ช่วงตกค่ำบนเรือสำราญสุดหรูเสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระทบตัวเรือให้จังหวะเป็นเสียงแบ็คกราวด์ตลอดเวลาเรย์ก้าวออกจากห้องพักส่วนตัว สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มไม่ได้กลัดกระดุมสองเม็ดบนคอเสื้อจึงแหวกออก ดูค่อนข้างปล่อยตัวตามสบาย ในขณะที่ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีครีม ดูปราดเปรียวทะมัดทะแมงลมทะเลพัดโชยผ่านทางเดินที่ประดับด้วยแสงไฟอ่อน ๆ จากโคมแก้วทรงกลมเส้นทางนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แต่ภายในใจของเรย์กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง
เขาเพิ่งฝึกวิถีโคจรลมปราณจักรพรรดิเจ็ดภพเสร็จทำให้ตอนนี้อารมณ์ค่อนข้างพลุ่งพล่านอย่างไม่อาจระงับเขาตัดสินใจว่าจะออกไปปลดปล่อยความตึงเครียดนี้ ด้วยการหาใครสักคนมาใช้เวลาร่วมกันในค่ำคืนสถานบันเทิงในเรือสำราญจึงเป็นสิ่งแรกที่เขานึกถึง และเขาได้ยินจากโทชิยูกิมาว่า มันมีพื้นที่ลับที่เรียกว่าMidnight Mirageและอีกฝ่ายก็ให้บัตรสำหรับการเข้าร่วมมาด้วย
คืนนี้กลุ่มของเขาต่างแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัยเนื่องจากสองพี่น้องตระกูลโคซุเอะจะต้องเตรียมไปร่วมงานเลี้ยงพิเศษสำหรับแขกวีไอพีที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า
เรย์เดินมาถึง MidnightMirage ซึ่งตั้งอยู่โซนกลางในชั้นลึกของเรือ มันเป็นโซนที่เงียบสงบที่สุดในตอนกลางวันแต่เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและท้องฟ้ามืดมิด กลับกลายเป็นดินแดนสำหรับผู้ใหญ่ทุกมุมในโซนนี้ถูกประดับประดาด้วยแสงไฟสลัวสีม่วงและสีแดงสร้างบรรยากาศชวนให้หลงใหลดึงดูดนักท่องราตรีผนังห้องถูกทำจากกระจกเงาที่สะท้อนแสงไฟในมุมต่าง ๆทำให้บรรยากาศดูลึกลับและน่าค้นหา
ที่กลางโซน Midnight Mirage มีฟลอร์เต้นรำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุกความสนุกสนานพื้นกระจกใสด้านล่างมีไฟ LED สีสันต่าง ๆที่สามารถเปลี่ยนสีและลวดลายได้ตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วห้อง นักท่องเที่ยวหลายคนปลดปล่อยตัวเองไปกับจังหวะเพลงบ้างก็เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ บ้างก็ใกล้ชิดแนบเนื้อตามจังหวะบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความเร้าใจที่ไม่อาจห้ามได้บางส่วนมีการเสพยาอย่างโจ่งแจ้ง
รอบๆ ฟลอร์เต้นรำ มีบาร์ค็อกเทลที่เต็มไปด้วยผู้คนจิบเครื่องดื่มสีสันสดใสบางคนมานั่งเพียงลำพังเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง บางคนมาเป็นคู่ ควงหยอกเย้ากันเบาๆ ด้วยเสียงหัวเราะพลางเสพยาไปด้วยกันนอกจากนี้ยังมีคู่รักที่ซุกซ่อนตัวอยู่ตามมุมห้อง ใช้มือลูบไล้ปลุกเร้าอารมณ์ให้กันและกันโดยไม่แคร์สายตาใครจูบกันอย่างเร่าร้อน บ้างก็โอบกอดกันอย่างอ่อนหวาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน สถานที่แห่งนี้ล้วนมีเสน่ห์ยั่วยวนทางเพศอย่างถึงที่สุด
เรย์ก้าวเข้าไปในบรรยากาศนี้ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหลงใหลและความอยากรู้อยากเห็นเขาเลือกที่นั่งใกล้กับฟลอร์เต้นรำ ดวงตาคมของเขาสอดส่องไปทั่วบริเวณมองเห็นผู้คนที่สนุกสนานกับการเต้นรำและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศเขาเพิ่งจะสั่งเครื่องดื่มเสร็จ สายตาก็จับจ้องไปยังจุดหนึ่ง
ท่ามกลางฝูงชนในห้องอันเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลงเร้าใจเรย์พบเห็นหญิงสาวคุ้นตาในชุดเดรสหนังสีแดงเข้มเธอดูโดดเด่นเหนือใครท่ามกลางแสงไฟที่สะท้อนบนผิวหนังจนเกิดประกายเงางามผมสีบลอนด์ยาวของเธอรวบขึ้นเป็นหางม้า ปล่อยให้บางเส้นหลุดลุ่ยลงมาระใบหน้าขับเน้นความงามอันเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของเธอประดับด้วยดวงตาที่มีประกายราวกับอัญมณีที่ถูกเจียระไนผิวพรรณของเธอขาวนวลเนียนราวกับหิมะบริสุทธิ์ดึงดูดให้ผู้คนที่ผ่านไปมาต้องเหลียวมอง
