บทที่49 ชนเผ่าเหมียว
หลังจากเฉินหนานทานอาหารเรียบร้อยเฉินหนานก็กลับไปคอนโดโดยรินไปส่งเขาที่บ้าน เมือรถขับออกมาเฉินหนานมองเห็นคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูบ้านของรินสีหน้าของเขามืดมนมาก
เฉินหนานคุ้นหน้าเขามากแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เฉินหนานไม่รู้เลยว่าตระกูลฟู่ได้ลงมือไปอย่างโหดเหี้ยมแล้ว
“นั่นใครงั้นหรือ”รินหันไปมองก็เห็นโจวม่อหานแล้วเธอก็ยิ้มออกมา
“อ่อเขาทำผิดร้ายแรงน่ะเลยอยากมาขอให้คุณแม่ไม่เอาเรื่อง”เฉินหนานมองไปแล้วคิดว่าอาจเป็นพ่อของโจวอูเฉิงแต่เขาก็คิดว่าไม่สมเหตุสมผลมันน่าจะมาขอร้องเขามากกว่าที่ลูกมันสืบพันธ์ไม่ได้ เฉินหนานไม่ได้คิดว่าตระกูลฟู่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าไรเพราะเขาบอกไปแล้วว่าเขาจะจัดการเอง
“ช่างเถอะไม่ใช่เรื่องของฉัน”ระหว่างทางเฉินหนานแวะซื้ออุปกรณ์ห่อของขวัญให้ชิงถานพร้อมกับริน
“วันศุกร์นี้จะไปบ้านคุณป้าตอนเย็นๆนะนายห้ามบอกชิงถานก่อนนะ”
“ได้สิ”เฉินหนานยิ้มจากนั้นเฉินหนานก็ขอให้รินแวะร้านหนังสือก่อนถึงคอนโดเขาหยิบหนังสือเกี่ยวกับรถหลายเล่ม
“นายจะซื้อรถงั้นหรือ”
“ฉันคิดๆอยู่น่ะแต่ฉันยังทำใบขับขี่ไม่ได้น่ะ”รินหัวเราะ
“นายไม่บอกแม่ฉันล่ะ”เฉินหนานตาโต
“ฉันยังอายุสิบเจ็ดเองนะต้องอายุสิบแปดไม่ใช่หรือ”รินยิ้ม
“เรื่องนั้นไม่สำคัญนี่”รินพูดยิ้มๆ เฉินหนานเข้าใจทันที
“ตอนนี้ฉันยังไม่ต้องใช้หรอกไว้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อนค่อยซื้อ”เฉินหนานหัวเราะ จากนั้นเฉินหนานก็เข้าไปที่คอนโด เมื่อจัดการทุกอย่างเรียนร้อยเฉินหนานก็บ่มเพาะก่อนที่จะนอน
เมื่อรินกลับมาบ้านก็ยังเห็นโจวม่อหานนั่งอยู่เธอยังโกรธเขาอยู่มากจึงไม่คิดสงสารแต่อย่างใด โจวม่อหานไม่คิดเลยว่าการกระทำโง่ๆของลูกชายมันจะทำให้มันเจออะไรแบบนี้และมันตระหนักได้ว่าไม่มีประโยชน์อีกต่อไปที่จะมาขอความเห็นใจอีก ก่อนที่มันจะล้มละลายมันต้องตัดสินใจเด็ดขาดมันโทรออกไป
“พี่ครับต้องการย้ายไปลงทุนที่เซี่ยงไฮ้พี่ช่วยได้ไหมครับ”มันคุยกับพี่ชายของมัน
“เกิดอะไรขึ้น”!!!
