เทียนฉินได้เริ่มออกเดินหาเส้นทางใหม่ ซึ่งทุกที่ที่เขาเดินผ่านจะใช้มีดพกที่ตนเองมีขีดที่ผนังถ้ำทำสัญลักษณ์ไว้ตลอดทางเพื่อให้รู้ว่าตนเองได้ผ่านมาแล้ว เพราะเขารู้แล้วว่าสถานที่ที่เขาเข้ามานี้คือเขาวงกตอย่างแน่นอน และที่น่าแปลกคือเขาไม่สามารถใช้กระแสจิตมองทะลุเข้าไปภายในได้เลย
ในตอนนี้เทียนฉินไม่ต้องใช้การผลึกแสงอีกแล้ว อย่างแรกเลยเขาไม่ได้มีผลึกส่องแสงนี้มากนัก จึงคิดว่าเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินดีกว่า อีกอย่างคือตอนนี้ดวงตาของเขาค่อยๆปรับให้เข้ากับความมืดนี้ได้แล้วบ้าง ถึงแม้จะมองได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักก็ตาม
เทียนฉินกำลังเดินค้นหาทางออกทีละเส้นทางอย่างใจเย็น เพราะไม่ต้องมีคนให้ต้องคอยระแวงอีกแล้ว และเป็นความโชคดีของเขาที่ยังมีความทรงจำที่ดีและทำสัญลักษณ์ไว้ตลอด จึงสามารถแยกแยะเส้นทางที่เดินผ่านไปได้แล้วอย่างชัดเจน
แต่ในขณะนั้นเอง เงาสีดำพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เทียนฉินที่สัมผัสได้ถึงอันตรายไม่รอช้าหันกลับมาก่อนหยิบผลึกแสงโยนไปด้านหน้าทันที เมื่อผลึกแสงส่องสว่างไสว เทียนฉินก็ได้เห็นสัตว์อสูรอย่างน้อยหกตัวบินลอยอยู่ไม่ไกลจากเขานัก ซึ่งจากที่มองเห็นมันคือตั๊กแตนตำข้าวสีแดงคล้ำฝูงหนึ่ง
"กรี๊ซ!"
เห็นได้ชัดว่าตั๊กแตนตำข้าวขนาดเท่าขาคนพวกนี้ ไม่ได้ตื่นตระหนกจากผลึกแสงที่ส่องสว่างอยู่เลย พวกมันกลายเป็นเงาสีแดงและบินเข้าหาเขาราวกับมองว่าเป็นเหยื่ออย่างรวดเร็ว ขาหน้าแหลมคมทั้งสองที่คล้ายเคียวเกี่ยวข้าวของพวกมันกวัดแกว่งเข้าหาเทียนฉินอย่างดุดัน
ตู้ม!
ปลายแหลมจากขาหน้าของพวกมันทิ่มลงพื้นที่เทียนฉินอยู่ตอนนี้ จนพื้นดินระเบิดออกเป็นหลุมลึก เทียนฉินมองภาพตรงหน้าอย่างใจหายวูบพลางครุ่นคิดอยู่ในใจ
"โชคดีที่การตอบสนองของข้ายังรวดเร็วอยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้รับบาดเจ็บเป็นแน่!"
เทียนฉินถอนหายใจยาวก่อนเรียกดาบเพลิงสุริยามือถือไว้ในมือ ก่อนวาดดาบผสานด้วยเพลิงอัคนีเข้าใส่ตั๊กแตนตำข้าวเหล่านั้นทันทีโดยไม่ต้องคิด
เปลวเพลิงพุ่งออกไปก่อนกลายเป็นมังกรเพลิงตัวใหญ่กวาดไปทางตั๊กแตนตำข้าวอย่างรวดเร็ว และทันทีที่สัมผัสกับพวกมัน เปลวเพลิงอัคนีก็เผาไหม้พวกมันจนร่างตกลงสู่พื้นกันทุกตัว ร่างที่โดนเผาไหม้กรีดร้องออกมาเสียงแหลม ก่อนจะแน่นิ่งไปในสภาพที่ดำเมี่ยมเป็นตอตะโก
"อะไรกัน!"