ชุดเดรสรัดรูปของเธอแนบสนิทกับเรือนร่างทุกส่วนเผยให้เห็นทรวดทรงที่โค้งเว้าชวนมอง ร่างกายของเธอสมส่วนและเพรียวบางทว่าแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเธอลื่นไหลและสง่างามราวกับนักเต้นที่ผ่านการฝึกฝนมานับพันชั่วโมง เธอหมุนตัวตามจังหวะเพลงได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจราวกับล่องลอยอยู่ในอากาศทุกท่วงท่าของเธอนั้นมีเสน่ห์และความเย้ายวนที่ทำให้ใครต่อใครไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้แม้แต่เรย์เองก็ยังรู้สึกถูกเชิญชวนด้วยแรงลึกลับอันไม่อาจต้านทาน เมื่อเธอปล่อยฟีโรโมนกระจายฟุ้งดึงดูดบุรุษเพศ

เรย์จ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งรู้สึกถึงความร้อนสะสมในร่างกายและจิตใจเพิ่มขึ้น เขาจำได้ว่าเคยพบเธอมาแล้วสามครั้งแม้ว่าในครั้งที่สองสถานการณ์จะไม่เป็นใจเท่าไหร่แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกถึงโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่านไปสายตาของเขาและสายตาของเธอประสานกันหลายครั้งอย่างตั้งใจ รอยยิ้มเล็ก ๆบนใบหน้าของเธอแสดงถึงความมั่นใจในตัวเอง เธอรู้ดีว่ามันมีเสน่ห์ขนาดไหนและก็รู้ด้วยว่ามีคนกำลังมองเธออยู่ด้วยสายตาที่พิเศษกว่าใคร
‘วันแรกผู้หญิงคนนั้นควงอยู่กับคนที่เหมือนผู้ทรงอำนาจสักคนบนเรือ…และสถานะของเธอคงไม่ใช่นักท่องเที่ยวธรรมดา ๆ แน่’
ความรู้สึกของเขาบอกเยี่ยงนั้น
หญิงสาวสุดเซ็กซี่ขยับเข้าใกล้เรย์มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลงอย่างแนบเนียน จังหวะที่ขาเรียวยาวก้าวย่างใกล้เข้ามาทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆ ข้างต้องเบี่ยงตัวออกไปราวกับว่านี่คือการแสดงที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่กำหนดทิศทางเมื่อเธอเข้ามาใกล้พอจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ อันหรูหราของเธอ
สาวใหญ่ปริศนายิ้มให้เขาอย่างเย้ายวนทุกย่างก้าวนั้นทั้งดูจงใจและไม่จงใจในคราวเดียวกัน เธอแสดงออกอย่างร้อนแรงสื่อถึงพลังอำนาจทางเพศที่ซ่อนอยู่ในตัวอย่างชัดเจน
เมื่อหญิงสาวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเรย์ดวงตาของเธอยังคงคมกริบและเย้ายวนจ้องมองเขาราวกับต้องการอ่านความคิดของเขาผ่านสายตาอันแหลมคม
"ว่าไงพ่อหนุ่มน้อย…"
สาวใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังทางเพศ
"ถ้าเธอยังไม่มีใครนั่งด้วยล่ะก็...ฉันขอนั่งพักตรงนี้ด้วยคนได้ไหม?"
เธอถามพร้อมกับรอยยิ้ม การปรากฏตัวของเธอช่างทรงเสน่ห์ในแบบฉบับของสาวใหญ่ตัวตนนั้นราวกับเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดเขาเข้าไปเรื่อย ๆ ไม่สามารถต่อต้านได้หญิงสาวตรงหน้านี้ไม่ใช่คนธรรมดา และคืนนี้เขาก็ไม่อยากจะเป็นคนธรรมดาเช่นกัน
เรย์รู้สึกขำอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นระรัวดั่งครั้งอดีตอันเนิ่นนานที่ตนยังไม่ค่อยรู้ประสาแต่ภายนอกยังวางท่าทีสงบนิ่งจนน่าแปลกใจ เขาไม่ได้ผละถอยเพื่อเว้นระยะ แต่พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไรหญิงสาวนั่งลงข้างเขา ท่ามกลางสายตาริษยาที่มุ่งตรงมา เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มรอบๆ ตัว แฝงไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่ไม่สามารถบรรยายได้ชัดเจน
"เธอมองฉันจากตรงนี้นานพอสมควรเลยนะแถมโชคชะตาก็ดันบังเอิญพาให้เรามาพบกันเป็นหนที่สามแล้วได้ล่ะมั้ง... บอกหน่อยสิเธอว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า?"
เธอเริ่มต้นบทสนทนาด้วยรอยยิ้มยั่ว ดูเหมือนว่าเธอจำเขาได้เช่นกันแม้จะเป็นเพียงการพบกันแค่ไม่กี่ครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ
"เคยมีคำกล่าวที่ว่า‘ครั้งแรกคือเรื่องบังเอิญ ครั้งที่สองคือโชคชะตา ครั้งต่อมาอยู่ที่เราลิขิตเอง’ ...ซึ่งผมอยากจะเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้น"
เรย์เผยรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ให้เธอ ตอนนี้เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยในอดีตที่อ่อนต่อโลกขนาดนั้นอีกต่อไป
สาวใหญ่หัวเราะกลับเบาๆ สายตาเธอทอดมองอย่างฉงนสนเท่ห์
“แหม ๆ ...วาทะศิลป์คมคายจริง ๆ อย่างกับพวกนักปราชญ์เลยนะ ทั้งที่ภายนอกเหมือนกับพวกหนุ่มแบดบอยที่พวกเด็กนักเรียนสาวๆ ตามกรี๊ดไม่มีผิด”
“ขอโทษด้วยแล้วกันนะครับ ที่บุคลิกภายนอกของผมทำให้คุณเข้าใจผิดไปแบบนั้น”
"แล้วบอกฉันหน่อยได้ไหมหนุ่มน้อยว่าอะไรทำให้มาอยู่ในที่แบบนี้คนเดียว เธอเป็นประเภทนักรบเดียวดายที่ไม่ชอบเข้าสังคมงั้นเหรอ?"
