ในห้องของโรงเตี๊ยมห่าวเจีย ซึ่งพากันเข้าพักอาศัย ่ติดต่อหาข่าว
“ได้ไปสอบถามกับสาวงาม ในหอเป่าเป้ยมาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”
เหลียงเปาจงรายงาน
จนทำให้ผู้ยืนถือพัดด้าม ที่ปรากฏอักษรบทกวี
เปรียบสตรีเป็ดั่งมวลบุปผา ประดับโลกาหากไร้สิ้นมวลหมู่ภมร
บุรุษเคียงคู่ชิดชม คงตรอมเหี่ยวเฉามลาย
“ว่ามา!”
รับฟังจากปากคนสนิท ทำให้รู้ว่าคุณชายกวน
ได้มาเที่ยวหอนารีพลิ้ว กับคุณชายเสินหยาง
ผู้เป็อาจารย์สอนหนังสือ ให้คุณหนูแห่งสำนักสมิงเหลือง
“ทำได้ดีมาก เหลียงเปาจง”
ทั้งไม่ถือเป็การก้าวก่าย หากได้ประโยชน์ตรงนี้
“กระหม่อมจำเป็ต้องยื่นมือ พ่ะย่ะค่ะ”
มุทะลุไปบ้างแต่น้ำใจไม่ดูดาย เหลียงเปาจงช่วยให้งานง่ายขึ้นอีก
รัชทายาทแคว้นชิง นั่งตรองวิเคราะห์สักครู่
“ข้าคงย้อนเข้าสำนักสมิงเหลือง อีกรอบหน”
ตังเถียนเห็นด้วย รอเพียงวันไหนที่พร้อม
“ตามเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ”
…ปล่อยให้ผ่านไปชักระยะ หลงชิงสงลงจากรถม้า
บริเวณด้านหน้าสำนัก เข้าหายามเฝ้าประตูแจ้งจุดประสงค์
“ข้าหลงชิงสง มาขอพบเ้าสำนักสมิงเหลือง”
ยืนรอยามหมง วิ่งเข้าอาคารเพื่อรายงานทำตามหน้าที่
“ขอประทานโทษคุณชายหลง เนื่องวันนี้ท่านเ้าสำนักไม่อยู่”
หวงชุนเช่อออกมารับหน้า ผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย
“ไม่เป็ไรพ่อบ้านหวง ข้าเพียงขอฝากบอกเ้าสำนัก ท่านด้วย”
เอ่ยลงรายละเอียดเพิ่ม“พอดีข้าเสร็จกิจแล้ว เลยต้องเดินทางกลับบ้าน”
ยกอ้างความสำคัญในการมาสำนักสมิงเหลือง
เพื่อจะได้เข้าถึงตัวเสินหยาง อาจารย์ตามข้อมูลที่ได้รู้
“โอ้! ฉะนั้นแล้ว ข้าจะไปเรียนนายหญิงให้”
พอฟัง คงปล่อยผ่านไม่ได้พลางชักชวน
“เอาเป็ว่า เชิญคุณชายเข้ามานั่งก่อน”
พ่อบ้านหวงไม่ละเลยปฏิบัติ พามายังซุ้มศาลากลางสวนน้ำ
วางป้านชาเรียบร้อย ก่อนหายไปสักครู่ เดินกลับมาพร้อมเหมยหยงนาง
“คารวะท่านหญิง”
หลงชิงหลงยืนขึ้นน้อมคำนับ
คลี่เปิดยิ้มรับ เดินมานั่งลงบนโต๊ะม้าหิน สนทนาถามไถ่
“ทราบความจากพ่อบ้านหวง แจ้งคุณชายหลงท่านมาเพื่อบอกลา”
หลงชิงสงว่าตามขั้นตอน หมากแผนโปรยวางยกอ้างพอมีน้ำหนัก
“ขอรับ”
หลังจากสาวใช้ไป๋อัน นางวางจานขนมสำหรับกินแกล้มชายามบ่าย
แล้วถอยห่างยืนทางด้านหลัง
“ข้ารับปาก จะบอกกับเ้าสำนักให้”
นางยกถ้วยขึ้นมาจิบพลางเอ่ย
