“อาจารย์จากสี่มหาวิทยาลัยชั้นนำมารวมตัวกันที่โรงเรียนมัธยมตงหลิงแห่งที่หนึ่ง?!”
หลังจากวางสายสีหน้าของหวังเฉินก็แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย
เขาค่อนข้างแปลกใจที่อาจารย์แนะแนวจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้‘กระหาย’ ถึงเพียงนี้ในเมื่อผลสอบแข่งขันระดับประเทศเพิ่งประกาศไปเมื่อวันนี้เอง
แต่เมื่อคิดถึงผลงานอันน่าเหลือเชื่อที่เขาสร้างไว้ในการสอบแข่งขันระดับประเทศหวังเฉินก็พอจะเข้าใจได้
จากการสอบแข่งขันระดับประเทศในอดีตที่ผ่านมาสถิติการผ่านด่านที่ดีที่สุดยังไม่เคยทำได้เร็วกว่าสิบนาทีเลย
แต่เขากลับร่นเวลาลงไปได้ถึงสิบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสี่จะไม่ออกอาการคลั่งก็คงแปลกแล้ว!
“แหะๆ!”
“ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเสนอเงื่อนไขอะไรมาบ้างนะ? คงได้โกยทรัพย์รับโชคกันอีกรอบแล้วสินะ”
เมื่อคิดถึงสิทธิพิเศษที่จะได้รับจากการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำหวังเฉินก็เดินออกจากวิหารเปลี่ยนอาชีพด้วยความคาดหวัง
มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสี่แห่งล้วนดำเนินเส้นทางแบบเน้นคุณภาพโดยจะมอบรางวัลมหาศาลให้กับนักเรียนที่รับเข้ามาในแต่ละปี
รางวัลเหล่านี้มีครบทุกอย่างทั้งเหรียญทอง เหรียญศักดิ์สิทธิ์ อุปกรณ์ และคัมภีร์ทักษะ
และนี่ไม่ใช่สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดเพราะเท่าที่หวังเฉินรู้มหาวิทยาลัยชั้นนำยังจะมอบสิทธิ์การเข้าดันเจี้ยนดินแดนลับอันล้ำค่าให้เป็นรางวัลอีกด้วย
ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อไม่นานมานี้หวังเฉินเพิ่งผ่านดันเจี้ยนดินแดนลับถ้ำลาวาในการสอบแข่งขันระดับประเทศและได้รับค่าประสบการณ์ห้าล้านแต้ม พร้อมกับรางวัลอื่นๆ ที่มีมูลค่าไม่น้อย
และนั่นเป็นเพียงแค่ดันเจี้ยนระดับทองแดงเท่านั้น
ในมหาวิทยาลัยชั้นนำมีดันเจี้ยนดินแดนลับระดับเงิน ทองคำ และเพชรอยู่ไม่น้อย
หวังเฉินรู้สึกว่าหากเขาผ่านดันเจี้ยนเหล่านี้ได้พลังของเขาก็คงจะทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวดเลยทีเดียว
ด้วยความตื่นเต้นเขาเดินทางมาถึงโรงเรียน และทันทีที่ก้าวเข้าประตูโรงเรียน เขาก็ได้พบกับหลีเซี่ยอาจารย์ที่ได้รับข่าวสารแล้ว
“เธอไปอยู่ไหนมา!”
หลีเซี่ยจับแขนหวังเฉินไว้แน่นน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ในช่วงที่ไอ้ลูกศิษย์ตัวแสบคนนี้หายตัวไปเธอรู้สึกกดดันอย่างมาก
แค่บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากอาจารย์ที่แข็งแกร่งทั้งสี่คนนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกหายใจติดขัดแล้ว
“แหะๆ ผมไปที่วิหารเปลี่ยนอาชีพมาครับ”
หวังเฉินเกาจมูกเล็กน้อยพูดด้วยความรู้สึกผิด
ตั้งแต่ตอนที่เห็นสายที่ไม่ได้รับมากมายบนโทรศัพท์เขาก็รู้แล้วว่าต้องโดนบ่นชุดใหญ่แน่
“เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สอง? เธอทำสำเร็จแล้วเหรอ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลีเซี่ยก็มองหวังเฉินด้วยความประหลาดใจ
จนกระทั่งตอนนี้เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าบรรยากาศบนตัวลูกศิษย์คนโปรดของเธอแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย
ทันใดนั้นหลีเซี่ยก็มีสีหน้าซับซ้อน
นานแค่ไหนกันนะ?