"ผมไม่ใช่นักรบ...แต่ก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบพูดมากนักเท่าไหร่"
"งั้นเหรอ...เสียดายจังที่ฉันเป็นคนพูดมากซะด้วยสิ”
เธอเอียงศีรษะน้อยๆ แววตาฉายแววพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า
“แล้วหนุ่มน้อยอย่างเธอสนใจจะทำอะไรต่อหลังจากนี้บ้างล่ะ?"
"ผมแค่... ต้องการคนที่จะใช้เวลาไปด้วยกันสักพักในค่ำคืนนี้ผมไม่รังเกียจคนที่พูดมากนักหรอกครับ ...แค่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนพูดเสียมากกว่า"
สาวใหญ่หัวเราะด้วยความเอ็นดูกับประโยคเกี้ยวพาราสีของเด็กหนุ่ม ความเย้ายวนในน้ำเสียงเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวกลายเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา
หญิงสาวกดเสียงต่ำแล้วโน้มตัวกระซิบพูดอยู่ข้างหู
"ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจ...ฉันก็คิดเหมือนกันว่าเธอดูน่าสนใจกว่าใครในที่นี้— พอดีที่ห้องฉันมีแชมเปญหายากอยู่หลายขวดแต่ว่าดื่มคนเดียวมันเหงาน่ะ ถ้าไม่รังเกียจหญิงสาวที่อายุมากกว่าคนนี้ สนใจจะไปดื่มเป็นเพื่อนกันหน่อยไหมล่ะ...หื้ม?"
"คำตอบนั่นขึ้นอยู่กับว่า...ถ้าคุณไม่รังเกียจคนที่อายุน้อยกว่าอย่างผมต่างหาก"
หญิงสาวยิ้มอย่างพอใจเธอเอื้อมมือไปแตะเบา ๆ ที่แขนของเด็กหนุ่ม
"หว่านเสน่ห์เก่งจริงนะถ้าเปลี่ยนเป็นพวกเด็กสาวที่ยังประสบการณ์น้อย ไม่แน่ ป่านนี้คงโดนตกไปแล้ว...แต่ฉันจะบอกให้ว่าคนหนุ่ม ๆ ก็ล้วนมีดีในแบบตัวเอง... ฉันชอบคนที่รู้ว่าต้องการอะไรและแสดงมันออกมาตรง ๆ ...เอาล่ะ ตามฉันมาสิ"
เธอกระซิบเสียงพร่าท่วงท่าการก้าวเดินของเธอราวกับนางแบบ เรย์รู้สึกถึงความตื่นเต้นอันพลุ่งพล่านขณะที่เดินตามเธอต้อย ๆ ราวกับเด็กน้อย คนรอบข้างที่ได้เห็นต่างพากันแสดงความอิจฉาบรรยากาศด้านนอกค่อนข้างเงียบสงบ แตกต่างจากสถานบันเทิงแบบตรงกันข้าม แสงไฟอ่อน ๆทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูนุ่มนวลชวนฝัน
เขาขึ้นลิฟต์ตามเธอจนมาถึงหน้าประตูห้องพักแกรนด์สูทสุดหรูที่อยู่เกือบชั้นบนสุด บรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังและแรงดึงดูด เมื่อถึงหน้าประตูห้องหญิงสาวเอื้อมมือไปเปิดประตู ก่อนที่เรย์ก้าวเข้ามายืนช้อนหลัง คว้าข้อมือเธอเบา ๆและทั้งสองแลกจูบกันอย่างเร่าร้อนตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าห้อง สาวใหญ่ตอบสนองด้วยการสอดลิ้นเข้าหา เขาครางเบา ๆในลำคอ ขณะที่เธอดุนลิ้นเข้ามาภายในโพรงปากเขาราวกับเป็นการบอกใบ้ว่าเธอเองก็ต้องการมันมากพอ ๆ กัน
ประตูปิดลงพร้อมกับร่างของทั้งสองที่เคลื่อนไหวบดเบียดแทรกร่างใส่กันจนเป็นเนื้อเดียว
ในห้องพักแกรนด์สูทสุดหรูที่ประดับประดาด้วยการตกแต่งทันสมัยโคมไฟแชนเดอเลียร์ที่ส่องแสงนวลอ่อนทอประกายระยิบระยับบนเพดาน ห้องพักกว้างขวางตกแต่งด้วยสีทองและดำที่แสนหรูหรา พื้นพรมหนานุ่มเสริมความเงียบสงบทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ให้ความรู้สึกถึงความสง่างามและความลึกลับสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งที่ไม่จำเป็นต้องโอ้อวดโต๊ะกระจกกลางห้องสะท้อนเงาแวววาวของทั้งสองร่างขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างช้า ๆ แต่ร้อนแรง แต่ภายในนี้กลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าฮืดฮาดบ่งบอกถึงแรงปรารถนาที่ทั้งสองมอบให้กัน
หญิงสาวดุนลิ้นเข้ามาในโพรงปากเขาอย่างใคร่กระหายระดมจูบเขาด้วยลักษณะอารมณ์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกระสันทางเพศ มือของเธอลูบไล้ไปตามเส้นผมของเขาสัมผัสที่ละเอียดอ่อนแต่เต็มไปด้วยความหมายเร่าร้อน เขาตอบรับด้วยการเค้นเต้าอวบอิ่มของเธอผ่านเดรสหนังสีแดงมันเงารัดรูปเม็ดบนเนินอกแข็งชูชันให้ความรู้สีกที่กระตุ้นอารมณ์ของเขาได้มากมาย
