Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 32 : เบาะแสของการยกระดับ

    รุ่งเช้าของวันใหม่  วันนี้เป็นวันที่ฝนตกหนักมากที่สุดในรอบปี

    พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่าฝนจะตกอยู่อย่างนี้ไปตลอดทั้งวัน  อุณหภูมิในเขตกรุงโซลวันนี้จะอยู่ที่  2องศาเซลเซียส ยูชิกที่ตื่นขึ้นมาในวันที่หนาวเหน็บเช่นนี้  หลังจากที่เขาหลับพักผ่อนมาทั้งคืน  เขาได้ออกจากห้องไปพบกับครอบครัวที่กำลังกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

    “อ้าวพี่.  นี้พี่ตื่นมากินข้าวพร้อมกับครอบครัวเป็นกับเขาด้วยหรอ  แต่ก่อนจะกินข้าว  พี่ช่วยไปล้างหน้าล้างตาให้ดีๆหน่อยจะได้มั้ย”

    น้องชายของเขาค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องการดูแลตัวเองมาก  ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะโดนเพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียนเขียนจดหมายสาปแช่งใส่ในช่องเก็บรองเท้า  เขาเคยแม้กระทั้งได้รับจดหมายรักจากเพื่อนที่เป็นผู้ชายเหมือนกันด้วยซ้ำไป  ยูชิกเริ่มพิจารณาน้องชายของเขาเองตั้งแต่หัวจรดเท้า   หากเขาไม่ได้อุ้มฮายังในตอนเด็กๆมากับมือละก็  เขาอาจจะคิดว่าตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้แล้วก็ได้

    “เพราะนายชอบทำตัวแบบนี้ยังไงละ  นายถึงได้โดนผู้ชายมาสารภาพรักเอาได้  นายต้องลองดูอย่างฉันเป็นตัวอย่างซะสิ”

    “นี้ลูกกำลังจะให้น้องดูอะไรเป็นตัวอย่างมิทราบห่ะ หากน้องต้องทำตามแกอย่าว่าแต่ผู้ชายเลย คงไม่มีผู้หญิงคนไหนมาสารภาพรักด้วยซ้ำมั้ง”

    โต๊ะอาหารในยามเช้าของวันนี้กำลังจะเป็นไปได้ด้วยดีและสนุกสนานจนกระทั่งยูชิกนั่งลงและกำลังจะกินข้าวนั้น

    “ว่าแต่ลูกก็ไม่ได้ไปทำงานมาสองสามวันแล้วนะ  นี้ลูกล้างหนี้ของตัวเองหมดแล้วอย่างงั้นหรอ”

    “แน่นอนสิครับแม่  เมื่อกี้ผมก็เพิ่งเช็คในเน็ต  ว่าของที่ผมส่งเข้าประมูลเมื่อคืนเพิ่งมีคนซื้อขาดไปตั้ง200ล้านวอนเชียวนะ”

    ยูชิกเชิดหน้าของตัวเองขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ในตอนที่เขาตื่นขึ้นมาเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่มีใครซื้อเคียวของเขาโดยการดึงด้วยราคาขายขาด  ในตอนนี้เขารู้สึกตัวเบาอย่างมากราวกับขนนกในอากาศเลยทีเดียว  เขาที่สามารถยกหนี้ก้อนโตที่เขาทำงานส่งไก่มาทั้งปีก็ไม่เคยจะลดจำนวนของมันลงมาได้เลยแม้แต่วอนเดียว  แต่หนี้ทั้งหมดกลับหายไปในช่วงข้ามคืน

    “แล้วลูกไปเอาของที่ส่งเข้าไปประมูลมาจากไหนกัน?”

    “เรื่องนั้น  ผมกับฟีเลียช่วยกันเคลียร์ดันเจี้ยนที่ผมไปพบเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหน่ะ”

    ไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับแม่ของยูชิกเพราะทุกวันนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้เรื่องของ Path of God แม้แต่ข่าวในยามเช้าเองยังต้องรายงานเกี่ยวกับเกมนี้ในทุกๆวัน

    “เป็นอย่างงี้นี้เอง  ว่าแต่ฟีเลียเธอเป็นใครงั้นหรอ?”

    “เธอเป็นเพื่อนของผมเอง  เธอเคยเป็นสตรีมเมอร์ด้วยนะแถมสวยมากด้วย แล้วเธอก็ยังเป็นคล.....เอ๋!!”

    ในระหว่างที่ยูชิกกำลังพูดอยู่นั้นอยู่ดีๆจานข้าวของเขาก็หายไป  เขาเริ่มมองหาแล้วก็พบว่ามันดันไปวางอยู่ข้างๆยูเฮแทน  และขนาดที่ยูชิกกำลังจะเอื้อมไปหยิบจากข้าวของเขากลับมา 

    ปัก~....

