รุ่งเช้าของวันใหม่ วันนี้เป็นวันที่ฝนตกหนักมากที่สุดในรอบปี
พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่าฝนจะตกอยู่อย่างนี้ไปตลอดทั้งวัน อุณหภูมิในเขตกรุงโซลวันนี้จะอยู่ที่ 2องศาเซลเซียส ยูชิกที่ตื่นขึ้นมาในวันที่หนาวเหน็บเช่นนี้ หลังจากที่เขาหลับพักผ่อนมาทั้งคืน เขาได้ออกจากห้องไปพบกับครอบครัวที่กำลังกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
“อ้าวพี่. นี้พี่ตื่นมากินข้าวพร้อมกับครอบครัวเป็นกับเขาด้วยหรอ แต่ก่อนจะกินข้าว พี่ช่วยไปล้างหน้าล้างตาให้ดีๆหน่อยจะได้มั้ย”
น้องชายของเขาค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องการดูแลตัวเองมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะโดนเพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียนเขียนจดหมายสาปแช่งใส่ในช่องเก็บรองเท้า เขาเคยแม้กระทั้งได้รับจดหมายรักจากเพื่อนที่เป็นผู้ชายเหมือนกันด้วยซ้ำไป ยูชิกเริ่มพิจารณาน้องชายของเขาเองตั้งแต่หัวจรดเท้า หากเขาไม่ได้อุ้มฮายังในตอนเด็กๆมากับมือละก็ เขาอาจจะคิดว่าตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้แล้วก็ได้
“เพราะนายชอบทำตัวแบบนี้ยังไงละ นายถึงได้โดนผู้ชายมาสารภาพรักเอาได้ นายต้องลองดูอย่างฉันเป็นตัวอย่างซะสิ”
“นี้ลูกกำลังจะให้น้องดูอะไรเป็นตัวอย่างมิทราบห่ะ หากน้องต้องทำตามแกอย่าว่าแต่ผู้ชายเลย คงไม่มีผู้หญิงคนไหนมาสารภาพรักด้วยซ้ำมั้ง”
โต๊ะอาหารในยามเช้าของวันนี้กำลังจะเป็นไปได้ด้วยดีและสนุกสนานจนกระทั่งยูชิกนั่งลงและกำลังจะกินข้าวนั้น
“ว่าแต่ลูกก็ไม่ได้ไปทำงานมาสองสามวันแล้วนะ นี้ลูกล้างหนี้ของตัวเองหมดแล้วอย่างงั้นหรอ”
“แน่นอนสิครับแม่ เมื่อกี้ผมก็เพิ่งเช็คในเน็ต ว่าของที่ผมส่งเข้าประมูลเมื่อคืนเพิ่งมีคนซื้อขาดไปตั้ง200ล้านวอนเชียวนะ”
ยูชิกเชิดหน้าของตัวเองขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ในตอนที่เขาตื่นขึ้นมาเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่มีใครซื้อเคียวของเขาโดยการดึงด้วยราคาขายขาด ในตอนนี้เขารู้สึกตัวเบาอย่างมากราวกับขนนกในอากาศเลยทีเดียว เขาที่สามารถยกหนี้ก้อนโตที่เขาทำงานส่งไก่มาทั้งปีก็ไม่เคยจะลดจำนวนของมันลงมาได้เลยแม้แต่วอนเดียว แต่หนี้ทั้งหมดกลับหายไปในช่วงข้ามคืน
“แล้วลูกไปเอาของที่ส่งเข้าไปประมูลมาจากไหนกัน?”
“เรื่องนั้น ผมกับฟีเลียช่วยกันเคลียร์ดันเจี้ยนที่ผมไปพบเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหน่ะ”
ไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับแม่ของยูชิกเพราะทุกวันนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้เรื่องของ Path of God แม้แต่ข่าวในยามเช้าเองยังต้องรายงานเกี่ยวกับเกมนี้ในทุกๆวัน
“เป็นอย่างงี้นี้เอง ว่าแต่ฟีเลียเธอเป็นใครงั้นหรอ?”
“เธอเป็นเพื่อนของผมเอง เธอเคยเป็นสตรีมเมอร์ด้วยนะแถมสวยมากด้วย แล้วเธอก็ยังเป็นคล.....เอ๋!!”
ในระหว่างที่ยูชิกกำลังพูดอยู่นั้นอยู่ดีๆจานข้าวของเขาก็หายไป เขาเริ่มมองหาแล้วก็พบว่ามันดันไปวางอยู่ข้างๆยูเฮแทน และขนาดที่ยูชิกกำลังจะเอื้อมไปหยิบจากข้าวของเขากลับมา
ปัก~....
