***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]
เสียงเปลวไฟที่ลุกไหม้บนซากไม้แห้งต้องใบหูท่ามกลางป่ายามราตรี
บนท้องฟ้าไกลออกไป ยังคงเต็มไปด้วยเสียงลูกธนูที่วิ่งแหวกผ่านอากาศ
แต่คงไม่มีที่แห่งใดในป่าแห่งนี้ ที่มีสถานการณ์แลดูอันตรายเท่ากับพื้นที่ตรงที่พวกเรากำลังยืนอยู่ ณ ตอนนี้
*กรรรร! *
ตรงหน้าของพวกเรา คือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึงสองเมตรครึ่ง
มันส่งเสียงคำราม น้ำลายฟูฟ่องไปทั่วไปปาก ผิวหนังเต็มไปด้วยของเหลวเมือกสีน้ำเงินน่ากลัว กล้ามเนื้อพองโตผิดรูป ขนร่างกายหลุดร่อน และยังมีเขี้ยวเล็บที่ยืดยาวถึงหนึ่งเมตร
รูปร่างของเธอนั้น ทำให้ฉันนึกถึงอาวุธชีวภาพที่มักปรากฏตัวออกมาตามเกมส์หรือหนังสยองขวัญ
ตัวอะไรกันเนี่ยดอง!
สิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันใช่อดีตแมวสาวสุดน่ารักคนนั้นแน่หรือดอง!?
*บรึ้ม! *
พริบตานั้นเองที่ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่ฉันรู้ มีเพียงแค่เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง เสียงแผ่นดินสั่นไหว และเลือดสีดำที่สาดกระเซ็นพร้อมกับแขนขวาสีเขียวที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
กรงเล็บที่ยาวถึงหนึ่งเมตรของมัน กำลังชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีดำของสตรีเผ่ายักษ์
“พรุน! ”
“รบกวนฝากช่วยดูแลแขนขวาให้ฉันด้วยค่ะ! ”
พรุนกัดฟันทนเจ็บ แล้วใช้แขนซ้ายคว้าดาบควายที่กำลังจะหล่นลงพื้น แล้วบิดตัววาดดาบเป็นวงกว้างฟันใส่ปีศาจร้ายตรงหน้า
แขนขวาของเจ้าปีศาจขาดกระเด็นออกมาพร้อมกับเลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก
พร้อมกันนั้น โฮปกับเอทก็วิ่งโจมตีเฉือนใส่สี่ข้างของมันจากทั้งทางซ้ายและขวา
ส่วนฉันนั้น กำลังรีบบินขึ้นท้องฟ้าไปคว้าแขนซ้ายของพรุนอยู่
เพื่อที่จะนำแขนกลับไปเชื่อมประสาทกับเนื้อเยื่อ หรือพูดง่าย ๆ คือต่อแขนกลับเข้าไปในร่างของพรุน ฉันจะต้องรักษาสภาพของแขนข้างนี้เอาไว้ให้ได้
ใช้พลังภูติสร้างละอองฆ่าเชื้อโรครอบแขน แล้วทำการละลายออกซิเจนเข้าไปให้เซลล์โดยตรง---
ไม่สิ เผ่ายักษ์ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการหายใจ เพราะแบบนั้นต้องทำตรงกันข้าม---
*โกร๊วววววววววววววววว! *
ในตอนนั้นเองที่เจ้าปีศาจคำรามดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
มันไม่ใช่เสียงคำรามเพราะความเจ็บปวด แต่เป็นการคำรามอย่างคลุ้มคลั่งเพราะความโกรธ
*กรรรร! *
มันกระโดดถอยหลังออกมาด้วยแรงถีบระดับที่ทำพื้นดินระเบิดแยกตัวออก แล้วยืนตั้งหลักอยู่บนกองเพลิงที่ลุกไหม้
*กรรรรร! *
มันกรีดเสียงร้องอีกครั้ง
ปากแผลตรงหัวไหลขวาของมันเริ่มเต็มไปด้วยฟองอากาศสีขาว
เสียงกรดดังฟูฟ่องต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
แล้วพริบตาต่อมา แขนขวาที่ขาดหายไปก็ฉับพลันงอกกลับคืนมาในทันที
ไม่เพียงแค่แขนขวา แม้แต่บาดแผลตรงสี่ข้างก็ยังกลับมาสมานกันแล้ว
พลังฟื้นตัวอะไรของมันกันเนี่ยดอง!?
