ตอนที่2 โรคประหลาดคนหลงวัย NC18+
ดวงตาที่หวานเยิ้มเกินวัยเด็กอายุสิบสอง
แม้น้ำตาแห่งความสุขจะไหล่เป็ทางก็ยังดูเย้ายวน
“พี่กฤษณะ นุชใจจะขาดแล้วช่วยนุชด้วยยยย..”
สมัยเด็กๆกฤษณพันธ์เคยดูคนขับรถปั้นจั่นตอกเสาเข็ม
เขาเคยฝันอยากขับบ้างวันนี้เค้าได้ตอกเสาเข็ม
แล้วเสียงกระแทกหัวปั้นจั่นกระทบเสาเข็มดังสนั่น
ตับๆๆๆ!!
"อ้าๆๆๆ..ซูดดดดดดดดด!!!"อ้าาาาร์!!"
ร่างสั่นสะท้านเมื่อลาวาอันร้อนระอุะเิ
ทั้งสองผวากอดกันเหงื่อไหลท่วมตัว
ห้องแอร์เย็นฉ่ำก็ไม่อาจดับความร้อนในกายตอนนี้ได้
“พี่กฤษณะค่ะตัวนุชเป็แบบนี้ก็ดีนะคะนุชมีความสุขมาก
มันยิ่งกว่าครั้งแรกที่เราแต่งงานกันอีกนะคะ”
เสียงเด็กสาวใสดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าเขินอาย
“เป็แบบนี้ก็ดีสิ!แต่ถ้ามันเป็แบบเก่า!!
นุชเด็กลงเรื่อยๆจนเท่าห้าขวบจะทำยังไง!!!?..”
สีหน้าชายหนุ่มเป็กังวลสายตาเขามอง
รอยเืจางๆบนที่นอนเป็จุดๆแล้วถอนใจ
“แต่อย่างไงพี่ต้องหายามารักษา นุชของพี่ให้ได้”
นุชนาญขยับตัวขึ้นเอียงหน้ามองเขา
“เครือเขาหลงมันจะรักษานุช!!?
ได้จริงๆหรือค่ะ!ไอ้โรคบ้าบอโรคหลงวัยเนี่ย!!!”
เธอพูดด้วยอย่างอารมณ์เสีย
“ได้สิ!!!ถ้าเราหามันเจอ!!ตามที่พี่ค้นคว้ามาพรุ่งนี้
พี่จะไปพิษณุโลกเพื่อนพี่สืบมาว่ามีป่าอาถรรพ์
ป่าพญาโขมด!อยู่อำเภอชาติตระการ
ติดกับฝั่งชายแดนลาวแถวป่าขวดน้ำมัน
!เขาลือกันว่าใครไป!แล้วไม่ได้กลับ!!
แต่พี่ไม่เชื่อ!พี่ไปมาทุกที่ทุกแห่งในโลก
หาพันธุ์ไม้หายาก!อันตรายแค่ไหน
พี่ก็รอดมาได้แค่ป่าในประเทศไทยจะทำอะไรพี่ได้”
“ค่ะ นุชเชื่อในตัวพี่ค่ะ”
แขนเล็กๆของเธอสวมกอดสามีสุดที่รักแล้วหลับไป
////////////////////////////////////////////
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ . ชายป่าติดกับน้ำตกทีลอซู
มีบ้านหลังเล็กๆปลูกอยู่ เสียงฝีเท้าเด็กหนุ่มกำลัง
จะลงจากบ้านเสียงผู้เฒ่าผู้เป็ตาร้องถาม
"ไอ้หนูจะไปไหน!! "
เสียงชายชราถามอย่างสงสัย
"ผมกำลังจะไปส่องกบครับมีอะไรหรือครับ!!"
เด็กหนุ่มตอบ
"ไม่ได้วันนี้เป็วันโกนวัน
พระชาวบ้านเขาถือรู้ไหม?
ตาไม่ให้ออกไปหากบหาเขียดวันนี้
กลางทุ่งนามันติดกับป่า"
"ทำไมจะไม่ได้ครับคุณตา!!"