หญิงสาวครางอือม์ในลำคอเบา ๆ ผ่านโทนเสียงต่ำ
ตั้งแต่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันเขารู้ได้เลยว่าเธอคือผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและเขายอมปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายชักนำ
“ใจร้อนจัง... ฉันยังไม่ทันเปิดแชมเปญเลยนะ... ซี๊ดดด”
“ผมสามารถการันตีตอนนี้ได้เลย...ว่าคุณมีรสชาติดีกว่าแชมเปญขวดนั้นอย่างแน่นอน”
การเสียดสีระหว่างแก่นกายของพวกเขาเบื้องล่างดำเนินไปอย่างจริงจังหญิงสาวร่อนเอวเบียดเข้าหาแก่นกายที่กำลังผงาดภายใต้ร่มผ้าของเขาอย่างเป็นจังหวะ เรย์เอื้อมมือลงไปล้วงยังจุดซ่อนเร้นที่เริ่มเปียกชุ่มของเธอ
“ฉัน ‘เบียทริกซ์ ซัสเน็ก’ …อืมมมม์—เธอล่ะ”
หลังจากกวัดลิ้นแลกเปลี่ยนลมหายใจกันนานร่วมหลายนาที เธอหอบหายใจออกมาแผ่วเบาซึ่งตอนนี้ดูเหมือนฝ่ายเบียทริกซ์ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ขณะถามเมื่อต้องถูกเขาใช้มือทั้งสองจู่โจมส่วนบนและล่างของพื้นที่สงวนอย่างหนัก เรียกร้องให้เธอหลงใหลมืออันแสนเร้าใจคู่นี้
“อาซากุระ เรย์— ครับ”
การแนะนำตัวก็จบไปแล้วแต่อย่างไรก็ได้สร้างความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานสำหรับคนที่เพิ่งพบกันได้สำหร็จแล้วละมั้ง
“ซุกซนจังเลยนะหนุ่มน้อย”
เบียทริกซ์ปลดกระดุมเสื้อของเขาแล้วลูบไล้ไปตามแผงอก
"คุณไม่กลัวเหรอ...ว่าสามีของคุณจะรู้เรื่องนี้?"
เขาหยั่งเชิงอีกฝ่ายเมื่อเห็นห้องพักอันกว้างขวางแห่งนี้ ดูไม่ออกเลยว่าเธอจะพักอยู่ที่นี่คนเดียว และคิดถึงชายแก่ที่เดินควงคู่มากับเธอเมื่อวันแรก
"เธอกำลังหมายถึงสามีฉันน่ะเหรอ?"
"ใช่... เขาอาจจะรู้ว่า..."
เบียทริกซ์ยิ้มอย่างเย้ายวนกระซิบเบาที่ข้างหูเขาแล้วงับมันเบา ๆ
"อย่ากังวลไปเลย...เขาไม่มีสิทธิ์ในตัวฉันอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้... ฉันเป็นของเธอทั้งหมดจงสนใจแค่ฉันเท่านั้น"
เสียงกระซิบแผ่วเบาของเบียทริกซ์ให้ความรู้สึกราวกับเสียงอันนุ่มละมุนของคุณยายหมาป่าที่กำลังล่อลวงหนูน้อยหมวกแดงเข้ามาในบ่วงกับดัก
คำตอบที่ไม่เคลียร์ของเธอทำให้เขาลังเลเล็กน้อยแต่ก็ถูกดึงเข้าสู่แรงปรารถนา
"ถ้าคุณพูดแบบนั้น..."
"ใช่...ฉันเป็นของเธอในคืนนี้ และทั้งหมดของเธอก็ต้องเป็นของฉัน... จำเอาไว้ด้วยล่ะ"
เรย์ปล่อยให้ตัวเองถูกดึงเข้าไปในความปรารถนานั้นอย่างเต็มใจ
ทั้งคู่เคลื่อนไหวกันอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความร้อนแรง เบียทริกซ์นำทุกจังหวะด้วยความมากประสบการณ์เธอใช้ร่างกายของเธอเป็นเครื่องมือในการปลุกเร้าความรู้สึกของเรย์และเขาก็ไม่ปฏิเสธความสุขที่เธอมอบให้
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงหายใจที่หนักหน่วงและสัมผัสที่ลึกซึ้งเรย์รู้ว่าเบียทริกซ์คือคนที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในคืนนี้และเขาก็พร้อมที่จะให้เธอเป็นผู้ควบคุม
เบียทริกซ์ผลักเขาลงบนเตียงทรงกลมหรูหรามีมัลติฟังก์ชั่นขนาดคิงไซส์
สำหรับห้องนี้มีพื้นที่ใช้สอยและระเบียงขนาดใหญ่ขึ้นอีกเมื่อเทียบกับห้องสูททั่วไปโดยตัวห้องพักจะมีแบ่งโซนห้องนั่งเล่นซึ่งจะแยกออกจากห้องนอนมากขึ้นมีพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ซึ่งกั้นพื้นที่ด้วยกระจกใส
เบียทริกซ์ค่อย ๆเดินกรีดกราย พลางปลดชุดเดรสหนังสีแดงผ่านอากัปกิริยาประหนึ่งคุณนายมาเฟียผู้สูงศักดิ์อวดสรีระอันอวบอิ่มงดงามสมส่วน เรียกได้ว่าเป็นสาวใหญ่ในฝันของผู้ชายหลายคน
แสงไฟอ่อน ๆที่สะท้อนจากโคมไฟแชนเดอเลียร์ส่องลงมาบนตัวทำให้ผิวของเธอดูเป็นประกายงดงามยิ่งขึ้น เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงถึงขนาดสูงกว่าเขาเล็กน้อยแม้ตอนที่ยังไม่ใส่ส้นสูง ไม่ทราบสัญชาติที่แน่ชัด จากลักษณะทางกายภาพ เขาเดาว่าเธอคงมีเชื้อสายมาจากยุโรปตะวันตก ด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์แสนลึกลับดวงตาของเธอจับจ้องมาที่เขา เรย์เห็นนัยน์ตาของเธอที่สะท้อนออกมา แทนที่จะเป็นแสงอันคมชัด ทว่าดวงตาคู่นั้นคล้ายดั่งเหวลึก