“คืองี้นะครับพี่”มันเล่าทุกอย่างไป หน้าพี่ชายมันถอดสี
“ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าตามใจมันดูสิตอนนี้เป็นยังไง”มันไม่กล้าตอบโต้แต่อย่างใด
“ผมผิดไปแล้ว”พี่ชายมันได้แต่ถอนใจ
“อิทธิพลขอบตระกูลเหลียนและตระกูลฟู่ในเซี่ยงไฮ้ก็ไม่ธรรมดานะฉันบอกก่อน”
“อะไรนะพี่”
“เห้อแกมีเรื่องกับใครที่หลังก็หัดดูก่อนได้ไหมแก่เล่นมีปัญหากับหกขั้วอำนาจใหญ่ใจจีนขนาดนี้”
“ผมทราบครับแต่ตระกูลเหลียนผู้นำเป็นแค่ผู้หญิงทำไมต้องกลัว”พี่ชายมันมองว่าน้องของมันยังโง่เหลาเหลือเกิน
“หึๆ…แกรู้จักตระกูลซางไหม”
“ครับอันดับต้นๆของประเทศผมว่าพวกเขายังหน้ากลัวกว่าตระกูลเหลียนเสียอีก”พี่ชายมันหัวเราะเย็นๆ
“แกรู้ไหมว่า”มันบีบเสียงต่ำ
“ผู้นำตระกูลเหลียนสามคนบุกไปถล่มตระกูลซางคนตายไปร้อยกว่าคนลูกชายถูกเหลียนเฟ้ยฆ่าตายโดยที่ไม่กระพริบตาเลยและยังเสียทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้ตระกูลเหลียน”
“อะไรนะ”!!หน้ามันถอดสี
“ช่างเถอะขายทุกอย่างแล้วรีบมาเลยก่อนที่จะสายเกินไปอ่อแล้วเปลี่ยนอาชีพด้วยแกไม่มีทางทำธุรกิจก่อสร้างได้แล้ว”
“ครับ”สีหน้ามันเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้แต่ทำอะไรไม่ได้ มันกลับไปทันที
เช้าวันต่อมามีข่าวดังไปทั่วเมืองว่าโจวม่อหานประกาศขายทุกอย่างในเมืองและเลิกทำธุรกิจก่อสร้างอีก ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆนาๆ เมื่อเฉินหนานอ่านข่าวก็เข้าใจทันที เฉินหนานไม่คิดเลยว่าตระกูลฟู่จะห่วงใยและให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเฉินก็ปล่อยเรื่องนี้ไปเขาไม่มีเวลาสำหรับตระกูลโจวอีกต่อไป วันนี้สอบวันสุดท้ายแล้ว มีวิชาย่อยต่างๆที่ไม่สำคัญมากนัก ทั้งหมดสามวิชาเขาทำมันอย่างง่ายดาย เนื่องจากวันนี้สอบสามวิชาเขาจึงสอบเสร็จห้าโมงเย็น เจ้าอ้วนตะโกนลั่นโรงเรียน
“จบเสียที”!!!จากนั้นทุกคนก็ตะโกนตามมันเสียงดังปทั้งโรงเรียน จนครูต้องออกมาห้าม จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป
“ลูกพี่เราไปฉลองกันไหม”เฉินหนานยิ้ม
“ฉันมีนัดแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปดีไหม”เจ้าอ้วนกำลังจะตอบ
“ฉันไปด้วย”ฉางเย่พูดขึ้นและเดินมาหาพวกเขา
“ได้เลยลูกพี่งั้นพรุ่งนีเจอกันที่ย่าการค้า กาแลกซี ดีไหม”
“ตกลง”เมื่อทุกคนตกลงกันได้ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ทว่าหน้าโรงเรียนเขาเห็นสาวสวยหุ่นดียืนรอเขาอยู่หน้าโรงเรียน เธอสวมชุดสีม่วงดูมีสง่าเสื้อผ้าเธอรวมสมัยด้วยกางเกงที่รัดรูปเสื้อสีม่วงที่คอกว้างดูเซ็กซี่ไปอีกแบบ
“นี่เราไปบ้านเธอไม่ใช่หรือไง”
“ก็ใช่น่ะซิ”เหยาหลันยิ้มให้อย่างน่ารัก
“แล้วต้องแต่งตัวสวยขนาดนี้”เธอหัวเราะ
“นายไม่รู้หรอกว่าฉันต้องอยู่ในหอศิลป์ทั้งวันมันเบื่อ พอว่างฉันก็ต้องทำสวยน่ะซิ”เฉินหนานหัวเราะ
“เธอก็จัดงานประมูลสิจะได้ไม่ว่าง”เหยาหลันมองหน้าเขา
“นายวาดภาพลงประมูลสิฉันจะจัดงานให้ใหญ่ๆไปเลย”เฉินหนานทำหน้าป่วยๆ เขาไม่มีความคิดที่จะวาดภาพตอนนี้เพราะเขายังต้องทำอะไรอีกหลายอย่างรวมไปถึงการเพิ่มความแข็งแกร่วของเขาด้วย
“ฉันไม่ว่างช่วงนี่เลยน่ะสิ”
“แต่นายสอบเสร็จวันนี้”เฉินหนานทำตาปริบๆแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“พี่เธอแต่งงานนานหรือยัง”
“ดูเหมือนจะสามปีที่แล้วนะ”
“งั้นไม่มีหลานหรือ”เธอคิดสักพัก แล้วตอบอย่างกังวล
“หลังจากแต่งงานพวกเขาก็ไปอยู่ต่างประเทศ ธุรกิจไปได้สวยแต่ดูเหมือนสุภาพเขาจะไม่ค่อยดีนะ”เฉินหนานสงสัย
“ยังไงงั้นหรอ”ก็พอเขาไปอยู่ได้เดือนหนึ่งพี่สะใภ้ฉันมีอาการแปลกๆน่ะสิ”เฉินหนานขมวดคิ้ว
“หมายความว่าไง”
“ก็ทุกๆคืนเธอจะปวดท้องอย่างทรมานครึ่งชั่วโมงทุกวันน่ะสิ”เฉินหนานตาโต
“แล้วทำไมไม่บอกฉันเร็วกว่านี้”เหยาหลันถอนใจ
“ฉันบอกพี่ไปแล้วแต่พวกเขาไม่มีเวลากลับมาน่ะสิแล้วอาการเธอก็ดีขึ้นหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอไม่มีอาการนั้นแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าหายแล้ว”เฉินหนานรู้ดีว่ามันไม่ได้หายแต่มันกำลังอยู่ในระยะสุดท้ายแล้วเธอกำลังจะตายในไม่ช้า
“นายรู้จักโรคนี้งั้นหรือ”เฉินหนานยิ้ม
“ดูเหมือนพี่สะใภ้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาสินะ”เหยาหลันยิ้ม
“ใช่แล้วเธอเป็นหญิงชาวเผ่าเหมียว”เฉินหนานพยักหน้า
“ช่างบังเอิญเสียจริง ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ฉันเท่านั้นที่สามารถมากจากแดนเซียนสินะ”ในแดนเซียนเองก็มีชนเผ่าเหมียวเช่นเดียวกันพวกเขาเป็นตระกูลที่มีพลังยุทธ์เช่นกันทว่าสิ่งที่น่ากลัวของพวกเขาคือพิษกู่ พิษกู่นั้นเกิดจากการนำเอาสัตว์มีพิษมาอยู่รวมกันแล้วให้มันกินกันเองจนเหลือตัวสุดท้าย และตัวนั้นจะมีพิษที่รุนแรงที่สุดและจะถูกนำไปฟักเป็นหนอนกู่ที่พวกเขาสามารถควบคุมมันได้เนื่องจากมันถูกเชื่อมจิตจากผู้เป็นเจ้าของ โดยการที่จะสร้างมันได้แต่ละตัวนั้นยากมากผู้ที่สามารถเลี้ยงได้มากสุดนั้นได้แค่สิบตัว เฉินหนานเดาว่าบรรพบุรุษของพวกเขาต้องเป็นคนจากแดนเซียนเป็นแน่ อย่างไรก็ตามเฉินหนานก็ยังมองในแง่ดีด้วยว่าเขาคิดมากไปชื่ออาจจะเหมือนกันก็ได้ ตอนอยู่แดนเซียนเฉินหนานต่อสู้กับตระกูลเหมียวอยู่นานเพราะความเข้าใจผิด เขารูทุกอย่างเกี่ยวกับพวกชนเผ่าเหมียวจนในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจยุติการต่อสู้ลงและพวกเขาตัดสินใจเร้นกายจากยุทธภพ เฉินหนานคิดถึงวันเก่าๆอยู่นาน
“นายเป็นอะไรงั้นหรือ”เฉินหนานสายหน้า
“ไม่มีอะไรหรอก”
“แสดงว่าพี่สะใภ้เธอคงสวยมากสินะ”
“ไม่เท่าฉันหรอก”เฉินหนานยิ้มออกมา จากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านของตระกูลเหยา
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า”
“ไม่เจอกันนานเลยนะหลานเฉิน”เฉินหนานยิ้ม
“มานี่ฉันแนะนำให้รู้จักลูกชายฉันเหยาเจี้ยนไฉและเมียเขาเหมียวเสี่ยวเหมย”เหยาเจียนไฉเป็นชายวัยสามสิบสองหน้าตาหล่อเหลาภูมิฐาน ส่วนเหมียวเสี่ยวเหมยหน้าตาสวยงามปานล่มเมืองและให้กลิ่นอายของชนเผ่าในตัว เฉินหนานรู้สึกถึงพลังวิญญาณในร่างกายเธอและรับรู้ได้ว่าเธอเคยบ่มเพาะแน่นอน เมื่อเขาเห็นหน้าเหมียวเสี่ยวเหมยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารับคว้าข้อมือเธออย่างรวดเร็ว แล้วจับชีพจรดูสีหน้าของเขาเครียดหลายส่วน เขาแน่ใจแล้วว่าเธอเคยบ่มเพาะมาก่อนและมีระดับสูงกว่าเขามากเนื่องจากได้รับพิษลังของเธอถดถอยลงไปจนหน้าตกใจเหลือเพียงขึ้นเริ่มต้นเท่านั้น
“มีอะไรหรือเปล่าน้องเฉิน”เหยาเจี้ยนไฉรีบถาม เขารู้ว่าเฉินหนานเป็นหมอที่รักษาพ่อของเขาจึงรู้สึกกังวลกากภรรยาเขากลับมาป่วยอีก เฉินหนานมีสีหน้ามืดมนลงหลายส่วน
“ผมขอคุยกับพี่สาวส่วนตัวได้ไหม”ทุกคนงุนงงแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร ทั้งสองเข้าไปในห้อง
“ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรใช่ไหม”เธอมีสีหน้ามืดมนลง
“ฉันไม่มีทางเลือกพวกมันบอกว่ามันจะฆ่าเขา”เมื่อได้ยินเฉินหนานก็กลายเป็นเย็นชาทันที
“ใครงั้นหรือ”ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“เรื่องมันยาวน่ะ”
“ผมไม่รีบนี่”
“ก็ได้เมื่อเธอรู้จักสิ่งนั้นฉันก็จะไม่ปิดบังเรื่อมันเกิดนานมากแล้วทางชนเผ่าเราแบ่งแยกเป็นสองกลุ่มจากความขัดแย้งจากฝั่งที่ใช้หนอนกู่รักษาคนกับใช้ทำร้ายคนทั้งสองจึงตัดสินใจแยกหมู่บ้านออกจากกันแบ่งเขตด้วยแนวป่า หมู่บ้านของฉันชื่อว่าจินฟูส่วนหมู่บ้านที่แยกตัวออกไปชื่อจินซูทั้งสองไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ทว่าลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านของจินซูชอบฉันมาก”เธออายนิดหน่อยเมื่อพูดเรื่องที่มีคนมาชอบ
“แต่ว่าเขานิสัยแย่มากฉันเลยปฏิเสธเขาไป ฉันไม่คิดว่าเขาจะฝังหนอนกู่ใส่ร่างฉันตอนที่ฉันไม่รู้ตัว หลังจากงานแต่งฉันกลับไปให้พ่อฉันช่วยแต่ว่าพ่อของฉันพยายามเอามันออกแล้วแต่ไม่สำเร็จ ฉันไปที่หมู่บ้านจินซูแต่พวกเขาไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันหมดหนทางท้ายสุดมันส่งคนมาบอกฉันหากพยายามเอามันออกมันจะฆ่าสามีฉัน”เฉินหนานแสยะยิ้ม
“ดีเลยผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะแน่สักแค่ไหน”
“เธอหมายความว่ายังไง”
“ผมสามารถเอามันออกได้และมันไม่มีทางฝังหนอนกู่ไปที่พี่ได้อีกตลอดชีวิตของพี่สาวเลย”
“เป็นไปได้งั้นหรือ”เฉินหนานยิ้ม
“เอาล่ะขอเวลาผมหลอมยาสักวันแล้วพรุ่งนี้เราจะรักษากัน”ดวงตาเธอเริ่มมีความหวัง
“แต่ฉันกำลังจะตายอีกไม่กี่วันแล้วอาการเจ็บปวดของฉันกายไปนั่นแปลว่าร่างกายฉันเสื่อมสภาพลงแล้ว”จริงอยู่ว่าเธอไม่มีทางรอดแล้วแม้ว่าจะเอาหนอนออกมา แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเธอคือมหาเทพเซียนเชียวนะนอกจากคนตายแล้วเขารักษาได้หมดนั่นแหละ
“พี่สาวผมจะฝังเข็มให้คุณก่อนเพื่อหยุดไม่ให้หนอนมันกัดกินไปมากกว่านี้รางกายพี่สาวจะหยุดเสื่อมสภาพลวกชั่วคราว”ว่าแล้วเฉินหนานก็เยิบเข็มที่เขาพกติดตัวตลอดเวลาขึ้นมาแทงไปที่นิ้วทั้งห้า จากนั้นก็บนหน้าผากสามเข็มแล้วถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป จากนั้นเขาก็เริ่มหมุนเข็มเพื่อทำให้พลังวิญญาณเขาไปในร่างเร็วขึ้น
ในบ้านหลังหนึ่งในป่าลึกชายร่างกายแข็งแรงดูชั่วร้ายกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสาวๆ มันมีหน้าตาชั่วร้ายมากมือของมันลูบไล้ไปบนร่างของสาวๆ มันหาเงินจากการใช้หนอนกู่ฆ่าคนจากนักธุรกิจที่ต้องการกำจัดศัตรูของพวกมัน แต่ละครั้งค่าจ้างไม่ต่ำกว่าร้อยล้านชื่อของมันคือเหมียวฉี
“คุณเหมียวครับผมอยากให้คุณจัดการคนในรูปได้ไหมครับ”เมือมันดูรูปก็ปรากฏเด็กนักเรียนที่หน้าตาหล่อเหลา และชายที่ส่งรูปให้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมันคือจูเฉิงเจ๋อนั่นเองตระกูลจูคือตระกูลที่แย่งที่ดินบนเขาเหม่ยกับตระกูลฟู่ มันใช้ความพยายามมากในการตามหาผู้ใช้หนอนพิษมันจ่ายไปไม่น้อยถึงตามหาเขาเจอ มันไม่ยอมจ้างนักฆ่าเนื่องจากทางตระกูลฟู่คงสืบหาสาเหตุได้ไม่นาน เช่นนั้นมันอาจถูกจับได้มันจึงต้องใช้แผนนี้เท่านั้น แล้วเมื่อเหมียวฉีมันเห็นเป้าหมายมันก็แสยะยิ้มออกมา เป้าหมายเป็นแค่เด็กมันแทบไม่ต้องคิดเลยงานนี้มันง่ายเสียจริง
“สองร้อยล้านมัดจำห้าสิบล้านถ้าตกลงก็คุยกันต่อแต่ถ้าไม่ก็กลับไป”ทว่าทันใดนั่นเอง พรวด…มันกระอักเลือดออหมาทันที…
*ขออัภยที่มาช้าช่วงนี้ป่วยครับ*