เด็กหนุ่มถามด้วยความสงสัย
เพราะเขาพึ่งมาอยู่กับคุณตาและน้าที่นี่
มันกันดานห่างไกลความเจริญ
เขาต้องนั่งรถกระบะเข้ามาไกลมาก
กว่าจะถึงเดินมาอีกหลายกิโล
คุณแม่้าให้มาอยู่กับตา
่ปิดเทอมเพราะว่าคุณยายเพิ่งเสียไป
ที่จริงแล้วในบ้านคุณยายคุณตา
ยังมีน้าสาวอีกคนหนึ่งอยู่ซึ่งเป็น้องแม่
ถึงแม้ว่าน้าจะอายุมากเกือบจะสามสิบเจ็ดปี
แต่ก็ยังดูสวยน้าไม่แต่งงานเธอให้เหตุผลว่า
อยากดูแลคุณตาคุณยาย
แต่ที่จริงคุณแม่เขาบอกว่าน้าสาว!อกหัก
เลยไม่แต่งงานและนั้นทำให้ครอบครัวของเขา
จึงต้องเป็ภาระส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว
คุณตาคุณยายและน้าสาว
่ปิดเทอมนี้ เขาได้สอบปิดเทอม
และจะเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
จึงอยากมีโอกาสมาพักผ่อนที่บ้านคุณตาคุณยาย
วันนี้ฝนตกพรำพรำทำให้เขาอยากจะออกไป
หากบหาเขียดที่กลางทุ่งชายป่าเขาจึงได้คว้า
เอาไฟฉายข้องใส่กบเตรียมที่จะเดินลงจากบ้าน
ก็ได้ยินเสียงของคุณตาทักทำให้เขาแปลกใจ
"ก็ตำนานผีพรายแม่ไก่นั่นนะสิตาถึงไม่อยาก
ให้เอกไปน้าก็ว่าฝนตกแบบนี้เอกอย่าไปดีกว่านะ
ถึงน้าจะไม่เชื่อเื่เหลวไหลแบบนี้
แต่ก็ไม่อยากให้เอกออกไปเสี่ยงอันตรายฟ้ายิ่งผ่าบ่อยๆ "
เสียงน้าสาวตอบแทนคุณตาร่างของน้าสาว
ที่ถือตะเกียงเดินออกมา
จากในห้องส่วนตัวบอกกับหลานชาย
"อะไร?ครับน้าพร อะไรคือตำนานผีพรายแม่ไก่!
คือบ้านเราเนี่ยมันติดกับป่าดงดิบเขตอุทยาน
และชายป่าที่ก็ติดกับทุ่งนามันมีเื่เล่า
หลายปีที่แล้วคนกลัวกันมากคนในหมู่บ้าน
จะไม่ออกไปใน่วันพระวันโกน
คือว่าจะมีผีป่าเรียกว่าผีพรายแม่ไก่จะออกมา
"มันเป็ยังไงครับน้าเล่าให้ผมฟังบ้างสิ"
" เมื่อประมาณสักสี่ห้าปีที่แล้วมีคนหนึ่ง
ในหมู่บ้านของเราเนี่ยออกไปล่าสัตว์
ก็ไปเจอไก่ป่าสีขาวซึ่งคนโบราณแถวนี้
ห้ามจับเด็ดขาดไก่สีขาวในเขตป่า
พราะเขาถือว่าเป็สัตว์ต้องห้ามมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
และที่สำคัญมันเป็พรายผีป่าชนิดหนึ่ง"
"ผีป่าหรอครับ!!?"
ชายหนุ่มเอียงคอถาม
"จ๊ะ!!นายพรานคนนั้นไม่เชื่อจึงได้ฆ่าแม่ไก่
และลูกของมันตายทั้งหมด!!!
แล้วนำกับมาเป็อาหาร อีกวันต่อมา
ชาวบ้านก็พบศพครอบครัวเขา
ถูกฆ่าตายในบ้านทั้งหมด!!
"อุ๊ยยย!!!..!น่ากลัวตาเหลือกถะหลน!!!"
น้าสาวทำท่าสยิวกาย
"ศพแห้งติดกระดูกเลย
ชาวบ้านสยองขวัญกันหลายปี
และห้ามเด็ดขาดไม่ให้ออกจากหมู่บ้าน!