สาวใหญ่คลานคร่อมทับลำตัวเขาก่อนจะหมุนกายหันสลับด้านกัน ทำให้ก้นของเธอโชว์เด่นอยู่เบื้องหน้าเธอรูดกางเกงผ้าของเขาลง เลือดสูบฉีดไปที่แก่นความเป็นชายทำให้มันผงาดตั้งท้าทายแรงโน้มถ่วงโลกเบียทริกซ์แลบลิ้นเลียริมฝีปาก โน้มหน้ากลืนกินมันจนสุดลำโคน โยกหัวขึ้นลงจากช้าแล้วค่อยๆ เร่งความเร็ว
เทคนิคการใช้ลิ้นของเบียทริกซ์ทำให้เขาแทบทนไม่ไหวแอ่นสะโพกขึ้นสูงด้วยความกระสัน
เขาไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวมือหนาเหนี่ยวบั้นท้ายกลมกลึงของสาวใหญ่ลงทำให้โคกเนินอันเด่นนูนแนบชิดติดใบหน้าของเขากางเกงในสีม่วงเข้มของเธอชื้นแฉะมองเห็นเป็นรอยดวง เรย์เบี่ยงมันไปด้านข้างลิ้นหนาของเขาตวัดปาดเลียทำความสะอาดให้เธออย่างไม่รังเกียจ จงใจเน้นไปที่เม็ดติ่งเล็กๆ เป็นพิเศษ จากนั้นเริ่มสอดลิ้นบุกรุกเข้าไปในแก่นกายอันชื้นแฉะ
แม้ปากของเบียทริกซ์จะไม่ว่างแต่เธอก็แสดงความพอใจออกมาด้วยการครวญครางในลำคอ หลับตาพริ้มสัมผัสรสรัก
พวกเขาสู้กันอยู่สักพักเบียทริกซ์ที่คิดว่าแค่นี้มันไม่พอสำหรับเธออีกต่อไป เลือกที่โก่งบั้นท้ายขึ้นหนีเรียวลิ้นอันซุกซน พลิกตัวกลับมาสบตากันในระยะใกล้
“ฉันคิดว่าเราวอร์มเครื่องกันมากพอแล้ว...เธอเห็นด้วยเหมือนฉันไหม?”
เธอกล่าวเช่นนั้นแล้วโน้มลงมาเกี่ยวลิ้นกับเขาอย่างคลั่งไคล้เธอส่งเสียงครวญอยู่ในลำคอแสดงอาการหื่นกระหายอย่างชัดเจน เนื้อตัวพวกเขาร้อนผ่าว ตอนนี้จุดซ่อนเร้นชุ่มแฉะร้อน ๆ ของของเบียทริกซ์เลื่อนไหลถูไถไปมาบนแท่งร้อนเปลือยเปล่าที่มันวาวไปด้วยน้ำลาย
เธอเอามือจับแท่งร้อนให้จ่อตรงตำแหน่งเนินสวาทยกลำตัวขึ้นแล้วกดจุดที่อ่อนไหวที่สุดลงบนแทงร้อนอย่างช้า ๆ กดลงทีละนิดยกขึ้นแล้วกดลงทีละนิด เขารู้สึกเสียวซ่านในกามอารมณ์อย่างถึงสุด ภายในกายอ่อนนุ่มของหญิงสาวรัดแน่นทั้งชื้นแฉะและอุ่นร้อน รัดรึงแก่นกลางจนเสียวกระสันสุดบรรยาย ในตอนที่ร่องฉ่ำกลืนกินแก่นกายจมลงไปจนมิดด้ามเขากับเธอร้องครวญครางประสานเสียงกันอย่างไพเราะขับขานบรรเลงบทเพลงแห่งกามอารมณ์เข้าสู่ท่อนฮุค
เบียทริกซ์เริ่มส่ายสะโพกบดเป็นวงกลมบดขยี้หน้าท้องของเขาอย่างกระเหี้ยนกระหือ เขาใช้มือคู่กายกระตุ้นเต้านมและจุกกระสันของเธอซึ่งกำลังสั่นไหวไปมาตามกฎของฟิสิกส์เธอดูมีความสุขเหลือล้น โน้มตัวลงมากวัดเกี่ยวลิ้นของเขาไว้ช่วยระงับเสียงและระบายอารมณ์ที่โหมกระหน่ำเข้ามา ขณะเดียวกันสะโพกของเธอยังคงโยกขึ้นลงเป็นจังหวะ
เสียงลมหายใจฮืดฮาดดังประสาน พวกเขาสบตากันในระยะประชิดขณะที่ลิ้นเหลวยังคงเกี่ยวลันพันตูสู้ไม่ถอย
เรย์เปลี่ยนท่วงท่าเล็กน้อยใช้แขนประคองเธอขึ้นมาอยู่ในท่านั่งตั้งตรงอยู่บนตัก พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากันท่านี้แท่งร้อนของเขาเข้าไปได้ลึกขึ้น เรย์ปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายคุมจังหวะเหมือนเดิมเธอขยับสะโพกขย่มเร็วขึ้น แรงขี้น น้ำรักหลั่งชโลมออกมามากมาย จนหยดลงไปบนผ้าปูที่นอนพวกเขาประสานเสียงครางกระเส่ากันดังลั่น เธอขอให้เขาช่วยเร่งจังหวะขึ้น เขาตอบรับตามคำขอขยับสะโพกสวนขึ้นรับกับจังหวะที่เธอกดสะโพกลงมา เราร่วมรักกันอย่างทรงพลัง คลั่งรักดุจดั่งฤดูเป็นสัด
ทุกจังหวะของเธอถูกออกแบบมาเพื่อยั่วยวนให้เขาตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขที่เธอมอบให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอสร้างกระแสไฟฟ้าที่แผ่ซ่านไปทั่วตัวเขาราวกับถูกจุดประกายด้วยอารมณ์ที่ดุดัน เขารับรู้ได้ถึงการรัดตัวของช่องคลอดที่มากกว่าปกติขณะที่เบียทริกซ์กำลังเสียวกระสันอยู่บนจุดสุดยอด
“หึหึ เป็นไง... ขมิบแบบนี้เธอชอบไหมหนุ่มน้อย”
“ผม...”