“ลองชิมขนมถั่วกวนก่อน คุณชายหลง”เลื่อนส่งตรงหน้า
“อืม! ช่างเข้ากันนักกับชามะลิ”
หลงชิงสงรับน้ำใจ ชื่นชมถึงรสชาติ
“ข้ามีขนมมอบแก่คุณชายหลง สำหรับเดินทางด้วย”
ทันใดนางนึกได้จึงบอก“ไป๋อัน เ้าช่วยไปหยิบกล่องขนมมาให้ข้าทีเถิดนะ”
“เ้าค่ะ”
สาวใช้จึงเดินเข้าครัวไปหยิบกล่องไม้บรรจุขนม
ที่นายหญิงฝึกให้นางเป็ลูกมือ ทำขึ้นเมื่อเช้าตรู่
เพื่อเป็เสบียง ยามหิว่ขณะเดินทางไกล
เนื่องด้วยเ้าสำนักสมิงเหลือง หมู่นี้ออกทำธุระข้างนอกบ่อย ๆ
สิ่งที่ทำติดตัวให้ จะเป็พวกขนมอบแห้ง อาศัยทานง่ายเหมาะพกพา
“เอาไว้กินระหว่างทาง”เหมยหยงยื่นให้
“เป็พระคุณยิ่งขอรับ ท่านหญิง”
กล่าวรับไมตรีทั้งยกชาดื่ม หยิบขนมเข้าปาก แลมองไปยังรอบบริเวณ
ััความรื่นรมย์ สวนแปลงดอกไม้หลากสีสัน อวดช่อเบ่งบาน
“นี่ถ้าหลินอี้ของข้า นั่งด้วยคงได้แย่งขนมถั่วกวนกับคุณชายหลง แน่นอน”
นางเกิดคิดถึงลูกสาว เมื่อมองในจานขนมมีเหลือแค่ชิ้นเดียว
จนต้องเอ่ยขึ้นถามหาเ้าตัว
“คุณหนูหลินอี้ ไปไหนเสียแล้ววันนี้ขอรับ?”
หลงชิงสงเลยเข้าเื่ได้ความ
“นางกำลังเรียนกับอาจารย์เสิน ยังห้องหนังสืออยู่”
เหมยหยงเปรยบอกแขกให้รู้
…บานประตูถูกเปิด เสินหยางก้าวออกมาพร้อมลูกศิษย์
“ท่านอาจารย์ได้โปรดฟังก่อนเถิด ครานี้ข้าจะสารภาพผิดกับแม่นางกัวเจินเอง”
หลินอี้อาสาอุดรอยร้าว
“ให้ข้าอาจารย์ออกหน้าไปก่อน ไม่ดีกว่าหรือ”
หยุดยืนนิ่งสักพัก เสินหยางพูดเสนอ
ส่วนผู้รบเร้าตามติด พยายามอธิบายเหตุผล
“อย่าทำให้หลินอี้ ศิษย์ท่านต้องละอายใจไปกว่านี้เลยเ้าค่ะ”
ขณะที่อาจารย์กับศิษย์ กำลังคุยหาข้อตกลงยังหน้าห้องเรียน
เนื่องหมดเวลาวิชาบุ๋น ส่วนหลินอี้ต้องสลับคาบฝึกวิทยายุทธทางบู๊ต่ออีก
“นายหญิงอยากพบ เ้าค่ะ”
ขัด่โดยไป๋อัน นางถ่ายทอดบอกผ่าน
ทั้งสองจึงก้าวเดินถึงอีกสถานที่
“หลินอี้มาแล้ว ท่านแม่”
สาวน้อยก้าวเข้ามา“คารวะคุณชายหลง เ้าค่ะ”
ถูกอบรมกิริยามาอย่างดี จากผู้มารดาอดีตพระสนมเอกแห่งวังหลวง
อันบุตรสาวนางกระทำออกมา ให้ได้ชื่นชมเสมอจุดนี้
“มีสิ่งอันใดหรือ? ท่านหญิง”
เสินหยางรู้สถานะ เป็มารดาของลูกศิษย์ตนเท่านั้น
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเ้าสำนักสมิงเหลืองอย่างไร ไม่แน่ชัด
อีกทั้งยังพอมองออก ถึงแบบอย่างกุลสตรีสูงศักดิ์
จากตัวเหมยหยงนาง จึงเข้าหาให้เกียรติตามความเหมาะสม
“เอ๊ะ!”