    ส้อมในมือของยูเฮก็ปักลงมาบนโต๊ะกินข้าว แม่ของเขากับฮายังที่เห็นว่าท่าไม่ดีจึงเริ่มแกล้งหันไปคุยกันโดยทำเป็นว่ามองไม่เห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

    ยูชิกเองก็เริ่มมีเหงื่อเย็นไหลออกมา  เขาเริ่มเอามือออกห่างจากส้อมที่ปักอยู่บนโต๊ะ

    ‘นี้เราไปทำอะไรให้เธอโกรธมารึไงกัน’

    เขาเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวลและกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก

    “นี้เธอกำลังทำบ้าอะไรของเธอ  นั้นมันจานข้าวของฉันนะ”

    ยูชิกข่มใจตัวเองแล้วพูดกลับไป  แต่เสียงที่ตอบกลับมากับเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

    “ฉันไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อนายด้วย  เพราะคิดว่านายจะไม่ตื่นขึ้นมากินพร้อมกัน  แต่ถ้านายอยากกิน  ก็ไปกินข้างนอก”

    ฮายัง กับ ยองอาเริ่มคุยกันเสียงดังแล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินที่ยูเฮพูด  ยูชิกที่เห็นแม่กับน้องชายของเขาไม่คิดที่จะช่วย  เขาจึงจำใจต้องใช้ทักษะมือสุดชำนาญของเขา   มือที่เขาใช้มันเวี่ยงดาบที่โรงฝึกนับแสนๆครั้งมาตลอด เป็นเวลากว่า3ปี  ความเร็วในการขยับมือของเขานั้นยากเกินกว่าที่ดวงตาของมนุษย์จะสามารถมองตามทัน

    เขารีบคว้าไก่ทอดในจานที่อยู่ใกล้กันกับเขามากที่สุด

    ‘หึ!!  อย่าได้คิดว่าเธอจะหยุดฉันได้’

    และในระหว่างที่เขากำลังจะเอาไก่ทอดชิ้นนั้นเข้าไปในปากของตัวเอง  กับมีส้อมที่บินมาจากฝั่งตรงข้ามของยูชิกด้วยความเร็วที่สูงกว่ามือของเขามาก

    ฉึบ~.

    ทันใดนั้นไก่ทอดชิ้นที่กำลังจะเข้าไปในปากของยูชิกก็ลอยไปปักอยู่ที่กำแพงครัว

    “…..”

    “…..”

    ความเงียบเข้าปกคลุมยูชิก นอกจากเสียงของแม่และน้องชายที่กำลังแกล้งคุยกันอย่างสนุกสนานรอบข้างของเขาก็กลายเป็นสีขาวดำทันที

    “ฉันบอกว่าถ้านายอยากจะกินก็ไปกินข้างนอก”

    ยูชิกหันไปมองไก่ทอดที่ปักอยู่ตรงกำแพงครัวที่กำลังค่อยๆตกลงพื้นอย่างช้าๆ

    ตุ๊บ~..

    “ชิ  ได้ฉันไปกินข้าวข้างนอกก็ได้”

    หลังจากนั้นยูชิกผู้ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด   ก็เดินกลับไปที่ห้องโดยตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าน  กับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย  เขาพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ฝนจะตกหนักไปตลอดทั้งวัน   ในวันนี้ที่อากาศจะหนาวถึง2องศา  เขาจะต้องเดินเท้ากว่า2ช่วงตึกเพื่อไปร้านอาหารที่ใกล้ที่สุด

    ‘แล้วตกลงฉันทำอะไรผิดกันแน่ฟ่ะ!!’

    ***

    หลังจากผ่านชั่วโมงอันเลวร้าย  ยูชิกที่กลับมาถึงบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วนั้น เขากำลังทำตัวเองให้อุ่นขึ้นก่อนจะกลับเข้าสู่เส้นทางของพระเจ้าอีกครั้ง

    [ยืนยันไอดี b23bbdb987562]

    [ตัวละคร ลูช เส้นทางแห่งราชันดาบพื้นฐาน(ขั้นกลาง) เลเวล 116]

    [จุดเกิดปัจจุบันชั้นที่4ของดันเจี้ยน Grim Reaper แห่งป่ารีเน็ส]

    อ่า~

    ‘อยู่ที่นี้อุ่นขึ้นเยอะเลยแฮะ’