ในขณะที่เทียนฉินคิดว่าจัดการมันได้ง่ายแล้วกลับพบความผิดปกติบางอย่าง ตั๊กแตนตำข้าวพวกนั้นกลับคืบคลานโผล่ออกมาจากซากที่ไหม้เกรียมราวกับลอกคราบก็ไม่ปาน เนื้อตัวสีแดงคล้ำของมันดูสยดสยองน่ากลัว หัวสามเหลี่ยมและดวงตาสีดำจ้องมองมาทางเทียนฉินอย่างดุร้าย
"หนีเร็ว! มันเป็นตั๊กแตนวิญญาณไม่อาจจะทำลายมันได้!"เสียงหลงยู่หมิงแว่วเตือนมาทางเทียนฉินอย่างร้อนลน เพราะนอกจากตั๊กแตนตำข้าวพวกนี้จะเป็นเพียงวิญญาณแล้ว พวกมันยังเป็นนักล่าที่ชอบกัดสิ่งมีชีวิตมากที่สุดอีกด้วย
เทียนฉินจ้องมองมันด้วยหลังที่ชุ่มเหงื่อ ใครจะไปคาดคิดละว่าเปลวเพลิงที่เขาภูมิใจนักหนา กลับไม่อาจจะเผาทำลายตั๊กแตนตำข้าวพวกนี้ได้ ชั่วพริบตาเขาก็พริ้วตัวถอยออกมาก่อนจะพุ่งทะยานหลบหนีไปอย่างไม่ลังเล
แต่มีหรือที่ฝูงตั๊กแตนตำข้าวพวกนั้นจะยอมปล่อยเหยื่อของพวกมันไป ทันทีที่เทียนฉินวิ่งหนีมันก็รีบบินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่มันตัวไม่ใหญ่นักรวมถึงจดจ้องไล่ล่าเทียนฉินอย่างเดียว ระยะห่างของพวกมันกับเทียนฉินจึงค่อยๆร่นมาเรื่อยๆ
เทียนฉินปลดปล่อยมังกรเพลิงทั้งสองออกไปต้านตลอดทางเมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ จากนั้นก็ลัดเลาะไปตามทางโดยไม่ลืมจะทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้
มีตั๊กแตนหลายตัวล้มลงบนพื้นอยู่ตลอดทาง แต่พวกมันก็ลอกคราบออกมาได้ทุกครั้งราวกลับว่าพวกมันไม่มีวันตาย การต่อสู้สลับกับการวิ่งหนีวนเวียนอยู่แบบนี้ พอๆกับทางเขาวงกตที่เทียนฉินกำลังค้นหาทางออกอยู่
แม้ว่าพลังปราณที่สูญเสียไปจะถูกฟื้นฟูได้อย่างง่ายดาย จากเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุ แต่การวิ่งหนีแบบนี้ก็ทำให้เทียนฉินหงุดหงิดอยู่พอสมควร
ทั้งมังกรเพลิง ทั้งพายุเพลิงถูกเทียนฉินผสมผสานเข้ากันโจมตีฝูงตั๊กแตนตำข้าวพวกนั้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิ่งหนีก็ครุ่นคิดหาวิธีสกัดกั้นพวกมันไว้ตลอดทาง
บางครั้งเทียนฉินถูกขาหน้าของมันฟาดเข้าใส่หลังอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่โชคดีที่เขาไม่เคยลืมเรียกเกราะมังกรสีดำมาหุ้มตัวไว้อยู่ตลอดเวลาจึงไม่ได้รับบาดแผลใดๆ แต่บางครั้งเมื่อโดนโจมตีหนักๆเข้าก็ทำให้เขาถึงกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆและเทียนฉินไม่รู้ว่าเขาวิ่งหนีตั๊กแตนตำข้าวมานานแค่ไหนแล้ว และในที่สุดก็พบว่ามีบางสิ่งที่แตกต่างจากความมืดที่อยู่ตรงหน้าเขาในช่วงเวลานี้ ด้านหน้ามีแสงสีจางๆส่องออกมาให้ได้เห็น แต่สิ่งนี้กลับทำให้เทียนฉินประหลาดใจยิ่งนัก
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะต้องการเห็นทางออกจากเขาวงกต แต่ที่นี่มันอยู่ใต้ดินจะมีแสงสว่างส่องมาได้อย่างไรกัน เป็นไปได้ไหมที่ปลายทางของเขาวงกตนี้คือการออกมาจากหุบเขานั้น!!