ใน่วันพระวันโกนเพราะว่าทุกวันพระวันโกน
คนที่ออกชายป่าจะต้องตาย
หรือจับไข้หัวโกร๋นกันทุกคน "
เด็กหนุ่มได้ฟังแล้วยิ้มที่มุมปากพร้อมตอบน้าสาว
".ครับไม่ไปก็ไม่ไป "
น้าสาวยิ้มให้
" ดีแล้วเชื่อฟังผู้ใหญ่เป็เด็กดีของตาของน้านะเอก "
แล้วเธอก็หันหลังกลับห้องไปสายตาของเด็กหนุ่ม
มองตามหลังน้าสาวไปอย่างมีเลศนัย
เขามองร่างของน้าสาวที่เดินผ่านไปในห้อง
อย่างเหม่อลอยเธอใส่ผ้าถุงซีดๆ
มันบางจนแสงตะเกียงส่องเห็นสะโพกใหญ่ต้นขาอันอวบอั๋น
เต่าอวบหนาตรงหว่างขาน้าสาวลอยเด่นเห็นเป็เงาลางๆ
มันทำให้ทอนเอ็นเด็กหนุ่มแข็งเป็ลำดันกางเกงขึ้นมา
'โอ้โห!!..หม้อน้าใหญ่น่าล่อน่าเบิร์นหอยจริงๆ..
โอ๊ย..ปวดท่อนเอ็นเลยเรา..อือฮือ..'
เอกคิดในใจอย่างกระหายอยาก
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบาก
"อาว!!..ไอ้หนูทำไม?ไม่ไปนอน ยืนใจลอยอยู่ได้ "
เสียงคุณตาร้องเรียก เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์
"ครับๆเดี๋ยวผมจะไปนอนละ!! "
เขาเดินหันหลังกลับไปในห้องครัว
คุณตาก็กลับเข้านอนดับตะเกียง
เด็กหนุ่มเดินผ่านหลังครัวและลงบันไดไป
ความคิดเขาล่องลอยไปเรื่อย
ความไม่ง่วงจึงอยากไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง
ทำให้เขาตัดสินใจออกไปหากบหาเขียดต่อ
เด็กหนุ่มไม่เคยเชื่อเื่ที่น้าเล่าเลย
เขาคิดว่าคงเป็เพียงแค่การสร้างเื่ขึ้นมา
เพื่อให้เขาอยู่บ้านเพราะว่าน้าและตาเป็ห่วง
/////////////////////////////////////////
อีกด้านของหมู่บ้านมีชายสามคนนั่งคุยกันเงียบๆ
"เสธครับ!!"
ร้อยตรีเขื่อนเพชรนายทหารนอกราชการมองหน้าคนถาม
"ทำไมหรอ!!"
ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย
"วันนี้มันจะออกมาหรอครับ? !!"
" ก็ลองถามจ่าดำดูสิ แกเป็คนแถวนี้แกย่อมรู้ดี!!! "
ก็หันไปถามจ่าดำ
"มันมาแน่ครับนายผมมั่นใจ "
เขื่อนเพชรพยักหน้า
"ใช่ฉันก็เชื่อดูทางมะพร้าวแถบนั้นมันถูกกัดกิน
ขาดเป็แถบมันอยู่สูงมากมันต้องเป็
สัตว์ใหญ่แน่นอนที่สามารถบิน
และกินยอดมะพร้าวได้สูงขนาดนั้น!! "
เด็กหนุ่มยังไม่ขึ้นสงสัย
" มันอดอยากขนาดนั้นหรอครับเสธ
มันเป็ผีนะครับมันจะกินยอดมะพร้าวทำไม?!!"
จ่าดำตอบอย่างกวนๆบ้าง
" ฮ่าฮ่า..มันก็ลับคมฟัน ไว้กัดคอคนไง!! "
อดีตครูฝึกทหารตอบ ชายหนุ่มผู้ถามอย่างอารมณ์ดี
" จ่าอย่าพูดไปทั่วพูดแบบนี้ มันเป็ลางไม่ดี "
อดีตนายทหารห้าม
"ครับนาย"
" แหวก!! แหวก!! แหวกกกก!! "
เสียงเหลมเล็กยาวดังขึ้น
!!! พรึบพรึบ พรึบพรึบ!!!
เสียงปีกกระทบอากาศบินเฉียด
หลังคากระท่อมไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามทะลึ่งพรวดขึ้นทันที
ติดตามไปอย่างลืมตัว
" ไป!!..ดำรีบตามมัน มันบินได้เราต้องตามไปให้ทันมัน!!!!.."
เขื่อนเพชรควักมีดในอกเสื้อ
ออกมากระชับไว้ในมือ
((โปรดติดตามตอนต่อไป))