อาการชะงักเล็กน้อย เมื่อพบเข้ากับอีกบุรุษ แต่จำต้องนิ่งเอาไว้ก่อน
เหมยหยงมีลูกสาวนั่งใกล้ พร้อมผายมือเชิญอาจารย์เสิน ให้ร่วมวง
“ท่านนี้ คือคุณชายหลงชิงสง”นางเอ่ยแนะนำ
“ดีใจที่ได้พบท่านาุโ ขอรับ”
หลงชิงสงน้อมคำนับเสินหยาง
หันไปทางคุณหนูหลินอี้ ยอมเสียมารยาทอีกหนเพ่งสำรวจ
พลันกระตุกวาบผุดคิดออก ว่าเคยพบเจอกันในหอนารีพลิ้วเป่าเป้ยนั่นเอง
“เช่นกัน คุณชายหลง”
ขานรับต่ออดีตลูกศิษย์ตน ก่อนจะยกชาขึ้นจิบกลบเกลื่อน
ฝั่งหลินอี้ นางส่ายตาหาขนมที่ชอบ ดั่งตามประโยคมารดา
เหมยหยงได้กล่าวไว้ ผู้จะมาแย่งขนมกินปรากฏตัวแล้ว
“เอาเพิ่มมาอีก ไป๋อัน”
เหมยหยงรีบบอกไปทางสาวใช้
ศาลากลางสระน้ำยามบ่าย มีชามะลิขึ้นโต๊ะดื่มระหว่างสนทนา
เวลาผ่านเร็ว หลินอี้ขอตัวเข้าเรียนกับอาจารย์เฟิงจ่าน
ด้านหลงชิงสงคุณชาย ได้ถือโอกาสกล่าวลา พร้อมถือกล่องขนมติดมือ
่จะก้าว เสินหยางขอเดินตามไปส่งถึงรถม้า คล้ายมีเื่พูดคุย
...หอนารีพลิ้ว ห้องส่วนตัวที่หลงชิงสงได้จองไว้รองรับ
บัดนี้เสินหยางกับคุณชายกวน นั่งอยู่ก่อนแล้ว
โดยห้ามสาวงามนางใด มาบริการภายในห้อง
“อาจารย์ ท่านแน่ใจนะเ้าคะ ที่จะเปิดเผยให้คุณชายหลงทราบ”
สับสนอึดอัด เมื่อฝ่ายอาจารย์เสินเอ่ยปากขึ้นกับตน
ที่จำเป็ต้องกลับมา ยังหอเป่าเป้ยแห่งนี้
เหตุผลไม่ใช่เพื่อแก้ไขข้อผิดอย่างเดียว
หากแต่มีสิ่งให้ได้คืนของชิ้นสำคัญ อีกประการ
“อย่าได้กังวลเลยเสี่ยวหลิน อาจารย์ถูกขอร้องไว้เช่นนั้น”
เสินหยางบอกเบาเสียงกับลูกศิษย์ ที่ท่าทางไม่เป็สุข
เพราะก่อนหลงชิงสงจะขึ้นรถม้า ได้ขอความช่วยเหลือจากตน
“ท่านอาจารย์ รอนานหรือไม่?”
ผลักบานประตูเปิด หลงชิงสงก้าวเข้าสมทบในห้อง
พร้อมอุ้มไหสุรา เหล้าดีหอบหิ้วติดมือมาด้วย
“มิคาดคิด ว่าจะได้มาพบเจอกันอีกในเมืองฉางฮั่น”
อดีตอาจารย์เคยสั่งสอน เมื่อครั้งสิบปีที่แล้ว พร่ำขึ้นยกบทกวี
“ฟ้าดินลิขิต คงให้หวนวนเวียน”
ขยับนั่งลงร่วมโต๊ะ รินเหล้าลงจอกยื่นส่งเสินหยาง
ก่อนจะเทให้ตัวเอง ต่างยกขึ้นดื่ม จึงเปรยกับอีกคน
ที่นั่งเงียบเชียบ เฉหันมองทางอื่นไปพลาง ๆ
“ได้เจอกันอีกครั้งนะ คุณชายกวน”
ทักทายหนุ่มน้อยชุดขาว มีพัดกางบังปิดไม่อาจสู้หน้า
สังเกตได้จึงเอ่ย“ทำตัวตามสบายเถิด”
ประโยคโพล่งพูดจากหลินอี้ ที่มาในคราบคุณชายกวน
“นึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าท่านเคยเป็ศิษย์อาจารย์เสินของข้า”