“...นี่แหละเอกสิทธิ์พิเศษแบบสาวใหญ่ยังไงล่ะ”
ทุกอย่างแน่นไปหมดเมื่อเขาถูกบีบคั้น สุดท้ายทนลีลาของเธอไม่ไหว ตัวกระตุกสั่น แก่นกายผงกหงึก ๆ ปลดปล่อยความทรมานทั้งหมดเข้าไปในร่างของเธอ
“อ่าวๆ อะไรกัน... แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอเด็กน้อย”
“ขอโทษครับ...ผมสัญญาว่าครั้งต่อไปจะดีกว่านี้”
เรย์บอกอย่างหอบโยนหลังได้ปลดปล่อยน้ำรักในตัวเธอ รู้สึกขายหน้าชะมัดที่ดันเสร็จเร็วขนาดนี้ประสบการณ์ของสาวใหญ่ผู้นี้ให้ความรู้สึกอันแตกต่างจากอิจิกะโดยสิ้นเชิง
เบียทริกซ์ยิ้มลูบไล้ใบหน้าของเขา ริมฝีปากของพวกเขาถูกดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง เธอร่อนเอวเบา ๆบดคลึงท่อนล่างเข้าหาในท่านั่งเทียนสักพักใหญ่ ๆ
แก่นกายของเขาที่ยังเสียบคาอยู่ภายในตัวเธอก็เริ่มขยายพองกล้ากลับมาพร้อมรบอีกครั้งคราวนี้เรย์ดันเบียทริกซ์ขึ้นพลิกให้นอนราบจับเธอนอนตะแคงและยกขาเรียวยาวข้างหนึ่งพาดบ่า เขาพรมจูบข้อพับนั่นอย่างหลงใหลก่อนจะโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยทำให้ขาของเธอชี้ฟ้าเกือบเก้าสิบองศา
เรย์ขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเต้านมคู่งามสั่นไหวตามแรง ไม่เร็ว และไม่ช้าจนเกินไป
ดวงตาเบียทริกซ์ส่องประกายเธอพยกตัวขึ้นเล็กน้อยในท่าท้าวศอก มองดูแก่นกายของเขากำลังเข้าวิ่งเข้าวิ่งออกในตัวเธอ
"นั่นแหละดีใส่ความดุดันเพิ่มเข้ามาอีก เธอต้องแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาให้ฉันเห็นหน่อยนะ...ซี๊ด~ กระแทกแรงกว่านี้อีก อืมส์~ แรงกว่านี้ อัดฉันให้ยับไปเลย!"