*บรึ้ม! *
เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงพริบตาเดียว ร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเอทโดยที่ไม่มีใครได้ทันขยับตัว
ร่างของเอทถูกกรงเล็บที่หนาและใหญ่ของมันโจมตีเข้าใส่ตรงกลางร่างกาย
“อึ๊ก! ”
ร่างของกระต่ายสีดำพุ่งลอยขึ้นท้องฟ้าเป็นเส้นพาลาโบล่าที่สูงกว่าสิบเมตร
แย่แล้ว!
“เอท! ”
ฉันรีบบินตรงดิ่งไปหาเธอ แล้วใช้สองแขนยกขึ้นเหนือหัวรับร่างเธอเอาไว้ โดยมีแขนขวาของพรุนคาบเอาไว้อยู่ที่ปากของตัวเอง
“หนัก~ ดอง! ”
“เสียมารยาทเจ้าค่ะ! ”
ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้พวกเราทั้งสองคนร่วงลงมาที่พื้นพร้อมกัน
แต่อย่างน้อยก็ร่วงลงมาอย่างช้า ๆ ได้โดยปลอดภัยอะนะ
“เป็นอะไรหรือเปล่า? ดอง! ”
“เพราะชุดเกราะตัวนี้ เลยทำให้ข้าน้อยไม่ตัวขาดครึ่งไปก่อนเจ้าค่ะ ว่าแต่… มันเร็วเกินไป ข้าน้อยจับความเคลื่อนไหวของมันไม่ได้สักนิด… สิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้สามัญสำนึกปกติรับมือได้อีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ"
ฉันหันไปมองเจ้าสัตว์ประหลาดตรงหน้า
*โกร๊ววววว! *
มันเริ่มคำรามออกมาอีกครั้ง แล้วกระทืบเท้าจนแผ่นดินยุบลึกลงไป ก่อนจะทิ้งเงาร่างของมันเอาไว้ด้านหลัง
เร็วจนทิ้งเป็นภาพติดตาได้เลยอย่างงั้นหรือดอง!?
" หน่อย! "
คราวนี้เป้าหมายของมันคือโฮป
โฮปรีบยกกระบี่สีดำขึ้นมารับเอาไว้ พร้อมกับกระโดดถอยหลังเพื่อลดแรงกระแทกที่โถมเข้าใส่
แต่ทว่าดูเหมือนจะยังไม่พอที่จะรับมือการโจมตีของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้
เนื่องจากร่างของโฮปกำลังกระโดดลอยอยู่กลางอากาศโดยไร้ซึ่งสิ่งช่วยยึดเหนี่ยวอยู่กับพื้นดิน เลยกลายเป็นทำให้เขาถูกซัดกระเด็นพุ่งผ่านทะลุป่าหายไปในเงามืดแทน
*โกร๊ววววววว! *
มันกางกรงเล็บทั้งสองข้างออกอย่างดีใจ ก่อนจะเริ่มคำรามดังกระหึ่มจนป่าไม้โดยรอบสั่นไหว
เสียงคำรามนั้น สั่นสะเทือนไปถึงอากาศ และทำให้เปลวไฟที่ลุกไหม้โดยรอบโหมรุนแรงยิ่งขึ้น ประดุจกองเพลิงที่ถูกน้ำมันราดใส่
*บรึ้ม! *
เป็นอีกครั้งที่เกิดเสียงระเบิดกัมปนาท
*เคร๊ง! *
แต่ทว่าคราวนี้มันถูกพรุนหยุดเอาไว้ก่อน
ปลายกรงเล็บของมันถูกหยุดลงตรงปลายหน้าผากของฉัน ด้วยดาบควายเล่มโตของพรุนที่ยื่นแทรกเข้ามา
ถ้าไม่ได้พรุนช่วยเอาไว้ หัวของฉันคงหลุดออกจากบ่าไปแล้วดอง...
ดูเหมือนว่าพรุนจะคาดเดาเป้าหมายการโจมตีของมันล่วงหน้า แล้วรีบเข้ามาดักรอป้องกันเอาไว้ให้
"ศัตรูของคุณ คือฉันคนนี้ค่ะ! "
พรุนระเบิดเสียงออกมาจนแผ่นดินสั่นสะท้าน แล้วหมุนตัวใช้ขาขวาแตะก้านคอใส่เจ้าสัตว์ประหลาดอย่างรุนแรง
เสียงกระดูกหักดังลั่น พร้อมกับเสียงระเบิดลม ณ วินาทีที่ปลายฝ่าเท้าของพรุนบรรจบลงบนต้นคอของเจ้าตัวร้าย
ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดลด ร่างของสัตว์ร้ายก็กระเด็นลื่นไถลออกไปไกลถึงห้าเมตร
*กรรร! *
แต่ทว่ามันยังไม่สิ้นฤทธิ์
ถึงคอจะบิดเบี้ยวดูน่ากลัว มันก็ยังคงลุกขึ้นมายืนได้อีก
ส่วนต้นคอที่หักไปนั้น กำลังมีก้อนเนื้อปูดบวมขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ก้อนเนื้อนั้นพองโตจนมีขนาดเท่ากับหัวเด็กแรกเกิด ก่อนจะแตกออกกลายเป็นดวงตาสีน้ำเงินขนาดใหญ่…
หางแมวงอกเพิ่มเป็นสามเส้น ร่างกายขยายตัวเพิ่มขึ้น จนเสื้อคลุมป้องกันของมันขาดหลุดกระจายออกจนหมดสิ้น
ตอนนี้สภาพของมันดูชวนน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิมอีก
นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ยดอง!