ก่อคติเหตุอันใด ไม่พากันเปิดั้แ่แรก
ในกรณีคราพบยังสำนักสมิงเหลือง ลอบประเมินหาสิ่งเจือแฝง
“แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล เกิดก่อน์ย่อมประทานให้ได้ตามลำดับ”
ตอบโต้ทันที หลงชิงสงไม่สะท้าน“จริงใช่ไหม? ท่านอาจารย์”
บรรจงยื่นจอกเหล้าส่งถึงให้เสินหยางอีกรอบ คล้ายอวดอ้างในท่าที
ดูออกจนต้องได้หย่าศึก การปะทะคารมเชิงข่มกัน
ของคุณชายหลงกับคุณชายกวน ที่กำลังเชือดเฉือน
“พวกเ้าสองคน อยู่ในสายตาข้าทั้งคู่”
วาจาเทียบให้เห็นระหว่างผู้เก่งวางหมาก อีกผู้เก่งแก้เกม คำของเสินหยาง
“เื่ที่ข้ารบกวนขอกับท่านอาจารย์เสิน ให้พาคุณชายกวนมาด้วยนั้น”
เรียบเรียงสรุป เ้าหนุ่มน้อยยิ้มสวยเป็คนเดียวกับคุณหนูหลินอี้ จึงนัดเจรจา
“ในวันเดินชนกัน ข้าได้ส่งพัดผิดด้ามให้กับเ้าคุณชายกวน”
หลงชิงสงแบมือออกมารับ“กรุณาคืนข้าเถิด”
“อ๋อ! ใช่พัดด้ามนี้หรือไม่ ที่ท่านหมายถึง”
เหน็บติดผ้าคาดเอวมาด้วย ขนาดเอาออกมากางปิดความอาย
ก็เพิ่งจะรู้เล่มพกอยู่ ไม่ใช่ของตัวเอง
“ต้องขอบใจ คุณชายกวน”
จะอย่างไรยอมเสียมารยาท ถามขึ้นบ้าง
“พัดเล่มเดิมข้าล่ะ?”
เตรียมมาพร้อม เลยแลกกัน โดยมีพยานเป็อาจารย์เสินหยาง
พอลดอาการ อีกทั้งส่งคืนเ้าของเป็อันหมดเื่ ต่างจะได้แยกย้าย
“เอาละ ๆ พวกเ้าถือเป็ศิษย์ของข้า มาดื่มกันเถอะนะ”
เสินหยางเห็นแววสันติ รวบรัดกล่าวพูด
สำหรับคุณชายกวน พยายามมองมุมกว้าง
ยอมยกให้เป็ศิษย์พี่ ตามกติกาหากนับขั้น
ทางคุณชายหลง ก็อ่อนลงเพราะอย่างน้อยได้ของกลับมา
“เ้าช่างสรรหาสิ่งอาจารย์ติดใจ”
เสินหยางหันเห ให้พูดคุยกันเื่ใหม่
สุราซึ่งหลงชิงสงนำมาฝากเป็ของแคว้นชิง
รสชาติเพียว ๆ คุ้นลิ้นย้อนรำลึกถึงถิ่นผ่าน เส้นทางชีวิตสัญจรในอดีต
“ข้ายังจำได้ ท่านอาจารย์โปรดปรานเหมาไถ กุ้ยโจว”
นั่งฟังอยู่ กวนฟงหัวไม่รู้จะพูดเื่อะไร
“ประเดี๋ยวข้า จะออกไปตามแม่นางกัวเจิน”
หลินอี้ลุกขึ้นจากโต๊ะ รีบสาวเท้าออกนอกห้อง
สบ่จังหวะเหมาะ คราหลงชิงสงได้อธิบาย
“ข้าต้องขออภัยท่านอาจารย์เสินด้วย”
รินสุราลงจอกอีกรอบ เล่าถึงความจำเป็
ที่ไม่ให้เปิดเผยตัวตนแท้จริงต่อหน้าหลินอี้ คุณหนูนาง
รวมทั้งคนสำนักสมิงเหลือง เพราะมีเื่การเมืองเข้ามาเกี่ยวพัน
เอ่ยถึงประเด็นกับเสินหยาง เมื่อพ้นหลังคุณชายกวน
“ข้อที่ทำให้ได้ก็ตามนั้น แต่ถ้ามากเกินคงต้องบอกปัด”
ผู้นิยมอิสระโลกส่วนตัวสูง มีจุดยืนเอกลักษณ์
เอ่ยนัยยะกับอดีตลูกศิษย์ ซึ่งเคยอบรมสั่งสอน
