เกมชีวิตลิขิตตาย [นิยายแปล]

    บทที่ 55 กฎที่ซ่อนอยู่และดาบสองคม

             

    “ยอดเยี่ยม สมแล้วที่เคยเป็นทหารหน่วยพิเศษสมองช่างต่างจากคนอื่นจริงๆ”

            พูดตามตรง คำพูดของหวังเฉียงอาจไม่ได้เป็นคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบที่สุดและเขาอาจไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดในห้องนี้

            แต่ในแง่ของการปฏิบัติและการตัดสินใจเฉพาะหน้า ความสามารถของเขายังคงน่าประทับใจทุกจุดที่เขาแสดงออกนั้นใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ

            หลังจากที่เขาเปิดเผยตัวตนพิเศษของเขาเองความต้องการที่จะค้นหาความทรงจำที่หายไปก็รุนแรงกว่าผมเสียอีก

            สำหรับผมแล้ว ในส่วนลึกของจิตใจผมอาจมองว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

            องค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

            องค์กรที่ใหญ่โตจนแม้แต่เซี่ยหลิงต้องยอมใช้ชีวิตของตนเองเป็นเครื่องมือเพื่อรักษาคำสัญญาที่เคยให้ไว้

            แล้วผมมีเหตุผลอะไรที่จะไม่สืบสวนต่อไปล่ะ? ถ้าผมเป็นแค่คนธรรมดาในอดีตแน่นอนว่าคงไม่มีความกล้าหรือจุดยืนอะไรแบบนี้

            แต่ตอนนี้ เมื่อผมได้ระลึกถึงนักวิจัยลึกลับที่ใช้โค้ดเนมว่าสตาร์โครว์และความทรงจำที่ชวนฝันร้ายกลับคืนมาความปรารถนาเดียวของผมก็คือการเปิดเผยความลับเหล่านี้

            ถึงแม้จะต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดเวลาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเหมือนหมาบ้ากัดฟัดกับคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ในใจของผมก็ยังคงมีความระมัดระวังและหลักการที่เข้มแข็ง

            พนักงานที่ไม่คิดอยากเป็นนายตนเอง ก็คงต้องทำงานให้คนอื่นไปตลอดชีวิตไม่มีทางได้เปลี่ยนสถานะ

            ไม่ว่าผมจะแพ้ในเกมนี้อย่างน่าสมเพียงใดแต่ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ ผมจะกัดฟันลากผู้โหยหวนทุกคนออกมาให้ได้

            “อย่างนี้สินะ ก็ดูสมเหตุสมผลดี พวกเขาต้องการล่อให้เราหลุดปากแต่ก็อาจเผยเจตนาของตนเองออกมาเหมือนกัน ถือว่าค่อนข้างยุติธรรมดี”

            นักศึกษาพยักหน้า หลิวเนี่ยนดูสงบขึ้น เหมือนเขาควบคุมบุคลิกสองด้านของตนเองได้ดีขึ้น

            แต่หากวิเคราะห์จากสภาวะทางจิตของเขาแล้ว เขาก็คงใกล้ถึงจุดที่บุคลิกที่อ่อนแอกว่าเข้าครอบงำ

            เขาในสภาพนี้ ทำให้คนอื่นรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่โอ้อวดเกินไปและไม่ขี้ขลาดเกินไป

            แต่กระนั้น การจะอยู่รอดในที่แบบนี้ได้สำหรับคนกลางๆและซื่อตรงอย่างเขาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            “ยุติธรรมหรือ? ถ้าผู้โหยหวนยังไม่ถูกกำจัดเลยแม้แต่คนเดียวสถานการณ์ของพวกเราจะอันตรายมาก เหมือนที่กัปตันวิเคราะห์ไว้นั่นแหละ เพราะฉะนั้นการโหวตหลังการลอบสังหารครั้งหน้าถือว่าสำคัญมาก”

            หวังเฉียงไม่สนใจที่จะเล่นบทคนดีและเขารู้ว่าจำเป็นต้องมีใครสักคนที่พูดเรื่องตรงไปตรงมาเพื่อเตือนสติพวกเขา

            รวมถึงหลิวเนี่ยนด้วย คนส่วนใหญ่คงคิดไปเองว่าตนเองได้ขึ้นเรือลำเล็กแห่งชัยชนะแล้ว

            พวกเขาไม่คิดบ้างเลยว่าสิ่งที่พวกเขามีอยู่ตอนนี้ทั้งการแบ่งฝ่ายและเบาะแสที่ได้มา ล้วนต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง

            การผ่านช่วงการลงมือที่ไม่คาดคิดไปเซี่ยหลิงที่ยอมตายด้วยวิธีนั้นก็เพื่อแสดงจุดยืนของเธอ