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง เพราะมันหมายความว่าเขาไม่ต้องวนเวียนอยู่ภายในเขาวงกตนี้อีกแล้ว
เทียนฉินที่มัวแต่ตื่นเต้นที่ได้พบทางออกพลันฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าเขากำลังโดนตั๊กแตนตำข้าวไล่ล่าอยู่จึงรีบหันกลับไปดูอย่างรวดเร็ว แต่ปรากฎว่าพวกมันไม่ได้ไล่ตามเขามาอีกแล้ว
เทียนฉินขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมอย่างสงสัย พวกมันกลัวแสงพวกนี้หรืออะไรบางอย่างที่อยู่ด้านนอกหรือเปล่า จึงทำให้พวกมันไม่กล้าที่จะไล่ตามเขามาอีก
และในขณะที่เทียนฉินได้พบกับทางออกแล้ว ย้อนกลับไปทางด้านสามคนที่เหลือก็กำลังต่อสู้กับฝูงตั๊กแตนตำข้าวกันอย่างดุเดือด แต่ละคนต่างถูกฝูงตั๊กแตนตำข้าวเข้ารุมล้อมนับสิบตัว
ชายชื่อโม่ปลดปล่อยพลังปราณออกมาเป็นหมาป่าสีดำตัวเขื่อง เข้าปะทะกับฝูงตั๊กแตนตำข้าวนั้นอย่างเต็มที่ แต่กลับกลายเป็นว่าคลื่นพลังสีดำของมันกลับไปกระตุ้นให้ตั๊กแตนตำข้าวพวกนั้นมีพลังเพิ่มมากขึ้น จนต้องวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง
ทางด้านชายชื่อหวู่ก็ไม่ต่างไปจากทางด้านชายชื่อโม่มากนัก เหยี่ยวสีดำตัวใหญ่ของมันก็ต้านฝูงตั๊กแตนไว้ได้เพียงแค่ช่วงแรก เมื่อคลื่นพลังสีดำเข้ากระทบกับฝูงตั๊กแตนตำข้าวเหล่านั้น ก็ทำให้มันไม่อาจจะต้านไหวอีก จนต้องวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุน
แต่กลับเป็นทางด้านชายชื่อฟงที่ต่อสู้ได้อย่างสูสี อาวุธที่เขาใช้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ถึงแม้พวกตั๊กแตนตำข้าวจะคืนชีพขึ้นมาได้ใหม่ แต่เมื่อพวกมันถูกตัดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก็ทำให้การฟื้นฟูของพวกมันช้าลงเป็นอย่างมาก
และในขณะที่ชายชื่อโม่กับหวู่ที่หนีไปได้ไม่นานก็พลาดท่าถูกฝูงตั๊กแตนตำข้าวที่ไล่ตามทัน ใช้ขาหน้าของมันฟาดฟันใส่ จนสุดท้ายไม่อาจจะต้านทานการโจมตีที่รวดเร็วและจำนวนมากได้อีก ถูกพวกมันพากันลุมกัดกินจนสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมากับทั้งสามคนนั้น เทียนฉินไม่ได้รับรู้เลยเลยแม้แต่น้อย หรือถึงแม้ว่าเขาจะรู้ก็คงไม่อาจทำให้เขารู้สึกอะไรได้ เพราะตอนนี้เขาสนใจสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเขามากกว่า
ด้านหน้าของเขาตอนนี้มีหมอกสีขาวโพลนปกคลุมอยู่ทั่วไปหมด จะมองเห็นก็แต่เงารางๆของสิ่งก่อสร้างบางอย่างอยู่ภายในนั้น ด้านบนเต็มไปด้วยผลึกแสงที่ส่องสว่างวิบวับราวกับดวงดาราบนท้องนภา และสิ่งนี้เองที่ไขข้อสงสัยให้กับเทียนฉินได้เข้าใจ ว่าทำไมถึงได้เห็นแสงเล็ดลอดออกมาจากถ้ำเขาวงกตนั้น
"ยังไม่มีใครออกกันมาสักคนหรือ?"
เทียนฉินหันมองไปทั่วพื้นที่กลับไม่พบใครเลย จึงคิดว่าพวกนั้นคงรับมือกับฝูงตั๊กแตนตะข้าวอยู่แน่ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในหมอกนั้นด้วยความเตรียมพร้อมแบบสุดๆ
"เอ๊ะ!"
"แรงกดดันนี่มันอะไรกัน!"
ทันทีที่เทียนฉินเดินเข้ามาในม่านหมอกแห่ง ความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัสได้เลยนั่นคือ กระแสพลังงานบางอย่างที่เข้ามากดดันไม่ให้ก้าวเดินต่อไป แต่ความกดดันแค่นี้ไม่อาจจะทำให้เทียนฉินล้มเลิกความตั้งใจของเขาไปได้ เพราะเป้าหมายของเขานั้นคือสิ่งที่มองเห็นเลือนรางอยู่ด้านในนั้น
แต่เมื่อเริ่มเดินเข้าไปลึกเข้า ความกดดันเหมือนกับจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จากสิบก้าวเพิ่มอีกหนึ่งเท่า จากร้อยก้าวเพิ่มอีกเป็นสิบเท่า จนในที่สุดเ
ขาต้องขับเคลื่อนลมปราณออกมาช่วยต้านทานจึงได้ก้าวเดินต่อไปได้
จบตอนที่ 106