พอรู้พื้นฐานนิสัย ว่าไม่ใช่บุคคลเลวร้ายอย่างไร
“เป็พระคุณท่านอาจารย์ ที่ส่งเสริม”
หลงชิงสงคุกเข่าคำนับต่อหน้าอาจารย์เสิน
ทั้งเอ่ยวอนในการกระทำครั้งนี้ ขอให้ช่วยปิดไว้
“ลุกขึ้นเถิดองค์รัชทายาท ล้วนเป็ดั่งโชคชะตาพามา”
อ้างเอ่ยคำคมปนแนวขบขัน ผ่อนคลายตึงเครียด
“ต้องได้โทษฟ้าดินแล้วกระมัง โดยช่างบังเอิญเสียจริง”
ไม่นานมีเสียงเปิดประตู คุณชายกวนตามเชิญตัวกัวเจินจนได้
อาศัยผ่านทางโหลวหลัน นางซึ่งจิตพิศมัยหวังสานสัมพันธ์กับตน
เพียงระบายย้อนหลัง สาเหตุท่านชายเสินหยางไม่ได้พบหน้านางรัก
ในคืนพระจันทร์เต็มดวง เลยเศร้าใจรีบกลับ
เท่านั้นโหลวหลัน สาวงามนางรองถึงกับกระตือรือร้น
เ้ากี้เ้าการขอทำหน้าที่ต้อนรับแขกลูกค้าแทนดาวเด่น
เพื่อแลกทำให้คุณชายกวนประทับใจ ในความที่นางลงทุนช่วย
เมื่อไม่มีสิ่งใดเป็อุปสรรค“ข้าผิดเองในครั้งนั้น”
คุณชายกวนรับเอาผลจากสิ่งทำไว้ทั้งหมด
“เอ่อ”
กัวเจินยังสับสนความเป็มา ที่อยู่ ๆ ก็มีหนุ่มน้อยมาคุกเข่าตรงหน้า
หลังจากลากมาถึงห้อง ซึ่งมีเสินหยางชายคนมีใจให้นั่งรอข้างใน
หลินอี้สารภาพทุกอย่างกับนางกัวเจินเพื่อแจ้งกระจ่าง
ย้อนเมื่อสักห้าปีที่แล้ว เป็การแกล้งเล่นสนุกตามประสาเด็กของตน
เพียงแค่อยากล่องเรือ เดินเที่ยวชมวัดปาเซียน ตามนัดหมายกับอาจารย์ไว้
“มันจริงใช่ไหม?”
ขั้นที่นางหันมาย้ำถาม หลังจากเื่ราวเล่าจบลง
ต้องได้ยืนยัน“ข้าเอง ยังไม่มีลูก เมีย”
เสินหยางไขอีกข้อข้องใจ แก่กัวเจินในสถานภาพชายโสด
หลงชิงสงอยู่ในห้องร่วมฟังด้วย เลยกล่าวสนับสนุน
“ข้ารับประกันได้ แม่นาง”
รวบรวมความกล้า หลินอี้หยั่งรายละเอียด
“วันไหว้พระจันทร์ต้องวางแผนปลอมตัวเป็บุรุษ เพื่อเข้าหอนารีพลิ้วเป่าเป้ย”
กัวเจินนางเริ่มจับทิศทางถูก
“ข้ามัวแต่ยุ่งอยู่ เลยคลาดกันไม่สามารถออกมาพบได้”
ก่อผุดประกาย หวังผลักเข้าหา
“ถึงพลาดไป หากวันนี้ลองอีกคราเพื่ออาจารย์ข้าจะได้หายทุกข์”
สำนึกผิดหลินอี้ยอมทำทุกวิถีทาง ออกปากเจรจาประสาน
“ปัดโธ่เอ๊ย! เป็ข้าเองทำให้คุณชายเสินเสียหาย”
พอนางบรรลุชัดเจน กัวเจินลั่นอุทาน
ฉวยรีบจับมือของสองคนเข้าเชื่อมประกบ หลินอี้เอ่ยอวยพร
“ข้าอยากเห็นพวกท่าน สมหวังจริง ๆ”
เหมือนวาระสถานการณ์จะคลี่คลาย
“ไปกับข้าเถิด คุณชายกวน”
ถือโอกาสลุกขึ้นฉุดดึงให้ปลีกห่าง ปล่อยเป็ห้วงเวลาปรับความเข้าใจกัน
เกี่ยวแขนเดินจูงพาออกมายังด้านล่างกลางโถง
“ปล่อยข้า!”
