมดสิ้น

    ตอนนี้สภาพของมันดูชวนน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิมอีก

    นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ยดอง!



    "ย๊าก! "

    พรุนวิ่งเข้าประชิดอย่างไม่เกรงกลัวต่อรูปลักษณ์ของศัตรู

    เธอไม่รอให้มันฟื้นสภาพกลับมาสมบูรณ์ แล้วเข้าโจมตีในช่วงเวลาที่ร่างกายของมันกำลังเปลี่ยนแปลง

    ใบดาบถูกห่อหุ้มด้วยรังสีความร้อนพลังงานสูง ก่อนจะเริ่มฟันกระหน่ำโจมตีใส่กล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยเมือกสีน้ำเงินอันน่าขยะแขยงของมัน

    หนึ่งเพลงดาบต่อหนึ่งบาดแผลฉกรรจ์ที่ยาวกว่าสามเมตร และลึกไม่น้อยกว่าหนึ่งฟุต

    เพียงแค่พริบตาเดียว ทั่วทั้งร่างของมันก็เต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก

    แต่ทว่าบาดแผลของมันกลับสมานตัวกันได้รวดเร็วยิ่งกว่า

    รวดเร็วจนไม่อาจทำได้แม้แต่ตัดแยกส่วนร่างกายของมันออกมาได้สักชิ้นเดียว



    ถึงกระนั้น พรุนก็ยังโจมตีใส่ต่อไปโดยไม่คิดที่จะหยุดมือตัวเอง

    โจมตีให้ตายไปข้าง

    ไม่แรงของเธอ ก็พลังฟื้นตัวของมัน ที่จะต้องมีสักฝ่ายยอมพ่ายแพ้ไปเอง

    นั่นคงเป็นสิ่งที่พรุนกำลังเล็งเอาไว้

    "เอท! "

    "เจ้าค่ะ! "

    ฉันกับเอทเริ่มเตรียมพร้อมโจมตีจากระยะไกลเพื่อรอจังหวะปิดเกมส์

    แบ่งสมาธิออกเป็นสองส่วน หนึ่งคือการคงสภาพชีวิตของแขนขวาพรุนที่กำลังถืออยู่ กับอีกหนึ่งคือเตรียมสร้างลำแสงพลาสม่าเพื่อแผดเผาศัตรู



    "กรี๊ด! "

    "พรุน! "

    ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงเนื้อสด ๆ แตกกระจายดังขึ้นมา

    หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม เพราะนึกว่าเสียงนั้นเกิดจากร่างกายของพรุน

    แต่ต้นเสียงนั้นเกิดจากของศัตรู ไม่ใช่ของพรุน

    พรุนแค่โดนอะไรสังอย่างที่รุนแรง พลักกระเด็นออกมาเท่านั้น

    กระเด็นลงไปกองอยู่ข้างสล็อตที่กำลังนอนกินแรงพวกเราอยู่ตรงนั้น...

    "อึ๊ก…"

    แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

    แขนซ้าย กับขาทั้งสองข้างของเธอ มันกำลังหักงอบิดผิดรูปอยู่

    ส่วนเจ้าสัตว์ประหลาด---

    *กรรร....*

    รูปร่างของมันกำลังเปลี่ยนแปลงบิดเบี้ยวผิดรูป จนไม่อาจมองว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตอีกต่อไปได้...



    หางแมวทั้งสามเส้นหลุ่นร่อนหายไปจากร่าง

    กรงเล็บกับแขนข้างขวาลีบเล็กผอมเพรียวอ่อนแรง

    ขาทั้งสองหดตัวจนมิอาจมองเห็น

    กลับกันแล้ว มีเพียงแขนขวาที่ขยายตัวใหญ่จนมีขนาดยาวมากถึงสี่เมตร

    ดวงตาสีน้ำเงินจำนวนมากปูนโปนขึ้นมาตามผิว อีกทั้งยังมีเขี้ยวยืดยาวแยกออกมาจากใจกลางแขน

    ราวกับว่าทั้งร่างกายของมัน ได้เคลื่อนย้ายเข้ามารวมกันอยู่ในแขนขวาไปแล้ว



    *กีสสสสส! *

    เสียงคล้ายแก๊สรั่วดังขึ้นลากยาวจนเสียดแก้วหู

    นิ้วทั้งห้าเริ่มขยับตัว วิ่งไปตามผิวดินแทนขา เคลื่อนตัวเข้าใกล้ร่างของพรุนที่หายใจรวยริน…