เขาใช้นิ้วขยี้ติ่งเม็ดเพิ่มสภาวะทางอารมณ์ให้เธอพอใจมากยิ่งขึ้นและครั้งนี้เมื่อเขาเป็นฝ่ายคุมเกม ทำให้สามารถอดกลั้นส่งเธอไปถึงฝั่งได้
และค่ำคืนแห่งแรงราคะเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เบียทริกซ์ฟุบหน้าทับตัวเขา ส่งเสียงหายใจหอบๆ หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง กลิ่นแห่งห้วงกามจากกิจกรรมเมื่อครู่ยังคงลอยอบอวลในบรรยากาศพวกเขาแสดงความรักในทุกท่วงท่า ทั่วทุกมุมของห้องแห่งนี้
แสงไฟจากเตียงLED สีอบอุ่นช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายขณะที่เบียทริกซ์ยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอเอื้อมมือมาไล้นิ้วเบา ๆ ที่แผ่นหลังของเรย์
"เด็กน้อยอย่างเธอทำได้ดีเกินกว่าที่ฉันคาดไว้จริงๆ นะ ไม่คิดเลยว่าวันนี้ตัวเองจะเสร็จไปตั้งหลายครั้ง"
เสียงของเธอแฝงด้วยความเย้ายวนและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
เรย์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกเหนื่อยแต่ก็พอใจเขาลุกขึ้นนั่งและมองหน้าเบียทริกซ์ที่ยังคงนอนยิ้มอยู่บนเตียง มือของเขาลูบไล้ไปบนหน้าอกอวบอิ่มที่ตั้งแข็งชูชันอย่างหลงใหลมัน
"คุณเองก็สุดยอดไม่แพ้กันครับ... ไม่คิดว่าจะเชี่ยวชาญขนาดนี้"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นการยอมรับในความมากประสบการณ์แบบสาวใหญ่ของเธอจากใจจริง
"ถ้างั้น...เราไปแช่น้ำกันไหมที่รัก? ฉันยังรู้สึกว่าร่างกายของเรายังต้องการการผ่อนคลายอยู่"
เบียทริกซ์ยิ้มอย่างพอใจ หลังจากนอนกอดจูบลูบไล้อาลัยอาวรณ์กันสักพัก เธอจะลุกขึ้นจากเตียงและเดินส่ายสะโพกราวกับนางแบบไปยังห้องน้ำเธอหันมามองเขาพร้อมส่งสายตาท้าทายเล็ก ๆ
เรย์ไม่ตอบแต่เขาก็ลุกขึ้นและเดินตามเธอเข้าไปในห้องน้ำทันที
อารมณ์ทางเพศนับเป็นอารมณ์พื้นฐานที่ทำให้มวลมนุษยชาติดำรงอยู่และเขาก็น้อมรับมัน
ภายในห้องน้ำที่กว้างขวาง อ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ถูกเติมน้ำอุ่นพร้อมฟองสบู่ที่ลอยขึ้นอย่างนุ่มนวลเรย์และเบียทริกซ์ลงแช่น้ำด้วยกันน้ำอุ่นที่ลูบไล้ร่างกายช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมเมื่อครู่ร่างกายของพวกเขาแนบชิดกันใต้ฟองสบู่ที่หอมละมุน
เบียทริกซ์ขยับนั่งพิงขอบอ่างปล่อยให้เรย์เข้ามานั่งใกล้ระหว่างขาเธอเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความสนใจในตัวเขา
"ลีลาของเธอนั้นดีเกินคาดมากเลยนะบอกตามตรง... ตอนแรกฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นพวกอ่อนประสบการณ์เลยไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้น... แต่สุดท้ายเธอก็ทำให้ฉันเปลี่ยนความคิดบอกเลยว่ามันน่าประทับใจมาก..."
เรย์หัวเราะในลำคอ เขาตอบแทนคำชมด้วยการค่อยๆ ลูบไล้แขนของเธอเบา ๆ ในน้ำความใกล้ชิดที่พวกเขาแบ่งปันกันในอ่างนี้ไม่ได้มาจากความเร่าร้อนเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นความสบายใจและการยอมรับในกันและกัน
"บางที...ผมอาจจะมีคุณครูที่ดีอยู่ตรงนี้ก็ได้"
เบียทริกซ์เลื่อนมือจากไหล่ของเด็กหนุ่มมาที่หน้าอกของเขาสัมผัสของเธอเต็มไปด้วยความต้องการและความชื่นชม เธอมองเห็นจิตวิญญาณอันฮึกเหิมเร่าร้อนของคนหนุ่มสาวในตัวอีกฝ่ายและเขาก็ไม่ได้คิดปกปิด
"ครูดีใจที่ได้สอนเธอนะนักเรียน..."
ทั้งคู่มองตากันในความเงียบชั่วครู่น้ำในอ่างทำให้ทุกอย่างดูเบาสบาย เบียทริกซ์โน้มตัวเข้าไปใกล้จูบเขาเบา ๆที่ริมฝีปาก เป็นจูบที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความเรียกร้องเข้าสู่ภวังค์แห่งกามารมณ์กันอีกครั้ง
"...คิดว่าคืนนี้เราควรจะจบลงด้วยการแช่น้ำกันเฉยๆ หรือเปล่าครับ?"
"เธอคิดว่าแค่นี้พอแล้วงั้นเหรอ? ครูรู้สึกว่าเรายังมีเวลามากพอที่จะทำอะไรอีกหลายอย่างเลยนะ...รวมถึงบทเรียนใหม่ที่ครูคิดว่าเธอจะต้องยังไม่เคยลิ้มลองจากที่ไหน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเรย์ซึ่งนั่งอยู่ด้านล่างใช้มือสองข้างดันใต้น่องของเธอขึ้นสูง ทำให้โคกสวาทแอ่นโค้งนูนออกมาสู้สายตาของเขาเตรียมพร้อมที่จะทำรักด้วยปากและลิ้นต่อไป
เขาค่อยๆ แยกขาของหญิงสาวออกกว้างอย่างช้าๆ แค่มองเห็นเรียวขาแยกออก มองเห็นน้ำรักที่สะท้อนแสงไฟออกมาก็ทำให้ผมตื่นเต้นจนแทบคลั่งเขาอดใจไม่ไหวซุกหน้าใช้ลิ้นตวัดไปที่ความอ่อนละมุนนั่นด้วยความกระหายดูดเม้มติ่งเสียวของเธอเหมือนคนขาดน้ำ
“อ่า ๆ ๆ ๆ ...เสียวจัง— อืมส์ซี๊ด~ ทำไมมันรู้สึกดีแบบนี้!"