ยังวางตัวไม่สนิท เลยลนลานกับคุณชายหลง ผู้วิสาสะชนิดรุ่มร่าม
“คิดมากไปได้ เสี่ยวเมาหลิน”
ถึงกับยกให้เป็ดุจลูกแมวตัวน้อย เมื่อจับท่าทีระแวงอีกฝ่าย
“เ้าชอบดื่ม มิใช่หรือ?”
จดจำกลิ่นกรุ่นจากร่างนุ่มนิ่มนั้นได้ จึงสั่งเหล้าซีเฟิงหวนรำลึก
ธรรมเนียมาุโกว่า อุตส่าห์เทสุราใส่จอก ยื่นจ่อย่อมปฏิเสธไม่ลง
“ได้!”หลินอี้รับเอา
“ข้าคงย้อนมาขอบคุณโหลวหลัน นางบ้าง”
พะวงปล่อยวางไม่หลุด เพราะสายตาที่มองมายังตน
ดังจะกลืนกิน ของสาวงามนามโหลวหลัน
“แล้วนี่ ต้องทำเช่นไรกันนะ”
ไม่รู้จะเปิดพูดกับใคร นอกจากคุณชายหลงที่นั่งอยู่ตรงนี้
“หากนางรู้ว่าข้า ไม่ใช่บุรุษ”
ค้นเจอกับปมเงื่อนผูกของตนเอง เผลอบ่นออกมา
“สำหรับข้า ขอเลือกพูดความจริง”
ชี้แนะอีกทั้งพิศชมเ้าคนหล่อ สวยหวานกระทั่งก่อปัญหา
ให้อิสตรีเพศเดียวกันหลงใหล ได้ปลื้มจนพลอยหนักใจ
หรือแม้ตนเองยังไม่เว้น หลงชิงสงไหวหวั่นเกือบซ่อนไว้ไม่มิด
“ดีเหมือนกัน”หลินอี้เห็นลู่ทาง
“เรียกข้ามาเป็เพื่อนได้นะ”
ไม่ชักช้าเอ่ยเสนอยื่นประสงค์ดี
“มิรบกวนคุณชายหลง ข้าคงมาเอง”
เลี่ยงสมาคม นางจะรับผิดชอบไม่อยากลากผู้ใดเกี่ยวข้อง
โต้เถียงดื้อดึง หลงชิงสงทำเสมือนเป็เื่ราวใหญ่โต
“มีข้ามาด้วย หากเกิดสิ่งใดขึ้นจะได้ช่วยทัน”
เอ่ยแย้งพ่วงท้าย เกรงคุณชายกวนถูกลวนลาม
จากบรรดาหญิงโคมเขียว พลันมโนนึกหวงแหน
“อย่ายุ่งยากนักเลย ไม่ใช่กิจของท่าน คุณชายหลง”
หงุดหงิดกับการเซ้าซี้ อาสาติดตามเกินขั้น หลินอี้สะบัดเสียง
อีกคนไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ทำไมต้องอยากตัวติดนาง ถึงขนาดแส่เข้าหา
กรอกยกสุราซีเฟิงดื่มดับกระหาย หลงชิงสงควบคุมอารมณ์
ทุกอย่างจบลงด้วยดี ดูจากสีหน้าชื่นมื่น เสินหยางคู่เคียงกัวเจิน
“อยู่นี้เอง คงต้องกลับกันแล้วนะ”
ปวงประการปลอดโปร่ง เสินหยางเอ่ยแทรก่สองคุณชาย
“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ คุณชายหลง”
ทุกคนต่างถือโอกาสร่ำลากันตรงนั้นเลย
...ดุจวาสนามีต่อกัน อันเกิดขึ้นใน่สั้น ๆ
ครั้งหลงชิงสงได้รับพัดเล่มสำคัญ คืนจากคุณชายกวนแล้ว
ตรงข้ามไร้ซึ่งยินดีใด สำหรับเดินทางกลับบ้านเมือง
ประเด็นหลักตรงหลินอี้ ยังไม่ได้มอบหัวใจให้คุณชายหลง ที่แอบลืมไว้กับนางนั่นเอง
ทั้งเกี่ยวกับชะตาเส้นด้ายแดง หงเชี่ยน 紅线 ต่างหาก โดยตัดไม่ขาดเสียทีดียว.