"ย๊าก! "
พรุนวิ่งเข้าประชิดอย่างไม่เกรงกลัวต่อรูปลักษณ์ของศัตรู
เธอไม่รอให้มันฟื้นสภาพกลับมาสมบูรณ์ แล้วเข้าโจมตีในช่วงเวลาที่ร่างกายของมันกำลังเปลี่ยนแปลง
ใบดาบถูกห่อหุ้มด้วยรังสีความร้อนพลังงานสูง ก่อนจะเริ่มฟันกระหน่ำโจมตีใส่กล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยเมือกสีน้ำเงินอันน่าขยะแขยงของมัน
หนึ่งเพลงดาบต่อหนึ่งบาดแผลฉกรรจ์ที่ยาวกว่าสามเมตร และลึกไม่น้อยกว่าหนึ่งฟุต
เพียงแค่พริบตาเดียว ทั่วทั้งร่างของมันก็เต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก
แต่ทว่าบาดแผลของมันกลับสมานตัวกันได้รวดเร็วยิ่งกว่า
รวดเร็วจนไม่อาจทำได้แม้แต่ตัดแยกส่วนร่างกายของมันออกมาได้สักชิ้นเดียว
ถึงกระนั้น พรุนก็ยังโจมตีใส่ต่อไปโดยไม่คิดที่จะหยุดมือตัวเอง
โจมตีให้ตายไปข้าง
ไม่แรงของเธอ ก็พลังฟื้นตัวของมัน ที่จะต้องมีสักฝ่ายยอมพ่ายแพ้ไปเอง
นั่นคงเป็นสิ่งที่พรุนกำลังเล็งเอาไว้
"เอท! "
"เจ้าค่ะ! "
ฉันกับเอทเริ่มเตรียมพร้อมโจมตีจากระยะไกลเพื่อรอจังหวะปิดเกมส์
แบ่งสมาธิออกเป็นสองส่วน หนึ่งคือการคงสภาพชีวิตของแขนขวาพรุนที่กำลังถืออยู่ กับอีกหนึ่งคือเตรียมสร้างลำแสงพลาสม่าเพื่อแผดเผาศัตรู
"กรี๊ด! "
"พรุน! "
ในตอนนั้นเองที่เกิดเสียงเนื้อสด ๆ แตกกระจายดังขึ้นมา
หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม เพราะนึกว่าเสียงนั้นเกิดจากร่างกายของพรุน
แต่ต้นเสียงนั้นเกิดจากของศัตรู ไม่ใช่ของพรุน
พรุนแค่โดนอะไรสังอย่างที่รุนแรง พลักกระเด็นออกมาเท่านั้น
กระเด็นลงไปกองอยู่ข้างสล็อตที่กำลังนอนกินแรงพวกเราอยู่ตรงนั้น...
"อึ๊ก…"
แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
แขนซ้าย กับขาทั้งสองข้างของเธอ มันกำลังหักงอบิดผิดรูปอยู่
ส่วนเจ้าสัตว์ประหลาด---
*กรรร....*
รูปร่างของมันกำลังเปลี่ยนแปลงบิดเบี้ยวผิดรูป จนไม่อาจมองว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตอีกต่อไปได้...