สาวใหญ่สูดปากด้วยความเสียวซ่าน
“ผมจะทำให้มันดีกว่านี้อีกครับ”
เขายืดตัวจับเอาแก่นกายถูไถกับเนินสวาทโดยที่ยังไม่สอดใส่มันเข้าไปด้านในเนินถูไถลงบนติ่งเสียวเล็ก ๆ ของเธออย่างหยอกเย้า
“หยุดทรมานครูได้แล้ว”
เขาตอบรับคำบัญชา เริ่มต้นด้วยการดันมันกลับเข้าไปในร่างของเธออีกครั้งแล้วคาไว้ในกายเธอ เริ่มส่ายเอวบดขยี้มันเบา ๆ
เบียทริกซ์ยิ้มส่ายก้นสู้การบดด้วยแท่งอุ่นร้อนของเขา
หลังจากบด ๆ คลึง ๆ ถูกันไปมาอยู่สักพักเรย์เริ่มขยับสะโพกด้วยความเนิบไม่เร่งร้อน แต่ละครั้งเน้นเข้าสุดออกสุดเสียงดังก้อง
เบียทริกซ์หุบขาเข้านิดนึงเพื่อกระชับร่องลึกให้ฟิตยิ่งขึ้นเรย์โย้ตัวไปด้านหน้าเพิ่มอีกขั้น ทำให้เข่าของหญิงสาวแนบติดกับเต้าอันมโหฬารกระเพื่อมอย่างหนักหน่วงไปตามแรง แผ่นหลังแนบชิดติดกระจกซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของท้องฟ้ายามราตรีปล่อยให้ดวงจันทร์เป็นพยานรักให้กับพวกเขา
“ท่านี้... ซี๊ด~ มัน... เข้าไปลึกเหลือเกิน เสียว...มันช่างเสียวอะไรแบบนี้!”
หญิงสาวปรือตาอย่างพอใจ พวกเขาช่วยกันขับขานบทเพลงผ่านเสียงครวญครางที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ ปล่อยอารมณ์อยู่เหนือความคิดเคลื่อนไหวร่างกายตามสัญชาตญาณที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์
ในห้องแกรนด์สวีทที่เงียบสงบหลังจากผ่านกิจกรรมอันร้อนแรงไปเมื่อชั่วโมงก่อนเบียทริกซ์นั่งอยู่บนเตียงข้างล่างของเรย์ที่หลับลึกไปด้วยความเหนื่อยล้าแสงไฟอ่อน ๆ จากข้างเตียงสาดส่องให้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน เธอไล้นิ้วเบา ๆไปตามกรอบหน้าของเขา แววตาเต็มไปด้วยความพอใจ
'ลูกหมาน้อยตัวนี้...ไม่เลวเลยจริงๆ —แถมใบหน้าของเขาช่างเหมือนกับ...'
เธอจ้องมองใบหน้าของเด็กหนุ่มอยู่นานนัยน์ตาของเธอแลลึกดุจท้องทะเลยามค่ำคืนด้วยอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในทว่าในที่สุดทุกอย่างก็ค่อย ๆ จางหายไป
เรย์ไม่ใช่เพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดา ๆลมปราณที่เขาแผ่ซ่านเข้ามาในตัวเธอระหว่างที่ร่างกายพวกเขาเชื่อมต่อกันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกชาร์จพลังฝึกปรือขึ้นมาอย่างประหลาดมันไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกดีจากร่างกายแต่เหมือนกับมีบางสิ่งที่ลึกลับกว่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกถึงกำลังภายในหลั่งไหลเข้ามา
เบียทริกซ์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เธอมองเขาอีกครั้ง ร่างที่นอนใต้ผ้าห่มดูสงบนิ่งแต่เต็มไปด้วยพลังที่เธอรู้สึกได้ หญิงสาวเดินไปที่มุมห้อง หยิบหลอดแคปซูลเล็ก ๆที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา จากนั้นเธอนำมือไปแตะที่หน้าท้องของตัวเองขณะที่นึกถึงเหตุผลที่เธอเริ่มต้นค่ำคืนนี้อย่างไร้จุดหมายแต่กลับลงเอยด้วยความอิ่มเอมเกินคาด
เธอเอามือสัมผัสเบาๆ บริเวณที่เขาทิ้งร่องรอยไว้ก่อนจะค่อย ๆ เค้นน้ำอสุจิของเด็กหนุ่มใส่ลงไปในหลอดแคปซูลนั่น
'คิดไม่ถึงเลยว่า...เด็กนี่จะมีอิทธิพลกับความรู้สึกฉันได้ขนาดนี้'
เบียทริกซ์มองไปยังนาฬิกาข้อมือของเธอเวลานัดหมายใกล้เข้ามาแล้ว เธอสูดลมหายใจลึกพร้อมเริ่มแต่งตัวกลับไปสวมบทบาทของตัวเองอีกครั้ง
'ตอนแรก... ก็แค่อยากหาอะไรสนุกๆ ทำชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลา แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะได้อะไรกลับมามากกว่านั้น'
เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จแล้วเบียทริกซ์เดินไปที่ข้างเตียงอีกครั้งเธอก้มตัวลงใกล้เรย์ที่ยังคงหลับอย่างไม่รู้เรื่อง ก่อนจะประทับจูบบริเวณริมฝีปากของเขาเบาๆ ราวกับเป็นการบอกลาที่แฝงไปด้วยความอ่อนหวาน และความหมายลึกซึ้งที่มากกว่าแค่การลาจาก
"ลาก่อนหนุ่มน้อย...มันเป็นคืนที่พิเศษสำหรับฉันมาก"
เธอกระซิบเสียงเบาแทบไม่ได้ยินแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าอันมั่นคง
เบียทริกซ์เดินตรงไปยังจุดนัดหมายใบหน้าของเธอกลับมาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความลึกลับเสียงฝีเท้าของเธอหายไปในทางเดินยาวของเรือสำราญ
เวลาของการเล่นได้หมดลงและนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการละเลงเลือดบนฟลอร์ ที่มีเธอเป็นนักแสดงนำ