เหตุที่หรั่งเสียอาการขนาดนี้ เพราะมีร่างโชกเลือดของหนุ่มลูกครึ่งถูกตรึงติดกำแพง บนฝ่ามือและหลังเท้าโดนตอกด้วยหมุดเหล็ก
“ อานนท์ นายต้องไม่เป็นอะไร” แม้ใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นจะชุ่มไปด้วยโลหิต แต่หรั่งก็จำได้ ด้วยเขาคือพี่ชายเพียงหนึ่งเดียวของตน จึงรีบรุดไปปลดพันธนาการ
หรั่งออกแรงดึงหมุดเหล็กจนเจ็บแปล๊บแถวซี่โครง พอถอนครบทั้งสี่ตัว พี่ชายก็ร่วงลงมาอยู่ในวงแขนของเขา
“ อานนท์ฟื้นสิ นายต้องไม่ตาย อย่าเพิ่งด่วนจากไปตอนนี้สิฟะ” หรั่งเขย่าหัวไหล่สุดแรงเกิด แต่ก็ไร้ประโยชน์ อานนท์ยังคงแน่นิ่ง
แม้จิตสำนึกของหรั่งจะรู้ชัดว่าอานนท์จากไปแล้ว เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตอบสนองใดๆ แถมยังไร้ชีพจร แต่เขาก็ไม่อยากยอมรับอยู่ดี จึงบันดาลโทสะด้วยการตบหน้าอีกฝ่าย
“ เพียะ เพียะ เพียะ ”
“ ฟื้นขึ้นมาสิ นายอย่ามาแกล้งอำแบบนี้ ”
ทว่าความพยายามของsiyj'ก็ดูตะไร้สาระ ไม่นาน เขาก็วางพี่ชายลง แล้วก้มหน้าสะอื้นไห้แบบไม่กลัวเสียเชิงชาย
“ อึก…..ฮือ….”
และในขณะที่หรั่งกำลังเศร้าโศก ก็เกิดเหตุประหลาด ดวงตาของอานนท์เริ่มกระพริบถี่ ปากก็อ้าออกมาเล็กน้อย พร้อมปล่อยครางออกมาเบาๆ
“ อ่า…..”
“ เอ๊ะ! นี่มันอะไร ใช่เสียงของเจ้าอานนท์รึเปล่า ” กายสูงใหญ่ของหรั่งเริ่มกระตุก จึงรีบเงยหน้าขึ้นมา ทำให้พบกับอาการแปลกๆของพี่ชาย
“ เฮ้ย! หรือว่านายยังไม่ตาย ทำใจดีๆไว้ ชั้นจะช่วยนายเดี๋ยวนี้แหละ” หรั่งดีใจสุดขีด ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง แต่ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อเรียกรถพยาบาล อานนท์ก็ยื่นมือมาจับข้อแขน
“ เอ๊ะ! นายมาจับแขนของชั้นทำไม รอก่อน เดี๋ยวชั้นจะโทรเรียกรถพยาบาลให้ เพราะสภาพของนายควรต้องไปหาหมอแบบเร่งด่วน ” หรั่งรีบกล่าว แต่นอกจากอานนท์จะไม่ปล่อย เขายังบีบแขนหนักขึ้นไปอีก ทำให้หนุ่มหล่อรู้สึกเจ็บปวดจนต้องรีบสะบัดออก
“ โอ๊ย…บ้ารึไงวะ แขนของชั้นเกือบหักเลยนะโว้ย และถ้าบีบได้แรงขนาดนี้ มันก็แปลว่านายไม่ได้เจ็บหนักนี่หว่า ” หรั่งรีบโวยวาย แต่พออานนท์เงยหน้าที่โชกเลือดขึ้นมา หนุ่มหล่อก็พลันตกตะลึง เพราะดวงตาของพี่ชายกลับขาวขุ่น แถมปากที่อ้ากว้าง ยังเผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบ ราวสัตว์ป่า
“ ไม่จริงน่า หรือว่านาย…จะกลายเป็นพวกมัน ” หรั่งแทบไม่เชื่อสายตา หลายความรู้สึกตีกันจนทำให้เขาไปไม่เป็น วินาทีต่อมา อานนท์ก็เริ่มขู่คำราม สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด
“ แฮ่……..”