    ลูชสำรวจดูรอบๆก่อนคร้าวๆ  ก่อนที่เขาจะทักไปหาฟีเลีย

    ลูช : เห้!! ฟีเลียตอนนี้เธออยู่ที่ไหนหน่ะ

    ระหว่างที่รอฟีเลียตอบกลับ  ลูชก็เดินไปที่เกทของชั้นที่4ของดันเจี้ยนแล้วเขาก็โผล่ออกมาที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยน Grim Reaper  เขาเตรียมตัวที่จะออกไปจากป่ารีเน็ส ลูชตั้งใจจะไปที่เลเบียเพื่อเคลียร์เรื่องเกี่ยวกับเกล็ดSilica และทันทีที่เขาเริ่มเดินทางฟีเลียก็ตอบกลับมาพอดี

    ฟีเลีย : ตอนนี้ฉันอยู่ที่วิหารเนฟีลี้ ฉันมาส่งเควสประจำคลาสของฉัน

    ลูช : ฉันเองก็สังสัยมานานแล้ว แต่ว่าพวกคลาสลับเนี้ยต้องทำยังไงถึงจะได้รับเควส ยกระดับคลาสอย่างงั้นหรอ  เพราะถ้ามันเป็นคลาสธรรมดาฉันเองก็พอจะรู้วิธีได้รับเควสอยู่บางแต่พวกคลาสลับเนี้ยเขาต้องทำกันยังไง?

    ฟีเลีย : ห๊านี้นายมาถามฉันแล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงกัน  พวกคลาสลับนั้นจะมีวิธีรับเควสที่แตกต่างกันออกไปฉันเองก็ได้รับเบาะแสของการรับเควสยกระดับหลังจากที่เปลี่ยนคลาสได้ไม่นาน  แถมถ้าเป็นคลาสลับส่วนใหญ่วิธีการก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย  หลังจากที่นายเปลี่ยนคลาสไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลยหรือไงกัน  หรือตอนนายเปลี่ยนคลาสเสร็จนายอาจได้รับเบาะแสอะไรมาบางมั้ย

    ลูชพยายามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป

    ลูช : ไม่เลย ไม่ว่าจะตอนที่ชั้นได้รับบททดสอบหรือว่าจะเป็นหลังจากที่ฉันเปลี่ยนคลาสไปแล้วก็ตาม  แล้วตอนที่เธอเปลี่ยนคลาสเสร็จ  มันมีอะไรเปลี่ยนไปงั้นหรอ

    ฟีเลีย : ของฉันงั้นหรอ ก็ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนคลาสฉันเป็นฮิลเลอร์อิสระที่ไม่ได้นับถือศาสนาไหนเลย  แต่หลังจากที่ฉันเปลี่ยนคลาสแล้วนั้น  จุดเกิดของฉันก็เปลี่ยนมาเป็นที่วิหาร เนฟีลี้ ฉันเลยรู้ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับคลาสของฉันแน่ หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปถามนักบวชของเนฟีลี้เกี่ยวกับเรื่องคลาสที่ฉันได้รับ  แถมยังได้รับสกิลหวนกลับจากวิหารเนฟีลี้มาด้วย

    ลูช : สกิลหวนกลับงั้นหรอ?

    ฟีเลีย : [แชร์หน้าต่างสกิล]

    ...

    [หวนกลับ แห่งเนฟีลี้]

    สามารถเคลื่อนย้ายผู้เล่นเจ้าของทักษะกลับมาที่วิหารเนฟีลี้ที่ใกล้ที่สุดได้

    เงื่อนไขการใช้ทักษะ : ห้ามถูกโจมตีระหว่างการเรียกใช้ (ระยะเวลาการเรียกใช้ทักษะ  20วินาที) 

    มานา  : ไม่มี    ระยะหน่วง  :  96ชั่วโมง

    ...

    ฟีเลีย : ก็ตามนี้แหละ แต่อย่างที่ฉันบอกว่าการหาเบาะแสของการรับเควส ยกระดับคลาสนั้นแตกต่างกันออกไป   ยกตัวอย่าง เทพสงคราม  มีข่าวว่าเบาะแสของคลาสเบอร์เซิร์กเกอร์  ถูกผู้เล่นคนอื่นค้นพบ  เธอเองต้องเสียเงินไปไม่น้อยกว่าจะซื้อข้อมูลของเบาะแสเกี่ยวกับคลาสของตัวเองมาได้

    ลูช : ….

    ฟีเลีย : เฮ้!! ลูช!!

    ฟีเลีย : เฮ้นี้นายยังฟังฉันอยู่รึป่าว

    ลูชนั้นได้ตัดสายแชทของเธอทิ้งทันทีหลังจากที่เขาเห็นคำว่าเทพสงครามปรากฏขึ้นในแชท