            สายตาของเธอคงยังติดตาใครหลายคนอยู่จนถึงตอนนี้

            แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าวิธีตายอันสุดขั้วเช่นนั้นจะสามารถปลุกให้ใครก็ตามตื่นจากความชาเฉยและเยือกเย็นในใจของพวกเขาได้จริงไหมมันจะทำให้พวกเขาได้สำนึกหรือเปล่าว่าเกมนี้จริงๆ แล้วเป็นเกมเพื่อเอาชีวิตรอดของตนเอง

            ทุกครั้งที่พวกเขาหักหลังกัน ทุกครั้งที่จงใจปิดบังความจริงอาจเป็นการลดโอกาสในการอยู่รอดของตนเองลงก็ได้

            ขณะเดียวกัน พวกเขายังต้องระวังการจับตาและคุกคามจากผู้โหยหวน การจะส่งข้อมูลให้เพื่อนโดยไม่เปิดเผยตนเองนั้นช่างยากเย็นอย่างที่สุด

            “หมายความว่านายได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายแล้วสินะ ฟังดูไม่เลวเลยทีนี้จะให้ฉันหาข้อตำหนินายก็ทำไม่ได้แล้วล่ะ”

            หมอนั่นไม่พลาดที่จะใช้โอกาสใดๆ ในการจู่โจมผมเลยจริงๆคำพูดของซางจื้อหย่วนแต่ละคำล้วนมีนัยแฝงอยู่ทั้งนั้น

            การที่เขาพูดว่า ไม่เลวเลย จริงๆก็เหมือนการบอกว่าที่ผมค้นพบมาไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก การดูถูกแบบนี้ ทำเอาหวังเฉียงถึงกับขมวดคิ้วแน่น

            แสงนอกหน้าต่างค่อยๆ คงที่ขึ้น คงใกล้ถึงเที่ยงแล้วสินะผมสังเกตเห็นว่าแสงจากภายนอกนั้นสว่างมากจนสามารถส่องเห็นแม้แต่ฝุ่นละออง

            “เดี๋ยวก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็…”

            ในหัวผมมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เป็นแนวคิดที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนการออกแบบพิเศษบางอย่างในห้องโดยสารนี้กระตุ้นให้ผมวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง

            สายตาของชายชราจับจ้องมาที่ผม เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่หันไปมองตามทิศทางของแสงซึ่งเผยให้เห็นถึงไอแก๊สที่กำลังล่องลอยอยู่เบาๆ

            “เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ แก๊สนี้ไม่ได้ถูกปล่อยต่อเนื่องแต่ถูกปล่อยเป็นช่วงๆ!”

            ผมมองรอยแก๊สที่ค่อยๆ จางหายไป ในหัวเริ่มปรากฏภาพอุปกรณ์บางอย่างคล้ายกับอุปกรณ์ที่เคยพบในห้องใต้ดินที่มืดมิดเคยเป็นที่ที่ผมถูกทรมานด้วยวิธีการเช่นนี้มาก่อน

            “อ๊าก!!”

            ราวกับสายฟ้าผ่าฉับพลันประสาทของผมถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจนแทบจะกระโดดขึ้นมาท่าทีที่เกิดขึ้นเพราะความทรงจำชิ้นนี้ทำให้ทุกคนหันไปมองที่แก๊สซึ่งลอยฟุ้งอยู่รอบๆ

            ภายใต้แสงที่ส่องลงมา แก๊สล่องลอยอยู่ในอากาศ ปรากฏตัวในลักษณะต่างๆราวกับกำลังท้าทายสายตาและความมั่นคงในใจของพวกเราทุกคน

            “น่ากลัวมาก!”

            เด็กชายแสดงอาการตกใจอย่างรุนแรงขณะที่กวนหลิงคว้าเสื้อของเจ้าอ้วนที่อยู่ข้างๆมาใช้เป็นหน้ากากชั่วคราวเพื่อป้องกันตัว

            เจ้าอ้วนตกที่นั่งลำบาก เมื่อเสื้อถูกดึงขึ้นไปจนพุงเล็กๆของเขาโผล่ออกมา ยืนงงอยู่กับที่ด้วยความไร้เดียงสาในขณะที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้เลย

            ในแง่ของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเด็กหญิงก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือชั้นไปอีกระดับ

            “วิเคราะห์เสร็จหรือยัง ถ้ายัง งั้นให้ฉันพูดต่อดีกว่านอกจากสิ่งที่นายค้นพบแล้ว คนอื่นๆคงอยากรู้ด้วยว่าใครเป็นคนที่ได้รับการปกป้องไปแล้วบ้าง”

            เวลาค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ รวมถึงช่วงเวลาที่พวกเราต่างนิ่งเงียบตอนนี้เวลาผ่านไปครึ่งทางแล้ว แทบจะสองชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ

            มักจะมีคนบ่นว่าเวลาผ่านไปช้า ไม่ว่าจะตอนทำงาน หรือตอนนั่งรถแต่เพราะความเบื่อนั่นเองที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น