หรั่งหมดเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว เขาจึงหลับตาลง ในใจพร้อมรับคมเขี้ยวของอดีตพี่ชาย แต่ในจังหวะที่อานนท์ใกล้ถึงตัว บุรุษตาสีเหล็กก็พุ่งเข้ามาถีบเต็มฝ่าเท้า ทำให้อมนุษย์กระเด็นไกลไปชนกำแพง
“ โครม…….”
“ ท่านหรั่งมัวทำอะไรอยู่ ถ้าข้ามาช่วยช้ากว่านี้ ท่านคงได้เยือนปรโลกเป็นแน่แท้” บุรุษตาสีเหล็กผู้มีนามว่า “อัลเบิร์ต”ได้หันมาเตือนสติ แต่หรั่งยังคงดูเลื่อนลอย ร้อนถึงยูมิโกะและวอนวองต้องเข้ามาหิ้วปีกคนละข้าง
“ พี่หรั่งรีบไปเถอะ อย่าอยู่ตรงนี้เลย ” ยูมิโกะร้องเร่ง
“ ใช่แล้วค่ะ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณอัลเบิร์ตเถอะ” วอนจองสนับสนุน ทว่าหนุ่มลูกครึ่งกลับดื้อรั้น
“ ไม่ ชั้นจะไม่ไปไหน ต้องช่วยเจ้าอานนท์ก่อน ”
อมนุษย์มือใหม่นอนหงายได้ไม่นาน มันก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน พร้อมอ้าปากกว้าง เพื่อโชว์เขี้ยวคมที่เป็นอาวุธประจำกาย
“ แฮ่……..”
แม้จะเจอสิ่งประหลาดที่ชวนสยอง แต่ท่วงท่าของอัลเบิร์ตยังคงนิ่งสงบ ดวงตาสีเหล็กมองดู เพื่อประเมินสถานการณ์ ไม่นาน ก็เข้าใจเรื่องราว และเริ่มหนักอก
“ อืม…อมนุษย์ตนนี้น่าจะเพิ่งกลายพันธุ์ แถมทั่วตัวยังปรากฏรอยเขี้ยวมากมาย ทำให้คาดว่าพวกมันน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าตน แบบนี้รับมือยากนะเนี่ย ”
“ ฮื่อ…แฮ่…..”อดีตพี่ชายที่แสนดีเริ่มขู่คำรามหนักขึ้น ก่อนจะย่อตัวลงต่ำ แล้วกระโจนเข้าใส่ แต่อัลเบิร์ตไหวทัน เลยเอี้ยวตัวหลบเพียงนิดเดียว เพื่อให้พ้นแรงปะทะ อมนุษย์ตนนั้นเลยกระแทกกับโต๊ะไม้ตัวนึงจนแตกกระจาย
“ โครม……”
พอบุรุษตาสีเหล็กหลบพ้น เขาก็หันไปมองอมนุษย์ จากนั้นก็ชักดาบคมกริบที่สะพายหลังออก แล้วจับสองมือในท่าเตรียม หวังฟันคอให้ขาดในทีเดียว
“ ฮื่อ……” แวมไพร์เกิดใหม่ค่อยๆลุกขึ้นยืน ท่าทางดูไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด ทั้งที่ทั่วกายมีแต่บาดแผล
หรั่งที่ชมเหตุการณ์อยู่ตลอด รู้ชัดว่าพอสิ้นการจู่โจมครั้งต่อไป หัวของอานนท์ต้องขาดอย่างแน่นอน เขาจึงรีบสะบัดกายให้หลุดจากสองสาว พร้อมตรงเข้ามาจับอัลเบิร์ต ปากก็ร้องตะโกนจนสุดเสียง
“ อานนท์ ถ้ายังมีสติอยู่ ก็ให้รีบหนีไป นายสู้ชายคนนี้ไม่ได้หรอก”
“ ท่านหรั่งปล่อยก่อน ปีศาจตนนี้ไม่ใช่พี่ชายของท่านอีกแล้ว จำเป็นต้องสังหารให้สิ้นซาก” แม้เรี่ยวแรงของอัลเบิร์ตจะมากมายจนสลัดหรั่งได้ไม่ยาก แต่เขาไม่อยากทำแบบนี้ เพราะอีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บ
แน่นอนว่าแวมไพร์อานนท์ไม่คิดจะรับฟัง เพราะมันเพิ่งกำเนิดมาแบบไม่ได้ตั้งใจ ด้วยไม่รู้ใครเป็นเจ้าของเชื้อร้ายในตัว เสมือนหนึ่งลูกที่ไม่มีพ่อ จึงมีแต่สัญชาตญาณดิบที่จ้องจะกินโลหิตเพียงอย่างเดียว
“ เหอ เหอ เหอ เลือด อาหาร”
หรั่งมองอดีตพี่ชายอย่างจับจิต ในใจรู้สึกอนาถ เพราะอานนท์กลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ สุดท้าย เขาก็จำต้องปล่อยวาง
“ โอเค ก็ได้ คุณอัลเบิร์ตจัดการเลย ปลดปล่อยพี่ชายของผมให้พ้นทุกข์เสียที”
อัลเบิร์ตหันกลับมามองหรั่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้
“ น้อมรับคำขอของท่าน จะช่วยส่งท่านอานนท์ไปสู่สุคติ ”
สิ้นคำกล่าว อัลเบิร์ตก็พุ่งเข้าใส่แวมไพร์อานนท์ด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็ฟาดดาบไปที่ลำคอ ทำให้ศีรษะของปีศาจร้ายขาดกระเด็นในทีเดียว
“ ฉัวะ ”
………………………..
หรั่งนั่งชันเข่าข้างร่างที่ไร้หัว ตรงหน้ามีศีรษะของอานนท์ตั้งอยู่ เขาจึงเอื้อมมือไปปิดตาของอดีตพี่ชาย ก่อนจะให้สัญญากับตัวเอง
“ หลับให้สบายนะ อานนท์ หนี้แค้นของนาย ชั้นจะสะสางให้เอง ”
“ จากนี้ไป ท่านหรั่งจะทำยังไง” พอทิ้งช่วงให้หรั่งทำใจกับสูญเสียได้ครู่หนึ่ง อัลเบิร์ตก็เปิดฉากถาม
“ นั่นน่ะสิ ถ้าพี่แค้นขนาดนั้น ก็มาร่วมทีมกับพวกเราเถอะ ขอแค่พี่ฝึกฝนไม่กี่เดือน ก็น่าจะฆ่าเจ้าพวกนั้นได้อย่างสบาย ” ยูมิโกะหว่านล้อมต่อ ซึ่งหรั่งก็ไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายจะเล่นประเด็นที่เขาเพิ่งขบคิด ด้วยรู้ดีว่าสาวน้อยคนนี้มีพลังจิตพิเศษ สามารถอ่านใจของคนอื่นได้
“ อืม…ก็น่าคิด แต่ตอนนี้พี่คงต้องตามหาเก๋ให้เจอก่อน ” หรั่งกล่าวเบาๆ
“ เอ….คุณเก๋คือ…..”คราวนี้เป็นทีของวอนจองสงสัยบ้าง
“ เก๋คือแฟนของผมครับ ” ทว่าหรั่งก็ตอบตรงๆแบบไม่แทงกั๊ก หรือหลอกลวงว่าตนโสดเหมือนในอดีต เพราะกำลังอยู่ในโหมดเศร้า และในระหว่างทุกคนกำลังสนทนาอยู่นั้นเอง อัลเบิร์ตก็ทะลุกลางปล้อง
“ คนรักของท่านหรั่งมีนามว่า……เก๋ ใช่มั้ย ”
“ ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ” หรั่งรีบถามโดยเร็ว ในใจเริ่มสัมผัสถึงลางหายนะ
“ รู้สึกว่าจะมีข้อความฝากถึงท่าน มันถูกจารึกบนผนังด้วยโลหิต ” อัลเบิร์ตชี้ไปยังข้อความเลือดที่ปรากฏบนกำแพงห้อง ทุกคนจึงรีบกรูเข้าไปดู เลยพบว่ามันถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ อ่านจับใจความได้ว่า……….
“Your women is in our hands. If you want to help, Come to the abandoned warehouse behind the big department store near Rangsit.”
(ผู้หญิงของแกอยู่ในมือของพวกเรา ถ้าอยากช่วย ให้มาที่โกดังร้างหลังห้างใหญ่แถวรังสิต)
พออ่านจบ หรั่งก็รีบร้อนจะออกจากห้อง เพื่อตรงไปยังจุดหมาย แต่อัลเบิร์ตกลับรั้งตัวเอาไว้
“ หยุดก่อน ท่านหรั่งไม่ควรไปต่อกรกับพวกมันตอนนี้ เพราะร่างกายยังสาหัสอยู่ ”
“ ใช่แล้ว ถ้าพี่ไปตอนนี้ ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้ง แถมยังช่วยพี่เก๋ไม่ได้อีก” ยูมิโกะตรงเข้ามายื้อแขนอีกข้างของหรั่ง ปากก็กล่าวเตือนสติ ส่วนวอนจองเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน จึงเริ่มเสนอตัว
“ คณหรั่งควรพักผ่อนก่อน ส่วนเรื่องของคุณเก๋ ยกให้พวกเราจัดการเถอะ”
“ ตะ…แต่ว่า…..”หรั่งยังห่วงไม่เลิก เพราะถ้าพลาดขึ้นมา มันหมายถึงชีวิตของคนรักของตัวเอง
“ วางใจเถอะ ลองถ้าผนวกลุงอัลเบิร์ตผู้แข็งแกร่ง พี่วอนจองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ และชั้นที่ทั้งน่ารักและเก่งกาจรอบตัว ก็ไม่น่าจะมีอะไรมาต้านทาน ” ยูมิโกะเกลี้ยกล่อมอีกหนึ่งดอก ซึ่งสิ่งที่เจ้าหล่อนพูดมา ก็มีส่วนจริง หรั่งจึงเริ่มวางใจขึ้นมานิดนึง และพอเกลียวแห่งอารมณ์เริ่มคลายความขมึงตึง อาการอ่อนล้าก็เริ่มถามหา
“ อ้า….ทุกคนต้องช่วยผมนะ อย่าให้เก๋มีอันเป็นไป เพราะเธอคือทั้งหมดของผม” และนี่คำสุดท้ายที่หรั่งเปล่งออกมา ก่อนจะสลบไปอีกคราว
พอหนุ่มหล่อสิ้นสติ สามสหายก็หันมามองหน้ากันเอง พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่เพิ่งให้สัญญาไป เป็นอะไรที่โหดหินเหลือประมาณ ด้วยแน่ใจว่าปีศาจที่คุมตัวเก๋ คือแวมไพร์จ่าฝูงที่อัลเบิร์ตเพิ่งพ่ายแพ้มาหยกๆ เหตุเพราะบุรุษตาสีเหล็กได้กลิ่นของมันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ ส่วนยูมิโกะก็อาศัยพลังพิเศษอ่านใจของหัวหน้าทีม แล้วมาบอกวอนจองอีกที
“ จะเอายังไงดีนะ เจองานช้างเข้าให้แล้ว เพราะเจ้าสเตฟาน หลุยส์คือปีศาจที่รับมือได้ยาก ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