หางแมวทั้งสามเส้นหลุ่นร่อนหายไปจากร่าง
กรงเล็บกับแขนข้างขวาลีบเล็กผอมเพรียวอ่อนแรง
ขาทั้งสองหดตัวจนมิอาจมองเห็น
กลับกันแล้ว มีเพียงแขนขวาที่ขยายตัวใหญ่จนมีขนาดยาวมากถึงสี่เมตร
ดวงตาสีน้ำเงินจำนวนมากปูนโปนขึ้นมาตามผิว อีกทั้งยังมีเขี้ยวยืดยาวแยกออกมาจากใจกลางแขน
ราวกับว่าทั้งร่างกายของมัน ได้เคลื่อนย้ายเข้ามารวมกันอยู่ในแขนขวาไปแล้ว
*กีสสสสส! *
เสียงคล้ายแก๊สรั่วดังขึ้นลากยาวจนเสียดแก้วหู
นิ้วทั้งห้าเริ่มขยับตัว วิ่งไปตามผิวดินแทนขา เคลื่อนตัวเข้าใกล้ร่างของพรุนที่หายใจรวยริน…
"หยุดเดียวนี้นะดอง! "
ฉันปลดปล่อยลำแสงพลาสม่าโจมตี พร้อมกับมีเอทวิ่งไล่ตามลำแสงนั้นไป
แสงสีแดงพุ่งแผดเผาอากาศ กลืนกินครึ่งร่างของแขนสัตว์ประหลาด โดยมีเอทใช้ดาบลำแสง วิ่งตัดอีกครึ่งส่วนจนแหลกเหลวเป็นเนื้อบดสับละเอียด
*กี๊สสสสส! *
แต่สัตว์ร้ายมันยังไม่ตาย
ครึ่งส่วนที่ถูกเอทสับละเอียดนั้นนอนแน่นิ่งไปแล้ว
แต่ครึ่งส่วนที่โดนฉันเผาทิ้งยังคงมีแรงเคลื่อนไหวได้อยู่
ความแรงมีไม่พอ
ฉันมีเวลาสะสมพลังน้อยเกินไป…
แต่สภาพแบบนี้ คงไม่น่าจะมีชีวิตอยู่---
*กี๊ส! *
มันส่งเสียงกรีดร้องแสบหูจนฉันต้องรีบใช้มือทั้งสองข้างอุดหูตัวเองเอาไว้
ครึ่งส่วนที่ถูกสับกลายเป็นเนื้อบด ฉับพลันได้งอกกลับมา
ครึ่งส่วนที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม ฉับพลันถูกแทนที่ด้วยเนื้อหนังสดใหม่
มันกลับมาคืนสภาพสมบูรณ์ได้ในระยะเวลาเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น
"มันเป็นอมตะหรือยังไงกันดอง! "
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ ขนาดของมันเล็กลงมาแล้วเจ้าค่ะ! "
ถูกอย่างที่เอทพูด
มันมีขนาดเหลือเพียงสองเมตรแล้ว
แต่ว่าดันทะลึ่งเคลื่อนไหวเร็วขึ้นซะอย่างงั้น!
"พรุน! "
"จากตรงนี้ไม่ทันแน่! ”
แขนขวาที่น่าสะพรึ่งกลัวกำลังเข้าประชิดพรุนที่หายใจรวยรินด้วยการใช้ฝ่ามือตบผิวดินอย่างรุนแรง
ก้อนเนื้อที่เต็มไปด้วยดวงตาสีน้ำเงินเข้มลอยโค้งผ่านท้องฟ้า
กรงเล็บทั้งห้าเริ่มเรียงตัวประดุจเป็นหอกเล่มโต
เป้าหมายของมัน คือหัวใจของเพื่อนรักของฉัน
"หยุดนะดอง! "
ฉันรีบละทิ้งมือขวาของพรุน แล้วหยิบปืนรังสีขึ้นมาใช้
แต่ทว่า… ฉันยิงไม่โดน
ด้วยฝีมือของฉัน กับความไวของมัน เลยทำให้ฉันเล็งพลาดเป้าทั้งหมด
จะให้ใช้พลังภูติ ก็คงไม่มีเวลามากพอสะสมพลังโจมตีระดับที่หยุดมันได้
ส่วนเอท เพราะเธอพึ่งพุ่งตัวออกไปโจมตีเมื่อกี้นี้ เลยทำให้กำลังเสียเวลาวกตัวกลับมาอยู่
พวกเรา… ไม่สามารถเข้าไปช่วยพรุนได้ทันเวลาแน่
ไม่สิ ยังมีอีกคนที่น่าจะช่วยเธอได้ทันอยู่ไม่ใช่หรือดอง?
“สล็อต! ถึงฉันจะไม่ใช่เจ้านายของเธอ แต่ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิดอง! ”
***เมดขี้เซา [สล็อต]
เพราะไม่มีคำสั่งให้โจมตีมาจากเจ้านาย ฉันจึงไม่ทำอะไรนอกจาก [นอน] เพื่อเก็บพลัง
“สล็อต! ถึงฉันจะไม่ใช่เจ้านายของเธอ แต่ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิดอง! ”
ในตอนนั้นเองที่เสียงของเพื่อนเจ้านายดังก้องเข้ามาในระบบของฉัน
คนที่จะออกคำสั่งให้ต่อสู้กับฉันได้นั้น มีแต่เจ้านาย [เอท] เท่านั้น
แต่ว่าทำไม...
"Zzz… ปกป้อง… เพื่อน… เจ้านาย"
*กีสสสสสสสส!?! *
ทำไมฉันถึงเคลื่อนไหวมารับการโจมตีนี้กันนะ?
ฉันกำลังเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างพรุนกับสัตว์ประหลาดอยู่ค่ะ
แผ่ม่านรังสีสีแดงปกคลุมรอบตัวให้ เพื่อขวางกั้นกรงเล็บของเจ้าสัตว์ร้ายที่กำลังหมายจะเข้ามาทำร้ายสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่ชื่อว่า [พรุน]
ทำไมฉันถึงยอมรับคำสั่ง [ให้ช่วย] จากเอเลี่ยนที่ชื่อว่า [ลิลลี่] กันนะ?
“...”
รู้สึกขี้เกียจคิดให้เสียพลังงานค่ะ
ไหน ๆ ก็ลงมือปกป้องแล้ว งั้นก็ขอปกป้องให้ถึงที่สุดก็แล้วกันค่ะ
*กีสสสสส!!!! *
กรงเล็บของมันเริ่มลุกไหม้ไปพร้อมกับผิวหนังที่สัมผัสกับม่านแสงความร้อนสูง
แต่กระนั้น ความเร็วในการฟื้นตัวของมันกลับยังรวดเร็วกว่า
กรงเล็บกับแขนของมัน กำลังล่วงล้ำเข้าไปในบาเรียของฉัน
รู้สึกคุ้น ๆ กับสิ่งมีชีวิตประหลาดแบบนี้อยู่ค่ะ
ไหน… ขอค้นจากฐานข้อมูลหน่อย…
เจอแล้ว… ต้นเหตุคือยาทดลองเพื่อการทำสงครามกับชาวต่างดาว ยารหัส [T-Vir_s]
เธอคนนี้ไปได้ยาโบราณมาจากไหนกันนะ?
ไม่สิ ตัวยานเสียหายหนักขนาดนั้น จะมีกล่องยาหลุดกระเด็นออกไปนอกยานบ้างก็คงไม่แปลกหรอกค่ะ
"พบการกลายพันธุ์… ใช้ยาดัดแปลงผิดกฎหมาย… ต้องกำจัด"
รีบจัดการให้จบ แล้วรีบกลับไปนอนดีกว่าค่ะ
ฉันเปิดช่องพลังงานทั้งหมด ทุ่มไปให้ส่วนของการสร้างบาเรีย
ฉับพลันนั้นเอง ที่แสงสว่างรอบตัวได้เจิดจ้าส่องประกายรุนแรงจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพล้น
เมื่อสิ้นแสงสว่าง ทุกสิ่งในรัศมีสองเมตรรอบตัวฉัน ยกเว้นพื้นที่ภายในบาเรีย ก็มอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าไป
ส่วนศัตรูนั้น ถึงจะยังมีชีวิต แต่สภาพแบบนั้นคงทำอะไรต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายท่านแล้วกันค่ะ
ตอนนี้ ฉันขอตัว---
"ระดับพลังงานตก… เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน… Zzzz"
***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]
*กีส…*
เจ้าสัตว์ประหลาดยังคงมีชีวิตอยู่…
แต่มันดูอ่อนแอมาก
มันลอกผิวตัวเอง สร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่แล้วก็เน่าตาย แล้วเริ่มสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาแทนอย่างรวดเร็ว
มันกระทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จนมีขนาดเล็กลง
หนึ่งเมตร
ครึ่งเมตร
---จนกระทั้งเหลือเพียงแค่หนึ่งฟุต
มันใช้นิ้วทั้งห้าเดินไปบนผิวดิน ทิ้งรอยเมือกเป็นเส้นทางยาวอยู่บนพื้นดิน
มันเคลื่อนตัวผ่านสล็อตที่กำลังยืนหลับ
ปีนขึ้นไปอยู่บนหน้าอกของพรุน แล้วเริ่มง้างนิ้วทั้งห้าที่ไม่เหลือแม้แต่หนังหรือกรงเล็บ จิ้มลงไปบนหน้าอกของเธออย่างอ่อนแรง
จิ้มแล้วจิ้มอีก จิ้มโดยที่ไม่อาจสร้างบากแผลขึ้นมาได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
จนกระทั้ง---
"มันจบแล้วดอง… "
มันหยุดเคลื่อนไหวไปด้วยตัวเองเช่นนั้น…