            ทว่าทุกวินาทีในสถานการณ์เช่นนี้ช่างให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนในขณะเดียวกันก็ทั้งเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานจากการดิ้นรนและอีกด้านหนึ่งก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน จากช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นการโหวตอย่างหวาดเสียวมาตอนนี้ก็กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาถัดไปอย่างรวดเร็ว

            หากนับรวมช่วงเวลามึนงงจากการปล่อยแก๊สก่อนหลับแล้ว พูดตรงๆเวลาที่เราจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ตอนนี้ก็คงเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

            สถานการณ์ช่างรุนแรงกว่าที่คิดเสียอีก

            “แน่นอนอยู่แล้ว! ฉันเดาว่าตนเองคงไม่เคยได้รับการปกป้องเลยสักครั้งใช่ไหมเจ้าอ้วน รีบบอกมาซิว่าพวกคู่สามีภรรยาจอมบังคับนั่นสั่งให้นายปกป้องพวกเขารึเปล่า?ใช้ไม่ได้จริงๆ!”

            คำว่า “ใช้ไม่ได้” ที่ออกจากปากเขาไม่ได้ทำให้ผมอยากยกนิ้วให้เฉียนตัวตัวสักนิด ตรงกันข้ามมันทำให้ผมสงสัยว่าเรายังอยู่ในโลกแห่งความจริงหรืออยู่ในกองถ่ายกันแน่

            ท่าทางโกรธเคืองของเขา เหมือนจะเป็นเพราะเขาไม่ได้รับการปฏิบัติให้เป็นคนสำคัญเสียมากกว่า

            คนที่ขี้เกียจแบบเขามักจะมีเรื่องให้บ่นเสมอถ้าไม่ถูกฆ่าก็รู้สึกว่าไม่มีใครให้ความสำคัญ ถ้าไม่ถูกปกป้องก็คิดว่าตนเองถูกมองข้าม

            ถ้าไม่ปกป้องเขา เขาก็คิดว่าตนเองถูกมองข้าม ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้ทรัพยากรปกป้องเขาก่อนใครคนอย่างเขาคงชินกับการมีบอดี้การ์ดคอยปกป้องเสียจนคิดว่าตนเองสมควรได้รับความสำคัญ

            เฮ้อ บ่นไปก็เท่านั้น แต่ผมต้องยอมรับว่าการแสดงของเฉียนตัวตัวช่างยอดเยี่ยมจริงๆ

            ถ้าผมไม่พยายามวิเคราะห์บทบาทของเขาอย่างลึกซึ้ง ผมอาจหลงเชื่อการแสดงของเขาไปแล้ว

            “หุบปาก”

            หวังเฉียงเหลือบมองเฉียนตัวตัวแวบหนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะเบือนสายตาลงเล็กน้อย ปั้นหน้ากระวนกระวายและก้มหน้าหลบไป

            อดีตทหารผ่านศึกคนนี้เหมือนจะไม่ทันสังเกตการแสดงของลูกคุณชายแต่ท่าทีที่มีต่อเด็กชายตัวน้อยกลับเต็มไปด้วยความจริงใจ

            ใครที่มองเห็นรายละเอียดเล็กๆนี้ย่อมรู้สึกอบอุ่นใจในสถานการณ์ที่โหดร้ายนี้

            ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแค่ไหนความรู้สึกเหล่านี้ยังคงปรากฏอยู่และคงเป็นความดีงามเพียงเล็กน้อยที่ยังเหลืออยู่ในจิตใจของเรา

            “ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยากรู้แล้วว่าใครเคยได้รับการปกป้องมาก่อนถ้าตามที่นายบอก เด็กคนนี้อาจไม่รอดถึงรอบหน้า ใช่ไหม ซางจื้อหย่วน”

            ภาพของเขายืนตระหง่านบอกทุกคนได้ว่าความเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงเป็นอย่างไร

            ในขณะที่พวกอ่อนแอรู้สึกไม่สบายใจกับการถูกดึงเข้าไปในเกมมรณะนี้ หวังเฉียงใช้การกระทำของเขาปกป้องพวกเขาให้ที่พักพิงอย่างปลอดภัย

            “ถ้านายเป็นผู้โหยหวน นายคงเลือกที่จะฆ่าคนที่น่าสงสัยว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนมากกว่ากัปตันที่เปิดเผยตัวตนไปแล้ว”

            ตามที่หวังเฉียงวิเคราะห์ไว้อย่างชัดเจน

            แทนที่จะจมอยู่กับเหตุการณ์ที่จบลงไปแล้วเราควรตั้งใจฟังทุกคำพูดของซางจื้อหย่วน แม้กระทั่งจุดและเครื่องหมายแต่ละตัวก็อาจมีความหมายซ่อนอยู่

    คล้ายกับเรื่องเกมชีวิตลิขิตตาย [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373