ไอ้ลูกศิษย์ตัวแสบที่เธอเฝ้าดูมาตั้งแต่เด็กคนนี้กำลังจะไล่ตามเธอทันแล้ว
“พอแล้ว อย่ามายืนทำเท่เลย รีบตามครูมาเร็วผู้ใหญ่เขากำลังรอจนใจจะขาดแล้ว!”
แต่หลีเซี่ยก็รีบปรับอารมณ์และลากหวังเฉินเดินไปยังสนามโรงเรียน
“เอ๊ะ?”
“อาจารย์ครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ห้องประชุมเหรอครับ?”
เมื่อพบว่าทิศทางที่เดินไปไม่ถูกต้องหวังเฉินก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ…”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาหลีเซี่ยก็ชะงักฝีเท้าชั่วครู่ แล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่ยังเดินอยู่“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวพอไปถึงแล้วเธอก็ใจเย็นๆ นะรีบเลือกมหาวิทยาลัยให้เรียบร้อยก่อน”
เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็งุนงง
แต่ไม่นานหลังจากนั้น…
เมื่อเดินเข้าไปในสนามโรงเรียนความสงสัยในใจของเขาก็ได้รับการคลี่คลาย
สายตาของเขากวาดมองไปรอบสนามก็เห็นซือถูอวี้มีใบหน้าเปื้อนฝุ่น ดวงตาแดงก่ำ และมีรอยเลือดเล็กน้อยที่มุมปาก
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็มีชายหนุ่มท่าทางกร่างคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
เมื่อเห็นภาพนี้หวังเฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาเดินไปหาซือถูอวี้ช่วยเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าให้เธอ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
“พวกเขาบอกว่า…”
ซือถูอวี้ราวกับได้เจอที่พึ่งหลักเธอดึงชายเสื้อของหวังเฉิน แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
หลังจากฟังจบแววตาของหวังเฉินก็ฉายประกายเย็นเยียบ
ประลองฝีมือระหว่างผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นที่สามกับขั้นที่สองอย่างนั้นหรือ?
นี่มันตั้งใจรังแกกันชัดๆ!
อีกด้านหนึ่ง
“นายคือหวังเฉินเหรอ? ดูๆไปก็ไม่ได้มีอะไรต่างจากคนอื่นนี่!”
“รุ่นน้องซือถูอวี้อยากสัมผัสพลังของรุ่นพี่ นายอยากลองดูบ้างไหม?”
โจวจื่อป๋อเหลือบมองหวังเฉินเมื่อเห็นว่าเขามีใบหน้าหล่อเหลาท่าทางสง่างามราวกับเทพเซียนที่หลุดออกมาจากภาพวาดน้ำเสียงของเขาพลันเจือไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างมิอาจควบคุม
คนหน้าตาดีไม่มีใครดีสักคน!
อยากจะทุบหน้าหล่อๆของแกให้กลายเป็นหัวหมูชะมัด!
แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อยก็คือเมื่อหวังเฉินหันมา ดวงตาของเขากลับไม่มีอารมณ์ใดๆราวกับทะเลลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
ในชั่วพริบตาโจวจื่อป๋อรู้สึกราวกับว่าเทพเจ้าผู้สูงส่งกำลังมองดูมดตัวหนึ่งที่กำลังแผลงฤทธิ์ด้วยความเย็นชา
และโชคร้ายเหลือเกินที่เขาเองก็เป็นมดตัวนั้น!
“ดูเหมือนว่ารุ่นน้องหวังเฉินจะไม่พอใจงั้นหรือ?”
“เป็นไง มาลองฝึกกับรุ่นพี่หน่อยไหม?”