    "หยุดเดียวนี้นะดอง! "

    ฉันปลดปล่อยลำแสงพลาสม่าโจมตี พร้อมกับมีเอทวิ่งไล่ตามลำแสงนั้นไป

    แสงสีแดงพุ่งแผดเผาอากาศ กลืนกินครึ่งร่างของแขนสัตว์ประหลาด โดยมีเอทใช้ดาบลำแสง วิ่งตัดอีกครึ่งส่วนจนแหลกเหลวเป็นเนื้อบดสับละเอียด



    *กี๊สสสสส! *

    แต่สัตว์ร้ายมันยังไม่ตาย

    ครึ่งส่วนที่ถูกเอทสับละเอียดนั้นนอนแน่นิ่งไปแล้ว

    แต่ครึ่งส่วนที่โดนฉันเผาทิ้งยังคงมีแรงเคลื่อนไหวได้อยู่

    ความแรงมีไม่พอ

    ฉันมีเวลาสะสมพลังน้อยเกินไป…

    แต่สภาพแบบนี้ คงไม่น่าจะมีชีวิตอยู่---



    *กี๊ส! *

    มันส่งเสียงกรีดร้องแสบหูจนฉันต้องรีบใช้มือทั้งสองข้างอุดหูตัวเองเอาไว้

    ครึ่งส่วนที่ถูกสับกลายเป็นเนื้อบด ฉับพลันได้งอกกลับมา

    ครึ่งส่วนที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม ฉับพลันถูกแทนที่ด้วยเนื้อหนังสดใหม่

    มันกลับมาคืนสภาพสมบูรณ์ได้ในระยะเวลาเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น

    "มันเป็นอมตะหรือยังไงกันดอง! "

    "ไม่หรอกเจ้าค่ะ ขนาดของมันเล็กลงมาแล้วเจ้าค่ะ! "

    ถูกอย่างที่เอทพูด

    มันมีขนาดเหลือเพียงสองเมตรแล้ว

    แต่ว่าดันทะลึ่งเคลื่อนไหวเร็วขึ้นซะอย่างงั้น!



    "พรุน! "

    "จากตรงนี้ไม่ทันแน่! ”

    แขนขวาที่น่าสะพรึ่งกลัวกำลังเข้าประชิดพรุนที่หายใจรวยรินด้วยการใช้ฝ่ามือตบผิวดินอย่างรุนแรง

    ก้อนเนื้อที่เต็มไปด้วยดวงตาสีน้ำเงินเข้มลอยโค้งผ่านท้องฟ้า

    กรงเล็บทั้งห้าเริ่มเรียงตัวประดุจเป็นหอกเล่มโต

    เป้าหมายของมัน คือหัวใจของเพื่อนรักของฉัน



    "หยุดนะดอง! "

    ฉันรีบละทิ้งมือขวาของพรุน แล้วหยิบปืนรังสีขึ้นมาใช้

    แต่ทว่า… ฉันยิงไม่โดน

    ด้วยฝีมือของฉัน กับความไวของมัน เลยทำให้ฉันเล็งพลาดเป้าทั้งหมด

    จะให้ใช้พลังภูติ ก็คงไม่มีเวลามากพอสะสมพลังโจมตีระดับที่หยุดมันได้

    ส่วนเอท เพราะเธอพึ่งพุ่งตัวออกไปโจมตีเมื่อกี้นี้ เลยทำให้กำลังเสียเวลาวกตัวกลับมาอยู่

    พวกเรา… ไม่สามารถเข้าไปช่วยพรุนได้ทันเวลาแน่

    ไม่สิ ยังมีอีกคนที่น่าจะช่วยเธอได้ทันอยู่ไม่ใช่หรือดอง?

    “สล็อต! ถึงฉันจะไม่ใช่เจ้านายของเธอ แต่ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิดอง! ”



    ***เมดขี้เซา [สล็อต]



    เพราะไม่มีคำสั่งให้โจมตีมาจากเจ้านาย ฉันจึงไม่ทำอะไรนอกจาก [นอน] เพื่อเก็บพลัง

    “สล็อต! ถึงฉันจะไม่ใช่เจ้านายของเธอ แต่ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิดอง! ”

    ในตอนนั้นเองที่เสียงของเพื่อนเจ้านายดังก้องเข้ามาในระบบของฉัน

    คนที่จะออกคำสั่งให้ต่อสู้กับฉันได้นั้น มีแต่เจ้านาย [เอท] เท่านั้น

    แต่ว่าทำไม...