ส้อมในมือของยูเฮก็ปักลงมาบนโต๊ะกินข้าว แม่ของเขากับฮายังที่เห็นว่าท่าไม่ดีจึงเริ่มแกล้งหันไปคุยกันโดยทำเป็นว่ามองไม่เห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
ยูชิกเองก็เริ่มมีเหงื่อเย็นไหลออกมา เขาเริ่มเอามือออกห่างจากส้อมที่ปักอยู่บนโต๊ะ
‘นี้เราไปทำอะไรให้เธอโกรธมารึไงกัน’
เขาเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวลและกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก
“นี้เธอกำลังทำบ้าอะไรของเธอ นั้นมันจานข้าวของฉันนะ”
ยูชิกข่มใจตัวเองแล้วพูดกลับไป แต่เสียงที่ตอบกลับมากับเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
“ฉันไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อนายด้วย เพราะคิดว่านายจะไม่ตื่นขึ้นมากินพร้อมกัน แต่ถ้านายอยากกิน ก็ไปกินข้างนอก”
ฮายัง กับ ยองอาเริ่มคุยกันเสียงดังแล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินที่ยูเฮพูด ยูชิกที่เห็นแม่กับน้องชายของเขาไม่คิดที่จะช่วย เขาจึงจำใจต้องใช้ทักษะมือสุดชำนาญของเขา มือที่เขาใช้มันเวี่ยงดาบที่โรงฝึกนับแสนๆครั้งมาตลอด เป็นเวลากว่า3ปี ความเร็วในการขยับมือของเขานั้นยากเกินกว่าที่ดวงตาของมนุษย์จะสามารถมองตามทัน
เขารีบคว้าไก่ทอดในจานที่อยู่ใกล้กันกับเขามากที่สุด
‘หึ!! อย่าได้คิดว่าเธอจะหยุดฉันได้’
และในระหว่างที่เขากำลังจะเอาไก่ทอดชิ้นนั้นเข้าไปในปากของตัวเอง กับมีส้อมที่บินมาจากฝั่งตรงข้ามของยูชิกด้วยความเร็วที่สูงกว่ามือของเขามาก
ฉึบ~.
ทันใดนั้นไก่ทอดชิ้นที่กำลังจะเข้าไปในปากของยูชิกก็ลอยไปปักอยู่ที่กำแพงครัว
“…..”
“…..”
ความเงียบเข้าปกคลุมยูชิก นอกจากเสียงของแม่และน้องชายที่กำลังแกล้งคุยกันอย่างสนุกสนานรอบข้างของเขาก็กลายเป็นสีขาวดำทันที
“ฉันบอกว่าถ้านายอยากจะกินก็ไปกินข้างนอก”
ยูชิกหันไปมองไก่ทอดที่ปักอยู่ตรงกำแพงครัวที่กำลังค่อยๆตกลงพื้นอย่างช้าๆ
ตุ๊บ~..
“ชิ ได้ฉันไปกินข้าวข้างนอกก็ได้”
หลังจากนั้นยูชิกผู้ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ก็เดินกลับไปที่ห้องโดยตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าน กับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย เขาพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ฝนจะตกหนักไปตลอดทั้งวัน ในวันนี้ที่อากาศจะหนาวถึง2องศา เขาจะต้องเดินเท้ากว่า2ช่วงตึกเพื่อไปร้านอาหารที่ใกล้ที่สุด
‘แล้วตกลงฉันทำอะไรผิดกันแน่ฟ่ะ!!’
***
หลังจากผ่านชั่วโมงอันเลวร้าย ยูชิกที่กลับมาถึงบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วนั้น เขากำลังทำตัวเองให้อุ่นขึ้นก่อนจะกลับเข้าสู่เส้นทางของพระเจ้าอีกครั้ง
[ยืนยันไอดี b23bbdb987562]
[ตัวละคร ลูช เส้นทางแห่งราชันดาบพื้นฐาน(ขั้นกลาง) เลเวล 116]
[จุดเกิดปัจจุบันชั้นที่4ของดันเจี้ยน Grim Reaper แห่งป่ารีเน็ส]
อ่า~
‘อยู่ที่นี้อุ่นขึ้นเยอะเลยแฮะ’
ลูชสำรวจดูรอบๆก่อนคร้าวๆ ก่อนที่เขาจะทักไปหาฟีเลีย
ลูช : เห้!! ฟีเลียตอนนี้เธออยู่ที่ไหนหน่ะ
ระหว่างที่รอฟีเลียตอบกลับ ลูชก็เดินไปที่เกทของชั้นที่4ของดันเจี้ยนแล้วเขาก็โผล่ออกมาที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยน Grim Reaper เขาเตรียมตัวที่จะออกไปจากป่ารีเน็ส ลูชตั้งใจจะไปที่เลเบียเพื่อเคลียร์เรื่องเกี่ยวกับเกล็ดSilica และทันทีที่เขาเริ่มเดินทางฟีเลียก็ตอบกลับมาพอดี
ฟีเลีย : ตอนนี้ฉันอยู่ที่วิหารเนฟีลี้ ฉันมาส่งเควสประจำคลาสของฉัน
ลูช : ฉันเองก็สังสัยมานานแล้ว แต่ว่าพวกคลาสลับเนี้ยต้องทำยังไงถึงจะได้รับเควส ยกระดับคลาสอย่างงั้นหรอ เพราะถ้ามันเป็นคลาสธรรมดาฉันเองก็พอจะรู้วิธีได้รับเควสอยู่บางแต่พวกคลาสลับเนี้ยเขาต้องทำกันยังไง?
ฟีเลีย : ห๊านี้นายมาถามฉันแล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงกัน พวกคลาสลับนั้นจะมีวิธีรับเควสที่แตกต่างกันออกไปฉันเองก็ได้รับเบาะแสของการรับเควสยกระดับหลังจากที่เปลี่ยนคลาสได้ไม่นาน แถมถ้าเป็นคลาสลับส่วนใหญ่วิธีการก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย หลังจากที่นายเปลี่ยนคลาสไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลยหรือไงกัน หรือตอนนายเปลี่ยนคลาสเสร็จนายอาจได้รับเบาะแสอะไรมาบางมั้ย
ลูชพยายามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป
ลูช : ไม่เลย ไม่ว่าจะตอนที่ชั้นได้รับบททดสอบหรือว่าจะเป็นหลังจากที่ฉันเปลี่ยนคลาสไปแล้วก็ตาม แล้วตอนที่เธอเปลี่ยนคลาสเสร็จ มันมีอะไรเปลี่ยนไปงั้นหรอ
ฟีเลีย : ของฉันงั้นหรอ ก็ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนคลาสฉันเป็นฮิลเลอร์อิสระที่ไม่ได้นับถือศาสนาไหนเลย แต่หลังจากที่ฉันเปลี่ยนคลาสแล้วนั้น จุดเกิดของฉันก็เปลี่ยนมาเป็นที่วิหาร เนฟีลี้ ฉันเลยรู้ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับคลาสของฉันแน่ หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปถามนักบวชของเนฟีลี้เกี่ยวกับเรื่องคลาสที่ฉันได้รับ แถมยังได้รับสกิลหวนกลับจากวิหารเนฟีลี้มาด้วย
ลูช : สกิลหวนกลับงั้นหรอ?
ฟีเลีย : [แชร์หน้าต่างสกิล]
...
[หวนกลับ แห่งเนฟีลี้]
สามารถเคลื่อนย้ายผู้เล่นเจ้าของทักษะกลับมาที่วิหารเนฟีลี้ที่ใกล้ที่สุดได้
เงื่อนไขการใช้ทักษะ : ห้ามถูกโจมตีระหว่างการเรียกใช้ (ระยะเวลาการเรียกใช้ทักษะ 20วินาที)
มานา : ไม่มี ระยะหน่วง : 96ชั่วโมง
...
ฟีเลีย : ก็ตามนี้แหละ แต่อย่างที่ฉันบอกว่าการหาเบาะแสของการรับเควส ยกระดับคลาสนั้นแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่าง เทพสงคราม มีข่าวว่าเบาะแสของคลาสเบอร์เซิร์กเกอร์ ถูกผู้เล่นคนอื่นค้นพบ เธอเองต้องเสียเงินไปไม่น้อยกว่าจะซื้อข้อมูลของเบาะแสเกี่ยวกับคลาสของตัวเองมาได้
ลูช : ….
ฟีเลีย : เฮ้!! ลูช!!
ฟีเลีย : เฮ้นี้นายยังฟังฉันอยู่รึป่าว
ลูชนั้นได้ตัดสายแชทของเธอทิ้งทันทีหลังจากที่เขาเห็นคำว่าเทพสงครามปรากฏขึ้นในแชท