โจวจื่อป๋อจ้องมองหวังเฉินอย่างไม่ลดละสีหน้าของเขามืดครึ้มจนน่าสะพรึงกลัว
สายตาที่มองลงมาอย่างเย่อหยิ่งแบบนั้นทำให้เขาหงุดหงิดเหลือเกิน
นายคิดว่านายเป็นใครกัน?
“ได้สิ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็พยักหน้าอย่างไม่แยแส
ไอ้หมอนี่ไม่พูดเขาก็จะสั่งสอนมันอยู่ดี
“หวังเฉิน…”
ซือถูอวี้ดึงชายเสื้อของหวังเฉินแน่นสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
แม้ว่าเธอจะเกลียดโจวจื่อป๋อจนอยากจะกินเลือดกินเนื้อแต่ก็ต้องยอมรับว่าหมอนี่แข็งแกร่งจริง
ในการประลองเมื่อครู่เธอแพ้ราบคาบ
ด้านข้างผู้อำนวยการหลี่และคนอื่นๆ ก็กำลังจะเอ่ยปากห้ามปราม
นักเรียนมัธยมปลายไปสู้กับนักศึกษาปีสองของมหาวิทยาลัยชั้นนำก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหินชัดๆ
ความพ่ายแพ้ของซือถูอวี้เมื่อครู่ได้พิสูจน์ปัญหานี้อย่างชัดเจนแล้ว
แต่…
พวกเขายังไม่ทันได้พูดอะไรหวังเฉินก็ตบมือของซือถูอวี้เบาๆ แล้วก้าวออกไปหนึ่งก้าว ยืนอยู่ต่อหน้าโจวจื่อป๋อ
แต่สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้จับจ้องไปที่โจวจื่อป๋อเลยแต่กลับมองข้ามเขาไปที่…
อาจารย์จางจากมหาวิทยาลัยหัวชิง
“อาจารย์ครับ ผมสามารถทำให้เขาพิการได้ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของอาจารย์จางก็ฉายแววไม่พอใจ
“ได้สิ แต่นายต้องมีฝีมือถึงขนาดนั้นก่อน!”
“และอีกอย่าง มหาวิทยาลัยหัวชิงของเราไม่รับคนที่ไม่มีความรู้จักประมาณตนนะ”
อาจารย์จางยกมุมปากขึ้นน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย
นักเรียนที่เพิ่งผ่านการสอบแข่งขันระดับประเทศไปหมาดๆกลับไม่แสดงความเคารพต่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างเขาเลยงั้นหรือ?
หยิ่งผยองนัก!
คงไม่คิดว่าแค่ทำสัญญาอสูรกับมังกรได้ตัวหนึ่งก็จะสามารถดูแคลนอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยชั้นนำได้หรอกนะ?
ด้านข้างอาจารย์แนะแนวจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกสามคน เมื่อเห็นภาพนี้ก็แสดงสีหน้าสนใจ
หลังจากหวังเฉินมาถึงเขาก็ปะทะกับคนจากมหาวิทยาลัยหัวชิงทันที ซึ่งในความคิดของพวกเขาแล้วนี่เป็นเรื่องดีที่สุด
ยังไม่ต้องเสนอเงื่อนไขการรับเข้าก็ลดคู่แข่งไปได้หนึ่งคนแล้ว
ตรงข้ามเมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์จางที่แฝงความไม่พอใจ หวังเฉินก็ส่ายหน้าอย่างไม่แยแสในใจก็ตัดตัวเลือกมหาวิทยาลัยหัวชิงทิ้งไปทันที
ด้วยผลงานของเขาเขาเป็นคนเลือกมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเลือกเขาไม่รู้ว่าพวกคนจากหัวชิงไปเอาความรู้สึกเหนือกว่าแบบนี้มาจากไหนกัน!
“ดีเลย ผมเองก็ไม่สนใจมหาวิทยาลัยที่ชอบรังแกผู้อื่นเหมือนกัน!”
หวังเฉินหันกลับไปมองโจวจื่อป๋อแล้วยื่นมือออกไปอย่างดูถูกราวกับกำลังหยอกล้อสุนัขตัวหนึ่ง
“เริ่มได้แล้ว ถ้านายไม่ลงมือก่อนละก็ ฉันกลัวว่าเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสอีก!”