    "Zzz… ปกป้อง… เพื่อน… เจ้านาย"

    *กีสสสสสสสส!?! *

    ทำไมฉันถึงเคลื่อนไหวมารับการโจมตีนี้กันนะ?

    ฉันกำลังเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างพรุนกับสัตว์ประหลาดอยู่ค่ะ

    แผ่ม่านรังสีสีแดงปกคลุมรอบตัวให้ เพื่อขวางกั้นกรงเล็บของเจ้าสัตว์ร้ายที่กำลังหมายจะเข้ามาทำร้ายสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่ชื่อว่า [พรุน]

    ทำไมฉันถึงยอมรับคำสั่ง [ให้ช่วย] จากเอเลี่ยนที่ชื่อว่า [ลิลลี่] กันนะ?

    “...”

    รู้สึกขี้เกียจคิดให้เสียพลังงานค่ะ

    ไหน ๆ ก็ลงมือปกป้องแล้ว งั้นก็ขอปกป้องให้ถึงที่สุดก็แล้วกันค่ะ



    *กีสสสสส!!!! *

    กรงเล็บของมันเริ่มลุกไหม้ไปพร้อมกับผิวหนังที่สัมผัสกับม่านแสงความร้อนสูง

    แต่กระนั้น ความเร็วในการฟื้นตัวของมันกลับยังรวดเร็วกว่า

    กรงเล็บกับแขนของมัน กำลังล่วงล้ำเข้าไปในบาเรียของฉัน

    รู้สึกคุ้น ๆ กับสิ่งมีชีวิตประหลาดแบบนี้อยู่ค่ะ

    ไหน… ขอค้นจากฐานข้อมูลหน่อย…

    เจอแล้ว… ต้นเหตุคือยาทดลองเพื่อการทำสงครามกับชาวต่างดาว ยารหัส [T-Vir_s]

    เธอคนนี้ไปได้ยาโบราณมาจากไหนกันนะ?

    ไม่สิ ตัวยานเสียหายหนักขนาดนั้น จะมีกล่องยาหลุดกระเด็นออกไปนอกยานบ้างก็คงไม่แปลกหรอกค่ะ



    "พบการกลายพันธุ์… ใช้ยาดัดแปลงผิดกฎหมาย… ต้องกำจัด"

    รีบจัดการให้จบ แล้วรีบกลับไปนอนดีกว่าค่ะ

    ฉันเปิดช่องพลังงานทั้งหมด ทุ่มไปให้ส่วนของการสร้างบาเรีย

    ฉับพลันนั้นเอง ที่แสงสว่างรอบตัวได้เจิดจ้าส่องประกายรุนแรงจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพล้น

    เมื่อสิ้นแสงสว่าง ทุกสิ่งในรัศมีสองเมตรรอบตัวฉัน ยกเว้นพื้นที่ภายในบาเรีย ก็มอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าไป

    ส่วนศัตรูนั้น ถึงจะยังมีชีวิต แต่สภาพแบบนั้นคงทำอะไรต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

    ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายท่านแล้วกันค่ะ

    ตอนนี้ ฉันขอตัว---

    "ระดับพลังงานตก… เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน… Zzzz"



    ***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]



    *กีส…*

    เจ้าสัตว์ประหลาดยังคงมีชีวิตอยู่…

    แต่มันดูอ่อนแอมาก

    มันลอกผิวตัวเอง สร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่แล้วก็เน่าตาย แล้วเริ่มสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาแทนอย่างรวดเร็ว

    มันกระทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จนมีขนาดเล็กลง

    หนึ่งเมตร

    ครึ่งเมตร

    ---จนกระทั้งเหลือเพียงแค่หนึ่งฟุต

    มันใช้นิ้วทั้งห้าเดินไปบนผิวดิน ทิ้งรอยเมือกเป็นเส้นทางยาวอยู่บนพื้นดิน

    มันเคลื่อนตัวผ่านสล็อตที่กำลังยืนหลับ

    ปีนขึ้นไปอยู่บนหน้าอกของพรุน แล้วเริ่มง้างนิ้วทั้งห้าที่ไม่เหลือแม้แต่หนังหรือกรงเล็บ จิ้มลงไปบนหน้าอกของเธออย่างอ่อนแรง

    จิ้มแล้วจิ้มอีก จิ้มโดยที่ไม่อาจสร้างบากแผลขึ้นมาได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว

    จนกระทั้ง---

    "มันจบแล้วดอง… "

    มันหยุดเคลื่อนไหวไปด้วยตัวเองเช่นนั้น…

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน