อากาศยามบ่ายที่สนามซ้อมของ ยูนิเอา เดอ ไลเรีย สโมสรเล็กๆ ในโปรตุเกสที่ตั้งอยู่ใต้เงาปราสาทโบราณนั้นร้อนอบอ้าวและเงียบเชียบ อเล็กซ์ แซนเดอร์ ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าเหล็กดัดขัดมัน เขามองดูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กำลังสื่อสารผ่านวิทยุสื่อสารเพื่อขออนุญาตจากบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาคารไม้หลังนี้
อเล็กซ์นึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามาถึงที่นี่... ทุกอย่างเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์กับ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน กุนซือระดับตำนานชาวอังกฤษในช่วงที่อเล็กซ์พาแยนไปเซ็นสัญญากับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ความซื่อสัตย์และวิสัยทัศน์ที่แหลมคมของอเล็กซ์ทำให้เซอร์ บ็อบบี้ ไว้ใจ จนถึงขั้นยอมเปิด "กล่องดวงใจ" ของเขา
เซอร์ บ็อบบี้ เคยเล่าให้อเล็กซ์ฟังถึงสมัยที่เขาคุมทีมบาร์เซโลน่าและเอฟซี ปอร์โต้ โดยมีชายหนุ่มชาวโปรตุเกสคนหนึ่งเป็นล่ามและผู้ช่วยคู่ใจ ชายคนนั้นไม่ได้มีดีแค่ภาษา แต่มีสมองที่เปี่ยมไปด้วยแท็กติกฟุตบอลที่ล้ำยุค ชายคนนั้นคือ" โชเซ่ มูรินโญ่ "
"อเล็กซ์... โชเซ่เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น แต่เขาหยิ่งทระนงและไม่ยอมคน เขาเพิ่งถูกพวกบอร์ดบริหารของเบนฟิก้าหักหลังจนต้องออกจากทีมทั้งที่คุมได้ไม่กี่นัด ตอนนี้เขาตกต่ำจนต้องไปคุมทีมไลเรีย... นายไปหาเขาซะอเล็กซ์ นายคือคนแบบที่เขาต้องการ" คำแนะนำของเซอร์ บ็อบบี้ ในวันนั้น คือใบเบิกทางที่พาอเล็กซ์มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องทำงานไม้โอ๊คในวันนี้
"รอสักครู่ครับคุณแซนเดอร์ บอสกำลังดูวิดีโอวิเคราะห์เกมอยู่" เจ้าหน้าที่เอ่ยพลางพยักหน้าให้เขาหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที "เรียบร้อยครับ เชิญตามผมมา"
อเล็กซ์เดินตามชายร่างล่ำสันผ่านอุโมงค์ทางเดิน จนมาถึงหน้าห้องทำงานที่มีป้ายชื่อเรียบง่าย เจ้าหน้าที่เคาะประตูสามครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังมาจากข้างใน
อเล็กซ์ผลักประตูเข้าไป แสงแดดรำไรลอดผ่านมู่ลี่ไม้ลงมาพาดทับชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มข้อมูลและเทปวิดีโอ โชเซ่ มูรินโญ่ เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรทัศน์ขนาดเล็ก แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดเหมือนนกเหยี่ยวที่พร้อมจะโจมตี
"ผม อเล็กซ์ แซนเดอร์ ครับ" อเล็กซ์แนะนำตัวสั้นๆ ทว่ามั่นใจ
มูรินโญ่เอนหลังพิงเก้าอี้พลางจ้องมองเขา "ผมได้ยินเรื่องของคุณมาจากอาจารย์ของผม เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน เขาบอกว่าคุณจะมาหาผม และบอกว่าคุณคือคนที่จะทำให้ผมกลับไปคุมทีมระดับท็อปได้อีกครั้ง" มูรินโญ่หยุดเว้นจังหวะ "เขาบอกว่าคุณแตกต่าง... แม้จะพูดไม่กี่คำแต่ก็ตรงประเด็นเสมอ เพียงพอจะโน้มน้าวใจใครก็ได้ที่ได้ฟัง"
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้รับคำชมจากทั้งคุณและเซอร์ บ็อบบี้" อเล็กซ์เดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะทำงาน "และมันก็เป็นความจริงแบบที่เซอร์พูด เพราะสิ่งที่คุณขาดไปคือคนแบบผม... นั่นคือเหตุผลที่คุณจบไม่สวยกับเบนฟิก้า ทั้งที่คุณมีฝีมือล้นเหลือ แต่คุณแพ้ใน 'เกมนอกสนาม' เพราะคุณไม่มีเกราะป้องกันจากการเมืองในสโมสร"
มูรินโญ่หรี่ตาลง ประวัติศาสตร์ที่เบนฟิก้าคือแผลเป็นในใจเขา เขาลาออกเพราะประธานคนใหม่พยายามจะแทรกแซงอำนาจของเขา
"ผมพร้อมจะช่วยคุณทวงคืน หรือเรียกร้องทุกสิ่งที่คุณควรจะได้รับ" อเล็กซ์ประสานสายตากับกุนซือจอมหยิ่ง "ผมจะจัดการเรื่องหลังบ้าน การเมือง และสร้างภาพลักษณ์ให้คุณ เพื่อให้คุณมีสมาธิกับการสั่งการในสนามเพียงอย่างเดียว"
"แล้วคุณช่วยผม... คุณจะได้อะไร?" มูรินโญ่ถามเข้าประเด็นตามนิสัยคนตรงไปตรงมา
"ค่าจ้างไงครับ" อเล็กซ์ยิ้มที่มุมปาก "ผมทำงานก็ต้องหาเงิน แต่นอกจากเงิน สิ่งที่ผมจะได้จากคุณคือคอนเนคชั่นจากยอดโค้ชที่จะกลายเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในไม่ช้า และผมจะหาเด็กๆ พรสวรรค์สูงมาส่งให้คุณขัดเกลา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ทั้งคุณและผม"
"มั่นใจขนาดนั้นเลย?" มูรินโญ่แค่นยิ้มเย้ยหยัน
"ผมเชื่อในสายตาตนเองครับโชเซ่ และเซอร์ บ็อบบี้ก็บอกว่าคุณไม่ธรรมดา... จริงไหม? หรือว่าคุณไม่ใช่คนคนนั้น?"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง ก่อนที่มูรินโญ่จะระเบิดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างถูกใจ เขาชอบความท้าทายและความโอหังที่มาพร้อมกับความจริง "โอเค... ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเอเย่นต์อย่างคุณจะพาผมไปได้ไกลแค่ไหน" เขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกมา "ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน อเล็กซ์"
อเล็กซ์ยื่นมือไปจับแน่น "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ... เดอะ สเปเชียล วัน (The Special One)"
มูรินโญ่ชะงักไปครู่หนึ่งกับคำเรียกขานนั้น "เดอะ สเปเชียล วัน งั้นเหรอ?... หึ ผมชอบชื่อนี้นะ"
อเล็กซ์เดินไปที่ประตู เตรียมจะออกจากห้อง แต่ก่อนจะผลักออกไป เขาหันกลับมาทิ้งท้าย "พรุ่งนี้ผมเตรียม 'ของขวัญพบหน้า' มาให้คุณที่สนามซ้อม... ผมหวังว่าคุณจะชอบมันนะ โชเซ่"
เขาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ความร่วมมือของ "สมอง" และ "อำนาจ" เริ่มต้นขึ้นแล้ว
-----