ผ่านไปกว่าเดือนเศษๆ ที่ผู้กองเชอร์วี่เก็บตัวเงียบ เหมือนหายไปเฉยๆ โดยไม่ติดต่อมณฑา์ และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นรอการกลับมาของเขา ผู้กองเชอร์วี่ได้สั่งให้ทหารนำจดหมาย ไปส่งถึงมือผู้รับ เขาพยายามบอกกับตัวเองว่าจะต้องลืมมณฑา์ให้ได้ จะไม่มีวันให้เธอรู้ความในใจของเขา เื่ระหว่างเธอกับเขาเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้
ผู้กองเชอร์วี่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในค่าย ต้องรับผิดชอบงานหลายอย่าง บางครั้งต้องไปราชการที่เมืองท่าแขก ว่าด้วยเื่การขยายอาณานิคมฝรั่งเศสพื้นที่อินโดจีน ขอเบิกยุทธปัจจัยในการทำาเพิ่ม
มีคำสั่งจากกองบัญชาการ ให้ค่ายบึงสานเตรียมตั้งรับการโจมตี มีรายงานมาว่า ทางหน่วยรบเวียดนามเหนือ รอจังหวะโจมตีจุดยุทธศาสตร์ ฐานทัพฝรั่งเศสในลาวหลายแห่ง เพื่อที่จะเข้ายึดเขตการปกครองของฝรั่งเศสลุ่มแม่น้ำโขง
ตลาดท่าแขก ่เช้ามีผู้คนมากมาย มารอดูขบวนพาเหรด ของวงดุริยางค์ทหารลาวและฝรั่งเศส ต้อนรับผู้บัญชาการคนใหม่ของกองทัพฝรั่งเศสในลาว
“คนมาดูขบวนพาเหรดเยอะมาก ป้าคะ หนูว่าจะเดินซื้อของสักพัก ก็จะชวนพี่เสือกลับแล้วค่ะ เดี๋ยวสายๆจะร้อน ก่อนกลับจะแวะไปไหว้พระธาตุศรีโคตรด้วย ไม่ได้มาเสียนาน”
มณฑา์เอ่ยกับป้าแก้ว ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้คนในตลาด
ผู้พันเสือพามณฑา์กับป้าแก้วมาเดินซื้อของที่ตลาดท่าแขก และตั้งใจจะพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เพราะเป็เวลาหลายเดือนที่ไม่มีใครได้ออกจากบ้าน
เสียงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช ประจำกองทัพเรือฝรั่งเศสดังแว่วใกล้เข้ามา เริ่มมองเห็น ทหารขับรถจิ๊บ นำริ้วขบวนมาแต่ไกลและหยุดโชว์เป็่ๆ เพื่อให้ชาวบ้านที่ยืนรอสองข้างทางได้ชม มณฑา์และป้าแก้วชะเง้อมองหาที่มาของเสียง
“ไม่เห็นจะน่าชื่นชมตรงไหนเลย เสียงดัง หนูไม่อยากดูค่ะป้า เดี๋ยวหนูไปรอที่รถพี่เสือนะคะ”
หญิงสาวพูดด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย รู้สึกหงุดหงิดกับเสียงเพลงดังๆ
“เดี๋ยวป้าตามไปนะคะ อย่าไปไหนไกลนะ นั่งรอป้าที่รถจิ้บนะหนู” ป้าแก้วบอก
มณฑา์รีบปลีกตัวเดินออกมาจากกลุ่มคน เธอรีบเดินไปรอผู้พันเสือและป้าแก้วที่รถจิ้บ ที่จอดไว้ไม่ไกลจากท่าน้ำและตลาด
ขณะเดียวกันนั้นเอง ผู้กองเชอร์วี่หิ้วของพะรุงพะรัง เดินออกมาจากตลาด เขากำลังมุ่งหน้าไปที่ท่าน้ำ เพราะวันนี้จ่าปิแอร์ไม่ว่าง เขาจึงขับเรือมาเอง พลันหัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นมณฑา์นั่งอยู่บนรถจิ้บ ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวอยู่ในชุดผ้าซิ่นไหมลาวสีเข้ม สวมเสื้อผ้าลูกไม้สีขาว เรือนผมสีดำสลวย พลิ้วเล็กน้อยตามแรงลมพัดผ่านแม่น้ำโขงมา เธอกำลังมองทอดสายตาไปทางฝั่งไทย เธอคงคิดถึงบ้าน
ผู้กองเชอร์วี่มองเธออย่างชื่นชม นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาจึงดึงตัวเองกลับมาจากห้วงคำนึง รีบเดินหลบเข้าไปอีกมุมหนึ่งของร้านกาแฟโบราณ เสียงแม่ค้าร้องทักเขาเสียงดังเป็ภาษาลาว ด้วยความดีใจ
“สบายดี อัญญา เชอร์วี่ สิไปไสน้อ คือถือของหลายแท้ เป็ตาหนักน้อ วางก่อน มานั่งกินกาแฟก่อนเ้า”
หญิงวัยกลางคนเดินมาหาเขา บอกให้วางของก่อนและเชิญนั่งดื่มกาแฟ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็มิตรผู้กองเชอร์วี่ยิ้ม พยักหน้า
“ขอบใจเ้า”
เขากล่าวเบาๆ แล้วก็รีบเดินเข้าไปยืนแอบอยู่ข้างหลังร้านมณฑา์หันขวับไปที่ร้านกาแฟทันที ที่ได้ยินชื่อผู้กองเชอร์วี่ เธอรีบวิ่งลงจากรถ หันมองซ้ายขวา
“เอ๊ะ.. เราได้ยิน…เหมือน มีใครเรียกชื่อเขา”
เธอพึมพำกับตัวเอง แล้วรีบวิ่งมาที่ร้านกาแฟทันที
“ป้าคะ เมื่อสักครู่ มีทหารฝรั่งมาเดินแถวนี้ไหมคะ ป้าเห็นใครใส่ชุดทหาร ผ่านมาทางนี้บ้างไหมคะ”
มณฑา์เดินเข้าไปถามเ้าของร้านกาแฟ เป็ภาษาไทย เสียงดัง เ้าของร้านทำหน้างง
“มีเ้า หลายคนเลย ทหารฝรั่ง เพิ่นมักกินกาแฟ มาซู่เช้าเลยเ้า ร้านเฮาถือว่าเป็ร้านประจำกะว่าได้ นี่กะเพิ่งกลับไป สี่ห้าคน นางสิตามหาไผล่ะเ้า เพิ่นซื่อหยัง”
เ้าของร้านตอบเสียงเรียบ พลางเก็บถ้วยกาแฟใส่ถาด มณฑา์เงียบ กวาดตามองหาทั่วร้าน แต่ไม่พบใคร เ้าของร้าน ยิ้มนิดๆ แล้วเดินไปเอาผ้ามาเช็ดโต๊ะ
ผู้กองเชอร์วี่ยืนฟังเสียงของมณฑา์สนทนากับเ้าของร้าน ความว่างเปล่า ปวดร้าว เริ่มไหลผ่านตัวเขาช้าๆ เขานิ่ง เงียบ ฟัง เสียงนี้คุ้นหูเหลือเกิน เป็เสียงที่เขาอยากได้ยิน ทุกคืนในยามที่เหน็บหนาวและอ้างว้าง คราที่เขาอยู่สมรภูมิเดียนเบียนฟู เขาเร่งนับวันเวลาอยากจะมาพบหน้า พาร่างที่ยังมีิญญาและลมหายใจ กลับมาเพื่อที่จะฟังเสียงที่คุ้นหูนี้
“ทำไม การที่จะลืมใครสักคน มันต้องเ็ปถึงเพียงนี้ เราเป็อะไร เราจะใจอ่อนไม่ได้ เราต้องลืม ลืมให้ได้*..อีกไม่นาน คุณคงได้กลับบ้าน* กลับไปหาคนที่รออยู่ *ดอกแมกโนเลียสีขาว กลิ่นหอมและสวยงาม ควรที่จะไปบานในใจของคนที่คุณรัก”*
ผู้กองเชอร์วี่คิดในใจ เขาขบกรามแน่น ตัดสินใจเดินออกทางหลังร้านไปที่ท่าน้ำ ติดเครื่องเรือทันที เรือทหารลำเล็ก พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เขาขับเรือไปเรื่อยๆ โดยไม่เหลียวหลัง
“หนูๆ มายืนทำอะไรที่ร้านกาแฟ ป้ากับผู้พันตามหาแทบแย่ ใหมดเลย ไปที่รถแล้วไม่พบหนู”
มณฑา์สะดุุ้งเล็กน้อย เมื่อป้าแก้วเดินเข้ามาทักและเขย่าตัว เธอยืนใจลอยอยู่นาน
“เป็อะไรหนู ไม่สบายรึเปล่า พักนี้เห็นหนูใจลอยบ่อยๆ กลับกันเถอะจ้ะ ”
ป้าแก้วพูดหน้าตื่น ด้วยความเป็ห่วง มณฑา์พยักหน้าแล้วเดินตามป้าแก้วไปที่รถ ผู้พันเสือนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ได้เวลาเมือบ้านแล้ว น้องมณฑา ซื้อของพอแล้วบ่ บ่ซื้อหยังอีกเนาะ”ผู้พันเสือถาม
“พอแล้วเ้า บ่ซื้อแล้วอ้ายเสือ เอ่อ อ้าย อย่าลืม จอดแวะไหว้ธาตุศรีโคตรนะเ้า” หญิงสาวกล่าวย้ำ
“ได้ๆ บ่ลืมดอกเ้า อ้ายกะบ่ได้ไหว้โดนแล้ว สิไปไหว้ขอพรอยู่ ให้อยู่ดีมีแฮง าจบไวๆ”
ทั้งสามคนคุยกันเสียงดัง อย่างสำราญใจ ทำให้มณฑา์ ลืมเื่ผู้กองเชอร์วี่ไปชั่วขณะ ผู้พันเสือขับรถผ่านตลาด เลาะริมโขงไปแวะที่วัด นมัสการพระธาตุศรีโคตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